โรม่าพลาดเป้า! หลังงัดสู้ “นูซ่า” ไม่ไหว หันจับตา “เจมี กิทเท่นส์” ปีกเชลซีที่ไม่มีที่ยืน

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ก่อนเปิดฤดูกาล แต่ตลาดนักเตะฤดูร้อนของ เอเอส โรม่า กลับยังไม่นิ่ง หลังพลาดเป้าหมายอันดับหนึ่งเพราะสู้ราคาไม่ไหว ทีมจากกรุงโรมจึงต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน หันไปจับตาปีกดาวรุ่งจากลอนดอนที่กำลังตกอยู่ในสถานะ “ตัวเกิน” ของทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เชลซี

ทุกฤดูร้อนของสโมสรฟุตบอลระดับท็อปของยุโรป มักมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นเสมอ นั่นคือทีมที่มีความทะเยอทะยานแต่มีทรัพยากรทางการเงินจำกัด ต้องเผชิญกับสถานการณ์ “ล็อคเป้าไว้ แต่จ่ายไม่ไหว” และต้องหาทางออกใหม่แบบเฉียบพลัน นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ เอเอส โรม่า ทีมที่เพิ่งได้กลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ แต่กลับต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเสริมทัพให้ทันเปิดฤดูกาลใหม่

จากการ์นาโช่ถึงนูซ่า เส้นทางที่สะดุดของ “หมาป่า” ในตลาดซัมเมอร์

ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นซัมเมอร์นี้ จาน ปิเอโร่ กัสเปริน่า กุนซือที่พาทีมจบอันดับ 3 ในเซเรีย อา ฤดูกาลที่แล้ว พร้อมทำสถิติเก็บ 73 คะแนน และคว้าชัยติดต่อกัน 5 นัดปิดท้ายฤดูกาล ได้ประกาศชัดเจนว่าต้องการนักเตะแนวรุกฝั่งซ้ายที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว คือสามารถตัดเข้ากลางสนามเพื่อสร้างความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่น และมีความเข้มข้นในการกดดันคู่แข่ง

เป้าหมายแรกที่ถูกพูดถึงคือ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ปีกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ เชลซี ปล่อยตัวออกมา แต่สุดท้ายนักเตะชาวอาร์เจนตินารายนี้กลับเลือกย้ายไปร่วมทีม แอสตัน วิลล่า ด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาลแทน ทำให้แผนแรกของโรม่าต้องล่มไปโดยปริยาย

จากนั้นสายตาของทีมงานสรรหานักเตะก็หันไปที่ อันโตนิโน นูซ่า ปีกดาวรุ่งชาวนอร์เวย์ของ อาร์บี ไลป์ซิก ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่กัสเปริน่าชื่นชอบที่สุด แต่ปัญหาคือสโมสรจากเยอรมนีตีราคาค่าตัวไว้สูงถึงราว 60 ล้านยูโร ซึ่งเป็นตัวเลขที่โรม่ามองว่าสูงเกินกว่าที่จะรับไหว โดยเฉพาะเมื่อสโมสรยังคงยึดมั่นในนโยบายกำหนดเพดานค่าเหนื่อยผู้เล่นใหม่ไว้ที่ประมาณ 4 ล้านยูโรสุทธิต่อปี เพื่อไม่ให้กระทบโครงสร้างค่าเหนื่อยเดิมของนักเตะที่พาทีมทะลุเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ

เมื่อเส้นทางไปสู่นูซ่าเริ่มริบหรี่ ทีมสรรหานักเตะของโรม่าซึ่งนำโดย โทนี่ ดามีโก้ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา จึงต้องขยายรายชื่อเป้าหมายออกไป และมีสองชื่อใหม่โผล่ขึ้นมาเป็นตัวเลือกทดแทน นั่นคือ มาลิค โฟฟาน่า ปีกชาวเบลเยียมจาก ลียง ที่ทีมฝรั่งเศสตั้งราคาไว้ราว 45 ล้านยูโร และอีกหนึ่งชื่อที่กำลังเป็นกระแสมากที่สุดในสัปดาห์นี้คือ เจมี กิทเท่นส์ ปีกดาวรุ่งของเชลซี

เจมี กิทเท่นส์ คือใคร ทำไมโรม่าถึงมอง

กิทเท่นส์ วัย 21 ปี ไม่ใช่นักเตะหน้าใหม่ในวงการฟุตบอลระดับสูง เขาเริ่มต้นเส้นทางนักเตะอาชีพจากอะคาเดมีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในเยอรมนี ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่ เจดอน ซานโช่ เคยเดินมาก่อน และที่ดอร์ทมุนด์นี่เองที่ทำให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะปีกความเร็วสูงที่มีทักษะการเลี้ยงบอลโดดเด่น

ฤดูร้อนที่แล้ว เชลซี ทุ่มเงินมหาศาลราว 56-60 ล้านยูโร เพื่อดึงตัวเขามาร่วมทีม ด้วยความหวังว่าจะได้ปีกดาวรุ่งที่จะเติบโตเป็นกำลังหลักในระยะยาว แต่โชคร้ายที่ฤดูกาลแรกในลอนดอนของกิทเท่นส์กลับไม่เป็นไปตามแผน เขาต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อซ้ำซาก โดยเฉพาะอาการเอ็นร้อยหวายและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังที่รบกวนตลอดฤดูกาล ทำให้ลงเล่นในลีกได้เพียง 495 นาทีเท่านั้นตลอดทั้งซีซั่น

สถานการณ์ของเขายิ่งดูสั่นคลอนมากขึ้นเมื่อพรีซีซั่นนี้ กิทเท่นส์ถูกปล่อยนั่งสำรองตลอดเกมในนัดที่เชลซีเอาชนะ เอซี มิลาน ไปได้ถึง 3-0 สะท้อนให้เห็นว่าตำแหน่งของเขาในทีมภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง ซาบี้ อลอนโซ่ นั้นไม่มั่นคงเลย ยิ่งไปกว่านั้น เชลซียังมีข่าวเชื่อมโยงกับนักเตะปีกคนใหม่อย่าง เคริม อาลาจ์เบโกวิช เข้ามาเสริมทัพอีกราย ซึ่งจะยิ่งทำให้การแข่งขันแย่งตำแหน่งในแดนรุกของทีมสีน้ำเงินดุเดือดขึ้นไปอีก

มิติเทคนิค สไตล์การเล่นที่กัสเปริน่าต้องการ

หากมองในมุมยุทธวิธี กิทเท่นส์มีโปรไฟล์ที่ตรงกับสิ่งที่กัสเปริน่าต้องการพอดิบพอดี เขาเป็นปีกที่ถนัดเล่นฝั่งซ้าย แต่มีความสามารถในการตัดเข้ากลางเพื่อยิงประตูด้วยเท้าขวา ลักษณะการเล่นแบบ “อินเวิร์ตวิงเกอร์” นี้เอื้อต่อระบบเกมรุกที่กัสเปริน่าใช้มาตลอดอาชีพโค้ช ทั้งสมัยอยู่กับอตาลันต้าและปัจจุบันที่โรม่า ซึ่งเน้นการสร้างโอเวอร์โหลดในพื้นที่ครึ่งสนามฝั่งตรงข้าม รวมถึงการกดดันสูงตั้งแต่แนวรุกเพื่อแย่งบอลคืนโดยเร็วที่สุด

ความเร็วและความสามารถในการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งของกิทเท่นส์ยังเป็นอาวุธที่ทีมของกัสเปริน่าขาดหายไปตลอดฤดูกาลที่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผู้เล่นแนวรุกตัวหลักอย่าง มาติอัส โซว์เล่ และ เปาโล ดีบาล่า ที่เล่นในบทบาทตัวรุกตัวกลางมากกว่าปีกวิ่งลากเส้น การได้ปีกความเร็วสูงแบบกิทเท่นส์เข้ามาเสริมจึงอาจช่วยเติมเต็มมิติเกมรุกให้หลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องพิจารณาคือสภาพร่างกายและความฟิตของเขาหลังผ่านฤดูกาลที่เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ทีมงานแพทย์ของโรม่าคงต้องประเมินอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจปิดดีล

มิติธุรกิจ เกมการเงินที่ซับซ้อนของโรม่า

การจะเข้าใจว่าทำไมโรม่าถึงต้องดิ้นรนขนาดนี้ในตลาดนักเตะ จำเป็นต้องเข้าใจบริบททางการเงินของสโมสรก่อน ตระกูลฟรีดกิ้น เจ้าของสโมสร มีนโยบายชัดเจนในการควบคุมงบประมาณค่าเหนื่อยให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม โดยมีรายงานว่าต้องการลดค่าเหนื่อยรวมของทีมจากราว 140 ล้านยูโรกรอสในปัจจุบัน ให้เหลือต่ำกว่า 100 ล้านยูโรกรอส เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงด้านการเงินที่ทำไว้กับยูฟ่า

นโยบายนี้ทำให้โรม่าต้องพลาดเป้าหมายใหญ่หลายรายในซัมเมอร์นี้ ทั้ง เมสัน กรีนวู้ด ที่สุดท้ายย้ายจากมาร์กเซยไปเฟเนร์บาห์เช่ด้วยค่าตัว 39 ล้านยูโร และ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ซึ่งกัสเปริน่าเองก็ยอมรับตรงไปตรงมาว่าเป็นการตัดสินใจของสโมสรที่จะไม่ฝืนงบประมาณ แม้จะรู้ดีว่าเป็นนักเตะที่มีคุณภาพเหมาะกับทีมก็ตาม

กระนั้น ฤดูร้อนนี้โรม่าก็ไม่ได้นิ่งเฉยเสียทีเดียว สโมสรได้ปิดดีลสำคัญไปแล้วสามราย เริ่มจากการทำให้สัญญายืมตัว ดาเนียเล่ กิลาร์ดี้ กองหลังจากเวโรน่า กลายเป็นการย้ายถาวร ตามมาด้วยการใช้สิทธิ์ซื้อขาด ดอนเยลล์ มาเลน กองหน้าชาวดัตช์ จากแอสตัน วิลล่า ซึ่งเดิมทีเป็นการยืมตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคมด้วยค่ายืม 2 ล้านยูโร และมีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดที่ 25 ล้านยูโรเมื่อทีมได้สิทธิ์ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้มูลค่าการลงทุนรวมในตัวมาเลนอยู่ที่ราว 27 ล้านยูโร โดยเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังกับโรม่า ยิงไป 15 ประตูจาก 20 นัด และเซ็นสัญญาฉบับใหม่ยาวถึงปี 2030

ดีลที่สามและเป็นการเซ็นสัญญาหน้าใหม่รายแรกของซัมเมอร์นี้ คือ ซานติอาโก้ กาสโตร กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติอาร์เจนตินารุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่ย้ายมาจากโบโลญญ่าด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร และจะสวมเสื้อหมายเลข 9 ให้กับทีม

แม้จะมีการเสริมทัพไปแล้วสามราย แต่กัสเปริน่าเองก็ยังไม่พอใจกับความเร็วในการทำตลาดของสโมสร โดยระบุว่าทีมยังต้องการนักเตะคุณภาพเพิ่มอีกอย่างน้อยสามถึงสี่ราย โดยเฉพาะในตำแหน่งปีกทั้งสองฝั่งเพื่อเสริมทัพให้กับ โซว์เล่ และ ดีบาล่า ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชื่อของกิทเท่นส์และโฟฟาน่าถูกดึงเข้ามาเป็นตัวเลือกในนาทีนี้

ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ยังคงมีอยู่ รูปแบบการเจรจาที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับกิทเท่นส์จึงไม่ใช่การซื้อขาด แต่เป็นการยืมตัว ซึ่งจะช่วยลดภาระด้านค่าตัวก้อนใหญ่ในทันที ขณะที่เชลซีเองก็อาจเปิดทางให้เกิดดีลลักษณะนี้ได้ เนื่องจากนักเตะรายนี้ไม่ได้อยู่ในแผนการใช้งานหลักของอลอนโซ่ในฤดูกาลนี้อยู่แล้ว

มิติจิตใจ แรงกดดันและโอกาสครั้งใหม่ของนักเตะดาวรุ่ง

สำหรับนักเตะอายุน้อยที่เพิ่งย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงแต่กลับไม่ได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ สภาพจิตใจถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้เรื่องเทคนิคการเล่น กิทเท่นส์เดินทางมาถึงจุดที่หลายคนเรียกว่า “ทางแยกของอาชีพ” เพราะการไม่ได้ลงเล่นต่อเนื่องในช่วงวัยที่ควรได้พัฒนาฝีเท้ามากที่สุด อาจส่งผลกระทบต่อโอกาสติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในระยะยาว และเมื่อเชลซีไม่มีฟุตบอลยุโรปให้เล่นในฤดูกาลนี้ โอกาสในการหมุนเวียนตัวผู้เล่นก็ยิ่งลดน้อยลงไปอีก

การย้ายไปร่วมทีมที่เพิ่งกลับสู่เวทีแชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างโรม่า จึงอาจเป็นทางออกที่เหมาะสมทั้งสองฝ่าย นักเตะจะได้โอกาสลงเล่นในเวทีระดับทวีปยุโรปอย่างสม่ำเสมอ ได้พิสูจน์ตัวเองภายใต้ระบบการเล่นที่เน้นความเข้มข้นแบบกัสเปริน่า ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าสามารถปลุกปั้นนักเตะดาวรุ่งให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาแล้วหลายคนตลอดอาชีพโค้ชของเขา ขณะเดียวกันฝั่งโรม่าเองก็จะได้นักเตะฝีเท้าดีที่ยังมีคุณภาพสูงในราคาที่ประหยัดกว่าตลาดเปิดมาก เพราะสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกมากนักของกิทเท่นส์ที่เชลซี

ในทางกลับกัน หากดีลนี้ไม่สำเร็จ โรม่าก็ยังมีทางเลือกสำรองอย่างโฟฟาน่า ปีกชาวเบลเยียมจากลียง ที่แม้ฤดูกาลที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า แต่ยังคงถูกมองว่าเป็นนักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูง การมีสองตัวเลือกพร้อมกันในมือก็ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของทีมงานสรรหานักเตะ เพื่อไม่ให้พลาดหวังซ้ำสองเหมือนกรณีของนูซ่า

อนาคตจะเป็นอย่างไร นับถอยหลังก่อนเปิดซีซั่น

เวลาเดินหน้าเข้าใกล้วันเปิดฤดูกาลใหม่ของเซเรีย อา เข้าไปทุกที โดยโรม่ามีคิวเปิดบ้านพบกับ ฟิออเรนติน่า ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ซึ่งหมายความว่าเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนสำหรับทีมงานของดามีโก้ในการปิดดีลสำคัญให้ทันก่อนเปิดฤดูกาล กัสเปริน่าเองก็ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อจังหวะการทำตลาดที่ล่าช้าอยู่หลายครั้งในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา รวมถึงหลังจากที่ทีมพ่ายให้กับคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทีมจากระดับแชมเปี้ยนชิพไปถึง 1-4 ในเกมกระชับมิตร ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าทีมยังต้องการนักเตะคุณภาพเข้ามาเสริมความลึกของทีมโดยด่วน

สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ เชลซีจะยอมปล่อยกิทเท่นส์ออกไปด้วยเงื่อนไขแบบไหน จะเป็นการยืมตัวเปล่า หรือมีเงื่อนไขบังคับซื้อแนบมาด้วยหรือไม่ และโรม่าจะสามารถปิดดีลได้ทันเวลาก่อนเปิดซีซั่นหรือไม่ เพราะหากไม่สามารถปิดดีลได้ทัน กัสเปริน่าก็อาจต้องเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ในเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีกด้วยกำลังพลแนวรุกที่ยังไม่สมบูรณ์เหมือนที่เขาต้องการ

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของกิทเท่นส์อาจเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของวงการฟุตบอลยุคใหม่ ที่แม้แต่นักเตะค่าตัวหลายสิบล้านยูโรก็ไม่มีหลักประกันว่าจะได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ หากไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบทีมหรือรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมได้ตลอดเวลา คำถามที่น่าคิดต่อคือ หากกิทเท่นส์ย้ายมาโรม่าจริง เขาจะสามารถกลับมาทวงคืนฟอร์มเก่าที่เคยทำให้ทีมยักษ์ใหญ่ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวเขาได้หรือไม่

สรุปประเด็นสำคัญ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • โรม่าพลาดเป้าหมายอันดับหนึ่งอย่างอันโตนิโน นูซ่า เพราะไลป์ซิกตั้งราคาสูงถึง 60 ล้านยูโร เกินงบประมาณที่วางไว้
  • ทีมหันมาสนใจเจมี กิทเท่นส์ ปีกเชลซีวัย 21 ปี ที่ลงเล่นในลีกได้เพียง 495 นาทีตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บ
  • รูปแบบดีลที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการยืมตัว เนื่องจากโรม่ายังคงยึดนโยบายเพดานค่าเหนื่อยผู้เล่นใหม่อย่างเคร่งครัด
  • มาลิค โฟฟาน่า จากลียง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำรองที่โรม่าติดตามคู่ขนานไปด้วย
  • เวลาที่เหลือก่อนเปิดฤดูกาลพบฟิออเรนติน่าวันที่ 24 สิงหาคม กำลังกดดันให้ทีมงานสรรหานักเตะต้องเร่งปิดดีลโดยเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

เจมี กิทเท่นส์ เล่นตำแหน่งอะไร A: เขาเป็นปีกถนัดซ้ายที่สามารถตัดเข้ากลางสนามเพื่อยิงประตูด้วยเท้าขวา เหมาะกับระบบเกมรุกที่เน้นการตัดเข้าในของกัสเปริน่า

ทำไมโรม่าถึงพลาดดีลอันโตนิโน นูซ่า A: เพราะอาร์บี ไลป์ซิก ตั้งราคาค่าตัวไว้สูงถึงราว 60 ล้านยูโร ซึ่งเกินกว่างบประมาณและนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายของโรม่าในซัมเมอร์นี้

เจมี กิทเท่นส์ ย้ายมาเชลซีด้วยค่าตัวเท่าไหร่ A: มีรายงานว่าเชลซีทุ่มเงินราว 56-60 ล้านยูโร เพื่อดึงตัวเขามาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว

ดีลกิทเท่นส์กับโรม่าจะเป็นการซื้อขาดหรือยืมตัว A: จากสถานการณ์ทางการเงินของโรม่าที่ยังคุมเข้มเรื่องค่าเหนื่อย รูปแบบที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการยืมตัว ซึ่งเชลซีก็มีแนวโน้มเปิดทางให้ได้เช่นกัน

นอกจากกิทเท่นส์ โรม่ายังสนใจใครอีกบ้าง A: โรม่าติดตามมาลิค โฟฟาน่า ปีกชาวเบลเยียมจากลียง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกคู่ขนาน โดยลียงตั้งราคาไว้ราว 45 ล้านยูโร

โรม่าเสริมทัพไปแล้วกี่รายในซัมเมอร์นี้ A: ทีมปิดดีลไปแล้วสามราย ได้แก่ ดาเนียเล่ กิลาร์ดี้, ดอนเยลล์ มาเลน (ซื้อขาดจากสัญญายืม) และซานติอาโก้ กาสโตร จากโบโลญญ่า

ทำไมโรม่าถึงมีนโยบายเพดานค่าเหนื่อยผู้เล่นใหม่ A: สโมสรต้องการรักษาโครงสร้างค่าเหนื่อยเดิมให้สอดคล้องกับข้อตกลงด้านการเงินกับยูฟ่า และไม่ต้องการให้นักเตะใหม่มีรายได้แซงหน้าผู้เล่นที่ช่วยพาทีมเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ

โรม่าจะเปิดฤดูกาลเซเรีย อานัดแรกกับใคร A: โรม่าจะเปิดบ้านพบกับฟิออเรนติน่าในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นเส้นตายสำคัญที่กดดันให้ทีมต้องเร่งปิดดีลเสริมทัพ