น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทุ่ม 1,700 ล้านบาท คว้า “หอคอยแห่งอบิดจาน” ปิดดีลที่กลาสเนอร์ล่ามา 2 ปีเต็ม

เมื่อโค้ชคนหนึ่งยอมรอคว้าตัวนักเตะคนเดียวนานถึง 2 ปี ผ่านความล้มเหลวมาแล้วครั้งหนึ่งที่สโมสรเก่า นั่นไม่ใช่แค่ความชอบส่วนตัว แต่คือสัญญาณว่านักเตะคนนั้นมีบางอย่างที่ทีมขาดไม่ได้จริง ๆ และนี่คือเรื่องราวของ อุสมาน ดิโอม็องเด้ กองหลังทีมชาติไอวอรี่โคสต์ วัย 22 ปี ที่ในที่สุด โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ก็ได้ตัวเขามาอยู่ในมือ หลังจากพยายามมาตั้งแต่สมัยคุมทีม คริสตัล พาเลซ

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ บรรลุข้อตกลงกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในการคว้าตัว ดิโอม็องเด้ ด้วยค่าตัวราว 40 ล้านยูโร หรือประมาณ 34.4 ล้านปอนด์ โดยนักเตะจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปีกับสโมสรในถิ่นซิตี้ กราวด์ ดีลนี้ถูกจับตามองมาตลอดหลายสัปดาห์ และตอนนี้ก็เดินทางมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว

จากเด็กอบิดจานที่ไม่มีใครรู้จัก สู่กองหลังที่หลายสโมสรใหญ่ต้องมาต่อคิว

เส้นทางของ ดิโอม็องเด้ ไม่ได้เริ่มต้นที่พอร์ตุเกสเลยด้วยซ้ำ เขาเกิดที่เมืองอบิดจาน ประเทศไอวอรี่โคสต์ ก่อนจะออกเดินทางไปวัดฝีเท้าที่ยุโรปกับสโมสร มิดทิลแลนด์ ในเดนมาร์ก ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนอาจมองข้าม เพราะลีกเดนมาร์กไม่ใช่เวทีที่สื่อทั่วโลกจับตาเป็นพิเศษ แต่สำหรับสายตาของแมวมองแล้ว นี่คือแหล่งขุดค้นนักเตะคุณภาพราคาประหยัดที่มีมาแล้วหลายคน

หลังพิสูจน์ฝีเท้าด้วยการไปยืมตัวเล่นให้ มาฟรา สโมสรในพอร์ตุเกส ดิโอม็องเด้ ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนสปอร์ติ้งตัดสินใจทุ่มเงินเพียง 7.5 ล้านยูโรคว้าตัวมาแบบถาวรในเดือนมกราคมปี 2023 ตัวเลขค่าตัวตอนนั้นเทียบกับวันนี้แล้วถือว่าถูกมาก เพราะภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี มูลค่าของเขาพุ่งขึ้นกว่า 5 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าสายตาของทีมสเกาต์สปอร์ติ้งแม่นยำเพียงใด

ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับสปอร์ติ้ง ดิโอม็องเด้ ลงสนามไปแล้วมากกว่า 130 นัดในทุกรายการ กลายเป็นเสาหลักแนวรับที่ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลีกพอร์ตุเกส 2 สมัยติดต่อกันในฤดูกาล 2023-24 และ 2024-25 พ่วงด้วยแชมป์ฟุตบอลถ้วยประจำชาติ นอกจากนี้เขายังได้ลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นเวทีที่พิสูจน์ระดับฝีเท้าได้ชัดเจนที่สุด และในระดับทีมชาติ เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมไอวอรี่โคสต์ชุดคว้าแชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ ปี 2023 ก่อนจะได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกปีนี้ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมชาติที่จะกลายมาเป็นเพื่อนร่วมสโมสรคนใหม่อย่าง อิบราฮิม ซ็องกาเร่ กลางรุกตัวหลักของฟอเรสต์

ทำไมกลาสเนอร์ถึงยอมทุ่มเกือบ 40 ล้านยูโรเพื่อกองหลังคนนี้

ในเชิงเทคนิค ดิโอม็องเด้ มีรูปร่างสูงใหญ่ราว 190 เซนติเมตร ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในเกมลูกกลางอากาศ ทั้งฝั่งรับและฝั่งรุกจากลูกเตะมุม แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากกองหลังตัวสูงทั่วไปคือความสามารถในการเล่นบอลกับเท้า เขาไม่ใช่กองหลังประเภทที่รอสกัดอย่างเดียว แต่สามารถไล่ต้อนคู่แข่ง อ่านเกม และเปิดบอลยาวเริ่มเกมรุกได้อย่างมั่นใจ ซึ่งตรงกับปรัชญาการเล่นของกลาสเนอร์ที่เน้นระบบกองหลัง 3 คนและต้องการนักเตะที่เล่นบอลจากแนวหลังได้อย่างมีคุณภาพ

ตามรายงานจากสื่อพอร์ตุเกส ดิโอม็องเด้ ถูกวางตัวให้เล่นในตำแหน่งฝั่งขวาของระบบกองหลัง 3 คนที่ฟอเรสต์ โดยจะทำหน้าที่เคียงข้างกับ นิโคลา มิเลนโควิช และ มูริลโล ซึ่งถ้าทั้งสามคนนี้ลงสนามพร้อมกันได้ ฟอเรสต์จะมีแนวรับที่ผสมผสานทั้งประสบการณ์ ความแข็งแกร่ง และความเร็วในการฟื้นตัวหลังเสียบอล เป็นการยกระดับเกมรับทั้งระบบไม่ใช่แค่การเสริมตัวสำรอง

อีกจุดที่น่าสนใจคือช่วงอายุของนักเตะ ดิโอม็องเด้ อยู่ในวัยเพียง 22 ปี ซึ่งหมายความว่าฟอเรสต์ไม่ได้ซื้อแค่ผลงานปัจจุบัน แต่กำลังลงทุนกับศักยภาพในระยะยาว สัญญา 5 ปีที่กำลังจะเซ็นจึงเป็นการวางแผนให้เขาเป็นเสาหลักแนวรับไปอีกอย่างน้อยครึ่งทศวรรษ ในยุคที่ฟุตบอลสมัยใหม่ต้องการกองหลังที่เล่นได้ทั้งเกมรับแบบดุดันและเกมรุกแบบมีคุณภาพ นักเตะประเภทนี้จึงหายากและมีราคาสูงขึ้นทุกปี

ความพยายาม 2 ปีของกลาสเนอร์ที่ในที่สุดก็สำเร็จ

เรื่องราวที่ทำให้ดีลนี้มีมิติทางอารมณ์มากกว่าการซื้อขายนักเตะทั่วไปคือความพยายามอันยาวนานของ กลาสเนอร์ ย้อนกลับไปสมัยที่เขายังคุมทีม คริสตัล พาเลซ กลาสเนอร์ ผลักดันให้สโมสรเข้าซื้อตัว ดิโอม็องเด้ อย่างจริงจัง โดยเฉพาะช่วงที่พาเลซต้องการตัวแทน มาร์ค เกฮี ซึ่งย้ายออกไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ดีลในตอนนั้นสะดุดลง เพราะสปอร์ติ้งเลือกยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ดิโอม็องเด้พร้อมค่าฉีกสัญญาที่สูงลิ่ว ทำให้พาเลซตัดสินใจถอนตัวและหันไปคว้านักเตะรายอื่นแทน

เมื่อกลาสเนอร์ย้ายมาคุมฟอเรสต์ในฤดูกาลนี้ เขาก็นำรายชื่อเป้าหมายเดิมติดตัวมาด้วย และดิโอม็องเด้ก็ยังคงเป็นชื่อแรก ๆ ที่ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาทันทีที่มีโอกาส เรื่องนี้สะท้อนถึงมุมมองด้านจิตวิทยาการทำงานของโค้ชระดับแนวหน้า พวกเขาไม่ได้มองหาแค่นักเตะที่ว่างหรือราคาถูกในตลาด แต่มีบัญชีรายชื่อผู้เล่นที่ศึกษามาอย่างละเอียดล่วงหน้า พร้อมรอจังหวะที่ใช่เพื่อลงมือ ความสำเร็จของดีลนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากความเชื่อมั่นที่สั่งสมมาตลอด 2 ปี

สำหรับตัว ดิโอม็องเด้ เอง การตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมภายใต้โค้ชที่ต้องการตัวเขามาตลอดก็มีความหมายไม่น้อย นักเตะหลายคนเลือกสโมสรจากค่าเหนื่อยหรือชื่อเสียงสโมสรเพียงอย่างเดียว แต่การรู้ว่าโค้ชเชื่อมั่นในฝีเท้าของตัวเองมากขนาดไหน มักเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้นักเตะทุ่มเทเต็มที่ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสนามซ้อม

มิติธุรกิจ ดีลนี้บอกอะไรเกี่ยวกับทิศทางของฟอเรสต์

ในมุมของธุรกิจฟุตบอล ดีลนี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของฟอเรสต์ในยุคเจ้าของทีมชาวกรีกอย่างชัดเจน จากทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกเมื่อไม่กี่ปีก่อน วันนี้ฟอเรสต์กล้าทุ่มเงินระดับ 40 ล้านยูโรเพื่อกองหลังวัย 22 ปีเพียงคนเดียว นี่คือสัญญาณว่าสโมสรกำลังวางแผนระยะยาว ไม่ใช่แค่ซื้อตัวประคองสถานะในลีกสูงสุดไปวัน ๆ

รายงานจากสื่อพอร์ตุเกสยังระบุด้วยว่าโครงสร้างค่าตัวอาจมีตัวเลขโบนัสเพิ่มเติมสูงสุดราว 5 ล้านยูโร รวมถึงมีการพูดถึงเงื่อนไขส่วนแบ่งจากการขายต่อในอนาคตให้กับสปอร์ติ้งด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของตลาดซื้อขายนักเตะยุคใหม่ที่สโมสรต้นทางพยายามรักษาผลประโยชน์ระยะยาวจากนักเตะที่ปั้นขึ้นมาด้วยตัวเอง สำหรับสปอร์ติ้งเองการขายดิโอม็องเด้ในราคานี้ก็ถือเป็นกำไรมหาศาลเมื่อเทียบกับที่ซื้อมาเพียง 7.5 ล้านยูโร เป็นตัวอย่างของโมเดลธุรกิจที่หลายสโมสรในลีกรองของยุโรปใช้เป็นแนวทางหลักในการอยู่รอด นั่นคือปั้นนักเตะดาวรุ่งแล้วขายทำกำไรให้สโมสรใหญ่กว่า

สำหรับอนาคต หากดีลนี้เสร็จสมบูรณ์ ฟอเรสต์จะมีแนวรับที่แข็งแกร่งพร้อมแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น ทั้งในพรีเมียร์ลีกและรายการระดับทวีปหากทีมได้สิทธิ์เข้าร่วม การลงทุนกับกองหลังอายุน้อยที่มีมูลค่าเติบโตต่อเนื่องยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ชาญฉลาด เพราะหากผลงานเป็นไปตามคาด มูลค่าตัวของดิโอม็องเด้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าอาจสูงกว่าที่ซื้อมาในวันนี้อย่างมีนัยสำคัญ กลายเป็นทั้งกำลังหลักในสนามและสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นนอกสนามไปพร้อมกัน

บทสรุป

ดีลของ อุสมาน ดิโอม็องเด้ ไม่ใช่แค่ข่าวซื้อขายนักเตะทั่วไปในช่วงตลาดซัมเมอร์ แต่เป็นเรื่องราวของความเชื่อมั่นที่โค้ชคนหนึ่งมีต่อนักเตะคนหนึ่ง จนยอมไล่ตามความฝันนั้นข้ามสโมสรและข้ามเวลาถึง 2 ปี คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ เมื่อกองหลังหนุ่มจากอบิดจานคนนี้ได้สวมเสื้อทีมที่โค้ชเชื่อมั่นในตัวเขามากที่สุด เขาจะกลายเป็นเสาหลักที่พาฟอเรสต์ก้าวขึ้นไปอีกขั้นได้จริงหรือไม่

สรุปประเด็นสำคัญ

  • น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ บรรลุข้อตกลงคว้าตัว อุสมาน ดิโอม็องเด้ จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัวราว 40 ล้านยูโร สัญญา 5 ปี
  • ดิโอม็องเด้ เข้าสปอร์ติ้งด้วยค่าตัวเพียง 7.5 ล้านยูโรเมื่อปี 2023 ก่อนมูลค่าจะพุ่งขึ้นกว่า 5 เท่าภายใน 3 ปี
  • โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ พยายามคว้าตัวนักเตะรายนี้มาตั้งแต่สมัยคุมคริสตัล พาเลซ แต่ดีลล่มเพราะสปอร์ติ้งต่อสัญญาใหม่ให้เขาก่อน
  • ดิโอม็องเด้ จะเสริมแนวรับ 3 คนของฟอเรสต์ ร่วมกับ นิโคลา มิเลนโควิช และ มูริลโล
  • นักเตะจะได้พบเพื่อนร่วมทีมชาติไอวอรี่โคสต์อย่าง อิบราฮิม ซ็องกาเร่ ที่ฟอเรสต์

คำถามที่พบบ่อย

อุสมาน ดิโอม็องเด้ ค่าตัวเท่าไหร่ ตัวเลขหลักอยู่ที่ราว 40 ล้านยูโร หรือประมาณ 34.4 ล้านปอนด์ โดยบางรายงานระบุว่าอาจมีโบนัสเพิ่มเติมทำให้ค่าตัวรวมสูงขึ้นได้อีก

ดิโอม็องเด้ จะเล่นตำแหน่งไหนที่ฟอเรสต์ คาดว่าจะเล่นฝั่งขวาของระบบกองหลัง 3 คน เคียงข้าง นิโคลา มิเลนโควิช และ มูริลโล

ทำไมโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ถึงต้องการตัวนักเตะคนนี้มาก เพราะเคยพยายามคว้าตัวเขาตั้งแต่สมัยคุมคริสตัล พาเลซ แต่ไม่สำเร็จ เมื่อย้ายมาคุมฟอเรสต์จึงเดินหน้าดีลนี้ทันทีที่มีโอกาส

ดิโอม็องเด้ อายุเท่าไหร่และเคยเล่นให้ทีมไหนมาก่อน เขาอายุ 22 ปี เคยค้าแข้งกับมิดทิลแลนด์ในเดนมาร์ก ก่อนย้ายมาสปอร์ติ้งเมื่อต้นปี 2023

ดิโอม็องเด้ เคยคว้าแชมป์อะไรมาบ้าง คว้าแชมป์ลีกพอร์ตุเกส 2 สมัย แชมป์ฟุตบอลถ้วยพอร์ตุเกส และแชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ กับทีมชาติไอวอรี่โคสต์

ดิโอม็องเด้ จะได้เจอเพื่อนร่วมทีมชาติที่ฟอเรสต์หรือไม่ ได้เจอ เพราะ อิบราฮิม ซ็องกาเร่ กลางรุกของฟอเรสต์ เป็นเพื่อนร่วมทีมชาติไอวอรี่โคสต์ที่เคยลงเล่นด้วยกันในฟุตบอลโลก

ดีลนี้เสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง ยังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย โดยนักเตะได้รับอนุญาตให้เดินทางมาอังกฤษเพื่อตรวจร่างกายก่อนเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ

ดิโอม็องเด้ เซ็นสัญญากับฟอเรสต์กี่ปี คาดว่าจะเป็นสัญญาระยะยาว 5 ปีกับสโมสร