ลองจินตนาการดูว่า คุณกำลังจะได้เซ็นสัญญาในฝันกับสโมสรระดับโลกอย่าง อินเตอร์ มิลาน แชมป์กัลโช เซเรียอา และรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกหมาดๆ แต่แล้วทุกอย่างกลับพังทลายลงเพียงเพราะผลตรวจร่างกายที่ห้องแพทย์แจ้งว่า “ไม่ผ่าน” นี่ไม่ใช่บทละคร แต่คือเรื่องจริงของ อานัน คาไลลี่ ปีกขวาทีมชาติอิสราเอลวัย 21 ปี ที่เพิ่งเผชิญกับความผิดหวังครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพค้าแข้ง ก่อนที่โชคชะตาจะพลิกกลับมาให้เขาในรูปแบบของ คริสตัล พาเลซ สโมสรจากพรีเมียร์ลีกที่กำลังจะทุ่มเงินราว 21 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวเขามาสวมเสื้อทีมนกอินทรีแห่งเซลเฮิร์สต์ พาร์ค
เรื่องราวของคาไลลี่ไม่ใช่แค่ข่าวย้ายทีมธรรมดา แต่มันคือบทเรียนเรื่องความยืดหยุ่นทางจิตใจ วิทยาศาสตร์การกีฬาที่เข้มงวดขึ้นทุกวัน และเกมธุรกิจฟุตบอลที่เปลี่ยนความผิดหวังของคนหนึ่งให้กลายเป็นโอกาสทองของอีกฝ่าย
จากไฮฟาสู่บรัสเซลส์ เส้นทางนักเตะที่ราคาพุ่งเร็วที่สุดคนหนึ่งของยุโรป
อานัน คาไลลี่ เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2004 เติบโตมาในระบบเยาวชนของ มัคคาบี้ ไฮฟา สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งอิสราเอล ที่นั่นเขาเริ่มต้นในฐานะปีกที่เน้นความเร็วและการเลี้ยงบอลตัวต่อตัว ก่อนจะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีบทบาทสำคัญที่สุดของทีม ด้วยผลงาน 14 ประตูตลอดทุกรายการในช่วงที่อยู่กับไฮฟา และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกอิสราเอลได้สำเร็จ
จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในเดือนมิถุนายน 2024 เมื่อ ยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ สโมสรจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ทุ่มเงินราว 6.5 ล้านยูโรคว้าตัวเขามา ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นค่าตัวขาออกที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมัคคาบี้ ไฮฟา คาไลลี่ปรับตัวเข้ากับฟุตบอลเบลเยียมได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของทีมภายใต้ระบบ 3-5-2 และ 3-4-2-1 ของโค้ชเซบาสเตียง โปโกโญลี โดยถูกใช้งานในตำแหน่งวิงแบ็กขวาเป็นหลัก แต่ก็สามารถขยับไปเล่นปีกได้เมื่อจำเป็น
ฤดูกาล 2024-25 คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ เพราะทีมสามารถคว้าแชมป์ลีกเบลเยียมได้เป็นครั้งแรกในรอบ 90 ปี และคาไลลี่คือหนึ่งในผู้เล่นตัวหลักที่ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้านั้น ก่อนที่ฤดูกาลถัดมาทีมจะการันตีความสำเร็จต่อเนื่องด้วยการคว้าแชมป์เบลเยียม คัพ เอาชนะอันเดอร์เลชท์ 3-1 ในนัดชิงชนะเลิศ พร้อมกับการได้สัมผัสเวทีแชมเปียนส์ลีกในรอบลีกเฟส ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ชื่อของคาไลลี่ไปเข้าตาสโมสรใหญ่ทั่วยุโรป และมีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะในฤดูกาลนั้นยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ เคยพ่ายให้กับอินเตอร์ มิลาน ไปถึง 0-4 ในเกมแชมเปียนส์ลีก ก่อนที่ไม่กี่เดือนต่อมา อินเตอร์ มิลาน เองจะกลายเป็นสโมสรที่พยายามคว้าตัวคาไลลี่มาร่วมทีม
ตลอดฤดูกาล 2025-26 คาไลลี่ลงเล่นให้ต้นสังกัดไปทั้งสิ้น 52 นัดในทุกรายการ ทำได้ 6 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ ตัวเลขที่สะท้อนถึงบทบาทสองหน้าของเขาทั้งในเกมรับและเกมรุก และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายสโมสรในพรีเมียร์ลีกอย่างนอตติงแฮม ฟอเรสต์ บอร์นมัธ และนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ต่างเข้าคิวสนใจตัวเขาในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้
มากกว่าความเร็ว วิเคราะห์สไตล์การเล่นที่ทำให้ทั่วยุโรปยอมจ่ายหลักสิบล้านปอนด์
สิ่งที่ทำให้คาไลลี่แตกต่างจากปีกความเร็วสูงทั่วไปคือความสามารถในการเล่นได้หลายตำแหน่งพร้อมกัน เขาสามารถลงเล่นได้ทั้งตำแหน่งปีกขวา วิงแบ็กขวา แบ็กขวา และในบางสถานการณ์ยังเคยขยับเข้ามาเล่นกองกลางตัวกลางหรือแม้แต่กองหน้าตัวเป้าด้วยซ้ำ ความยืดหยุ่นแบบนี้คือสิ่งที่โค้ชยุคใหม่ต้องการอย่างมาก เพราะทำให้สามารถปรับระบบการเล่นได้หลากหลายโดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่น
ในเชิงเทคนิค คาไลลี่มีจุดแข็งที่โดดเด่นสามด้าน ด้านแรกคือการเลี้ยงบอลตัวต่อตัวและการเคลื่อนที่แบบก้าวร้าว เขาชอบพาบอลทะลุแนวรับด้วยความเร็วระเบิด ซึ่งเป็นสไตล์ที่ติดตัวมาจากช่วงเวลาที่มัคคาบี้ ไฮฟา ด้านที่สองคือวินัยในเกมรับ ทีมสายสตอกโฮล์มอย่างยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ ขึ้นชื่อเรื่องระบบเพรสซิ่งสูงและการเปลี่ยนรูปทรงแนวรับกลางเกม ซึ่งบังคับให้คาไลลี่ต้องพัฒนาความสามารถในการอ่านเกมรับ การเข้าปะทะ และการวิ่งกลับมาช่วยทีมอย่างสม่ำเสมอ และด้านที่สามคือความสามารถในการสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมผ่านการเปิดบอลและการจ่ายบอลทะลุช่อง
ประเด็นที่คนพูดถึงมากที่สุดในสัปดาห์นี้คือเรื่องผลตรวจร่างกายที่อินเตอร์ มิลาน
ดีลย้ายไปอินเตอร์ มิลาน ที่มีมูลค่าสูงถึงราว 30-32 ล้านยูโร เคยใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้วในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่กลับต้องล่มกลางคันหลังจากผลตรวจร่างกายตามระเบียบของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติอิตาลี หรือ CONI ที่มีมาตรฐานการตรวจสอบสุขภาพนักกีฬาก่อนขึ้นทะเบียนแข่งขันที่เข้มงวดเป็นพิเศษ พบความผิดปกติในระบบหัวใจและปอดของคาไลลี่ ซึ่งไม่เพียงพอต่อเกณฑ์การอนุมัติให้ลงทะเบียนแข่งขันในเซเรียอาได้ สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ นี่ไม่ใช่การตัดสินใจของสโมสรอินเตอร์ มิลาน แต่เป็นผลจากกฎระเบียบทางการแพทย์ของหน่วยงานกีฬาอิตาลีโดยตรง ต่างจากลีกอื่นในยุโรปที่อาจมีเกณฑ์การตรวจร่างกายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นเหตุผลที่อธิบายได้ว่าทำไมคาไลลี่ถึงยังสามารถเดินหน้าสู่การย้ายไปพรีเมียร์ลีกได้อย่างราบรื่นในเวลาต่อมา
กรณีของคาไลลี่สะท้อนให้เห็นแง่มุมหนึ่งของวงการฟุตบอลอาชีพยุคใหม่ที่คนทั่วไปมักมองข้าม นั่นคือมาตรฐานการตรวจสุขภาพก่อนเซ็นสัญญาไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก แต่ละประเทศ แต่ละลีก มีเกณฑ์ทางการแพทย์ของตัวเอง ทำให้บางครั้งนักเตะที่ผ่านการตรวจร่างกายได้อย่างสบายในประเทศหนึ่ง อาจไม่ผ่านเกณฑ์ในอีกประเทศหนึ่งได้ นี่คือเหตุผลที่ทีมแพทย์และทีมสอดแนมของสโมสรต่างๆ ต้องทำงานประสานกันอย่างละเอียดก่อนจะปิดดีลทุกครั้ง
จากความผิดหวังสุดขั้ว สู่บทเรียนเรื่องความแข็งแกร่งทางใจ
สำหรับนักเตะหนุ่มวัย 21 ปี การเสียโอกาสไปเล่นให้สโมสรระดับท็อปของยุโรปอย่างอินเตอร์ มิลาน ในนาทีสุดท้ายย่อมเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะเสร็จสมบูรณ์แล้วเพียงแค่รอเซ็นสัญญา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือปฏิกิริยาของคาไลลี่หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เขาไม่ได้จมอยู่กับความผิดหวัง แต่กลับออกมายืนยันต่อสาธารณะว่าตัวเองมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมลงเล่นและฝึกซ้อมอย่างหนักโดยทันที และเดินหน้ากลับไปทำหน้าที่ในสนามให้กับยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ ต่อไปโดยไม่ปล่อยให้เรื่องดังกล่าวกระทบต่อฟอร์มการเล่น
มุมมองแบบนี้คือสิ่งที่นักจิตวิทยาการกีฬามักเน้นย้ำกับนักกีฬาอาชีพเสมอ นั่นคือความสามารถในการแยกเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ออกจากเรื่องที่ควบคุมได้ ผลตรวจร่างกายและกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแลเป็นสิ่งที่นักเตะไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง แต่ฟอร์มการเล่นในสนาม ความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม และทัศนคติต่อสถานการณ์ คือสิ่งที่นักกีฬาสามารถเลือกได้เสมอ การที่คาไลลี่ยังคงรักษามาตรฐานผลงานในสนามได้อย่างต่อเนื่องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว คือเครื่องพิสูจน์ว่าเขามีวุฒิภาวะทางจิตใจที่เหนือกว่าอายุตัวเอง และนี่เองที่กลายเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้สโมสรอย่างคริสตัล พาเลซ มั่นใจในการเดินหน้าปิดดีลนี้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลกระทบทางจิตใจจากความผิดหวังครั้งก่อน
อีกแง่มุมหนึ่งที่ควรพูดถึงคือแรงบันดาลใจจากการเป็นนักเตะทีมชาติอิสราเอลที่ต้องต่อสู้เพื่อพื้นที่ในระดับนานาชาติ คาไลลี่ลงเล่นให้ทีมชาติอิสราเอลครั้งแรกในเกมกระชับมิตรกับสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023 และสะสมนัดในทีมชาติมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้น การได้ลงเล่นในระดับนานาชาติตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมความเป็นมืออาชีพและความอดทนต่อแรงกดดันให้กับนักเตะรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี
เกมธุรกิจของพาเลซ ทำไมปีกขวาคนนี้คือชิ้นส่วนสำคัญของทีมที่กำลังสร้างใหม่
ในมุมของคริสตัล พาเลซ การคว้าตัวคาไลลี่มาด้วยราคาประมาณ 21 ล้านปอนด์ ถือเป็นการลงทุนที่มีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน ทีมภายใต้การคุมทัพของ ปิแอร์ ซาจ กุนซือชาวฝรั่งเศสที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ต่อจาก โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ที่พาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ก่อนจะย้ายออกไปคุมทีมนอตติงแฮม ฟอเรสต์ กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการปรับโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ เพื่อรักษาความสำเร็จและต่อยอดไปสู่ระดับที่สูงขึ้น
ตลาดซัมเมอร์นี้ พาเลซแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจนสองแบบควบคู่กัน แบบแรกคือการดึงนักเตะฟรีค่าตัวที่มีประสบการณ์สูงเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งทันที อย่าง ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ กองหลังทีมชาติญี่ปุ่น และ ออสการ์ มินเกซ่า แบ็กขวาชาวสเปนจากเซลต้า บีโก้ ซึ่งทั้งคู่ย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว แบบที่สองคือการลงทุนกับนักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูงในราคาที่ยังจับต้องได้ ซึ่งคาไลลี่และ ซาเวียร์ โกโซ่ ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปีจากเรอัล ซอลท์ เลค ในสังกัด MLS ที่กำลังจะย้ายมาด้วยค่าตัวราว 11 ล้านปอนด์ คือตัวแทนของกลยุทธ์นี้ได้เป็นอย่างดี
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือดีลสลับฝั่งระหว่าง ดไวท์ แม็คนีล จากเอฟเวอร์ตัน กับ เบรนแนน จอห์นสัน ของพาเลซ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพาเลซกำลังปรับสมดุลทีมในตำแหน่งปีกอย่างจริงจัง จอห์นสันที่เพิ่งย้ายมาด้วยค่าตัวสถิติสโมสรจากท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา กลับไม่สามารถทำประตูได้เลยตลอด 26 นัดที่ลงเล่นให้พาเลซ ทำให้ทีมตัดสินใจปล่อยตัวออกไปแลกกับแม็คนีลที่มีสถิติ 15 ประตูจาก 128 นัดกับเอฟเวอร์ตัน
การเสริมทัพในตำแหน่งฝั่งขวาพร้อมกันถึงสามคนอย่างมินเกซ่า โกโซ่ และคาไลลี่ อาจดูเหมือนเป็นการทุ่มทรัพยากรซ้ำซ้อน แต่ในความเป็นจริงแล้วนี่คือการสร้างความลึกของทีมในจุดที่พาเลซต้องการรับมือกับตารางแข่งที่หนาแน่นขึ้นจากการเล่นทั้งพรีเมียร์ลีกและรายการยุโรป การมีผู้เล่นหลายคนที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งวิงแบ็กและปีกในโซนเดียวกัน ทำให้โค้ชซาจสามารถปรับเปลี่ยนระบบการเล่นระหว่างเกมได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้เล่นเพียงคนเดียวตลอดทั้งฤดูกาล
สำหรับยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ การขายคาไลลี่ในราคาราว 21-28 ล้านปอนด์หรือประมาณ 28-30 ล้านยูโรตามสกุลเงินที่รายงาน ถือเป็นการทุบสถิติค่าตัวขาออกสูงสุดในประวัติศาสตร์สโมสร แซงหน้าสถิติเดิมที่ทีมเคยขาย ฟรานโจ อิวาโนวิช ให้เบนฟิก้าไปในราคาราว 22.8 ล้านยูโรเมื่อปี 2025 เม็ดเงินก้อนนี้จะกลายเป็นทุนสำคัญที่ทีมนำไปลงทุนต่อในตลาดนักเตะ ตามโมเดลธุรกิจที่ยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ ใช้มาตลอดหลายปี คือการค้นหานักเตะที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง พัฒนาฝีเท้าจนโดดเด่น แล้วขายทำกำไรก้อนใหญ่ให้กับสโมสรระดับสูงกว่า
ด้านสัญญาฉบับใหม่ที่คาไลลี่กำลังจะเซ็นกับพาเลซนั้น มีรายงานว่าเป็นสัญญาระยะยาว 5 ปี ไปจนถึงปี 2031 พร้อมออปชันขยายต่ออีก 1 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพาเลซมองคาไลลี่เป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แค่การเสริมทัพเฉพาะหน้าสำหรับฤดูกาลนี้เท่านั้น
บทสรุป เมื่อความผิดหวังกลายเป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่
เรื่องราวของอานัน คาไลลี่ คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าในโลกฟุตบอลอาชีพ เส้นทางความสำเร็จไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป จากนักเตะที่เกือบได้สวมเสื้ออินเตอร์ มิลาน สู่การถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลทางการแพทย์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ก่อนจะพลิกกลับมาคว้าโอกาสในพรีเมียร์ลีกกับคริสตัล พาเลซในเวลาไม่ถึงเดือน คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ คาไลลี่จะสามารถพิสูจน์ตัวเองในลีกที่ดุเดือดที่สุดในโลกได้เร็วแค่ไหน และเขาจะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของนักเตะที่ใช้ความผิดหวังเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมหรือไม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- คริสตัล พาเลซ ใกล้บรรลุข้อตกลงคว้าตัว อานัน คาไลลี่ ปีก/วิงแบ็กขวาทีมชาติอิสราเอล จากยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ ด้วยค่าตัวราว 21 ล้านปอนด์
- ดีลย้ายไปอินเตอร์ มิลาน มูลค่า 30 กว่าล้านยูโรล่มก่อนหน้านี้ เพราะไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจร่างกายตามระเบียบของ CONI อิตาลี ไม่ใช่การตัดสินใจของสโมสร
- คาไลลี่ช่วยยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ คว้าแชมป์เบลเยียมครั้งแรกในรอบ 90 ปี และคว้าแชมป์เบลเยียม คัพ ตามมาในปีถัดไป
- ดีลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมทัพครั้งใหญ่ของพาเลซภายใต้โค้ชปิแอร์ ซาจ ควบคู่กับการคว้าตัวโทมิยาสึ มินเกซ่า โกโซ่ และดีลสลับตัวแม็คนีล-จอห์นสันกับเอฟเวอร์ตัน
- หากดีลสำเร็จ นี่จะเป็นสถิติค่าตัวขาออกสูงสุดในประวัติศาสตร์ของยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์
คำถามที่พบบ่อย
Q: อานัน คาไลลี่ คือใคร? A: ปีก/วิงแบ็กขวาทีมชาติอิสราเอล วัย 21 ปี จากยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ สโมสรแชมป์เบลเยียม ที่กำลังจะย้ายมาร่วมทีมคริสตัล พาเลซ ในพรีเมียร์ลีก
Q: ทำไมดีลย้ายไปอินเตอร์ มิลาน ถึงล่ม? A: เพราะคาไลลี่ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจร่างกายตามระเบียบของ CONI คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติอิตาลี ซึ่งพบความผิดปกติในระบบหัวใจและปอด ทำให้ไม่ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนแข่งขันในเซเรียอา
Q: ค่าตัวที่คริสตัล พาเลซ จ่ายให้ยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ คือเท่าไหร่? A: มีรายงานตัวเลขอยู่ที่ราว 21 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 28 ล้านยูโรบวกโบนัสอีกราว 2 ล้านยูโร ขึ้นอยู่กับแหล่งข่าวแต่ละสำนัก
Q: คาไลลี่เล่นตำแหน่งอะไรเป็นหลัก? A: เขาถูกใช้งานเป็นวิงแบ็กขวาเป็นหลักที่ยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ แต่มีความสามารถเล่นได้ทั้งปีกขวา แบ็กขวา และบางครั้งขยับเข้ามาเล่นกองกลางหรือกองหน้าได้ด้วย
Q: ดีลนี้จะเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่? A: คาไลลี่ผ่านการตรวจร่างกายกับคริสตัล พาเลซ ไปแล้ว และทั้งสองสโมสรกำลังเร่งสรุปรายละเอียดสุดท้าย คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
Q: นี่คือค่าตัวขาออกสูงสุดในประวัติศาสตร์ของยูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ ใช่หรือไม่? A: ใช่ หากดีลสำเร็จตามราคาที่รายงาน จะถือเป็นการทุบสถิติค่าตัวขาออกสูงสุดของสโมสร แซงหน้าสถิติเดิมที่เคยขายฟรานโจ อิวาโนวิช ให้เบนฟิก้าไปในปี 2025
Q: คาไลลี่เคยติดทีมชาติอิสราเอลมาแล้วหรือยัง? A: เคย เขาเปิดตัวกับทีมชาติชุดใหญ่ในเกมกระชับมิตรกับสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023 และติดทีมชาติมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้น
Q: นอกจากคาไลลี่ คริสตัล พาเลซ เสริมใครมาบ้างแล้วในตลาดซัมเมอร์นี้? A: พาเลซคว้าตัวทาเคฮิโระ โทมิยาสึ และออสการ์ มินเกซ่า มาแบบไม่มีค่าตัว กำลังจะได้ซาเวียร์ โกโซ่ จากเรอัล ซอลท์ เลค และทำดีลสลับตัวดไวท์ แม็คนีล กับเบรนแนน จอห์นสัน กับเอฟเวอร์ตัน