ศึกราชินีมวยไทยครั้งประวัติศาสตร์! “แจ็กกี บุนตัน” พร้อมปะทะ “สเตลลา เฮเมตซ์เบอร์เกอร์” เพื่อเข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวต

วงการมวยไทยระดับโลกกำลังจะได้เฝ้าชมศึกที่น่าตื่นเต้นที่สุดแห่งปี เมื่อ “แจ็กกี บุนตัน” นักสู้สาวเก่งจากสหรัฐอเมริกา จะเปิดศึกกับ “สเตลลา เฮเมตซ์เบอร์เกอร์” จอมบู๊สาวจากออสเตรีย ในการชิงแชมป์โลก ONE Championship มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ปอนด์) ในศึก ONE Fight Night 35: Jackie vs Stella ที่จะจัดขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 เวลา 08:00 น. ตามเวลาไทย

การแข่งขันครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการชิงเข็มขัดแชมป์ที่ว่างมาเป็นระยะเวลานาน หลังจากเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความขมขื่นในอดีต ซึ่งทำให้ตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นนี้ไม่มีเจ้าของมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะมีราชินีคนใหม่ขึ้นมาครองบัลลังก์ที่เปี่ยมด้วยเกียรติยศแห่งนี้

ประวัติศาสตร์อันขมขื่นของบัลลังก์ราชินี

เส้นทางของเข็มขัดแชมป์โลก ONE Championship มวยไทย รุ่นสตรอว์เวตหญิง เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2565 ในศึก ONE 156 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2565 โดยมี “แจ็กกี บุนตัน” ซึ่งในขณะนั้นยังคงสถิติไร้พ่าย 3 ไฟต์รวดใน ONE Championship ได้โอกาสขึ้นชิงบัลลังก์กับ “สมิลลา ซันเดลล์” นักสू้สาวจากสวีเดนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการมวยไทยสากล

การต่อสู้ในคืนนั้นเป็นหนึ่งในไฟต์ที่น่าติดตามที่สุด โดยทั้งสองนักสู้ได้แลกกันอย่างดุเดือดและสุดฝีมือตลอด 5 ยกเต็ม แต่ในท้ายที่สุด “แจ็กกี” กลับเป็นฝ่ายพ่ายคะแนนเอกฉันท์ต่อ “สมิลลา” ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกและครั้งเดียวในอาชีพบนเวที ONE Championship ของเธอ จากการขึ้นชิงทั้งหมด 8 ไฟต์จนถึงปัจจุบัน

หลังจากการเสียสละของ “แจ็กกี” ในครั้งแรก “สมิลลา ซันเดลล์” ได้ขึ้นครองบัลลังก์ราชินีมวยไทย รุ่นสตรอว์เวต และมีการป้องกันตำแหน่งหลายครั้ง รวมถึงการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับเก่งกาจหลายรายที่พยายามจะมาแย่งชิงเข็มขัดจากมือของเธอ

การท้าทายข้ามรุ่นของ “อัลลิเซีย”

หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดของประวัติศาสตร์เข็มขัดรุ่นนี้ เกิดขึ้นเมื่อ “อัลลิเซีย เฮลเลน รอดริเกส” ราชินีมวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ปอนด์) ตัดสินใจปีนเวตขึ้นมาท้าทายในรุ่นที่ใหญ่กว่า เพื่อไล่ล่าความฝันในการครองเข็มขัดแชมป์โลกสองรุ่นพร้อมกัน ในศึก ONE Fight Night 14 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2566

การต่อสู้ระหว่าง “อัลลิเซีย” กับ “สมิลลา” ได้รับความสนใจจากแฟนมวยทั่วโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการปะทะกันระหว่างแชมป์โลกสองรุ่นที่มีความสามารถเป็นเลิศ แม้ว่า “อัลลิเซีย” จะแสดงฝีมือที่ยอดเยี่ยมและสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม แต่ในท้ายที่สุดเธอก็เป็นฝ่ายพ่ายคะแนนเอกฉันท์ ทำให้ “สมิลลา” ยังคงครองเข็มขัดแชมป์โลกมวยไทย รุ่นสตรอว์เวตไว้ได้สำเร็จ

เหตุการณ์ช็อกโลกที่ทำให้เข็มขัดหล่นบนตาชั่ง

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของบัลลังก์รุ่นนี้กลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและเป็นที่ตกใจของวงการมวยไทยทั้งโลก เมื่อในศึก ONE Fight Night 22 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 “สมิลลา ซันเดลล์” ซึ่งในขณะนั้นยังคงเป็นแชมป์โลก กลับชั่งน้ำหนักไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดโดย ONE Championship ก่อนการป้องกันตำแหน่งกับ “นาตาเลีย ดิอาชโควา” นักสู้สาวจากรัสเซีย

เหตุการณ์นี้ถือเป็นความช็อกครั้งใหญ่ เนื่องจากตามกฎระเบียบของ ONE Championship หากแชมป์โลกชั่งน้ำหนักไม่ผ่าน เข็มขัดจะถูกถอดออกทันทีและผู้ท้าชิงจะมีสิทธิ์ครองเข็มขัดหากชนะการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่า “นาตาเลีย” จะมีสิทธิ์ครองเข็มขัดแต่เพียงผู้เดียวในไฟต์นั้น แต่เธอกลับพ่ายทีเคโอในยกที่ 2 ทำให้ตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวตกลายเป็น “แชมป์ว่าง” และไร้เจ้าบัลลังก์มาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

การกลับมาของ “แจ็กกี บุนตัน”

หลังจากความพ่ายแพ้ในการชิงแชมป์ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว “แจ็กกี บุนตัน” ไม่ได้ย่อท้อหรือล้มเลิกความฝันในการขึ้นครองบัลลังก์ราชินีมวยไทย แต่กลับใช้เวลาในการพัฒนาฝีมือและเรียกฟอร์มการแข่งขันกลับมาอย่างแข็งแกร่ง

การเดินทางกลับสู่จุดสูงสุดของ “แจ็กกี” เริ่มต้นจากการกลับมาแข่งขันในกติกามวยไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเธอสามารถเอาชนะคู่แข่งระดับเก่งกาจติดต่อกัน 3 รายด้วยฝีมือที่ยอดเยี่ยม ได้แก่ การชนะคะแนน “แอมเบอร์ คิตเชน” นักสู้สาวที่มีชื่อเสียงในวงการ ตามด้วยการชนะทีเคโอ “ไดแอนดรา มาร์ติน” อย่างสวยงาม และการชนะคะแนน “มาร์ทีน มิคิเลตโต” ด้วยการแสดงที่น่าประทับใจ

ชัยชนะ 3 รายซ้อนในกติกามวยไทยทำให้ “แจ็กกี” ได้รับความเชื่อมั่นและกลับมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของการจัดอันดับนักสู้รุ่นสตรอว์เวต แต่เธอไม่พอใจแค่เพียงเท่านี้ เธอตัดสินใจข้ามสายไปทดสอบความสามารถในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญและเสี่ยงอันตรายต่ออาชีพของเธอ

การทำประวัติศาสตร์ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง

การตัดสินใจข้ามสายของ “แจ็กกี” ได้รับการสนับสนุนจาก ONE Championship ด้วยการจัดไฟต์ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต โดยเธอได้โอกาสเผชิญหน้ากับ “อนิสสา เม็กเซน” ตัวแม่แห่งวงการคิกบ็อกซิ่งระดับโลกที่มีประสบการณ์และชื่อเสียงมากมาย

ก่อนการแข่งขันในศึก ONE 169 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 นักวิเคราะห์และแฟนมวยส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า “อนิสสา” ซึ่งมีประสบการณ์ในกติกาคิกบ็อกซิ่งมากกว่า น่าจะมีความได้เปรียบเหนือ “แจ็กกี” ที่เป็นนักมวยไทยโดยต้นตำรับ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาตรงข้ามกับการคาดการณ์ของทุกคน

“แจ็กกี” แสดงฝีมือที่ยอดเยี่ยมและปรับตัวเข้ากับกติกาคิกบ็อกซิ่งได้อย่างน่าทึ่ง เธอสามารถควบคุมจังหวะการต่อสู้และใช้เทคนิคมวยไทยที่ได้รับการปรับปรุงให้เข้ากับกติกาคิกบ็อกซิ่งได้อย่างเชี่ยวชาญ ในท้ายที่สุดเธอคว้าชัยชนะเหนือ “อนิสสา” ไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ ทำให้เธอขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวตสำเร็จ

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ “แจ็กกี” กลายเป็นแชมป์โลกในกติกาใหม่ แต่ยังเป็นการพิสูจน์ถึงความสามารถอันหลากหลายและการปรับตัวที่ยอดเยี่ยมของเธอ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักสู้ระดับโลกแท้จริง

ความฝันสู่การเป็นแชมป์โลกสองกติกา

หลังจากความสำเร็จในกติกาคิกบ็อกซิ่ง “แจ็กกี บุนตัน” ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายและยิ่งใหญ่กว่าเดิม นั่นคือการเป็นแชมป์โลกของ ONE Championship ในสองกติกาพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้เธอเป็นหนึ่งในนักสู้หญิงที่มีความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ ONE Championship

โอกาสทองที่เธอรอคอยมาอย่างยาวนานได้มาถึงในที่สุด เมื่อ ONE Championship ประกาศจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกมวยไทย รุ่นสตรอว์เวตที่ว่างมาเป็นเวลานาน และเธอได้รับการเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงตำแหน่งนี้ ซึ่งถือเป็นการยอมรับในฝีมือและความสามารถของเธออย่างเต็มที่

หากแผนของ “แจ็กกี” สำเร็จในการชิงแชมป์ครั้งนี้ เธอจะกลายเป็นนักสู้หญิงคนแรกใน ONE Championship ที่ครองเข็มขัดแชมป์โลกในทั้งกติกามวยไทยและคิกบ็อกซิ่งพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักสู้หญิงทั่วโลก

การปรากฏตัวของ “สเตลลา เฮเมตซ์เบอร์เกอร์”

ในขณะที่ “แจ็กกี” กำลังไล่ตามความฝันสู่การเป็นแชมป์โลกสองกติกา คู่ต่อสู้ของเธอในครั้งนี้ “สเตลลา เฮเมตซ์เบอร์เกอร์” จอมบู๊สาวจากออสเตรีย ก็ไม่ใช่นักสู้ธรรมดาที่จะยอมให้ผ่านไปได้ง่าย

“สเตลลา” ได้รับการจับตามองในแวดวงคิกบ็อกซิ่งและมวยไทยในทวีปยุโรปมาเป็นเวลานาน ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินทางมาแสดงฝีมือใน ONE Championship ผ่านการแข่งขันในรายการ ONE Lumpinee ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการค้นหาและพัฒนานักสู้รุ่นใหม่

การเริ่มต้นของ “สเตลลา” ใน ONE Championship ไม่ได้เป็นไปอย่างง่ายดาย เธอเริ่มต้นด้วยการชกในกติกาคิกบ็อกซิ่ง 2 ไฟต์ในรายการ ONE Lumpinee 82 และ ONE Lumpinee 99 ซึ่งเธอแสดงฝีมือได้อย่างน่าประทับใจและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในการต่อสู้บนเวทีระดับสากล

หลังจากได้รับประสบการณ์และความมั่นใจจากการแข่งขันในกติกาคิกบ็อกซิ่ง “สเตลลา” ได้รับโอกาสในการทดสอบความสามารถในกติกามวยไทย ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่สำหรับเธอ โดยได้เผชิญหน้ากับ “วาเนสซา โรมานอว์สกี” นักสู้สาวเชื้อสายสวีเดน-โปแลนด์ที่มีชื่อเสียงในวงการ

การสร้างประวัติศาสตร์ของ “สเตลลา”

การต่อสู้ระหว่าง “สเตลลา” กับ “วาเนสซา” ในศึก ONE Lumpinee 104 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของ “สเตลลา” เมื่อเธอสามารถสร้างความประหลาดใจด้วยการน็อกคู่แข่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 นาที 44 วินาทีเท่านั้น

ชัยชนะอันรวดเร็วและน่าประทับใจนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ “สเตลลา” ได้รับสัญญาเต็มรูปแบบกับ ONE Championship เท่านั้น แต่ยังได้รับโบนัสเงินรางวัลพิเศษ 350,000 บาท ซึ่งเป็นการยืนยันถึงคุณภาพของการแสดงของเธอในคืนนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ชัยชนะนี้ทำให้ “สเตลลา” รักษาสถิติไร้พ่าย 3 ไฟต์รวดใน ONE Championship ซึ่งเป็นผลงานที่น่าประทับใจสำหรับนักสู้ที่ยังใหม่ในองค์กร และส่งผลให้เธอได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการขึ้นชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวตในครั้งนี้

การวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน

เมื่อมองถึงการเผชิญหน้าระหว่าง “แจ็กกี บุนตัน” และ “สเตลลา เฮเมตซ์เบอร์เกอร์” ในศึกครั้งนี้ นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญต่างมองว่าเป็นการต่อสู้ที่มีความสมดุลและน่าติดตาม

สำหรับ “แจ็กกี” จุดแข็งหลักของเธออยู่ที่ประสบการณ์การแข่งขันในระดับสูงและความสามารถในการปรับตัวเข้ากับกติกาต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถเป็นได้ทั้งนักมวยไทยและนักคิกบ็อกซิ่งระดับแชมป์โลก ซึ่งแสดงถึงความหลากหลายของทักษะและความเข้าใจในศาสตร์การต่อสู้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากนี้ ประสบการณ์ในการชิงแชมป์ครั้งก่อนแม้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่กลับเป็นบทเรียนที่มีค่าที่ทำให้เธอเรียนรู้และเตรียมตัวได้ดีกว่าในครั้งนี้ การกลับมาแข่งขันและคว้าชัยชนะติดต่อกันหลายครั้งแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่งและการพัฒนาที่ต่อเนื่อง

ด้าน “สเตลลา” แม้จะมีประสบการณ์ใน ONE Championship น้อยกว่า แต่เธอมีจุดแข็งที่น่าสนใจหลายประการ ความสามารถในการจบไฟต์อย่างรวดเร็วที่แสดงให้เห็นในไฟต์ก่อนหน้านี้แสดงถึงพลังและความแม่นยำในการออกอาวุธ

นอกจากนี้ การที่เธอยังไม่เคยพ่ายแพ้ใน ONE Championship และมีความหิวกระหายที่จะพิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับโลก อาจเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เธอแสดงฝีมือเหนือขีดจำกัดของตัวเองได้

ความคาดหวังและผลกระทบต่อวงการ

การแข่งขันในศึก ONE Fight Night 35 ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการชิงแชมป์โลกธรรมดา แต่มีความหมายลึกซึ้งต่อวงการมวยไทยสากลในหลายด้าน

หาก “แจ็กกี บุนตัน” สามารถคว้าชัยชนะและขึ้นครองเข็มขัดแชมป์โลกมวยไทยได้สำเร็จ เธอจะกลายเป็นนักสู้หญิงคนแรกที่ครองเข็มขัดแชมป์โลกใน ONE Championship สองกติกาพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานใหม่ของความสำเร็จในวงการและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักสู้หญิงทั่วโลก

ในทางกลับกัน หาก “สเตลลา เฮเมตซ์เบอร์เกอร์” สามารถสร้างเซอร์ไพรส์และคว้าชัยชนะได้ เธอจะกลายเป็นตัวอย่างของการที่นักสู้รุ่นใหม่สามารถก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดได้อย่างรวดเร็ว และจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักสู้จากทวีปยุโรปให้ได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงการมวयไทยสากล

ความสำคัญต่อประเทศไทยและวงการมวยไทย

การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ที่สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) มีความหมายพิเศษต่อประเทศไทยในฐานะบ้านเกิดของมวยไทย การที่นักสู้ระดับโลกจากหลายประเทศมาแข่งขันในกติกามวยไทยบนแผ่นดินไทย แสดงถึงการยอมรับและการเคารพต่อศิลปะการต่อสู้ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย

นอกจากนี้ การถ่ายทอดสดในช่วงไพรม์ไทม์ของอเมริกาซึ่งตรงกับช่วงเช้าของเวลาไทย จะช่วยขยายฐานแฟนมวยไทยไปยังตลาดใหม่และสร้างความรู้จักให้กับมวยไทยในวงกว้างมากขึ้น

การเตรียมตัวและความพร้อมของนักสู้

ทั้ง “แจ็กกี” และ “สเตลลา” ต่างเตรียมตัวสำหรับศึกครั้งนี้อย่างเข้มข้น โดย “แจ็กกี” ได้ใช้ประสบการณ์จากการเป็นแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งมาปรับปรุงและพัฒนาเกมมวยไทยของเธอให้แข็งแกร่งขึ้น ในขณะที่ “สเตลลา” ได้เพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อมและศึกษาจุดแข็ง-จุดอ่อนของคู่ต่อสู้อย่างละเอียด

บทสรุปและความคาดหวัง

ศึก ONE Fight Night 35: Jackie vs Stella ที่กำลังจะมาถึงนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการชิงแชมป์โลกธรรมดา แต่เป็นการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการมวยไทยสากล การต่อสู้ระหว่างนักสู้ที่มีประสบการณ์และความสามารถระดับโลกอย่าง “แจ็กกี บุนตัน” กับนักสู้รุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายอย่าง “สเตลลา เฮเมตซ์เบอร์เกอร์” จะเป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและไม่อาจคาดเดาผลได้

สำหรับแฟนมวยไทยทั่วประเทศและทั่วโลก ศึกครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาดในการชมการแข่งขันมวยไทยระดับโลกที่มีทั้งความตื่นเต้น ความสวยงามของเทคนิค และความหมายทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาในทิศทางใด การต่อสู้ในคืนนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ในกติกามวยไทยบนเวทีสากล

ติดตามรับชมการถ่ายทอดสดศึก ONE Fight Night 35: Jackie vs Stella ได้ในวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 เวลา 08:00 น. ตามเวลาประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น