จาก 15 ล้าน สู่ 6 ล้านปอนด์! โคเวนทรี งัดดีลสุดคุ้ม ทวงคืน กุสตาโว่ ฮาเมอร์ จาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หวังฮีโร่คนเดิมพาทีมอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก

สามปีก่อน โคเวนทรี ซิตี้ เคยขายนักเตะคนหนึ่งไปในราคา 15 ล้านปอนด์ วันนี้พวกเขากำลังจะซื้อนักเตะคนเดิมกลับมาในราคาเพียง 6 ล้านปอนด์บวกส่วนเสริม คำถามคือ อะไรทำให้ดีลที่ดูเหมือน “ขาดทุน” สำหรับอีกฝ่าย กลับกลายเป็นข่าวดีที่สุดของแฟนบอลสกายบลูส์ในซัมเมอร์นี้

สกายสปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำของอังกฤษ ยืนยันว่า โคเวนทรี ซิตี้ สโมสรที่เพิ่งทะยานกลับสู่พรีเมียร์ลีกหลังคว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพฤดูกาลที่ผ่านมา บรรลุข้อตกลงกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว สำหรับการดึงตัว กุสตาโว่ ฮาเมอร์ กองกลางวัย 29 ปี กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ด้วยค่าตัวราว 6 ล้านปอนด์บวกโบนัสเงื่อนไข หลังจากที่ก่อนหน้านี้เสนอราคาไปแล้วถึงสองครั้งแต่ถูกปฏิเสธ กว่าจะมาลงตัวในข้อเสนอที่สาม เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การซื้อขายนักเตะธรรมดา แต่มันคือเรื่องราวของความผูกพัน ความคิดถึงบ้าน และเกมธุรกิจฟุตบอลที่ซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น

จากเด็กกำพร้าในบราซิล สู่ขวัญใจแฟนบอลสกายบลูส์

ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมการกลับมาครั้งนี้ถึงมีความหมาย เราต้องย้อนกลับไปดูเส้นทางชีวิตของ ฮาเมอร์ ที่ไม่ธรรมดาเลยสักนิด เขาเกิดที่เมืองอิตาจาอี ประเทศบราซิล ก่อนจะถูกครอบครัวชาวดัตช์รับเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่วัยเด็กและย้ายไปเติบโตที่เนเธอร์แลนด์ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเกือบ 20 ปี จนได้รับสัญชาติดัตช์และเคยติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ระดับเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี แม้จะมีพาสปอร์ตบราซิลติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด แต่ในหลายบทสัมภาษณ์ ฮาเมอร์ เคยพูดตรงไปตรงมาว่าจากใจเขารู้สึกเป็นคนดัตช์มากกว่าบราซิล นี่คือภูมิหลังที่หล่อหลอมความอดทนและความมุ่งมั่นให้กับนักเตะคนนี้ตั้งแต่วัยเยาว์

เส้นทางลูกหนังของเขาเริ่มจากอะคาเดมี เฟเยนูร์ด สโมสรใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ ก่อนจะย้ายไปสะสมประสบการณ์กับ PEC ซโวลเลอ แล้วในปี 2020 จึงข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่วงการฟุตบอลอังกฤษกับ โคเวนทรี ซิตี้ ด้วยค่าตัวเพียงราวหนึ่งล้านปอนด์เศษ ณ ตอนนั้นแทบไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทรงคุณค่าที่สุดของสโมสร

ตลอดสามฤดูกาลกับโคเวนทรี ฮาเมอร์ ลงสนามไป 132 นัดในทุกรายการ ทำได้ 19 ประตู และแอสซิสต์อีก 24 ครั้ง รวมมีส่วนร่วมในการทำประตูถึง 43 ครั้ง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นมากสำหรับผู้เล่นตำแหน่งกองกลาง จุดพีคที่สุดในความทรงจำแฟนบอลคือฤดูกาล 2022-23 เมื่อเขายิงประตูชัยพาทีมผ่านรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟเอาชนะ มิดเดิลสโบรห์ เข้าสู่นัดชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ และเป็นตัวเขาเองที่ยิงตีเสมอ 1-1 กับ ลูตัน ทาวน์ ก่อนที่ทีมจะพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ พลาดโอกาสเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเสียดาย เดือนถัดมา เขาตัดสินใจย้ายไปกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้พอดี ด้วยสัญญาสี่ปีและค่าตัวราว 15 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรยอร์กเชียร์แห่งนี้

ทำไม แลมพาร์ด ถึงยอมทุ่มงบเพื่อกองกลางคนนี้

ในมุมของแท็กติก ฮาเมอร์ ไม่ใช่นักเตะที่มีรูปร่างสูงใหญ่หรือพละกำลังโดดเด่น ด้วยความสูงเพียง 1.69 เมตร เขาไม่ใช่นักเตะสายบู๊ที่จะไปยืนประจันหน้าปะทะกับคู่ต่อสู้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือความสามารถด้านเทคนิคและการอ่านเกม เขาถนัดรับบอลในพื้นที่ลึกกลางสนาม มีวิสัยทัศน์มองเกมทะลุแนวรับคู่แข่งได้อย่างเฉียบคม และยังมีอาวุธพิเศษคือการยิงไกลด้วยเท้าขวาที่ทรงพลัง ระยะยิงประตูไกลระดับ 25-30 หลาไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา

ข้อมูลสถิติจากฤดูกาล 2024-25 ที่เขาคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของศึกแชมเปี้ยนชิพ (EFL Championship Player of the Season) ยืนยันความครบเครื่องของเขาได้ชัดเจน ทั้งงานรุกที่มีส่วนร่วมทำประตูรวมสองหลัก และงานรับที่เฉลี่ยมีการสกัดบอลและแย่งบอลคืนต่อเกมในระดับสูงสำหรับผู้เล่นตำแหน่งกลางรุก นี่คือเหตุผลที่แฟนบอลเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เคยพูดกันว่า หากไม่มี ฮาเมอร์ ทีมอาจไม่มีวันได้แต้มมากขนาดที่เคยทำได้ในฤดูกาลที่ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก

สำหรับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่กำลังนำทัพโคเวนทรีลงสนามพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี โจทย์สำคัญที่สุดคือการหากองกลางที่สามารถควบคุมจังหวะเกม เชื่อมเกมรุกกับเกมรับ และยกระดับคุณภาพการเล่นให้ทันมาตรฐานลีกสูงสุด ฮาเมอร์ ตอบโจทย์นี้ได้ทุกข้อ เพราะเขาเคยผ่านประสบการณ์เล่นในพรีเมียร์ลีกมาแล้วกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด รู้จักความเข้มข้นของเกมระดับสูงสุด และยังคุ้นเคยกับระบบการเล่นของโคเวนทรีเป็นอย่างดีเพราะเคยอยู่ที่นี่มาก่อน แทบไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวมากนัก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากสำหรับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นและมีเวลาเตรียมทีมจำกัด

หัวใจที่ไม่เคยลืมบ้านหลังที่สอง

สิ่งที่ทำให้ดีลนี้พิเศษกว่าการซื้อขายนักเตะทั่วไปคือมิติทางด้านจิตใจ รายงานระบุชัดเจนว่า ฮาเมอร์ เองเป็นฝ่ายปรารถนาที่จะกลับมาร่วมทีมโคเวนทรีอีกครั้ง ไม่ใช่แค่สโมสรอยากได้ตัวเขาฝ่ายเดียว สำหรับนักเตะที่ผ่านชีวิตวัยเด็กอันยากลำบากในบราซิล ก่อนได้รับโอกาสใหม่จากครอบครัวบุญธรรมชาวดัตช์ การเลือกกลับไปหาสโมสรที่เคยให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเองในวงการฟุตบอลอังกฤษเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงความรู้สึกผูกพันที่ลึกซึ้งกว่าตัวเลขค่าเหนื่อยหรือเกียรติประวัติ

แฟนบอลสกายบลูส์เองก็ไม่เคยลืมเขา ตลอดสามปีที่เขาสวมเสื้อโคเวนทรี เขาไม่ได้เป็นแค่ผู้เล่นในสนาม แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของทีมที่กำลังไต่เต้าจากทีมกลางตารางแชมเปี้ยนชิพขึ้นมาท้าชิงเลื่อนชั้น เพลงเชียร์ที่แต่งขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะยังคงถูกร้องในสนามซีบีเอสอารีน่าอยู่จนถึงทุกวันนี้ การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเสริมทัพ แต่คือการนำฮีโร่ที่แฟนบอลรักกลับบ้านในจังหวะเวลาที่ทีมต้องการเขามากที่สุด นั่นคือช่วงเวลาที่โคเวนทรีต้องพิสูจน์ตัวเองในเวทีสูงสุดของวงการลูกหนังอังกฤษ

ในทางกลับกัน สำหรับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และกุนซือ คริส ไวล์เดอร์ การตัดสินใจปล่อยตัวผู้เล่นคนสำคัญที่สุดของทีมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ไวล์เดอร์ เองก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่านโยบายของสโมสรไม่ต้องการปล่อยให้นักเตะเดินออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อสัญญาหมดลง โดยเฉพาะกับผู้เล่นที่พวกเขาเคยจ่ายเงินก้อนใหญ่ไปซื้อมา นี่คือความจริงอันโหดร้ายของธุรกิจฟุตบอลที่แม้แต่ผู้เล่นที่ทีมรักมากที่สุดก็อาจต้องถูกปล่อยตัวไปเมื่อสถานการณ์สัญญาบีบบังคับ

เกมธุรกิจเบื้องหลังตัวเลข และก้าวต่อไปของโคเวนทรี

มองในมุมธุรกิจฟุตบอล ดีลนี้สะท้อนสถานการณ์ที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เผชิญอยู่อย่างชัดเจน ฮาเมอร์ เหลือสัญญากับสโมสรไม่ถึง 12 เดือนนับจากนี้ หากปล่อยให้ลากยาวไปจนหมดสัญญาโดยไม่ขายในซัมเมอร์นี้ สโมสรมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียนักเตะคนสำคัญไปแบบไม่ได้ค่าตัวสักบาทเดียวในซัมเมอร์หน้า การยอมขายตอนนี้ในราคา 6 ล้านปอนด์บวกส่วนเสริม แม้จะดูน้อยกว่าค่าตัวที่เคยซื้อมาถึง 15 ล้านปอนด์อยู่มาก แต่ในทางบัญชีก็ยังดีกว่าปล่อยให้สูญเปล่า และหากรวมกับการขายนักเตะรายอื่นในซัมเมอร์นี้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จะสามารถเก็บเกี่ยวรายได้จากการขายนักเตะรวมกว่า 15 ล้านปอนด์เข้าคลังสโมสร

ส่วนทางฝั่งโคเวนทรี การดึงตัว ฮาเมอร์ กลับมาคือชิ้นส่วนล่าสุดของการเสริมทัพครั้งใหญ่ในซัมเมอร์นี้ ซึ่งจะทำให้ยอดใช้จ่ายรวมของสโมสรทะลุหลัก 90 ล้านปอนด์ ถือเป็นตัวเลขที่สูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนสำหรับสโมสรระดับนี้ สะท้อนความทะเยอทะยานของเจ้าของทีมและ แลมพาร์ด ที่ต้องการสร้างทีมให้แข็งแกร่งพอจะอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้ในซีซั่นแรก ไม่ใช่แค่ขึ้นมาเพื่อโดนดึงกลับไปตกชั้นอย่างรวดเร็ว นอกจาก ฮาเมอร์ แล้ว สโมสรยังยืนยันการได้ตัว คาเลบ ยิเรนคยี กองกลางชาวกานา เข้าร่วมทีมด้วยเช่นกัน และยังเดินหน้าเจรจาดึงตัว แองเจิล โกเมส จาก มาร์กเซย เพิ่มเติม ซึ่งหากปิดดีลได้สำเร็จ จะยิ่งตอกย้ำภาพของทีมที่ลงทุนอย่างจริงจังเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว ไม่ใช่แค่การันตีการอยู่รอดในฤดูกาลเดียว

ขั้นตอนต่อไปของดีลนี้คือการตรวจร่างกาย ซึ่งคาดว่า ฮาเมอร์ จะเดินทางไปตรวจกับทีมแพทย์ของโคเวนทรีในช่วงวันอาทิตย์ หากทุกอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาด้านสุขภาพ เขาจะได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการและมีสิทธิ์ลงสนามให้ทีมได้ทันเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาลกับ อาส์ มอนาโก รวมถึงพร้อมลุยศึกพรีเมียร์ลีกนัดเปิดสนามที่โคเวนทรีจะดวลกับทีมแชมป์เก่าอย่าง อาร์เซนอล ซึ่งถือเป็นบททดสอบระดับสูงสุดตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล

สำหรับแฟนบอลสกายบลูส์ คำถามที่แท้จริงตอนนี้ไม่ใช่ว่าทำไม ฮาเมอร์ ถึงกลับมา เพราะเหตุผลทั้งด้านฟุตบอลและด้านจิตใจชัดเจนอยู่แล้ว แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ เขาจะสามารถแบกรับความคาดหวังของทั้งสโมสรและตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน ในเวทีที่โหดหินกว่าแชมเปี้ยนชิพหลายเท่าตัว และจะเป็นตัวเขาเองหรือไม่ ที่จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่พาโคเวนทรีอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้อย่างสง่างาม

สรุปประเด็นสำคัญ

  • โคเวนทรี ซิตี้ บรรลุข้อตกลงกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด คว้าตัว กุสตาโว่ ฮาเมอร์ กองกลางวัย 29 ปี กลับมาด้วยค่าตัวราว 6 ล้านปอนด์บวกส่วนเสริม
  • ฮาเมอร์ เคยอยู่กับโคเวนทรีปี 2020-2023 ก่อนย้ายไปเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และเคยพาทีมเข้าชิงเพลย์ออฟแต่แพ้ ลูตัน ทาวน์ ในการดวลจุดโทษ
  • เขาคือแชมป์รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของแชมเปี้ยนชิพเมื่อฤดูกาล 2024-25 และเป็นนักเตะเชื้อสายบราซิล-ดัตช์ที่ผ่านชีวิตวัยเด็กอันไม่ธรรมดา
  • ดีลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทุ่มงบเสริมทัพกว่า 90 ล้านปอนด์ของโคเวนทรีในซัมเมอร์นี้ เพื่อเตรียมพร้อมสู้ศึกพรีเมียร์ลีก
  • คาดว่าจะมีการตรวจร่างกายวันอาทิตย์ ก่อนเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการทันเกมเปิดฤดูกาลพบอาร์เซนอล

คำถามที่พบบ่อย

ค่าตัวของ กุสตาโว่ ฮาเมอร์ ในการย้ายกลับโคเวนทรีครั้งนี้เท่าไหร่ คาดว่าอยู่ที่ราว 6 ล้านปอนด์ บวกกับเงื่อนไขส่วนเสริมเพิ่มเติมตามผลงาน ซึ่งต่ำกว่าค่าตัวที่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เคยซื้อเขามาในปี 2023 ถึงประมาณ 9 ล้านปอนด์

ทำไม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ถึงยอมขาย ฮาเมอร์ ในราคาที่ต่ำกว่าที่ซื้อมามาก เพราะเขาเหลือสัญญากับสโมสรไม่ถึง 12 เดือน หากไม่ขายตอนนี้มีความเสี่ยงที่จะเสียเขาไปแบบไม่ได้ค่าตัวเมื่อสัญญาหมดในปีถัดไป

ฮาเมอร์ เคยเล่นให้โคเวนทรีมาก่อนหรือไม่ เคย เขาอยู่กับโคเวนทรีระหว่างปี 2020-2023 ลงสนาม 132 นัด ทำได้ 19 ประตู 24 แอสซิสต์ ก่อนย้ายไปเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

ฮาเมอร์ มีสัญชาติอะไร เขาเกิดที่บราซิลแต่ถูกครอบครัวชาวดัตช์รับเป็นบุตรบุญธรรมและเติบโตในเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันถือสองสัญชาติและเคยติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ระดับเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี

ฮาเมอร์ เล่นตำแหน่งอะไรและมีจุดเด่นด้านใด เขาเล่นตำแหน่งกองกลางตัวสร้างเกม จุดเด่นคือวิสัยทัศน์การจ่ายบอลทะลุแนวรับ การยิงไกลด้วยเท้าขวา และความสามารถด้านเทคนิคที่โดดเด่นแม้รูปร่างจะไม่ใหญ่โต

เมื่อไหร่ที่ ฮาเมอร์ จะได้ตรวจร่างกายและเซ็นสัญญากับโคเวนทรี คาดว่าจะมีการตรวจร่างกายในวันอาทิตย์ หากไม่มีปัญหาก็จะได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในไม่กี่วันถัดจากนั้น

นี่เป็นนักเตะคนแรกที่โคเวนทรีเซ็นสัญญาในซัมเมอร์นี้หรือไม่ ไม่ใช่ นี่เป็นการเสริมทัพลำดับที่ห้าของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในซัมเมอร์นี้ ต่อจากนักเตะรายอื่นรวมถึง คาเลบ ยิเรนคยี กองกลางชาวกานา

โคเวนทรีจะได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกกับทีมใด ตามกำหนดการ โคเวนทรีจะเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วยการพบกับทีมแชมป์เก่าอย่าง อาร์เซนอล หลังจากอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายกับ อาส์ มอนาโก