อาแซดปัดตกดื้อ! เวสต์แฮมง้อไม่หยุด “ทรอย แพร์ร็อตต์” ดาวยิงไอริชที่ทั้งยุโรปแย่งกันแย่งซื้อ

ทีมสโมสรระดับท็อปจากอย่างน้อย 4 ประเทศทั่วยุโรปกำลังต่อคิวเคาะประตูอาแซด อัลค์มาร์ เพื่อขอซื้อนักเตะคนเดียวกัน และตัวเลขที่พวกเขายอมจ่ายกำลังไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จนอาจแตะหลัก 30 ล้านยูโร คำถามคือ ทำไมกองหน้าที่เคยได้ลงสนามให้ทีมชุดใหญ่สเปอร์สแค่ 4 นัดตลอดทั้งฤดูกาล ถึงกลายเป็นสินค้าที่ร้อนแรงที่สุดชิ้นหนึ่งของตลาดซื้อขายนักเตะยุโรปในวันนี้ คำตอบทั้งหมดอยู่ในเรื่องราวของทรอย แพร์ร็อตต์ ศูนย์หน้าทีมชาติไอร์แลนด์วัย 24 ปี ที่ล่าสุดสโมสรเอเรดิวิซี่ต้นสังกัดเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอแรกจากเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปหมาดๆ

จากม้าสำรองที่ลอนดอน สู่ขวัญใจเอเรดิวิซี่

เส้นทางของแพร์ร็อตต์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตั้งแต่แรก เขาเติบโตมากับอะคาเดมีของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่พรีเมียร์ลีกครั้งแรกตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี แต่ตลอดหลายฤดูกาลถัดมาเขากลับไม่สามารถหาที่ยืนถาวรในทีมชุดใหญ่ได้ ฤดูกาล 2019-20 เขาได้ลงสนามเพียง 4 นัดเท่านั้น ก่อนถูกส่งไปยืมตัววนไปหลายสโมสรในลีกรองของอังกฤษ ทั้งมิลล์วอลล์ อิปสวิช เอ็มเค ดอนส์ และเพรสตัน เพื่อสะสมประสบการณ์และหาจังหวะเวลาการลงเล่นที่มากขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงยืมตัวไปเล่นให้เอ็กเซลซิเออร์ ร็อตเตอร์ดัมในเนเธอร์แลนด์ ที่นั่นเขายิงไป 17 ประตูจาก 32 นัดในทุกรายการ ผลงานที่ทำให้อาแซด อัลค์มาร์ ตัดสินใจทุ่มเงินราว 6.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านยูโร) ซื้อตัวเขาแบบถาวรในปี 2024 พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปีถึงกลางปี 2029 ซึ่งนั่นหมายความว่าตอนนี้เขายังเหลือสัญญาผูกพันกับสโมสรอีกราว 3 ปี ทำให้อาแซดมีอำนาจต่อรองเต็มที่ในการตั้งราคาค่าตัว เพราะไม่มีความจำเป็นต้องรีบขายหากราคาที่เสนอมาไม่ถูกใจ

การย้ายไปเนเธอร์แลนด์กลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในอาชีพของเขา จากผู้เล่นที่แจ้งเกิดไม่ได้ในลอนดอน เขากลายเป็นหนึ่งในดาวยิงที่มีผลงานยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของเอเรดิวิซี่ในเวลาไม่ถึง 2 ปี

ตัวเลขที่พิสูจน์ตัวตน: 31 ประตู 12 แอสซิสต์ และถ้วยแชมป์ใบแรก

ฤดูกาล 2025-26 คือฤดูกาลที่ทำให้ชื่อของแพร์ร็อตต์ดังไปทั่วยุโรป เขายิงไป 16 ประตูจากการลงสนาม 28 นัดในเอเรดิวิซี่ พร้อมแอสซิสต์อีก 5 ครั้ง และเมื่อรวมทุกรายการตลอดทั้งฤดูกาล ตัวเลขของเขาพุ่งไปถึง 31 ประตู 12 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 48 นัด นับเป็นสถิติที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขา ผลงานระดับนี้ยังช่วยพาอาแซดคว้าแชมป์ KNVB Cup (ฟุตบอลถ้วยของเนเธอร์แลนด์) ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นถ้วยแชมป์สำคัญใบแรกในอาชีพค้าแข้งของเขา

ในเชิงเทคนิค แพร์ร็อตต์ไม่ใช่ศูนย์หน้าแบบตายตัวที่ยืนรอบอลอยู่หน้าประตูเพียงอย่างเดียว เขาสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งตลอดแนวรุก ทั้งศูนย์หน้าตัวเป้า ปีกกลับใน หรือแม้แต่ตัวต่ำลงมาช่วยเชื่อมเกม ความหลากหลายนี้เองที่ทำให้ทีมระดับท็อปหลายสโมสรมองว่าเขาไม่ใช่แค่ “นักยิงประตู” แต่เป็นนักเตะแนวรุกที่ปรับใช้ได้กับหลายระบบการเล่น

อีกปัจจัยที่เพิ่มมูลค่าให้เขาในสายตาสโมสรอังกฤษคือสถานะ “โฮมโกรน” (Homegrown Player) ตามกฎการขึ้นทะเบียนนักเตะของพรีเมียร์ลีกและอีเอฟแอล ที่กำหนดให้แต่ละสโมสรต้องมีโควตานักเตะที่ผ่านการฝึกในระบบเยาวชนอังกฤษหรือเวลส์อยู่ในทีมจำนวนหนึ่ง แม้แพร์ร็อตต์จะค้าแข้งอยู่ในเนเธอร์แลนด์มาหลายปี แต่ด้วยรากฐานที่เติบโตมาจากอะคาเดมีสเปอร์ส เขายังคงนับเป็นโฮมโกรนได้ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้สโมสรจากอังกฤษอย่างเวสต์แฮมมองว่าคุ้มค่าที่จะจ่ายแพงกว่าปกติเพื่อแลกกับประโยชน์ด้านการบริหารโควตาทีมในระยะยาว

หัวใจนักสู้ ทั้งในสโมสรและเสื้อทีมชาติ

สิ่งที่ทำให้แพร์ร็อตต์ได้รับความรักจากแฟนบอลไม่ใช่แค่ตัวเลขสถิติ แต่คือทัศนคติและจิตใจนักสู้ที่เขาแสดงออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะมีกระแสข่าวว่าเขาต้องการย้ายทีมตั้งแต่ช่วงต้นฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่เขายังคงยืนยันความทุ่มเทเต็มที่ตราบใดที่ยังสวมเสื้ออาแซดอยู่ พร้อมพูดถึงความสัมพันธ์อันดีกับลีรอย เอคเทลด์ เฮดโค้ชคนปัจจุบัน และยอมรับอย่างเปิดใจว่าแม้ตอนนี้เขาจะไม่ใช่ตัวเลือกอันดับหนึ่งในแผนการเล่น (เม็กซ์ เมียร์ดิงค์ ได้รับความไว้วางใจให้ยืนเป็นหัวหอกหลักแทน) เขาก็เคารพการตัดสินใจของโค้ชและพร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในบทบาทที่ได้รับ

แต่เรื่องราวที่สะเทือนใจแฟนบอลไอริชมากที่สุดในรอบหลายปี คือบทบาทของแพร์ร็อตต์กับทีมชาติไอร์แลนด์ในศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 ที่ผ่านมา เดือนพฤศจิกายน 2025 เขายิง 2 ประตูช่วยไอร์แลนด์พลิกล็อกเอาชนะโปรตุเกส (ที่มีคริสเตียโน โรนัลโด นำทีม และโดนใบแดงในเกมนั้น) 2-0 ที่บ้าน ก่อนจะตอกย้ำความยิ่งใหญ่อีกครั้งในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่บูดาเปสต์ ด้วยการซัดแฮตทริกช่วยไอร์แลนด์พลิกกลับมาเอาชนะฮังการี 3-2 แบบมีประตูชัยในนาทีที่ 96 ผลงานที่ทำให้ไอร์แลนด์ผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟฟุตบอลโลกได้สำเร็จ เขาถึงกับร้องไห้ด้วยความปลื้มปีติหลังเกมจบ และบอกกับสื่อว่าคืนนั้นคือคืนที่มีความหมายที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา เพราะครอบครัวของเขาอยู่ที่นั่นด้วย

น่าเสียดายที่เส้นทางสู่ฟุตบอลโลกของไอร์แลนด์ต้องมาสะดุดในรอบเพลย์ออฟช่วงเดือนมีนาคม 2026 เมื่อพวกเขาออกนำเช็กเกีย 2-0 ในช่วงต้นเกมที่กรุงปราก (แพร์ร็อตต์เป็นผู้ยิงจุดโทษขึ้นนำ) ก่อนจะถูกไล่ตีเสมอและพ่ายแพ้ในที่สุด ทำให้ความฝันการกลับไปเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 ต้องจบลง แต่ถึงอย่างนั้น ผลงานตลอดแคมเปญคัดเลือกของเขาก็เพียงพอที่จะตอกย้ำสถานะการเป็นความหวังเบอร์หนึ่งของวงการฟุตบอลไอริชไปอีกหลายปีข้างหน้า ปัจจุบันเขายิงไปแล้ว 11 ประตูจาก 37 นัดในเสื้อทีมชาติ

สมรภูมิเงินล้าน: ใครจะได้ตัวเขาไปครอง

กลับมาที่ประเด็นหลักของข่าวนี้ ตัวเลขค่าตัวที่มีการรายงานออกมาจากหลายสำนักข่าวยังไม่ตรงกันทั้งหมด ข้อเสนอแรกของเวสต์แฮมถูกระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 17.5 ล้านยูโร (ราว 15 ล้านปอนด์) ซึ่งถูกอาแซดปฏิเสธ ส่วนตัวเลขราคาที่อาแซดต้องการนั้นมีรายงานหลากหลายระดับ ตั้งแต่แพ็กเกจราว 25 ล้านปอนด์ที่มีการพูดถึงมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ไปจนถึงรายงานล่าสุดจากสื่อเนเธอร์แลนด์ที่อ้างคำพูดของนีลส์ ฟาน ดุยเนน ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของอาแซด ที่ระบุชัดว่าต้องการค่าตัวสถิติสโมสรสูงถึง 30 ล้านยูโร (ราว 25-26 ล้านปอนด์) ก่อนจะยอมปล่อยตัวศูนย์หน้ารายนี้ ตัวเลขนี้สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่เคยมีการรายงานไว้ก่อนหน้าค่อนข้างมาก สะท้อนว่าอาแซดไม่มีความจำเป็นต้องรีบขายและพร้อมรอราคาที่พอใจจริงๆ เท่านั้น ด้านเวสต์แฮมเองก็ถูกมองว่ามีโอกาสยื่นข้อเสนอใหม่ที่สูงกว่า 20 ล้านยูโรในไม่ช้า แต่ก็ยังห่างจากเป้าหมายของอาแซดอยู่พอสมควร

สิ่งที่ทำให้ดีลนี้ซับซ้อนกว่าปกติคือ เวสต์แฮมไม่ได้เป็นเพียงเจ้าเดียวที่สนใจ สำนักข่าวสกายสปอร์ตยืนยันว่าทั้งเรอัล เบติส จากลาลีกา และอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็ได้ติดต่อสอบถามราคาจากอาแซดเช่นกัน โดยเรอัล เบติสถูกมองว่าให้ความสนใจอย่างจริงจังเป็นพิเศษ เพื่อหาตัวสำรอง/คู่แข่งตำแหน่งให้กับคูโช เอร์นันเดซ ขณะที่อาแจ็กซ์แม้จะเคยสอดส่องดูตัวเขามาตั้งแต่ต้นปี แต่หลังจากเสริมทัพแนวรุกด้วยมาร์กอส เลโอนาร์โด และโตลู อาโรโกดาเร ไปแล้ว ความจำเป็นในการซื้อกองหน้าเพิ่มจึงลดน้อยลง นอกจากสองทีมนี้ ยังมีรายงานความสนใจจากโคโม (ทีมในเซเรียอาที่กำลังจะได้เล่นแชมเปียนส์ลีก และใช้จุดขายนี้เป็นไม้ตายในการเจรจา) พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เอฟซี ปอร์โต้ และฟูแล่ม ขณะที่ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี ทั้งเอซี มิลาน และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็เคยส่งสายตาสอดส่องเขามาแล้วเช่นกัน แม้ความสนใจจากสองทีมหลังจะดูซาลงในตอนนี้

สำหรับฝั่งเวสต์แฮม สาเหตุที่พวกเขาต้องการตัวแพร์ร็อตต์อย่างเร่งด่วนมาจากสถานการณ์ในทีมหลังตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกสู่แชมเปี้ยนชิพ สโมสรกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ สูญเสียผู้เล่นสำคัญอย่างไครเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ มาเตอุส เฟอร์นันด์ส และเฟรดดี้ พ็อตส์ไปแล้ว ขณะที่แนวรุกยังมีเพียงปาโบล เฟลิเป้ และทาตี้ กัสเตยาโนส (ที่มีข่าวอาจจะย้ายออกด้วยซ้ำ) เป็นตัวเลือกหลัก การได้ดาวยิงระดับ 31 ประตูต่อฤดูกาลอย่างแพร์ร็อตต์มาเสริมทัพจึงเป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ของนูโน่ เอสปิริโต ซานโต้ กุนซือทีม แต่นอกจากแพร์ร็อตต์แล้ว เวสต์แฮมยังต้องแข่งกับสโมสรอื่นเพื่อแย่งเป้าหมายกองหน้าคนอื่นๆ ด้วย ทั้งจอร์จ อิเลนิเคน่า จากอัล-อิตติฮาด (ที่เซบีย่าก็สนใจ) และวิลสัน อิซิดอร์ จากซันเดอร์แลนด์ (ที่ฮัลล์ ซิตี้ก็ต้องการตัวเช่นกัน) ส่วนคู่แข่งจากเยอรมนีอย่างแอร์เบ ไลป์ซิกก็ถูกระบุว่าติดต่อขอซื้อแพร์ร็อตต์เช่นกัน ทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ดุเดือดกว่าที่คิด

อีกหนึ่งฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากดีลนี้โดยไม่ต้องขยับตัวเลยคือท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้นสังกัดเก่าของแพร์ร็อตต์ เพราะในสัญญาที่ขายเขาให้อาแซดเมื่อปี 2024 สเปอร์สได้ระบุเงื่อนไขเก็บส่วนแบ่งค่าตัว (Sell-on Clause) ไว้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าหากอาแซดขายแพร์ร็อตต์ได้ในราคา 30 ล้านยูโรตามที่ต้องการ สเปอร์สจะมีรายได้เข้ากระเป๋าโดยไม่ต้องทำอะไรเลยสูงถึงราว 6 ล้านยูโร

บทสรุป

จากนักเตะที่หาที่ยืนในทีมชุดใหญ่ไม่ได้เมื่อ 6-7 ปีก่อน สู่การเป็นเป้าหมายที่สโมสรจากอย่างน้อย 4-5 ประเทศทั่วยุโรปต่อคิวยื่นข้อเสนอ เรื่องราวของทรอย แพร์ร็อตต์คือบทพิสูจน์ว่าเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลไม่จำเป็นต้องราบรื่นตั้งแต่ต้นเสมอไป การปฏิเสธข้อเสนอแรกของเวสต์แฮมในครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามการเจรจาที่ยืดเยื้อไปอีกหลายสัปดาห์ คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ สุดท้ายแล้วสโมสรไหนจะยอมจ่ายแพงพอที่จะได้ตัวเขาไป และที่สำคัญกว่านั้น การกลับไปเล่นในอังกฤษที่เขาไม่เคยประสบความสำเร็จ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของเขาจริงหรือ เมื่อเทียบกับการอยู่ในยุโรปแผ่นดินใหญ่ที่ทั้งเรอัล เบติส และโคโม่ต่างก็ยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

สรุปประเด็นสำคัญ

  • อาแซด อัลค์มาร์ ปฏิเสธข้อเสนอแรกของเวสต์แฮมสำหรับทรอย แพร์ร็อตต์ แต่เวสต์แฮมยังไม่ล้มเลิกความพยายาม
  • ฤดูกาล 2025-26 แพร์ร็อตต์ทำผลงาน 31 ประตู 12 แอสซิสต์ จาก 48 นัด ช่วยอาแซดคว้าแชมป์ KNVB Cup
  • รายงานล่าสุดจากเนเธอร์แลนด์ระบุอาแซดต้องการค่าตัวสถิติสโมสรสูงถึง 30 ล้านยูโร สูงกว่าตัวเลขที่เคยมีการรายงานไว้ก่อนหน้า
  • นอกจากเวสต์แฮม ยังมีเรอัล เบติสและอาแจ็กซ์ยืนยันติดต่อ พร้อมความสนใจจากโคโม พีเอสวี ปอร์โต้ และฟูแล่ม
  • ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้นสังกัดเก่า ถือเงื่อนไขส่วนแบ่งค่าตัว 20% จากการขายครั้งนี้ด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ทรอย แพร์ร็อตต์ อายุเท่าไหร่และเล่นตำแหน่งอะไร เขาอายุ 24 ปี เล่นตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าที่สามารถปรับเล่นได้หลายตำแหน่งตลอดแนวรุก

ทำไมอาแซด อัลค์มาร์ ถึงปฏิเสธข้อเสนอของเวสต์แฮม เพราะตัวเลขที่เวสต์แฮมเสนอมาต่ำกว่ามูลค่าที่อาแซดต้องการ ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่าอาแซดตั้งเป้าค่าตัวสถิติสโมสรสูงถึง 30 ล้านยูโร

แพร์ร็อตต์เคยเล่นให้ท็อตแน่มมาก่อนหรือไม่ เคยเป็นนักเตะอะคาเดมีของสเปอร์ส แต่ไม่สามารถแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ได้ ก่อนถูกขายให้อาแซดในปี 2024

นอกจากเวสต์แฮมยังมีสโมสรไหนสนใจแพร์ร็อตต์อีกบ้าง มีรายงานความสนใจจากเรอัล เบติส อาแจ็กซ์ โคโม พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เอฟซี ปอร์โต้ และฟูแล่ม

แพร์ร็อตต์มีผลงานกับทีมชาติไอร์แลนด์อย่างไรบ้าง เขายิงแฮตทริกช่วยไอร์แลนด์ผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ แม้สุดท้ายไอร์แลนด์จะแพ้เช็กเกียในรอบเพลย์ออฟก็ตาม

สัญญาของแพร์ร็อตต์กับอาแซดหมดเมื่อไหร่ เขามีสัญญาผูกพันกับอาแซดถึงเดือนมิถุนายน 2029 ทำให้สโมสรมีอำนาจต่อรองสูงในการตั้งราคาค่าตัว

ท็อตแน่มได้ประโยชน์จากการขายครั้งนี้หรือไม่ ได้ เพราะสเปอร์สถือเงื่อนไขส่วนแบ่งค่าตัว 20% จากการขายแพร์ร็อตต์ให้อาแซดเมื่อปี 2024

ทำไมแพร์ร็อตต์ถึงมีมูลค่าสูงในสายตาสโมสรอังกฤษเป็นพิเศษ เพราะเขานับเป็นนักเตะโฮมโกรนจากการเติบโตในอะคาเดมีอังกฤษ ซึ่งช่วยเรื่องโควตาทีมตามกฎพรีเมียร์ลีกและอีเอฟแอล