ฟูแล่ม ทุ่ม 30 ล้านปอนด์ คว้าตัว เชีย ชาร์ลส์ กองกลางดาวรุ่งจากศึกอื้อฉาว “สปายเกต” สู่เวทีพรีเมียร์ลีก

ท่ามกลางตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่ทีมยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีกต่างทุ่มเงินหลักร้อยล้านปอนด์แย่งชิงซูเปอร์สตาร์ระดับโลก กลับมีดีลหนึ่งที่เงียบกว่าแต่แฝงไปด้วยเรื่องราวน่าติดตามไม่แพ้กัน เมื่อ ฟูแล่ม สโมสรจากฝั่งตะวันตกของกรุงลอนดอน ประกาศคว้าตัว เชีย ชาร์ลส์ กองกลางทีมชาติไอร์แลนด์เหนือวัย 22 ปี จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสัญญา 5 ปี มูลค่าที่สื่อหลายสำนักประเมินตรงกันว่าสูงถึง 30 ล้านปอนด์ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะไอร์แลนด์เหนือที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ทันที

คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมกองกลางที่เพิ่งใช้เวลาทั้งฤดูกาลอยู่กับทีมที่เพิ่งตกเป็นข่าวอื้อฉาวสะเทือนวงการฟุตบอลอังกฤษ ถึงกลายเป็นเป้าหมายที่สโมสรพรีเมียร์ลีกยอมจ่ายหนักขนาดนี้ และเรื่องราวเบื้องหลังการย้ายทีมครั้งนี้มีมิติที่ลึกกว่าตัวเลขค่าตัวมากนัก

ดีลที่เกิดขึ้นจริง เมื่อข่าวลือกลายเป็นลายเซ็น

ฟูแล่มยืนยันการเซ็นสัญญากับชาร์ลส์อย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์สโมสร แม้ตัวเลขค่าตัวจะไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากทั้งสองสโมสร แต่สื่อกีฬาชั้นนำของอังกฤษ ทั้งดิแอธเลติก บีบีซีสปอร์ต และอีเอสพีเอ็น ต่างรายงานตรงกันว่าดีลนี้มีมูลค่ารวมสูงสุดราว 30 ล้านปอนด์ แบ่งเป็นค่าตัวก้อนหลักประมาณ 26 ล้านปอนด์ และโบนัสตามเงื่อนไขอีกราว 4-6 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นค่าตัวที่สูงมากสำหรับนักเตะจากระดับแชมเปี้ยนชิพ

ชาร์ลส์เซ็นสัญญาฉบับใหม่ผูกกับฟูแล่มไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2031 พร้อมเงื่อนไขให้สโมสรใช้สิทธิ์ต่อสัญญาออกไปอีก 1 ปีเป็นปี 2032 ได้หากต้องการ เขาจะสวมเสื้อหมายเลข 19 ในฤดูกาล 2026-27 และกลายเป็นนักเตะรายที่ 4 ที่ฟูแล่มเซ็นสัญญาในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ ต่อจาก กอนซาโล่ การ์เซีย และ เซซ่าร์ ปาลาซิออส สองอดีตนักเตะเรอัล มาดริด รวมถึง โยนาห์ คูซี่-อาซาเร่ กองหน้าดาวรุ่งชาวสวีเดนที่เพิ่งย้ายถาวรจากบาเยิร์น มิวนิค หลังยืมตัวมาเล่นให้ฟูแล่มในฤดูกาลที่ผ่านมา

หลังการเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น ชาร์ลส์เปิดใจกับสื่อของสโมสรว่ารู้สึกดีใจมากที่ในที่สุดดีลก็จบลงได้อย่างที่ตั้งใจ พร้อมยกย่องรากฐานของสโมสรฟูแล่มที่มีความมั่นคงตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับบริหาร และชื่นชมวิสัยทัศน์ของทีมงานผู้จัดการทีมที่อธิบายแผนการให้เขาฟังก่อนตัดสินใจย้ายทีม เขายังย้ำว่าการมาร่วมทีมฟูแล่มถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และหวังว่าจะได้เริ่มต้นเส้นทางอาชีพในพรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัวกับสโมสรที่มีศักยภาพเช่นนี้

เส้นทางนักเตะ จากอะคาเดมีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สู่กัปตันทีมชาติไอร์แลนด์เหนือคนล่าสุด

ชื่อของเชีย เอ็มมานูเอล ชาร์ลส์ อาจไม่คุ้นหูแฟนบอลไทยมากนัก แต่เส้นทางของเขาผ่านสถาบันฟุตบอลระดับโลกมาแล้วอย่างโชกโชน เขาเกิดที่เมืองแมนเชสเตอร์เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2003 และมีเชื้อสายไอร์แลนด์เหนือผ่านทางฝั่งมารดา ทำให้เขาเลือกเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือแทนที่จะเป็นอังกฤษบ้านเกิด

ชาร์ลส์เข้าสู่อะคาเดมีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ และอยู่กับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งนี้นานถึง 12 ปี เขาไต่เต้าจนกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี พาทีมคว้าแชมป์ พีแอล 2 ติดต่อกันสองสมัย โดยสมัยหลังสุดในฤดูกาล 2022-23 เขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมด้วยตัวเอง ผลงานที่โดดเด่นทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ให้โอกาสเขาลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกในเกมปิดฤดูกาลกับเบรนท์ฟอร์ดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2023

ทว่าด้วยการแข่งขันที่สูงมากในทีมชุดใหญ่ของแมนฯ ซิตี้ ชาร์ลส์ตัดสินใจย้ายไปหาโอกาสลงเล่นที่เซาธ์แฮมป์ตันในซัมเมอร์ปี 2023 และอยู่กับทีมเซนต์สนานสองฤดูกาล ลงสนามรวม 76 นัด ทำประตูได้ 6 ลูกทั้งหมดในฤดูกาลล่าสุด ระหว่างนั้นเขาถูกส่งไปยืมตัวเล่นให้เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ในฤดูกาล 2024-25 ซึ่งกลายเป็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เขาช่วยให้ทีมจบอันดับครึ่งบนของตาราง ลงเล่นครบทั้ง 46 นัดในลีก และได้รับเลือกเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสร รวมถึงถูกเสนอชื่อชิงรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของอีเอฟแอลแชมเปี้ยนชิพ

ในระดับทีมชาติ ชาร์ลส์สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นกัปตันทีมชาติไอร์แลนด์เหนือที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา ปัจจุบันเขาลงเล่นให้ทีมชาติแล้วกว่า 35 นัด และถือเป็นหนึ่งในความหวังหลักของวงการฟุตบอลไอร์แลนด์เหนือในทศวรรษนี้

เจาะลึกสไตล์การเล่น ทำไมอาร์เบโลอาถึงต้องการนักเตะแบบนี้

ในทางเทคนิค ชาร์ลส์คือกองกลางที่มีรูปร่างสูงใหญ่ถึง 189 เซนติเมตร ถนัดเท้าขวา และมีความสามารถรอบด้านที่หาได้ยากในนักเตะวัย 22 ปี เขาสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองกลางตัวรับและกองกลางตัวกลางทั่วไป อีกทั้งยังเคยลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กขวาได้เมื่อจำเป็น ความยืดหยุ่นเชิงตำแหน่งนี้เองที่ทำให้เขาน่าสนใจสำหรับโค้ชยุคใหม่ที่ต้องการผู้เล่นปรับตัวได้หลายบทบาทในระบบเดียว

ข้อมูลสถิติเชิงลึกจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ฟุตบอลระบุว่าจุดแข็งของชาร์ลส์อยู่ที่การควบคุมบอล การเคลื่อนที่ และคุณภาพการจ่ายบอล เขาไม่ใช่นักเตะประเภทเน้นทำประตูหรือจ่ายบอลทะลุทะลวงแบบสุดโต่ง แต่เป็นกองกลางที่เล่นได้ครบเครื่องทั้งเกมรับและเกมรุก มีอัตราการเก็บบอลคืนและการเข้าปะทะที่โดดเด่น ทำให้เขาเหมาะกับบทบาทกองกลางตัวหลักที่คอยเชื่อมเกมระหว่างแนวรับกับแนวรุก

สำหรับ อัลบาโร่ อาร์เบโลอา ผู้จัดการทีมคนใหม่ของฟูแล่มที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งต่อจาก มาร์โก้ ซิลวา ซึ่งย้ายไปคุมทีมเบนฟิก้าหลังทำงานกับฟูแล่มมานาน 5 ปี การได้กองกลางที่ทั้งคุมเกมและวิ่งคุมพื้นที่ได้ดีอย่างชาร์ลส์ ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญของแผนการสร้างทีมใหม่ ในฐานะอดีตแบ็กขวาระดับตำนานของเรอัล มาดริด อาร์เบโลอาขึ้นชื่อเรื่องความเข้าใจเกมรับเป็นอย่างดี และแนวโน้มที่เขาต้องการกองกลางที่ทั้งควบคุมจังหวะเกมและช่วยงานรับได้ในเวลาเดียวกันจึงสอดคล้องกับจุดแข็งของชาร์ลส์อย่างลงตัว

แรงบันดาลใจและจิตใจ จากซัมเมอร์อันมืดมนสู่โอกาสใหม่ในพรีเมียร์ลีก

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของชาร์ลส์น่าติดตามเป็นพิเศษ คือบริบทที่เขาต้องเผชิญในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลที่ผ่านมากับเซาธ์แฮมป์ตัน ทีมเซนต์สจบฤดูกาล 2025-26 ในระดับที่ดีพอจะเข้ารอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก และสามารถเอาชนะมิดเดิลสโบรห์ได้ในรอบรองชนะเลิศ ทว่าก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศเพียงไม่กี่วัน สโมสรกลับตกเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ เมื่อพนักงานฝึกงานฝ่ายวิเคราะห์เกมของทีมถูกจับได้ว่าแอบถ่ายคลิปการซ้อมของมิดเดิลสโบรห์ ก่อนเกมนัดสอง จนกลายเป็นข่าวอื้อฉาวที่สื่ออังกฤษเรียกกันว่า “สปายเกต”

การสอบสวนที่ตามมาเปิดเผยว่าเซาธ์แฮมป์ตันไม่ได้แอบสอดแนมเพียงมิดเดิลสโบรห์เท่านั้น แต่ยังพัวพันกับการละเมิดกฎในลักษณะเดียวกันกับทีมอ๊อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด และอิปสวิช ทาวน์ ในช่วงฤดูกาลปกติด้วย ผลจากการสอบสวนของอีเอฟแอล ทำให้เซาธ์แฮมป์ตันถูกตัดสิทธิ์จากการลงเล่นนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟที่สนามเวมบลีย์ทันที และถูกตัดคะแนน 4 คะแนนสำหรับฤดูกาลถัดไป การอุทธรณ์ของสโมสรก็ถูกปฏิเสธ ทำให้ท้ายที่สุดฮัลล์ ซิตี้ ได้สิทธิ์ลงเล่นนัดชิงแทน และเอาชนะมิดเดิลสโบรห์คว้าตั๋วเลื่อนชั้นไปครอง ขณะที่เซาธ์แฮมป์ตันต้องเล่นในระดับแชมเปี้ยนชิพต่อไปพร้อมความเสียหายทางภาพลักษณ์ครั้งใหญ่

สำหรับผู้เล่นในทีมอย่างชาร์ลส์ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้โดยตรง นี่คือบทเรียนที่ตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนของวงการฟุตบอลอาชีพ ทว่าในทางกลับกัน มันก็เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขามุ่งมั่นพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองมากขึ้นในสนามซ้อมและสนามแข่งจริง ท่ามกลางความวุ่นวายนอกสนามตลอดทั้งฤดูกาล ชาร์ลส์ยังคงรักษามาตรฐานผลงานส่วนตัวได้ดี จนสโมสรระดับพรีเมียร์ลีกอย่างลีดส์ ยูไนเต็ด เคยยื่นข้อเสนอมากกว่า 20 ล้านปอนด์เพื่อขอซื้อตัวเขาในช่วงตลาดซื้อขายที่ผ่านมา แต่เซาธ์แฮมป์ตันปฏิเสธข้อเสนอนั้นไปหลายครั้ง ก่อนที่สุดท้ายฟูแล่มจะเป็นผู้คว้าตัวเขาไปได้สำเร็จด้วยราคาที่สูงกว่ามาก

การได้ย้ายออกจากสโมสรที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาอันมืดมนที่สุดในรอบหลายปี มาสู่สโมสรพรีเมียร์ลีกที่มีเสถียรภาพและวิสัยทัศน์ชัดเจนอย่างฟูแล่ม จึงไม่ใช่แค่การก้าวหน้าทางอาชีพ แต่ยังเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ในทางจิตใจสำหรับนักเตะหนุ่มที่ผ่านความกดดันมาไม่น้อยในวัยเพียง 22 ปี

มุมมองธุรกิจ ตลาดซัมเมอร์ของฟูแล่มและทิศทางในอนาคต

การคว้าตัวชาร์ลส์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฟูแล่มกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังจากมาร์โก้ ซิลวา คุมทีมมานานถึง 5 ปีและพาทีมยืนหยัดอยู่ในพรีเมียร์ลีกได้อย่างมั่นคงไม่เคยจบต่ำกว่าอันดับ 13 ตลอดยุคของเขา ก่อนตัดสินใจย้ายไปรับงานที่เบนฟิก้า การส่งไม้ต่อให้อาร์เบโลอาซึ่งยังไม่มีประสบการณ์คุมทีมมาก่อนในระดับสูง ทำให้แฟนบอลฟูแล่มจับตามองทิศทางของสโมสรอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ

ในแง่ธุรกิจ การทุ่มเงินหลักสิบล้านปอนด์เพื่อคว้ากองกลางวัย 22 ปีจากระดับแชมเปี้ยนชิพ สะท้อนแนวทางที่ฟูแล่มเลือกเดินมาตลอดหลายปี คือการลงทุนกับนักเตะที่ยังมีช่วงพัฒนาฝีเท้าอีกมาก แทนที่จะทุ่มเงินซื้อดาวดังที่ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ฤดูกาลนี้สโมสรได้นักเตะใหม่ทั้งกอนซาโล่ การ์เซีย และเซซ่าร์ ปาลาซิออส จากเรอัล มาดริด รวมถึงคูซี่-อาซาเร่ ดาวรุ่งจากบาเยิร์น มิวนิค เข้ามาเสริมทัพ ขณะเดียวกันก็ปล่อยผู้เล่นรุ่นเก๋าอย่างราอูล คิเมเนซ และแฮร์รี่ วิลสัน ออกจากทีมไปแล้ว สะท้อนภาพชัดเจนของการสร้างทีมชุดใหม่ที่เน้นอายุเฉลี่ยน้อยลงและมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว

ฟูแล่มปิดฉากฤดูกาลก่อนหน้าด้วยอันดับ 11 มี 52 คะแนนจาก 38 นัด ชนะ 15 เสมอ 7 แพ้ 16 ถือเป็นผลงานที่มั่นคงในระดับกลางตาราง และการเสริมกำลังกลางสนามด้วยผู้เล่นที่มีทั้งประสบการณ์ทีมชาติและความสามารถรอบด้านอย่างชาร์ลส์ น่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกทางแท็กติกให้อาร์เบโลอาได้มากขึ้นในฤดูกาลใหม่ที่การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกดุเดือดกว่าเดิมทุกปี

ตารางเกมของฟูแล่มในช่วงต้นฤดูกาลใหม่ก็ค่อนข้างหนักหน่วง โดยทีมมีนัดกระชับมิตรก่อนเปิดฤดูกาลกับสตุ๊ตการ์ทที่บ้านในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม ก่อนจะเปิดโปรแกรมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026-27 ด้วยการพบกับเชลซีในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม ซึ่งอาจเป็นโอกาสแรกที่แฟนบอลจะได้เห็นเชีย ชาร์ลส์ ลงสนามในสีเสื้อฟูแล่มอย่างเป็นทางการ

เมื่อมองภาพรวมของอุตสาหกรรมฟุตบอลในยุคดิจิทัล ดีลลักษณะนี้ยังสะท้อนแนวโน้มที่สโมสรระดับกลางของพรีเมียร์ลีกเริ่มแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้นในการดึงตัวนักเตะดาวรุ่งจากลีกรอง ก่อนที่ทีมใหญ่จะเข้ามาแย่งชิง การที่ฟูแล่มยอมจ่ายสูงถึง 30 ล้านปอนด์เพื่อเอาชนะคู่แข่งอย่างลีดส์ ยูไนเต็ด จึงเป็นสัญญาณว่าตลาดนักเตะระดับกลางกำลังมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตของรายได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและสปอนเซอร์ในวงการฟุตบอลอังกฤษ

บทสรุป

การย้ายทีมของเชีย ชาร์ลส์ จากเซาธ์แฮมป์ตันสู่ฟูแล่ม ไม่ได้เป็นเพียงข่าวการซื้อขายนักเตะทั่วไปในตลาดซัมเมอร์ แต่คือเรื่องราวของนักเตะหนุ่มที่ผ่านทั้งความสำเร็จในระดับอะคาเดมี ความผิดหวังจากการแข่งขันในทีมใหญ่ และความปั่นป่วนจากเรื่องอื้อฉาวนอกสนามที่ไม่ได้เกิดจากฝีมือเขาเอง ก่อนจะได้โอกาสครั้งใหม่ในเวทีพรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ ชาร์ลส์จะสามารถพิสูจน์ตัวเองในระดับสูงสุดของวงการฟุตบอลอังกฤษได้มากน้อยเพียงใด และการลงทุนก้อนใหญ่ของฟูแล่มครั้งนี้จะคุ้มค่าสมราคาหรือไม่ คงต้องติดตามกันตลอดฤดูกาล 2026-27 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ฟูแล่มเซ็นสัญญากับเชีย ชาร์ลส์ กองกลางไอร์แลนด์เหนือวัย 22 ปี จากเซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสัญญา 5 ปีถึงปี 2031
  • ค่าตัวไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่สื่อหลายสำนักประเมินตรงกันว่าสูงถึง 30 ล้านปอนด์ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะไอร์แลนด์เหนือแพงที่สุดในประวัติศาสตร์
  • ชาร์ลส์ผ่านอะคาเดมีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 12 ปี ก่อนย้ายไปเซาธ์แฮมป์ตัน และเป็นกัปตันทีมชาติไอร์แลนด์เหนือที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
  • เขาผ่านฤดูกาลอันปั่นป่วนกับเซาธ์แฮมป์ตันที่ถูกตัดสิทธิ์เพลย์ออฟจากคดีอื้อฉาว “สปายเกต” ก่อนย้ายมาสู่โอกาสใหม่ที่ฟูแล่ม
  • เขาจะสวมเสื้อหมายเลข 19 เป็นนักเตะรายที่ 4 ที่ฟูแล่มเซ็นสัญญาในซัมเมอร์นี้ ภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ อัลบาโร่ อาร์เบโลอา

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: เชีย ชาร์ลส์ ย้ายจากทีมไหนมาฟูแล่ม ตอบ: เขาย้ายมาจากเซาธ์แฮมป์ตัน สโมสรในระดับแชมเปี้ยนชิพของอังกฤษ ที่เขาอยู่มาตั้งแต่ปี 2023

ถาม: ค่าตัวของเชีย ชาร์ลส์ ในการย้ายมาฟูแล่มเท่าไหร่ ตอบ: ทั้งสองสโมสรไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่สื่อกีฬาหลายสำนักรายงานตรงกันว่าดีลนี้มีมูลค่ารวมสูงสุดราว 30 ล้านปอนด์

ถาม: เชีย ชาร์ลส์ เล่นตำแหน่งอะไร ตอบ: เขาเป็นกองกลาง เล่นได้ทั้งตำแหน่งตัวรับและตัวกลาง และเคยเล่นเซ็นเตอร์แบ็กหรือแบ็กขวาได้เมื่อจำเป็น

ถาม: เชีย ชาร์ลส์ จะสวมเสื้อหมายเลขอะไรที่ฟูแล่ม ตอบ: เขาจะสวมเสื้อหมายเลข 19 ในฤดูกาล 2026-27

ถาม: สัญญาของเชีย ชาร์ลส์ กับฟูแล่มยาวนานแค่ไหน ตอบ: เขาเซ็นสัญญา 5 ปีถึงเดือนมิถุนายน 2031 พร้อมเงื่อนไขให้สโมสรต่อสัญญาออกไปอีก 1 ปีได้

ถาม: คดีสปายเกตของเซาธ์แฮมป์ตันคืออะไร ตอบ: เป็นเหตุการณ์ที่พนักงานของเซาธ์แฮมป์ตันแอบถ่ายคลิปการซ้อมของมิดเดิลสโบรห์และทีมอื่นอีกสองทีมในฤดูกาลก่อน จนสโมสรถูกตัดสิทธิ์จากนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก

ถาม: ทำไมลีดส์ ยูไนเต็ด ถึงไม่ได้ตัวเชีย ชาร์ลส์ ตอบ: ลีดส์เคยยื่นข้อเสนอมากกว่า 20 ล้านปอนด์หลายครั้งในช่วงตลาดซื้อขายที่ผ่านมา แต่เซาธ์แฮมป์ตันปฏิเสธทุกข้อเสนอ ก่อนที่ฟูแล่มจะปิดดีลได้ด้วยราคาที่สูงกว่า

ถาม: ฟูแล่มจะได้ลงเล่นนัดแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่กับทีมไหน ตอบ: ฟูแล่มจะเปิดฤดูกาล 2026-27 ด้วยการพบกับเชลซี ในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม