ในการเคลื่อนไหวที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลทั่วยุโรป แอธเลติก บิลเบา สโมสรฟุตบอลชื่อดังแห่งแคว้นบาสก์ประกาศยืนยันการคว้าตัว อายเมอริค ลาปอร์ต้า กองหลังชาวสเปนวัย 30 ปี กลับมาร่วมงานอีกครั้งจากสโมสร อัล นาสเซอร์ ในซาอุดีอาระเบีย ด้วยสัญญายาว 3 ปี ในการกลับมาที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความทรงจำดีๆ
เส้นทางการย้ายทีมที่เต็มไปด้วยอุปสรรค
การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นเหมือนที่หลายคนคาดหวัง เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ลาปอร์ต้าเคยพยายามย้ายทีมกลับมายังยุโรปแล้ว แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาทางเอกสารที่ทำให้แผนการย้ายทีมพังทลายลง
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ปฏิเสธเอกสารการย้ายทีมในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ ทำให้ลาปอร์ต้าติดอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เนื่องจากเวลาในการทำธุรกรรมตลาดนักเตะได้ปิดลงไปแล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาการซื้อขายนักเตะในฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่าย ในที่สุดแอธเลติก บิลเบาก็สามารถดำเนินการเจรจาและทำข้อตกลงกับอัล นาสเซอร์ได้สำเร็จ โดยได้รับอนุมัติจากฟีฟ่าให้สามารถทำการย้ายทีมได้ในช่วงเวลาพิเศษ เมื่อวันที่ 11 กันยายน
การกลับสู่บ้านเก่าหลังจากห่างหายไป 6 ปี
สำหรับลาปอร์ต้า การย้ายทีมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นการ “กลับบ้าน” อย่างแท้จริง เนื่องจากเขาเคยร่วมงานกับแอธเลติก บิลเบาในช่วงปี 2012-2018 เป็นระยะเวลา 6 ปีเต็ม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาได้พัฒนาทักษะและโด่งดังในฐานะกองหลังตัวเก่งของยุโรป
ในระหว่างที่อยู่กับบิลเบา ลาปอร์ต้าได้แสดงผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่จับตามองของสโมสรใหญ่ๆ ทั่วยุโรป ด้วยความสามารถในการอ่านเกม การออกบอล และความแข็งแกร่งทางอากาศ ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่มีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดนักเตะ
แอธเลติก บิลเบา ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กันยายน ยืนยันว่าการเจรจากับลาปอร์ต้าได้สำเร็จลุล่วงแล้ว และทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำสัญญากันเป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะทำให้เขาอยู่กับทีมจนถึงปี 2571
จากความสำเร็จที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สู่การผจญภัยในซาอุดีอาระเบีย
หลังจากออกจากบิลเบาในปี 2018 ลาปอร์ต้าได้ย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขา ในช่วงเวลา 5 ปีที่อยู่กับ “เรือใบสีฟ้า” เขาได้สร้างผลงานที่น่าประทับใจอย่างมาก
ระหว่างปี 2018-2023 ลาปอร์ต้าได้คว้าแชมป์รวมทั้งสิ้น 13 รายการ กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งรวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก หลายสมัย แชมป์เอฟเอ คัป แชมป์ลีก คัป และแชมป์คอมมิวนิตี้ ชีลด์ การสร้างสถิติที่น่าทึ่งนี้ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ในปี 2023 ลาปอร์ต้าได้ตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศการเล่นฟุตบอล โดยย้ายไปร่วมทีม อัล นาสเซอร์ ในซาอุดี โปรลีก ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในช่วงที่ลีกดังกล่าวกำลังขยายตัวและดึงดูดนักเตะดาวดังจากยุโรปเป็นจำนวนมาก
สองปีในซาอุฯ ที่ไม่ได้แชมป์ใดๆ
การผจญภัยในซาอุดีอาระเบียของลาปอร์ต้าไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง ในระหว่าง 2 ปีที่เขาอยู่กับอัล นาสเซอร์ ทีมไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดๆ ได้เลย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างจากช่วงเวลาที่เขาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างสิ้นเชิง
ซาอุดี โปรลีก ในช่วงที่ลาปอร์ต้าเล่นอยู่นั้น มีการแข่งขันที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะจาก อัล อิตติหาด และ อัล ฮิลาล ที่เป็นทีมเก่งแกร่งและมีความลึกในตัวนักเตะ ทำให้อัล นาสเซอร์ไม่สามารถสร้างความเหนือกว่าได้ แม้ว่าจะมีนักเตะดาวดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นจุดเด่นของทีมก็ตาม
การที่ไม่ได้แชมป์ในช่วง 2 ปีนี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลาปอร์ต้าตัดสินใจกลับมาเล่นในยุโรปอีกครั้ง เพื่อค้นหาความสำเร็จที่เขาเคยมีในอดีต
ความหมายของการกลับมาต่อแอธเลติก บิลเบา
สำหรับแอธเลติก บิลเบา การได้ลาปอร์ต้ากลับมาร่วมทีมอีกครั้งถือเป็นข่าวดีอย่างมาก เนื่องจากสโมสรกำลังต้องการกำลังคนในแนวรับที่มีประสบการณ์และความสามารถในระดับสูง
นโยบายการคัดเลือกนักเตะ ของแอธเลติก บิลเบาที่มีความเป็นเอกลักษณ์ คือการใช้เฉพาะนักเตะที่มีต้นกำเนิดจากแคว้นบาสก์เท่านั้น ทำให้การหานักเตะคุณภาพมาเสริมทีมเป็นเรื่องที่ท้าทายเสมอ การที่ลาปอร์ต้าเป็นคนบาสก์และมีประสบการณ์ระดับโลกจึงเป็นโอกาสทองที่สโมสรไม่ควรพลาด
ในฤดูกาล 2567-68 แอธเลติก บิลเบากำลังตั้งเป้าหมายที่จะแข่งขันในทุกรายการอย่างจริงจัง ทั้งในลาลีกา สเปน และการแข่งขันในยุโรป การมีลาปอร์ต้าเป็นแกนหลักในแนวรับจะช่วยให้ทีมมีความมั่นคงมากขึ้นและสามารถแข่งขันได้ในระดับสูง
ความคาดหวังจากแฟนบอลและสื่อมวลชน
การกลับมาของลาปอร์ต้าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก แฟนบอลแอธเลติก บิลเบา ที่ยังคงจดจำผลงานดีๆ ของเขาในอดีต หลายคนแสดงความตื่นเต้นผ่านสื่อสังคมออนไลน์และคาดหวังว่าเขาจะสามารถนำประสบการณ์จากการเล่นในระดับสูงมาช่วยทีมได้
สื่อมวลชนสเปน ให้ความสนใจการย้ายทีมครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการที่เขาเลือกที่จะกลับมาเล่นในลาลีกาแทนที่จะอยู่ต่อในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่านักเตะสเปนยังคงให้ความสำคัญกับการเล่นในลีกบ้านเกิด
นักวิเคราะห์ฟุตบอลหลายคนมองว่า ลาปอร์ต้าจะสามารถปรับตัวกลับมาเล่นในลาลีกาได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเขามีประสบการณ์การเล่นในลีกนี้มาก่อน และยังคงมีร่างกายที่แข็งแรงเพียงพอสำหรับการแข่งขันในระดับสูง
ผลกระทบต่อตลาดนักเตะและทีมชาติสเปน
การย้ายทีมของลาปอร์ต้าอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการได้รับเรียกตัวเข้าทีมชาติสเปนอีกครั้ง เนื่องจาก หลุยส์ เดอ ลา ฟวนเต้ กุนซือทีมชาติสเปน มักจะให้ความสำคัญกับนักเตะที่เล่นในลีกยุโรปมากกว่านักเตะที่เล่นในลีกอื่นๆ
หากลาปอร์ต้าสามารถแสดงฟอร์มที่ดีกับแอธเลติก บิลเบาได้ เขาอาจมีโอกาสได้กลับเข้าสู่ทีมชาติสเปนอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเตรียมทีมสำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
แผนการและเป้าหมายในอนาคต
ด้วยสัญญา 3 ปี ลาปอร์ต้าจะอยู่กับแอธเลติก บิลเบาจนถึงอายุ 33 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขายังคงสามารถเล่นได้ในระดับสูง การที่เขากลับมาเล่นในลีกที่เขาคุ้นเคยจะช่วยให้การปรับตัวเป็นไปได้อย่างราบรื่น
แอธเลติก บิลเบา มีแผนที่จะใช้ลาปอร์ต้าเป็นแกนหลักในการสร้างแนวรับที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งเป็นผู้นำในห้องแต่งตัวด้วยประสบการณ์อันยาวนานของเขา สโมสรคาดหวังว่าเขาจะสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักเตะรุ่นใหม่และช่วยยกระดับการเล่นของทีมโดยรวม
สำหรับลาปอร์ต้าเอง เป้าหมายหลักคือการคว้าแชมป์กับแอธเลติก บิลเบาอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการปิดท้ายอาชีพนักเตะของเขาได้อย่างสวยงาม หลังจากไม่ได้แชมป์มา 2 ปีในซาอุดีอาระเบีย
บทสรุป
การกลับมาของอายเมอริค ลาปอร์ต้าสู่แอธเลติก บิลเบาเป็นข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการฟุตบอลสเปนและยุโรป แม้ว่าการย้ายทีมจะเผชิญกับอุปสรรคทางเอกสารในช่วงแรก แต่ในที่สุดก็สามารถดำเนินการได้สำเร็จ
ด้วยประสบการณ์อันยาวนานและความสำเร็จที่เคยสร้างไว้ ลาปอร์ต้าจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยให้แอธเลติก บิลเบาสามารถแข่งขันได้ในทุกรายการอย่างเต็มที่ การลงสัญญา 3 ปีแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างผลงานที่ดีในอนาคต
สำหรับแฟนบอลแอธเลติก บิลเบา การได้เห็นลาปอร์ต้ากลับมาสวมเสื้อของทีมอีกครั้งเป็นเหมือนการได้พบเจอเพื่อนเก่าที่ห่างหายไปนาน และทุกคนต่างตั้งตารอที่จะเห็นผลงานของเขาในฤดูกาลนี้