[ชมไฮไลท์] “บาเยิร์น” เฉือนชนะ “สตุ๊ตการ์ท” 2-1 คว้าแชมป์เยอรมัน ซูเปอร์คัพ 2025 สมัยที่ 11

สนามเอ็มเอชพี อารีน่า ประเทศเยอรมนี กลายเป็นสักขีพยานในคืนประวัติศาสตร์ของฟุตบอลเยอรมัน เมื่อบาเยิร์น มิวนิค ต่อสู้สุดชีวิตเอาชนะสตุ๊ตการ์ท 2-1 ในศึกเยอรมัน ซูเปอร์คัพ 2025-26 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 พร้อมจารึกประวัติศาสตร์แชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 11 ในประวัติศาสตร์สโมสร

การแข่งขันในครั้งนี้เป็นการเผชิญหน้าระหว่างแชมป์บุนเดสลีกา 2024-25 อย่างบาเยิร์น มิวนิค กับแชมป์ดีเอฟเบ โพคาล (ถ้วยเยอรมัน) อย่างสตุ๊ตการ์ท ซึ่งถือเป็นการเปิดฉากฤดูกาลใหม่ของฟุตบอลเยอรมันอย่างเป็นทางการ

เกมเปิดสุดมันส์ แฮร์รี่ เคน ซัดนำก่อน

การแข่งขันเริ่มต้นด้วยความตึงเครียดสูงสุด เมื่อทั้งสองทีมออกมาเล่นกันอย่างไม่ยั้ง สตุ๊ตการ์ท ในฐานะทีมรองที่มีแรงบันดาลใจจากการคว้าแชมป์ดีเอฟเบ โพคาล ออกมาเล่นได้อย่างน่าประทับใจ พยายามกดดันบาเยิร์นตั้งแต่นาทีแรก

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์และคุณภาพของผู้เล่นบาเยิร์นก็เริ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจน นาทีที่ 18 จังหวะสำคัญเกิดขึ้น เมื่อแนวรับของสตุ๊ตการ์ทเกิดผิดพลาดในการเคลียร์บอล ทำให้บอลกลิ้งไปตกอยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงอันตราย

แฮร์รี่ เคน กองหน้าตัวเก่งของอังกฤษ ไม่พลาดโอกาสทองคำนี้ เขารับบอลและล้มตัวยิงด้วยขาขวาจากบริเวณเส้น 18 หลา ลูกบอลพุ่งเข้าประตูอย่างสวยงาม ผ่านมือของผู้รักษาประตูสตุ๊ตการ์ทเข้าไปติดตาข่าย บาเยิร์นขึ้นนำ 1-0

ประตูนี้เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ที่สุดยอดสำหรับเคน ซึ่งในฤดูกาลที่แล้วเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น กลายเป็นหนึ่งในกองหน้าคุณภาพสูงที่สุดในยุโรป การทำประตูในเกมแรกของฤดูกาลแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเขาที่จะทำหน้าที่เป็นหัวหอกของทีมต่อไป

ครึ่งแรกสุดมันส์ การต่อสู้ไม่หยุดนิ่ง

หลังจากตกเบื้องหลัง สตุ๊ตการ์ทไม่ได้ยอมแพ้ พวกเขาปรับแผนการเล่นและออกมากดดันบาเยิร์นอย่างหนัก ความสามารถของผู้เล่นอย่าง เดนิส อุนดาฟ และ คริส ฟือริช เริ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจน พวกเขาสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนผลบอลได้

บาเยิร์น มิวนิค แม้จะขึ้นนำ แต่ก็ไม่ได้นั่งเก้าอี้ยาว พวกเขายังคงสร้างการเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากจุดแข็งของแนวกลางและการเล่นแบบ Possession ที่เป็นเอกลักษณ์ของทีม

นาทีที่ 25 บาเยิร์นเกือบได้ประตูที่สองจากลูกยิงระยะไกลของ ยาโซ่ คิมมิช แต่บอลพุ่งเฉียดเสาประตูไป ส่วนนาทีที่ 33 สตุ๊ตการ์ทก็มีโอกาสดีจากลูกเตะมุมที่เกือบจะเสมอกัน แต่บอลไปโดนคาน

ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ บาเยิร์น มิวนิค นำ สตุ๊ตการ์ท 1-0 แต่การแข่งขันยังคงตึงเครียดและเปิดกว้างมาก ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสทำประตู แสดงให้เห็นถึงคุณภาพการเล่นที่สูงของทั้งสองฝ่าย

หลุยส์ ดีอาซ เดบิวต์ประตูแรก สร้างชื่อในเกมใหญ่

ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น ทั้งสองทีมปรับเปลี่ยนแผนการเล่นและออกมาต่อสู้กันอย่างดุเดือดยิ่งขึ้น สตุ๊ตการ์ทเพิ่มแรงกดดันในการหาประตูเสมอ ในขณะที่บาเยิร์นพยายามเก็บผลงานให้ได้และมองหาโอกาสที่จะทำประตูเพิ่ม

ตลอดช่วงต้นครึ่งหลัง การแข่งขันมีความดุเดือดมาก ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสทำประตู โดยเฉพาะสตุ๊ตการ์ทที่เล่นได้อย่างกล้าหาญและสร้างปัญหาให้กับแนวรับบาเยิร์นได้หลายครั้ง

แต่จังหวะสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 77 ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนของการแข่งขัน แซร์ช นาบรี้ ผู้เล่นมากประสบการณ์ของบาเยิร์น เปิดบอลครอสจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษด้วยความแม่นยำสูง

บอลที่บินเข้ามาในเขตโทษเป็นโอกาสทองสำหรับ หลุยส์ ดีอาซ กองหน้าหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาจากลิเวอร์พูล เขาไม่พลาดโอกาสนี้ เทกตัวขึ้นไปโหม่งบอลด้วยความแรงเต็มที่ ลูกบอลพุ่งเข้าประตูอย่างแรงและสวยงาม ผู้รักษาประตูสตุ๊ตการ์ทไม่มีทางเอื้อมไปถึง

ประตูนี้เป็นประตูแรกของดีอาซในเสื้อบาเยิร์น มิวนิค และเป็นการเดบิวต์ที่สมบูรณ์แบบในเกมใหญ่เช่นนี้ การทำประตูในครั้งแรกให้กับทีมใหม่ในศึกซูเปอร์คัพแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความมั่นใจของเขา บาเยิร์นขึ้นนำ 2-0 และดูเหมือนจะควบคุมเกมได้แล้ว

ช่วงท้ายเกมสุดระทึก สตุ๊ตการ์ทไล่ตีเสมอเกือบสำเร็จ

แม้จะตกเบื้องหลัง 2 ประตู แต่สตุ๊ตการ์ทไม่ได้ยอมแพ้ พวกเขาออกมาเล่นกันแบบหมดตัว เปลี่ยนแผนการเล่นให้มีการโจมตีมากขึ้น โดยส่งผู้เล่นขึ้นไปหาประตูเกือบทั้งทีม

ความพยายามของสตุ๊ตการ์ทในช่วงท้ายเกมเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม พวกเขาใช้ทุกวิถีทางในการหาประตู ไม่ว่าจะเป็นการส่งบอลข้างข้าง การยิงระยะไกล หรือการส่งบอลเข้าเขตโทษด้วยลูกยาว

ในนาทีที่ 85 สตุ๊ตการ์ทเกือบได้ประตูจากลูกยิงของ อุนดาฟ แต่บอลพุ่งเฉียดเสาประตูไป หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็มีโอกาสดีอีกจากลูกเตะมุม แต่ก็ไม่สามารถใส่ประตูได้

แต่แล้วจังหวะมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาพิเศษ นาทีที่ 90+3 สตุ๊ตการ์ทได้ลูกทุ่มไกลจากฝั่งซ้าย บอลที่ส่งเข้าเขตโทษไปถูกผู้เล่นโหม่งชงต่อ และตกไปยัง เจมี่ เลเวลิ่ง กองหน้าของทีม

เลเวลิ่งไม่พลาดโอกาสนี้ เขาโขกบอลเข้าประตูอย่างสวยงาม ทำให้สตุ๊ตการ์ทตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 สนามระเบิด ผู้เล่นและแฟนบอลสตุ๊ตการ์ทเฮลั่น เพราะเห็นแสงแห่งความหวังในการไล่เสมอเกม

ประตูนี้ทำให้บรรยากาศของเกมเปลี่ยนไปทันที บาเยิร์นที่ดูเหมือนจะคุมเกมได้แล้วต้องกลับมาตื่นตัว ส่วนสตุ๊ตการ์ทก็มีกำลังใจในการดิ้นรนหาประตูเสมอในช่วงเวลาที่เหลือ

บาเยิร์นรักษาแชมป์ได้สำเร็จ สร้างสถิติประวัติศาสตร์

แม้ว่าสตุ๊ตการ์ทจะพยายามหาประตูเสมอในนาทีสุดท้าย แต่เวลาที่เหลือก็ไม่เพียงพอ นักเตะบาเยิร์นใช้ประสบการณ์ในการคุมเกมและเก็บผลงานไว้ได้สำเร็จ

เมื่อนักเตะแสดงหวีดสิ้นสุดเกม สนามเอ็มเอชพี อารีน่าดังก้องไปด้วยเสียงเชียร์จากแฟนบอลบาเยิร์น การชนะ 2-1 ในเกมที่สุดระทึกนี้ทำให้บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์เยอรมัน ซูเปอร์คัพ 2025 ไปครอง

ชัยชนะนี้มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับบาเยิร์น มิวนิค เพราะเป็นการจารึกสถิติแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 11 ในประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งยิ่งยืนยันถึงความยิ่งใหญ่และความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของสโมสรแห่งนี้

เยอรมัน ซูเปอร์คัพเป็นรายการที่บาเยิร์นมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน พวกเขาเคยคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้วหลายครั้ง และการชนะในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับทีมในการเตรียมพร้อมสำหรับศึกบุนเดสลีกาฤดูกาลใหม่

ดีอาซ กับการเริ่มต้นใหม่ที่สมบูรณ์แบบ

สำหรับ หลุยส์ ดีอาซ การทำประตูในเกมนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบในบาเยิร์น มิวนิค หลังจากย้ายมาจากลิเวอร์พูลในช่วงรับโอนฤดูร้อน การปรับตัวเข้ากับทีมและลีกใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะเป็นส่วนสำคัญของทีม

ดีอาซ เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถหลากหลาย สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรุก ทั้งกองหน้า และปีกซ้าย ความเร็วและเทคนิคการเล่นของเขาเข้ากับสไตล์การเล่นของบาเยิร์นได้เป็นอย่างดี

การทำประตูในเกมแรกแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความพร้อมของเขา ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแฟนบอลบาเยิร์นที่คาดหวังให้เขาเป็นหนึ่งในตัวเก็งของทีมในฤดูกาลนี้

ประสบการณ์จากการเล่นในพรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูลช่วยให้ดีอาซมีความพร้อมในการเล่นฟุตบอลระดับสูง การย้ายมาเล่นในบุนเดสลีกาจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา

บทเรียนสำคัญและการเตรียมพร้อมสู่ฤดูกาลใหม่

การแข่งขันในครั้งนี้ให้บทเรียนสำคัญกับทั้งสองทีม สำหรับบาเยิร์น มิวนิค แม้จะชนะ แต่ก็เห็นได้ชัดว่ายังมีจุดที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาสกอร์ ช่วงท้ายเกมที่เกือบพลาดชัยชนะแสดงให้เห็นว่าทีมยังต้องเสริมความมั่นคงในการป้องกัน

ส่วนสตุ๊ตการ์ท แม้จะแพ้ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณการต่อสู้ที่น่าชื่นชม การไม่ยอมแพ้และการดิ้นรนจนนาทีสุดท้ายเป็นสิ่งที่แฟนบอลชื่นชอบ หากพวกเขาสามารถรักษาทัศนคติและจิตวิญญาณแบบนี้ไว้ได้ตลอดฤดูกาล น่าจะประสบความสำเร็จในการแข่งขันอื่นๆ

การแข่งขันในครั้งนี้ยังเป็นการทดสอบความพร้อมของผู้เล่นใหม่ในทั้งสองทีม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นใหม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้ดี โดยเฉพาะดีอาซที่แสดงฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ

มองไปสู่ฤดูกาลใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

ชัยชนะในเยอรมัน ซูเปอร์คัพครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ที่ดีสำหรับบาเยิร์น มิวนิค พวกเขามีความมั่นใจและโมเมนตัมที่ดีในการเข้าสู่การแข่งขันบุนเดสลีกา ซึ่งจะเริ่มต้นในสัปดาห์หน้า

ความสำเร็จในการคว้าแชมป์รายการแรกของฤดูกาลจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งทีมและแฟนบอล การมีผู้เล่นใหม่อย่างดีอาซที่สามารถทำประตูได้ตั้งแต่เกมแรกแสดงให้เห็นถึงความลึกและคุณภาพของทีม

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลที่ยาวนานยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย บาเยิร์นจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดในบุนเดสลีกา รวมถึงการแข่งขันในระดับยุโรปอย่างแชมเปียนส์ลีก

สำหรับสตุ๊ตการ์ท แม้จะแพ้ในเกมนี้ แต่ก็ได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดี การสามารถต่อสู้กับทีมระดับท็อปอย่างบาเยิร์นได้อย่างเสมอหน้าแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีม

การแข่งขันเยอรมัน ซูเปอร์คัพ 2025 ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันเพื่อคว้าแชมป์ แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับฤดูกาลใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความท้าทาย สำหรับบาเยิร์น มิวนิค ชัยชนะครั้งนี้เป็นก้าวแรกในการมุ่งสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า ในขณะที่สตุ๊ตการ์ทก็ได้บทเรียนและประสบการณ์ที่จะนำไปพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต