300 ล้านปอนด์ยังไม่พอ! เชลซีทุ่มเสริมทัพยกทีมแต่ลืม “เสาหลัก” ทำไม “ควินตัน ฟอร์จูน” ถึงบอกให้ไปเอา อองเดร โอนาน่า ผู้รักษาประตูที่โอลด์แทรฟฟอร์ดไม่ต้องการอีกแล้ว

ลองจินตนาการดูว่า คุณมีเงินในกระเป๋ามากกว่า 300 ล้านปอนด์ ใช้จ่ายมันไปกับการซื้อของเกือบสิบชิ้นในซัมเมอร์เดียว แต่ดันลืมซื้อของชิ้นที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งไปอย่างน่าเหลือเชื่อ นั่นคือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับ เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ ซาบี้ อลอนโซ่ กุนซือใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญา 4 ปีเข้ามาปลุกปั้นทีมหลังจบซีซั่นที่น่าผิดหวังในอันดับ 10 เมื่อฤดูกาลก่อน พวกเขาเดินสายช้อปปิ้งจนทะลุหลัก 300 ล้านปอนด์ ดึงตัวนักเตะใหม่มาแล้วกว่าสิบคน ไม่ว่าจะเป็น มอร์แกน โรเจอร์ส ที่มาด้วยค่าตัว 117 ล้านปอนด์, แม็กซองซ์ ลาครัวซ์, มาร์โก ปาเลสตร้า, บาเลนติน บาร์โก้ ไปจนถึงของเก๋าอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ แดนนี่ เวลเบ็ค

แต่ท่ามกลางการเสริมทัพครั้งใหญ่นี้ กลับมีจุดหนึ่งที่ยังเป็นปริศนาค้างคาใจแฟนบอล นั่นคือ ตำแหน่งผู้รักษาประตู ที่ดูเหมือนทีมจะยังไม่กล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาด และนี่เองที่ทำให้อดีตนักเตะระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ควินตัน ฟอร์จูน ต้องออกมาสะกิดเตือนเพื่อนร่วมวงการว่า อย่ามองข้ามชื่อของ อองเดร โอนาน่า นายทวารทีมชาติแคเมอรูนที่วันนี้กลายเป็นเบี้ยล่างในโอลด์แทรฟฟอร์ดไปแล้ว


เกิดอะไรขึ้นกันแน่ในตำแหน่งเสาหลักของ “สิงห์บลูส์”

ปัญหาของเชลซีในตำแหน่งผู้รักษาประตูไม่ใช่เรื่องใหม่ นับตั้งแต่ที่ ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น กำลังจะย้ายออกไปเล่นแบบยืมตัวกับสตราสบูร์ก เชลซีก็เหลือตัวเลือกหลักอยู่เพียงสองคน คือ โรเบิร์ต ซานเชซ ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนที่คุมเสาให้ทีมมาตั้งแต่ปี 2023 แต่ผลงานก็สวิงขึ้นลงตลอดมา กับดาวรุ่งอย่าง ไมค์ เพนเดอร์ส ที่เพิ่งกลับมาจากการยืมตัวไปเล่นให้สตราสบูร์กด้วยผลงานที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน โดยสถิติฤดูกาลที่ผ่านมาทั้งคู่สูสีกันมาก ซานเชซเก็บคลีนชีตได้ 9 นัดจาก 35 เกมในพรีเมียร์ลีก ขณะที่เพนเดอร์สทำได้ 8 คลีนชีตจาก 33 เกมในลีกเอิงของฝรั่งเศส

แม้อลอนโซ่จะยืนยันในการแถลงข่าวว่าพอใจกับตัวเลือกที่มีอยู่ในมือ แต่การที่เขาปล่อยให้ทั้งสองคนลงเล่นคนละครึ่งในเกมกระชับมิตรก่อนเปิดฤดูกาลกับยูเวนตุส ก็สะท้อนว่าเก้าอี้มือหนึ่งยังไม่นิ่งจริง ๆ และนี่เองที่ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากอดีตนักเตะและผู้เชี่ยวชาญเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ฟอร์จูนเท่านั้น แม้แต่ตำนานอย่าง แฟรงค์ เลอเบิฟ ก็เคยออกมาเรียกร้องให้อลอนโซ่หาตัวจบมาแทนที่ซานเชซโดยด่วนเช่นกัน

ในบรรยากาศแบบนี้เอง ฟอร์จูนจึงเสนอชื่อที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เขาบอกกับสำนักพรีเมียร์เบทว่า “อองเดร โอนาน่า อาจเป็นทรัพย์สินที่มีค่าสำหรับเชลซี, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด หรือแอสตัน วิลล่า ในพรีเมียร์ลีก” พร้อมอธิบายเหตุผลว่า สไตล์การเล่นของโอนาน่าตอบโจทย์แนวทางฟุตบอลยุคใหม่ที่หลายทีมกำลังมองหาอยู่พอดี

ย้อนรอยชายผู้เคยเป็น “ความหวัง” ก่อนกลายเป็นเบี้ยล่างที่โอลด์แทรฟฟอร์ด

หากพูดถึงชื่อของโอนาน่า หลายคนที่ติดตามวงการลูกหนังมาสักระยะจะรู้ดีว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่งของยุโรป ย้อนกลับไปในช่วงที่เขาค้าแข้งอยู่กับ อาแจ็กซ์ เขาโชว์ฟอร์มโดดเด่นจนเก็บสถิติลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ถึง 214 นัดตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีครึ่ง และกลายเป็นที่หมายปองของสโมสรยักษ์ใหญ่หลายเจ้า ถึงขนาดที่ตัวเขาเองเคยเปิดเผยในภายหลังว่า ช่วงที่ยังเล่นอยู่ในลีกดัตช์นั้น เขาเคยได้รับข้อเสนอจากทั้ง โมนาโก, นีซ, แอตเลติโก มาดริด, เชลซี และอาร์เซนอล แต่เลือกที่จะปฏิเสธทั้งหมด

จากอาแจ็กซ์ เขาย้ายไปค้าแข้งกับอินเตอร์ มิลาน อยู่หนึ่งฤดูกาล ก่อนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทุ่มเงินกว่า 48 ล้านปอนด์ (ราว 65 ล้านดอลลาร์) ดึงตัวมาร่วมทีมในซัมเมอร์ปี 2023 ด้วยความหวังว่าเขาจะเป็นเสาหลักคนใหม่ในยุคของ เอริก เทน ฮาก แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้ายกว่าที่คิด เพราะไม่นานหลังย้ายมาอังกฤษ ความผิดพลาดที่มีราคาแพงก็เริ่มปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดสองฤดูกาลที่ยากลำบาก

จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงเมื่อยูไนเต็ดตัดสินใจดึงตัว เซนเน่ ลามเมนส์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งจากรอยัล อันท์เวิร์ป เข้ามาเป็นมือหนึ่งคนใหม่ ซึ่งลามเมนส์เองก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจตลอดทั้งฤดูกาล ส่งผลให้โอนาน่าถูกผลักไปอยู่ชายขอบของทีม แทบไม่มีโอกาสได้ลงสนาม จนสุดท้ายสโมสรตัดสินใจปล่อยยืมตัวไปเล่นให้ ทราซอนสปอร์ สโมสรในตุรกีเมื่อฤดูกาลก่อน และล่าสุดก็เพิ่งยืนยันว่าจะกลับไปเล่นให้ทีมเดิมแบบยืมตัวต่อเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกันสำหรับซีซั่น 2026-27 โดยไม่มีเงื่อนไขซื้อขาด ขณะที่สัญญาหลักกับยูไนเต็ดยังเหลืออยู่ถึงเดือนมิถุนายน 2028

น่าสนใจว่า คาร์ลอส คาเมนี่ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติแคเมอรูนที่ปัจจุบันเป็นโค้ชทีมชาติ เคยให้สัมภาษณ์ปกป้องการตัดสินใจครั้งนี้ของโอนาน่าไว้อย่างน่าฟังว่า การเป็นตัวจริงในทีมชั้นดีที่ลีกดี ๆ ย่อมดีกว่าการนั่งสำรองในทีมใหญ่ของลีกใหญ่ เพราะอย่างน้อยเขาจะได้กลับมาสัมผัสสนามจริงอีกครั้ง

ทำไม “ผู้รักษาประตูเล่นเท้าดี” ถึงกลายเป็นของหายากที่ทุกทีมต้องการ

ในมุมมองด้านเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา คำแนะนำของฟอร์จูนไม่ได้มาจากอากาศธาตุ แต่สะท้อนเทรนด์ใหญ่ที่ครอบงำวงการฟุตบอลยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน นั่นคือแนวคิด “เล่นบอลออกจากแนวหลัง” (Build-up from the back) ซึ่งเปลี่ยนบทบาทของผู้รักษาประตูจากที่เคยเป็นเพียง “ด่านสุดท้าย” ผู้คอยเซฟลูกยิง ให้กลายมาเป็น “ผู้เล่นคนที่ 11” ที่ต้องมีทักษะการครองบอลและการจ่ายบอลไม่ต่างจากกองหลังหรือแม้แต่กองกลาง

ฟอร์จูนอธิบายจุดแข็งของโอนาน่าไว้ชัดเจนว่า เมื่อคุณมีผู้รักษาประตูที่สามารถส่งบอลไกลระยะ 50-60 หลาไปยังกองหน้าหรือกองกลางได้ และสามารถทะลุแนวรับคู่แข่งด้วยการจ่ายบอลของเขาได้ นั่นสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล ลองคิดตามหลักฟิสิกส์ง่าย ๆ ระยะทาง 50-60 หลา เทียบเท่ากับเกือบครึ่งสนามฟุตบอลมาตรฐาน การที่ผู้รักษาประตูสามารถส่งบอลข้ามแนวรับคู่แข่งไปถึงกองหน้าได้โดยตรง เท่ากับเป็นการ “ตัดจังหวะ” การไล่บีบของคู่แข่งไปในทันที แทนที่จะต้องไล่เรียงบอลผ่านกองหลังทีละคนซึ่งเสี่ยงต่อการถูกแย่งบอลกลางทาง

นี่คือเหตุผลที่โค้ชระดับโลกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือแม้แต่ ซาบี้ อลอนโซ่ เอง ต่างให้ความสำคัญกับทักษะเท้าของผู้รักษาประตูไม่แพ้ทักษะการเซฟ เพราะในระบบเกมรุกสมัยใหม่ที่เน้นการครองบอลและบีบพื้นที่ ผู้รักษาประตูที่ “อ่านเกมไม่ออก” หรือเล่นเท้าไม่ได้ จะกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ทีมไม่สามารถเริ่มเกมรุกจากแดนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจุดนี้เองที่โอนาน่าถูกมองว่าโดดเด่นกว่าผู้รักษาประตูหลายคนในลีกสูงสุดของอังกฤษ แม้ฟอร์มการเซฟของเขาจะเป็นที่กังขาก็ตาม

เกมในหัวที่โหดร้ายยิ่งกว่าเกมในสนาม

หากมองในมิติของจิตใจและแรงบันดาลใจ เรื่องราวของโอนาน่าคือบทเรียนสำคัญที่สะท้อนความโหดร้ายของอาชีพนักฟุตบอลอาชีพในยุคที่ทุกความผิดพลาดถูกจับตามองผ่านกล้องหลายสิบมุมและถูกแชร์ซ้ำนับล้านครั้งบนโลกโซเชียล ฟอร์จูนเองก็ยอมรับความจริงข้อนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า เขาแค่ต้องการเรียกความมั่นใจกลับคืนมา เพราะเมื่อผู้รักษาประตูทำผิดพลาด น่าเสียดายที่ทั้งโลกต้องเห็นมัน

ประโยคนี้สะท้อนธรรมชาติที่โหดร้ายของตำแหน่งผู้รักษาประตูได้อย่างตรงจุด เพราะในขณะที่กองหน้าพลาดโอกาสทำประตูอาจถูกลืมไปในไม่กี่นาที แต่ความผิดพลาดของผู้รักษาประตูมักจบลงด้วยลูกบอลที่กระดอนเข้าตาข่ายทันที กลายเป็นภาพจำที่ถูกนำไปเล่นซ้ำในไฮไลต์นับครั้งไม่ถ้วน และสำหรับนักกีฬาที่ต้องแบกความกดดันระดับนี้ในทุกสุดสัปดาห์ ความมั่นใจ จึงเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาที่สำคัญไม่แพ้ทักษะทางเทคนิคเลยแม้แต่น้อย

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวหรือพัฒนาตัวเองในสายอาชีพใด ๆ ก็ตาม เรื่องราวของโอนาน่าคือกระจกสะท้อนบทเรียนชีวิตที่ใช้ได้จริง นั่นคือการที่ “ความล้มเหลวในที่สาธารณะ” ไม่ได้แปลว่าคุณหมดคุณค่า บางครั้งการถอยออกจากจุดที่กดดันเกินไป ไปหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่า เพื่อสร้างความมั่นใจกลับคืนมาทีละขั้น อาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าการฝืนอยู่ในจุดที่บั่นทอนจิตใจต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทั้งคาเมนี่และฟอร์จูนต่างเห็นตรงกันว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของโอนาน่าในการไปค้าแข้งกับทราซอนสปอร์

ธุรกิจลูกหนัง: ข้อเสนอนี้ “สมจริง” แค่ไหนในตลาดปิดหน้าต่างซัมเมอร์

มาถึงมิติที่น่าจับตาที่สุด นั่นคือความเป็นไปได้ทางธุรกิจของดีลนี้ในความเป็นจริง เพราะแม้คำแนะนำของฟอร์จูนจะฟังดูมีเหตุผลทางแทคติก แต่ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าในทางปฏิบัติ ดีลนี้มีความท้าทายไม่น้อย เพราะโอนาน่าเพิ่งยืนยันการกลับไปเล่นให้ทราซอนสปอร์แบบยืมตัวต่อเป็นฤดูกาลที่สองโดยไม่มีเงื่อนไขซื้อขาด ซึ่งเท่ากับว่าเส้นทางกลับสู่พรีเมียร์ลีกของเขาในซัมเมอร์นี้แทบจะปิดตายไปแล้วเรียบร้อย สื่ออย่างคอทออฟไซด์เองก็ให้ความเห็นตรงไปตรงมาว่าข้อเสนอนี้ ดูเหมือนจะเป็นเพียงสมมติฐานที่น่าสนใจ มากกว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงในช่วงปลายตลาดซื้อขาย

นี่คือความจริงอันโหดร้ายของธุรกิจฟุตบอลยุคใหม่ ที่ “ไอเดียดี” ไม่ได้แปลว่า “ดีลจะเกิดขึ้นจริง” เสมอไป เพราะปัจจัยเรื่องจังหวะเวลา สัญญาที่ผูกมัดอยู่ และแผนการของสโมสรต้นสังกัดล้วนมีผลต่อความเป็นไปได้ทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ฝั่งเชลซีเองก็ดูเหมือนจะพอใจกับการแข่งขันภายในระหว่างซานเชซกับเพนเดอร์สไปก่อน โดยอลอนโซ่เองก็เคยพูดชัดเจนแล้วว่าพอใจกับตัวเลือกที่มีอยู่ในมือ ขณะที่สื่อรายงานว่าเชลซีไม่ได้แม้แต่จะสอบถามถึงผู้รักษาประตูดาวรุ่งจากปอร์โต้ที่เคยถูกโยงชื่อไว้ก่อนหน้านี้เลยด้วยซ้ำ

แต่หากมองไปในระยะยาว เรื่องนี้ก็ยังทิ้งคำถามที่น่าสนใจไว้ให้ติดตามต่อ เพราะสัญญาของโอนาน่ากับยูไนเต็ดยังเหลืออยู่ถึงปี 2028 นั่นหมายความว่าเขายังคงเป็นทรัพย์สินที่สโมสรต้นสังกัดต้องหาทางจัดการอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นการขายขาดในตลาดฤดูหนาว หรือรอจนกว่าจะครบกำหนดสัญญายืมตัวในซัมเมอร์หน้า ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ชื่อของทีมอย่างนิวคาสเซิลหรือแอสตัน วิลล่า ที่ฟอร์จูนเอ่ยถึง อาจกลายเป็นตัวเลือกที่สมจริงกว่าเชลซีเสียด้วยซ้ำ เพราะทั้งสองทีมนี้ไม่ได้มีตัวเลือกในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่แน่นขนัดเท่ากับสิงห์บลูส์ในเวลานี้

ปรากฏการณ์นี้ยังสะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมฟุตบอลในยุคดิจิทัลได้อย่างชัดเจน นั่นคือการที่ทุกความเคลื่อนไหว ทุกคำพูดของอดีตนักเตะ ล้วนถูกขยายผลผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งกลายเป็นกระแสข่าวลือที่ใหญ่โตเกินความเป็นจริง ทั้งที่ต้นตออาจเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวในบทสัมภาษณ์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

บทสรุป

เรื่องราวของ อองเดร โอนาน่า ในวันนี้ คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของวงการฟุตบอลยุคใหม่ที่ทั้งโหดร้ายและเต็มไปด้วยโอกาสในเวลาเดียวกัน จากผู้รักษาประตูที่เคยถูกทีมยักษ์ใหญ่แย่งชิงตัวในวัยหนุ่ม สู่การกลายเป็นตัวสำรองที่ต้องยืมตัวออกไปหาที่ยืนใหม่ แต่ในขณะเดียวกันทักษะเฉพาะตัวของเขาก็ยังคงเป็นที่ต้องการของทีมระดับพรีเมียร์ลีกอยู่ดี เพียงแต่จังหวะเวลาและสถานการณ์รอบตัวยังไม่เอื้ออำนวยให้เกิดดีลที่หลายคนอาจอยากเห็น สำหรับเชลซีแล้ว คำถามที่แท้จริงอาจไม่ใช่ “ควรเอาโอนาน่าหรือไม่” แต่คือ “ทีมจะกล้าตัดสินใจเรื่องเสาหลักคนใหม่เมื่อไหร่” ก่อนที่ปัญหานี้จะกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำลายความหวังในการลุ้นแชมป์ของอลอนโซ่ในฤดูกาลแรกของเขา


สรุปประเด็นสำคัญ

  • ควินตัน ฟอร์จูน อดีตกองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แนะนำให้เชลซี นิวคาสเซิล หรือแอสตัน วิลล่า พิจารณาดึงตัวอองเดร โอนาน่า
  • เชลซีใช้เงินเสริมทัพซัมเมอร์นี้ทะลุ 300 ล้านปอนด์ภายใต้กุนซือใหม่ ซาบี้ อลอนโซ่ แต่ยังไม่ได้ผู้รักษาประตูคนใหม่
  • โอนาน่าเพิ่งยืนยันกลับไปเล่นให้ทราซอนสปอร์แบบยืมตัวต่อฤดูกาลที่สอง โดยไม่มีเงื่อนไขซื้อขาด ทำให้ดีลนี้ยากจะเกิดขึ้นจริงในซัมเมอร์นี้
  • จุดแข็งของโอนาน่าคือการเล่นบอลออกจากแนวหลังและจ่ายบอลไกลทะลุแนวรับ ซึ่งตรงกับเทรนด์ฟุตบอลยุคใหม่
  • เชลซียังคงให้โรเบิร์ต ซานเชซ แข่งขันตำแหน่งกับไมค์ เพนเดอร์ส แทนการเสริมทัพเพิ่มในตำแหน่งนี้

คำถามที่พบบ่อย

Q: ทำไมควินตัน ฟอร์จูน ถึงแนะนำให้เชลซีเอาอองเดร โอนาน่า? A: เพราะฟอร์จูนมองว่าโอนาน่ามีความสามารถด้านการเล่นบอลออกจากแนวหลังและการจ่ายบอลระยะไกลที่โดดเด่น ตรงกับสไตล์ฟุตบอลที่หลายทีมในพรีเมียร์ลีกต้องการ

Q: เชลซีใช้เงินซัมเมอร์นี้ไปเท่าไหร่แล้ว? A: เชลซีภายใต้กุนซือใหม่ซาบี้ อลอนโซ่ ใช้เงินเสริมทัพไปแล้วมากกว่า 300 ล้านปอนด์ ดึงนักเตะใหม่เข้ามากว่าสิบคน

Q: ตอนนี้อองเดร โอนาน่า อยู่กับทีมไหน? A: โอนาน่ายืนยันกลับไปเล่นให้ทราซอนสปอร์ สโมสรในตุรกีแบบยืมตัวต่อเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน สำหรับซีซั่น 2026-27 โดยไม่มีเงื่อนไขซื้อขาด

Q: สัญญาของโอนาน่ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหลือถึงเมื่อไหร่? A: สัญญาหลักของเขายังผูกอยู่กับยูไนเต็ดจนถึงเดือนมิถุนายน 2028

Q: ใครคือผู้รักษาประตูมือหนึ่งของเชลซีตอนนี้? A: โรเบิร์ต ซานเชซ ยังคงแข่งขันตำแหน่งอยู่กับไมค์ เพนเดอร์ส โดยที่ซาบี้ อลอนโซ่ยังไม่ประกาศตัวจริงชัดเจน

Q: ทำไมโอนาน่าถึงไม่ได้เล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว? A: เพราะยูไนเต็ดดึงเซนเน่ ลามเมนส์ เข้ามาเป็นมือหนึ่งคนใหม่ ประกอบกับผลงานที่มีความผิดพลาดบ่อยครั้งของโอนาน่าในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา

Q: ดีลย้ายทีมของโอนาน่าไปเชลซีมีโอกาสเกิดขึ้นจริงแค่ไหน? A: ค่อนข้างต่ำ เพราะเขาเพิ่งยืนยันสัญญายืมตัวไปทราซอนสปอร์แล้ว ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่านี่เป็นเพียงข้อเสนอเชิงสมมติฐานมากกว่าดีลที่จะเกิดขึ้นจริงในช่วงปลายตลาด

Q: นอกจากเชลซี ทีมไหนอีกที่ถูกมองว่าเหมาะกับโอนาน่า? A: ฟอร์จูนเอ่ยถึงนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และแอสตัน วิลล่า ว่าเป็นอีกสองทีมที่สไตล์การเล่นเข้ากับความสามารถของโอนาน่า

Q: เชลซีซื้อนักเตะคนไหนมาบ้างในซัมเมอร์นี้? A: มีทั้งมอร์แกน โรเจอร์ส, แม็กซองซ์ ลาครัวซ์, มาร์โก ปาเลสตร้า, บาเลนติน บาร์โก้ รวมถึงของเก๋าอย่างจอร์แดน เฮนเดอร์สัน และแดนนี่ เวลเบ็ค

Q: ทำไมความสามารถในการเล่นเท้าของผู้รักษาประตูถึงสำคัญในฟุตบอลยุคใหม่? A: เพราะระบบเกมรุกสมัยใหม่เน้นการครองบอลและเริ่มเกมจากแนวหลัง ผู้รักษาประตูที่จ่ายบอลได้แม่นยำจะช่วยทีมทะลุแนวรับคู่แข่งได้เร็วกว่าการไล่เรียงบอลผ่านกองหลังทีละคน

Q: ก่อนหน้านี้มีใครเคยเรียกร้องให้เชลซีเปลี่ยนผู้รักษาประตูอีกบ้าง? A: แฟรงค์ เลอเบิฟ อดีตกองหลังเชลซี เคยออกมาเรียกร้องให้ซาบี้ อลอนโซ่หาตัวจบมาแทนที่โรเบิร์ต ซานเชซเช่นกัน

Q: ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ที่เคยอยู่เชลซีตอนนี้ไปอยู่ทีมไหน? A: เขากำลังจะย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับสตราสบูร์ก สโมสรในลีกเอิงของฝรั่งเศส