“กูกู” ขึ้นโต๊ะต่อราคา! สิงห์ขอ 60 ล้านปอนด์ หมีบอกแพงไป แต่ทำไมดีลนี้ถึงยังไม่จบง่ายๆ

สามสโมสรระดับโลกแย่งชิงแบ็กซ้ายคนเดียวกัน เชลซีตั้งราคาสูงลิบ แอตเลติโกควักเงินไม่พอ แต่ตัวผู้เล่นเองก็อยากกลับบ้านเกิด — ดีลของ มาร์ก กูกูเรย่า คือความซับซ้อนที่สุดในตลาดซื้อขายฤดูร้อนนี้


มีแบ็กซ้ายกี่คนในโลกที่ทำให้ แอตเลติโก มาดริด, บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด ต้องมาจีบพร้อมกัน? คำตอบคือ มีแค่คนเดียว และชื่อของเขาคือ มาร์ก กูกูเรย่า

แบ็กซ้ายวัย 27 ปีของ เชลซี กำลังอยู่ใจกลางพายุซื้อขายที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่เขาเก็บตัวอยู่กับทีมชาติสเปนเตรียมลุยฟุตบอลโลก 2026 ทีมงานของเขาก็กำลังเดินหน้าเจรจาอย่างเต็มกำลัง เพื่อพาเขาออกจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนที่หน้าต่างตลาดจะปิดลง

แต่นี่ไม่ใช่ดีลที่จะจบได้ง่ายๆ เพราะตัวเลขที่สองฝ่ายต่างกันอยู่ถึง 17 ล้านปอนด์ และเบื้องหลังตัวเลขนั้นยังมีเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าที่คิดมากนัก


จาก “เด็กที่ถูกต้ม” สู่ “สมบัติที่ไม่มีใครอยากขาย”

เพื่อเข้าใจว่าทำไม เชลซี ถึงกล้าตั้งราคา 60 ล้านปอนด์ เราต้องย้อนกลับไปดูเส้นทางของ กูกูเรย่า ตั้งแต่ต้น

เขาเป็นลูกหม้อของ ลา มาเซีย สถาบันลูกหนังชั้นเลิศของ บาร์เซโลนา แต่ไม่เคยได้ลงสนามให้ทีมชุดใหญ่แม้แต่นัดเดียว ก่อนถูกปล่อยไปยัง เฆตาเฟ ในปี 2563 ที่นั่นเองที่เขาเริ่มพิสูจน์ตัวเองภายใต้การคุมทีมของ โฆเซ บอร์ดาลัส จนกลายเป็นที่สนใจของหลายสโมสร แอตเลติโก มาดริด เคยสนใจเขาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ฝ่ายบริหารตัดสินใจไม่จ่ายค่าตัวตามสัญญา 25 ล้านยูโร ผลที่ตามมาคือ ไบรตัน คว้าตัวเขาไปแทน

สองปีถัดมา เชลซี ดึงตัวเขามาด้วยค่าตัวสูงถึง 65 ล้านยูโร และช่วงแรกก็ต้องยอมรับว่าเขาตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนัก แฟนบอลโห่ เสื้อกีฬาไม่ขาย นักวิเคราะห์หลายคนบอกว่าสิงห์บลูส์จ่ายแพงเกินราคาไปมาก

แต่เวลาพิสูจน์ทุกอย่าง กูกูเรย่า กัดฟันสู้ ปรับตัว และค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นผู้เล่นที่มีความสม่ำเสมอที่สุดคนหนึ่งของ เชลซี ในฤดูกาลที่เปลี่ยนโค้ชถึง 3 คน เขาลงสนาม 50 นัดในทุกรายการ ทำได้ 1 ประตูและ 4 แอสซิสต์ ข้อสำคัญกว่านั้นคือชื่อของเขาติดทีมชาติสเปนอย่างสม่ำเสมอ และมีส่วนช่วยให้สเปนคว้าแชมป์ยูโร 2024 มาครอง

นั่นคือเหตุผลที่ วันนี้ เชลซี ตั้งราคาเขาที่ 60 ล้านปอนด์ได้อย่างไม่เขินอาย


ช่องว่าง 17 ล้านปอนด์ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข

รายงานจากสื่ออังกฤษระบุชัดว่า แอตเลติโก มาดริด สนใจ กูกูเรย่า อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ลองราคา แต่ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอย่าง มาเตว อาเลมานี ส่งสัญญาณชัดว่าเขาคือเป้าหมายอันดับหนึ่งในการเสริมแนวรับฤดูกาลนี้

เหตุผลที่ตราหมีต้องการเขาโดยเฉพาะมีสองข้อหลัก ประการแรกคือ แนวรับด้านซ้ายถือเป็นจุดอ่อนของสโมสรมาหลายฤดูกาล มัตเตโอ รุจเยรี เป็นแบ็กซ้ายตัวจริงเพียงคนเดียวในทีม ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับสโมสรที่ต้องลุยหลายรายการ ประการที่สองคือ กูกูเรย่า ในฐานะชาวสเปน รู้จักลีกลาลีกา รู้จักวัฒนธรรมฟุตบอลของประเทศ และมีแรงจูงใจส่วนตัวในการกลับบ้านเกิด

แต่ตัวเลขที่ทั้งสองฝ่ายเสนอนั้นห่างกันไม่น้อย เชลซี ขอ 60 ล้านปอนด์ (ราว 69.5 ล้านยูโร) ในขณะที่ แอตเลติโก ยืนยันว่าจ่ายได้สูงสุดไม่เกิน 43 ล้านปอนด์ (ราว 50 ล้านยูโร)

ช่องว่าง 17 ล้านปอนด์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข มันสะท้อนถึงมุมมองที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ฝั่ง เชลซี มองว่าตัวเองยังได้เปรียบเพราะสัญญาของ กูกู ยังเหลืออีก 3 ปี จึงไม่มีแรงกดดันให้ต้องรีบขาย ฝั่ง แอตเลติโก มองว่าผู้เล่นที่มูลค่าตลาดในช่วงปลายปี 2568 อยู่ที่ราว 45 ล้านยูโร ไม่ควรถูกตั้งราคาสูงกว่านี้


เมื่อผู้เล่นก็อยากไป: มิติที่เชลซีต้องคำนึง

สิ่งที่ทำให้ดีลนี้ซับซ้อนขึ้นไปอีกชั้นคือ กูกูเรย่า เองก็แสดงความต้องการอย่างชัดเจนว่าอยากกลับไปเล่นในสเปน รายงานจาก เดอะ แอตเลติก ยืนยันว่าเขาพร้อมออกจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในซัมเมอร์นี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ เชลซี จบฤดูกาลในอันดับที่ 10 ของพรีเมียร์ลีก และพลาดการลงเล่นในยุโรปฤดูกาลหน้า

สำหรับผู้เล่นระดับทีมชาติสเปนที่คว้าแชมป์ยูโรมาแล้ว การไม่ได้ลงเล่นในฟุตบอลยุโรปถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบทั้งอาชีพและโอกาสติดทีมชาติในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เรื่องยังไม่จบเพราะ ซาบี อลอนโซ โค้ชคนใหม่ของ เชลซี ได้ติดต่อพูดคุยกับ กูกูเรย่า โดยตรงและต้องการเก็บเขาไว้ในแผนของทีม อลอนโซ ในฐานะชาวสเปนด้วยกัน มีน้ำหนักในการโน้มน้าวผู้เล่นพอสมควร แต่ก็ยอมรับว่ารับรู้ถึงความต้องการของผู้เล่นที่อยากย้ายทีมเช่นกัน

นี่คือสงครามสองด้านที่ต้องเดินหน้าพร้อมกัน ทีมงานของ กูกู ต้องพยายามกดดันให้ เชลซี ลดราคาลง ขณะที่ตัวผู้เล่นเองอาจต้องตัดสินใจว่าจะยอมอยู่ต่อภายใต้โปรเจกต์ใหม่ของ อลอนโซ หรือยืนกรานขอย้าย


สามเสือสเปนแย่งชิง: แอตเลติโก มีได้เปรียบเหนือใคร?

เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ แอตเลติโก มาดริด เป็นผู้เล่น บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด ก็แสดงความสนใจเช่นกัน แต่ทั้งสามมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันชัดเจน

บาร์เซโลนา มีความสัมพันธ์พิเศษกับ กูกูเรย่า เพราะเขาเคยผ่านสถาบัน ลา มาเซีย มาก่อน แต่ปัญหาคือทางการเงิน บาร์เซโลนา จำเป็นต้องขายผู้เล่นก่อนถึงจะมีงบซื้อตัวใหม่ได้ โดยกำลังพิจารณาปล่อย ฌูลส์ กูนเด หรือ อาเลฆานโดร บัลเด ออกไปก่อน ซึ่งทำให้ขั้นตอนซับซ้อนและช้ากว่า

เรอัล มาดริด แสดงความชื่นชอบแต่ยังไม่ถึงขั้นเสนอราคาอย่างจริงจัง ดูเหมือนจะเป็นแค่การจับตามองมากกว่า

แอตเลติโก มาดริด จึงมีข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือพวกเขา ไม่จำเป็นต้องรอขายผู้เล่นก่อน เงินสดพร้อมจ่าย ทำให้สามารถเดินหน้าการเจรจาได้เร็วและมั่นคงกว่าคู่แข่ง

ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอย่าง มาเตว อาเลมานี ได้ติดต่อกับ เชลซี โดยตรงแล้ว และสโมสรยืนยันว่านี่คือการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในการเสริมแนวรับฤดูกาลนี้


มิติด้านธุรกิจ: ทำไมเชลซีถึงไม่รีบขาย

หากมองจากมุมธุรกิจล้วนๆ เชลซี ไม่มีเหตุผลต้องรีบขาย กูกูเรย่า เลย

ประการแรก สัญญายังเหลือ 3 ปี ซึ่งหมายความว่าสโมสรยังกุมอำนาจต่อรองไว้เต็มมือ ต่างกับสถานการณ์ที่ผู้เล่นสัญญาเหลือ 1 ปีซึ่งทำให้ต้องรีบระบาย

ประการที่สอง โค้ชคนใหม่อย่าง ซาบี อลอนโซ ต้องการเก็บเขาไว้ นั่นแปลว่าผู้เล่นยังมีคุณค่าในแผนระยะยาวของสโมสร

ประการที่สาม หากยอมลดราคาให้ แอตเลติโก ได้ 43 ล้านปอนด์ นั่นหมายความว่า เชลซี ขายออกในราคาถูกกว่าที่ซื้อมาในปี 2565 ซึ่งในทางบัญชีและภาพลักษณ์ถือว่าไม่ดีนัก

แต่ก็มีแรงกดดันจากอีกฝั่ง กูกูเรย่า ไม่ได้ปิดบังความต้องการที่อยากกลับสเปน และผู้เล่นที่ไม่มีใจอยู่กับทีมมักทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร นั่นคือสิ่งที่ เชลซี ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี


ก้าวต่อไป: ใครจะยอมถอยก่อน?

ขั้นตอนต่อไปในดีลนี้ชัดเจน ทีมงานของ แอตเลติโก และตัวแทนของ กูกูเรย่า ต้องพยายามกดดันหรือโน้มน้าวให้ เชลซี ยอมลดราคาลงมา ไม่ว่าจะผ่านการเจรจาโดยตรง หรือผ่านการปล่อยข่าวกดดันทางสื่อ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เห็นได้บ่อยในตลาดซื้อขายนักเตะระดับสูง

คำถามที่ทุกคนรอคำตอบคือ เชลซี จะยืนกรานที่ราคา 60 ล้านปอนด์ หรือจะยอมลดลงมาหลังจากที่ อลอนโซ พิสูจน์ให้ผู้เล่นเห็นว่าโปรเจกต์ใหม่นั้นน่าสนใจพอที่จะอยู่ต่อ?

สิ่งที่แน่นอนในตอนนี้คือทั้งสองฝ่ายยังยืนกรานในจุดยืนของตัวเอง และดีลนี้มีแนวโน้มจะยืดเยื้อไปจนถึงช่วงปลายของหน้าต่างตลาดซื้อขาย ซึ่งนั่นแหละคือช่วงที่ราคามักจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


บทสรุป: กูกูเรย่า คือดีลที่ซับซ้อนกว่าที่เห็น

ดีลของ มาร์ก กูกูเรย่า ไม่ได้เป็นแค่เรื่องตัวเลข 60 ล้านปอนด์เทียบกับ 43 ล้านปอนด์ มันคือการชิงไหวชิงพริบระหว่างสองสโมสรใหญ่ที่มีเหตุผลอันหนักแน่นในการยืนหยัดจุดยืนของตัวเอง ในขณะที่ตัวผู้เล่นก็มีความต้องการส่วนตัวที่ชัดเจน

สเปนรอ กูกู อยู่ สิงห์บลูส์ก็รักษาราคาตัวเองอยู่ และตราหมีก็ไม่ได้มีเงินพอที่จะยอมทุกอย่าง

คำถามทิ้งท้ายสำหรับแฟนบอลทุกคนคือ ถ้าคุณเป็น กูกูเรย่า คุณจะเลือกอยู่กับ เชลซี ภายใต้โค้ชใหม่อย่าง ซาบี อลอนโซ หรือจะยืนกรานขอย้ายกลับบ้านเกิดสเปน แม้ว่าจะต้องรอให้ดีลสำเร็จก่อน?