ควอนซาห์ เนื้อหอมกลางบุนเดสลีกา อาร์เซน่อลยอมเสี่ยงจ่ายแพง เพื่อแผ่นเกราะที่ลิเวอร์พูลเคยปล่อยทิ้ง

ไฮไลท์เด็ดของเรื่องนี้

เปิดเกม: ตัวเลขที่ทำให้ทั้งวงการฟุตบอลอังกฤษต้องหันมามอง

ลองจินตนาการดูว่า สโมสรที่เพิ่งครองแชมป์พรีเมียร์ลีกหมาดๆ อย่าง อาร์เซน่อล กำลังยอมเปิดกระเป๋าเงินจ่ายในราคาที่ “แพงกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ” เพื่อดึงตัวนักเตะที่สโมสรคู่แข่งร่วมลีกอย่าง ลิเวอร์พูล เพิ่งปล่อยตัวออกไปเมื่อปีก่อนด้วยค่าตัวเพียง 30-35 ล้านปอนด์ นี่คือสถานการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้นกับ ยาเรลล์ ควอนซาห์ กองหลังทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี ที่วันนี้กลายเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของ มิเกล อาร์เตตา

คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรทำให้นักเตะที่เคยไม่ได้เป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูล กลายเป็นที่ต้องการตัวขนาดที่ทีมแชมป์อังกฤษต้องยอมทุ่มเงินก้อนโต แถมยังต้องฝ่าด่านสโมสรต้นสังกัดที่ “ไม่อยากขาย” ให้ได้ คำตอบของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฟอร์มการเล่นในสนามเพียงอย่างเดียว แต่ซ่อนบทเรียนเรื่องวินัย การตัดสินใจ และเกมธุรกิจลูกหนังยุคใหม่ที่คนรุ่นใหม่ควรทำความเข้าใจ

เกิดอะไรขึ้น: อาร์เซน่อลเปิดเจรจาจริง เลเวอร์คูเซ่นไม่ยอมง่ายๆ

จากรายงานของ สกาย สปอร์ตส์ สำนักข่าวกีฬาชื่อดังของอังกฤษ ระบุชัดเจนว่าอาร์เซน่อลกำลังเจรจากับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นเพื่อความเป็นไปได้ในการคว้าตัวควอนซาห์ กองหลังทีมชาติอังกฤษและอดีตนักเตะลิเวอร์พูล โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เฮดโค้ชชาวสเปนอย่างมิเกล อาร์เตตา สนใจตัวเขาเป็นพิเศษ มาจากปัญหาผู้เล่นแนวรับบาดเจ็บพร้อมกันหลายคน

สถานการณ์ปัจจุบันของอาร์เซน่อลตอนนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วงในแนวรับ เพราะทั้งจูเรียน ทิมเบอร์และวิลเลียม ซาลิบาสองเซนเตอร์แบ็กตัวหลักต่างมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ควอนซาห์กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะจุดแข็งที่สุดของเขาคือความสามารถรอบด้านที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กและแบ็กขวา ซึ่งตรงกับความต้องการของทีมในสถานการณ์ขาดแคลนตัวเลือกพอดี

อย่างไรก็ตาม เกมนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะฝั่งเลเวอร์คูเซ่นเองก็ไม่ได้อยากปล่อยตัวผู้เล่นคนสำคัญไปง่ายๆโดยมีรายงานว่าสโมสรเยอรมันไม่ต้องการขาย เนื่องจากประทับใจในผลงานที่ควอนซาห์ทำได้ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาในบุนเดสลีกา รวมถึงวุฒิภาวะในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ด้วยเหตุนี้ หากอาร์เซน่อลต้องการตัวจริงๆ คงต้องเตรียมใจจ่ายในราคาที่สูงกว่าปกติมาก

ย้อนรอยเส้นทาง: จากเด็กอะคาเดมีแอนฟิลด์ สู่นักเตะเนื้อหอมกลางเยอรมนี

หากใครยังไม่คุ้นชื่อควอนซาห์มากนัก ต้องบอกว่าเขาคือหนึ่งในผลผลิตแท้ๆ ของอะคาเดมีลิเวอร์พูล ที่เข้าร่วมทีมเยาวชนของลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ และก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการครั้งแรกในเกมพบนิวคาสเซิลเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 ช่วงเวลานั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สวยงามมาก เพราะเขาได้รับความไว้วางใจจากตำนานผู้จัดการทีมอย่างเยอร์เกน คล็อปป์ให้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในฤดูกาลเปิดตัว

แต่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เพราะเมื่อการเปลี่ยนแปลงบนม้านั่งโค้ชเกิดขึ้น และอาร์เน สลอตเข้ามารับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ โอกาสของควอนซาห์กลับลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จนต้องกลายเป็นเพียงตัวเลือกสำรองในบางช่วง จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตค้าแข้งของเขาจึงมาถึงในช่วงฤดูร้อนปี 2025 เมื่อตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะออกจากสโมสรที่เติบโตมาตั้งแต่เด็ก เพื่อไปแสวงหาโอกาสใหม่ที่บุนเดสลีกากับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

การตัดสินใจครั้งนั้นเรียกได้ว่าเป็นการพนันครั้งใหญ่ในชีวิต แต่ผลลัพธ์กลับออกมาคุ้มค่าอย่างเหลือเชื่อ เพราะตลอดฤดูกาลแรกในเยอรมนีเขาได้รับโอกาสลงเล่นมากถึง 44 นัด ซึ่งมากกว่าจำนวนนัดที่เคยได้ลงสนามในช่วงหลังๆ ที่ลิเวอร์พูลอย่างเทียบไม่ติด และที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคือเขายังยิงประตูแรกในบุนเดสลีกาได้สำเร็จ ในเกมที่เลเวอร์คูเซ่นพ่ายฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-2 พร้อมฉลองประตูด้วยการอุทิศให้ ดิโอโก้ โจต้า ภาพความรู้สึกในวันนั้นสะท้อนให้เห็นว่าแม้จะย้ายออกจากบ้านเก่า แต่หัวใจของเขายังคงผูกพันกับครอบครัวลิเวอร์พูลเสมอ

เจาะลึกมิติเทคนิค: อะไรทำให้อาร์เตต้าต้องยอมเสี่ยง

ความสามารถรอบตำแหน่งที่ตอบโจทย์ยุคฟุตบอลสมัยใหม่

ในยุคฟุตบอลปัจจุบันที่ทีมระดับท็อปต้องเผชิญกับตารางแข่งขันอันโหดหิน ทั้งพรีเมียร์ลีก แชมเปียนส์ลีก และฟุตบอลถ้วยในประเทศ นักเตะที่เล่นได้หลายตำแหน่งกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่ามหาศาล จุดแข็งที่สุดของควอนซาห์ไม่ใช่แค่ความสามารถในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กที่ถนัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงศักยภาพในการปรับตัวไปเล่นตำแหน่งแบ็กขวาได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งจุดนี้เองที่ทีมชาติอังกฤษเองก็เคยพิสูจน์มาแล้วในเวทีโลก

สถิติที่พูดแทนคำพูด

ตัวเลขทางสถิติในฤดูกาลที่ผ่านมาของเขาในบุนเดสลีกาถือว่าน่าประทับใจไม่น้อย โดยเขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่จ่ายบอลแม่นยำที่สุดอันดับ 15 ของลีก ด้วยความแม่นยำในการจ่ายบอลระหว่างเกมสูงถึง 90.07 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความมั่นคงในการครองบอลและการเล่นบอลออกจากแดนหลังที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทีมสไตล์ครองบอลอย่างอาร์เซน่อลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ทีมที่เขาสังกัดอย่างเลเวอร์คูเซ่นเอง ก็จบฤดูกาลด้วยผลงานเชิงรับที่ยอดเยี่ยมเป็นรองเพียงบาเยิร์น มิวนิค และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในแง่ของสถิติเชิงรับของทั้งลีก ซึ่งควอนซาห์เองก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยในความสำเร็จตรงนี้

จุดที่ยังต้องพัฒนา ความดุดันที่ต้องแลกกับวินัย

แน่นอนว่าไม่มีนักเตะคนไหนสมบูรณ์แบบ จุดอ่อนที่ยังต้องปรับปรุงของควอนซาห์คือเรื่องวินัยในการเข้าปะทะ เพราะตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดนใบเหลืองมากที่สุด โดยมีเพียง 5 คนเท่านั้นที่โดนใบเหลืองมากกว่าเขา และในเวทีฟุตบอลโลก 2026 ที่ผ่านมา ปัญหานี้ก็ยังตามหลอกหลอน เพราะเขาโดนพักการแข่งขัน 2 นัด จากใบแดงในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พบกับเม็กซิโก นี่คือประเด็นที่ทีมซื้ออย่างอาร์เซน่อลต้องนำมาชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะความดุดันในการเล่นเป็นดาบสองคม ใช้ได้ดีก็เป็นจุดแข็ง แต่ใช้ไม่ระวังก็อาจทำให้ทีมเสียเปรียบในจังหวะสำคัญ

มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ: บทเรียนความกล้าตัดสินใจสำหรับคนรุ่นใหม่

เรื่องราวของควอนซาห์ไม่ได้เป็นเพียงข่าวซื้อขายนักเตะธรรมดา แต่แฝงไปด้วยบทเรียนชีวิตที่คนวัยทำงานหรือคนหนุ่มสาวสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง โดยเฉพาะเรื่อง “ความกล้าที่จะออกจาก Comfort Zone” การตัดสินใจเดินออกจากสโมสรที่เติบโตมาตั้งแต่เด็ก ทั้งที่รู้ว่ามีความเสี่ยงสูงและอาจไม่ประสบความสำเร็จ คือสิ่งที่หลายคนไม่กล้าทำ แต่ควอนซาห์เลือกที่จะเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง และผลลัพธ์ที่ตามมาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าการตัดสินใจครั้งนั้นถูกต้อง

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ วุฒิภาวะในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม และสไตล์การเล่นฟุตบอลที่แตกต่างระหว่างพรีเมียร์ลีกกับบุนเดสลีกา ควอนซาห์เองเคยเปิดใจถึงประสบการณ์นี้ว่าการย้ายมาเยอรมนีทำให้เขากลับมารักฟุตบอลอีกครั้ง คำพูดสั้นๆ นี้สะท้อนภาพความสุขในการทำงานที่หายไปในช่วงที่ต้องนั่งเป็นตัวสำรอง และกลับคืนมาเมื่อได้รับโอกาสและความไว้วางใจอย่างเต็มที่

บทเรียนตรงนี้สามารถสะท้อนไปถึงชีวิตการทำงานของคนทั่วไปได้เป็นอย่างดี บางครั้งการอยู่ในองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงแต่ไม่ได้รับโอกาสแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป การกล้าเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเพื่อค้นหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่า อาจเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเติบโตในเส้นทางอาชีพ เช่นเดียวกับที่ควอนซาห์พิสูจน์ให้เห็นในสนามฟุตบอล

เกมธุรกิจลูกหนัง: ทำไมค่าตัวถึงพุ่งสูง และทิศทางตลาดนักเตะยุคดิจิทัล

สงครามราคาและอำนาจต่อรอง

หนึ่งในประเด็นที่น่าติดตามที่สุดของดีลนี้คือเรื่องตัวเลขค่าตัว เพราะเมื่อปีที่แล้วเลเวอร์คูเซ่นจ่ายเงินเพียง 30 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวควอนซาห์จากลิเวอร์พูล แต่วันนี้หากอาร์เซน่อลต้องการตัวจริงๆคาดว่าจะต้องจ่ายในราคาที่สูงกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เพราะสโมสรเยอรมันมองเห็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา

นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของเกมธุรกิจฟุตบอลยุคใหม่ ที่มูลค่านักเตะไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงหรือค่าตัวเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ผันแปรไปตามฟอร์มการเล่น สถิติที่วัดผลได้ และความต้องการของตลาดในช่วงเวลานั้นๆ ยิ่งไปกว่านั้น อำนาจต่อรองยังอยู่ในมือของเลเวอร์คูเซ่นเต็มที่ เพราะควอนซาห์ยังมีสัญญาเหลืออีกถึง 4 ปี ทำให้สโมสรเยอรมันไม่มีความจำเป็นต้องรีบขายหากไม่ได้ราคาที่พอใจ

เงื่อนไขซ่อนเร้นที่ลิเวอร์พูลยังกุมไพ่อยู่

อีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือบทบาทของลิเวอร์พูลในดีลนี้ แม้จะขายควอนซาห์ออกไปแล้ว แต่สโมสรจากแอนฟิลด์ยังคงมีเงื่อนไขซื้อคืนนักเตะฝังอยู่ในสัญญา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 59.8 ล้านปอนด์ หรือราว 70 ล้านยูโร ซึ่งหมายความว่าหากอาร์เซน่อลต้องการตัวจริงๆ ในราคาที่ต่ำกว่าเพดานนี้ ลิเวอร์พูลก็มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซงดีลได้ทันที

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความซับซ้อนของสัญญานักเตะยุคใหม่ ที่ไม่ได้จบลงแค่การขายขาดเพียงครั้งเดียว แต่ยังมีเงื่อนไขซ่อนเร้นที่ผูกมัดทั้งสามฝ่ายไว้ด้วยกัน ทั้งทีมต้นสังกัดเดิม ทีมที่ซื้อไป และทีมที่กำลังจะซื้อต่อ กลายเป็นเกมหมากรุกทางธุรกิจที่ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำด้านกฎหมายสัญญาและจังหวะเวลาที่เหมาะสม

ทิศทางอนาคตของตลาดนักเตะในยุคดิจิทัล

ปรากฏการณ์แบบนี้กำลังเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้นในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน ที่ข้อมูลสถิติเชิงลึก (Data Analytics) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการประเมินมูลค่านักเตะมากกว่าที่เคย ทีมสอดแนมของสโมสรใหญ่ๆ ในปัจจุบันไม่ได้ดูแค่ภาพรวมการเล่นเพียงอย่างเดียว แต่วิเคราะห์ตัวเลขละเอียดยิบ ตั้งแต่เปอร์เซ็นต์การจ่ายบอลสำเร็จ จำนวนการปะทะที่ชนะ ไปจนถึงพื้นที่การวิ่งคุมพื้นที่ในสนาม ซึ่งทั้งหมดนี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้สโมสรกล้าตัดสินใจทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อนักเตะที่พิสูจน์ตัวเองผ่านตัวเลขได้จริง

นอกจากนี้ กรณีของควอนซาห์ยังสะท้อนแนวโน้มสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การที่นักเตะอังกฤษเริ่มกล้าออกไปค้าแข้งในลีกต่างประเทศมากขึ้น ต่างจากในอดีตที่มักยึดติดอยู่กับพรีเมียร์ลีกเพียงอย่างเดียว แนวโน้มนี้เปิดโอกาสให้นักเตะได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย และยังช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดของตัวเองในระยะยาว เพราะเมื่อกลับมาสู่บ้านเกิดอีกครั้ง มูลค่าตัวก็มักจะพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นเดียวกับกรณีนี้

บทสรุป: เกมนี้ยังไม่จบ แต่บทเรียนชัดเจนแล้ว

ดีลระหว่างอาร์เซน่อลกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นเพื่อคว้าตัวยาเรลล์ ควอนซาห์ ยังคงอยู่ในช่วงเจรจา และยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งเรื่องราคาสุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้ บทบาทของลิเวอร์พูลที่อาจเข้ามาแทรกแซง รวมถึงการตัดสินใจสุดท้ายของตัวควอนซาห์เอง แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร เรื่องราวของนักเตะหนุ่มคนนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความกล้าตัดสินใจ ควบคู่กับวินัยในการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง สามารถเปลี่ยนสถานะจากผู้เล่นสำรองให้กลายเป็นเป้าหมายของทีมแชมป์ได้จริง

คำถามที่น่าคิดต่อคือ หากคุณเป็นควอนซาห์ ระหว่างการอยู่ในที่ที่มั่นคงแต่ไม่มีโอกาสเติบโต กับการเสี่ยงออกไปหาพื้นที่ใหม่ที่อาจล้มเหลวหรือสำเร็จ คุณจะเลือกทางไหน

สรุปประเด็นสำคัญ • อาร์เซน่อลเปิดเจรจากับเลเวอร์คูเซ่นเพื่อคว้าตัวยาเรลล์ ควอนซาห์ เสริมแนวรับหลังทิมเบอร์และซาลิบาบาดเจ็บ • เลเวอร์คูเซ่นไม่อยากขาย และต้องการราคาสูงกว่าที่จ่ายให้ลิเวอร์พูลเมื่อปีก่อนอย่างมาก • ควอนซาห์ทำผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกที่เยอรมนี ทั้งความแม่นยำในการจ่ายบอลและการลงเล่นสม่ำเสมอ • ลิเวอร์พูลยังถือเงื่อนไขซื้อคืนนักเตะมูลค่าราว 59.8 ล้านปอนด์ ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางดีล • เรื่องราวนี้สะท้อนบทเรียนเรื่องความกล้าตัดสินใจและการพัฒนาตัวเองในเส้นทางอาชีพ

คำถามที่พบบ่อย

Q: ยาเรลล์ ควอนซาห์ เล่นตำแหน่งอะไร A: เขาเล่นได้ทั้งเซนเตอร์แบ็กและแบ็กขวา ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้หลายทีมสนใจตัวเขา

Q: อาร์เซน่อลต้องการเซ็นควอนซาห์เพราะอะไร A: เพราะทีมขาดแคลนกองหลังหลังจากจูเรียน ทิมเบอร์ และวิลเลียม ซาลิบา บาดเจ็บพร้อมกัน

Q: เลเวอร์คูเซ่นซื้อควอนซาห์มาจากลิเวอร์พูลด้วยราคาเท่าไหร่ A: เลเวอร์คูเซ่นจ่ายราว 30-35 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวควอนซาห์จากลิเวอร์พูลเมื่อฤดูร้อนปี 2025

Q: ทำไมอาร์เซน่อลต้องจ่ายแพงกว่าราคาที่เลเวอร์คูเซ่นเคยซื้อมา A: เพราะควอนซาห์ทำฟอร์มได้ดีมากในฤดูกาลแรกที่บุนเดสลีกา ทำให้มูลค่าตลาดของเขาสูงขึ้น และเลเวอร์คูเซ่นก็ไม่อยากปล่อยตัวง่ายๆ

Q: ลิเวอร์พูลมีสิทธิ์ซื้อควอนซาห์คืนหรือไม่ A: มี ลิเวอร์พูลมีเงื่อนไขซื้อคืนนักเตะฝังอยู่ในสัญญา มูลค่าประมาณ 59.8 ล้านปอนด์

Q: ควอนซาห์เคยติดทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่ A: เคย เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลก 2026 และลงเล่นให้ทีมชาติ 3 นัดในทัวร์นาเมนต์นี้

Q: ทำไมควอนซาห์ถึงโดนใบแดงในฟุตบอลโลก A: เขาโดนใบแดงในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พบกับเม็กซิโก ส่งผลให้ต้องพักการแข่งขัน 2 นัด

Q: ควอนซาห์ออกจากลิเวอร์พูลตั้งแต่เมื่อไหร่ A: เขาตัดสินใจย้ายออกจากลิเวอร์พูลไปเลเวอร์คูเซ่นในช่วงฤดูร้อนปี 2025

Q: ควอนซาห์ลงเล่นให้เลเวอร์คูเซ่นกี่นัดในฤดูกาลแรก A: เขาได้ลงเล่นทั้งหมด 44 นัดในทุกรายการตลอดฤดูกาลแรกที่เยอรมนี

Q: ควอนซาห์มีสัญญากับเลเวอร์คูเซ่นอีกกี่ปี A: เขายังมีสัญญาผูกพันกับเลเวอร์คูเซ่นอีก 4 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้สโมสรเยอรมันมีอำนาจต่อรองสูง

Q: นอกจากควอนซาห์ อาร์เซน่อลสนใจกองหลังคนอื่นด้วยหรือไม่ A: มีรายงานว่าอาร์เซน่อลยังให้ความสนใจเอซรี คอนซา กองหลังของแอสตัน วิลล่า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเสริมทัพ

Q: ควอนซาห์เคยเล่นให้ลิเวอร์พูลกี่นัด A: ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับลิเวอร์พูล เขามีผลงานโดดเด่นในฤดูกาลเปิดตัวภายใต้เยอร์เกน คล็อปป์ ก่อนโอกาสลงเล่นจะลดลงในยุคของอาร์เน สลอต