จาก “ตัวสำรองที่ถูกด่า” สู่วีรบุรุษแชมป์โลก: ทำไมเปแอสเชยอมทุ่ม 55 ล้านยูโรแย่งตัว เฟร์ราน ตอร์เรส จากบาร์เซโลน่า

39 วินาทีที่เปลี่ยนราคาค่าตัวทั้งชีวิต

ลองจินตนาการว่าคุณถูกวิจารณ์อย่างหนักตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ถูกถอดจากตัวจริงกลางคัน และต้องนั่งรอโอกาสอยู่บนม้านั่งสำรองในเกมที่สำคัญที่สุดของชีวิต แล้วจู่ๆ อีกแค่ไม่กี่วินาทีหลังจากเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลัง คุณก็กลายเป็นชื่อที่คนทั้งประเทศจะจดจำไปตลอดกาล

นี่ไม่ใช่บทละคร แต่คือเรื่องจริงของ เฟร์ราน ตอร์เรส ที่ยิงประตูชัยด้วยจังหวะยิงระยะแปดหลาเพียง 39 วินาทีหลังเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลัง พาทีมชาติสเปนเอาชนะอาร์เจนตินาที่เหลือผู้เล่นสิบคน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ไปครอง และตอนนี้ ชื่อของเขากำลังเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (เปแอสเช) กำลังจะทุ่มเงินมหาศาลดึงตัวเขาออกจากบาร์เซโลน่าภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ท่ามกลางตัวเลขค่าตัวที่ขยับขึ้นลงราวกับกราฟหุ้น ตั้งแต่ 40 ล้านไปจนถึง 65 ล้านยูโร ก่อนจะมาลงตัวที่ตัวเลขสวยๆ อย่าง 55 ล้านยูโร

เรื่องราวของ เฟร์ราน ตอร์เรส ไม่ใช่แค่ข่าวตลาดนักเตะธรรมดา แต่มันคือบทเรียนเรื่องวินัย ความอดทน และเกมธุรกิจลูกหนังยุคใหม่ที่คนรุ่นทำงานทุกคนเรียนรู้ได้ มาเจาะลึกไปพร้อมกันว่าดีลนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมมันถึงสำคัญมากกว่าที่คิด

ประวัติศาสตร์และที่มา: เส้นทางจากดาวรุ่งบาเลนเซียสู่ฮีโร่ที่ถูกดูแคลน

เฟร์ราน ตอร์เรส วัย 26 ปี ไม่ใช่นักเตะหน้าใหม่ในวงการ เขาเติบโตมาจากอคาเดมีของ บาเลนเซีย ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2020 และทำผลงานยิง 16 ประตูจาก 43 นัดในทุกรายการให้ทีมสิงห์ฟ้าคราม แม้จะไม่ได้เป็นตัวหลักตลอดเวลาเพราะมีตัวเลือกแนวรุกมากมายในมือของกุนซือในเวลานั้น

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2022 เมื่อบาร์เซโลน่าทุ่มเงิน 55 ล้านยูโร ดึงตัวเขากลับบ้านเกิด พร้อมเซ็นสัญญาห้าปีและวางเงื่อนไขปล่อยตัวสูงถึง 1,000 ล้านยูโร ตัวเลขนี้น่าสนใจตรงที่มันคือค่าตัวเดียวกันกับที่เปแอสเชกำลังจะจ่ายในตอนนี้ ราวกับวงจรชีวิตนักเตะที่หมุนกลับมาที่จุดเดิม

ที่คัมป์นู เขาถูกดันขึ้นมาเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้ามาตลอดสองฤดูกาลหลัง และทำผลงานได้ไม่เลว ยิงไป 21 ประตูจาก 49 นัดในฤดูกาลที่ผ่านมา หลังจากทำได้ 19 ประตูจาก 45 นัดในฤดูกาลก่อนหน้า แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจแฟนบอลเสมอไป และเมื่อฟุตบอลโลก 2026 มาถึง เขากลับกลายเป็นเป้าโจมตีของสื่อสเปนตั้งแต่ต้นทัวร์นาเมนต์

เส้นทางสู่ประตูประวัติศาสตร์

ในเกมกลุ่มกับกาบูเวร์ดี เขาพลาดโอกาสทองยิงชนคานจากระยะเพียงห้าหลา และหลังจากนั้นก็ตกจากตัวจริงเมื่อลามีน ยามาล กลับมาลงเล่นในเกมถัดมา ต้องทำหน้าที่จากม้านั่งสำรองตลอดช่วงที่เหลือของทัวร์นาเมนต์ แต่ในนัดชิงชนะเลิศกับอาร์เจนตินา เมื่อเกมยืดเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ จังหวะชี้ชะตาก็มาถึง ลาโมล์ ยามาล จ่ายบอลให้ เปโดร ปอร์โร เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ นิโก้ วิลเลียมส์ที่เพิ่งลงมาสมทบโหม่งบอลกลับ และ ตอร์เรสสัมผัสบอลเพียงครั้งเดียวด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลทะลุแนวรับอาร์เจนตินาและมือเอมิเลียโน มาร์ติเนซที่เซฟไปแล้วถึง 11 ครั้งในเกมนี้ เข้าประตูไป กลายเป็นชัยชนะที่เกิดขึ้น 16 ปี 8 วันหลังจากที่ อันเดรส อิเนียสต้า เคยทำสำเร็จในทำนองเดียวกันเมื่อครั้งสเปนคว้าแชมป์โลกสมัยแรก

มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา: ทำไมประตูนัดชิงถึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

หลายคนอาจมองว่าประตูของ ตอร์เรส คือ “โชคช่วย” แต่ถ้ามองในมุมวิทยาศาสตร์การกีฬา นี่คือผลผลิตของการเตรียมพร้อมล้วนๆ

ประการแรกคือเรื่อง ความหลากหลายทางตำแหน่ง ตอร์เรสสามารถเล่นได้ทั้งริมเส้นและกองหน้าตัวเป้า ทำให้เขาปรับตัวเข้ากับจังหวะเกมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ดีกว่านักเตะที่เล่นตำแหน่งเดียว นี่คือคุณสมบัติที่ทีมระดับโลกต้องการมากในยุคที่แผนการเล่นเปลี่ยนกลางเกมบ่อยครั้ง

ประการที่สองคือ การบริหารพลังงานและสมาธิภายใต้ความเหนื่อยล้า งานวิจัยด้านสรีรวิทยาการกีฬาชี้ว่าในนาทีที่ 100 ขึ้นไปของการแข่งขัน ระดับไกลโคเจนในกล้ามเนื้อของนักเตะจะลดต่ำลงอย่างมาก ความสามารถในการตัดสินใจเฉียบขาดในสถานการณ์กดดันจึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญของนักเตะระดับท็อป การที่ ตอร์เรส สัมผัสบอลครั้งเดียวแล้วจบสกอร์ได้ทันทีโดยไม่ลังเล สะท้อนถึงการฝึกซ้อมสถานการณ์จำลอง (scenario training) ที่ทำให้ร่างกายตอบสนองแบบอัตโนมัติแม้สมองจะล้าจากความเหนื่อย

ประการที่สามคือ บทบาทของนักเตะสำรองในฟุตบอลยุคใหม่ ทีมระดับแชมป์โลกในปัจจุบันไม่ได้มองนักเตะสำรองเป็นแค่ตัวสำรอง แต่เป็น “อาวุธลับ” ที่ถูกฝึกให้พร้อมระเบิดฟอร์มทันทีที่ลงสนาม ซึ่งตรงกับสไตล์การทำทีมของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ กุนซือเปแอสเชที่ขึ้นชื่อเรื่องการหมุนเวียนผู้เล่นและให้ทุกคนในทีมมีบทบาทสำคัญ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาสนใจดึงตัว ตอร์เรส เพราะรู้ดีว่าความยืดหยุ่นแบบนี้เข้ากับระบบของตัวเองได้ทันที

มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ: บทเรียนที่คนทำงานทุกคนเอาไปใช้ได้

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ เฟร์ราน ตอร์เรส น่าสนใจไม่ใช่แค่ประตูนัดชิง แต่คือ ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ที่เขาถูกวิจารณ์อย่างหนัก ถูกถอดจากตัวจริง และแทบไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะเป็นฮีโร่ของทัวร์นาเมนต์นี้ได้

หลังเกมนัดชิง เขายอมรับว่าถูกวิพากษ์วิจารณ์ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ แต่ยังคงเชื่อมั่นว่าโชคชะตาได้ถูกเขียนไว้แล้ว คำพูดนี้ฟังดูเหมือนวลีให้กำลังใจทั่วไป แต่ในบริบทของนักกีฬาที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาตกต่ำที่สุดในอาชีพมาหมาดๆ มันคือสารสำคัญเรื่อง ความยืดหยุ่นทางจิตใจ (mental resilience)

สำหรับคนวัยทำงาน 18-40 ปีที่กำลังเผชิญแรงกดดันในที่ทำงาน หรือรู้สึกว่าตัวเองถูกมองข้ามในทีม เรื่องนี้สะท้อนบทเรียนที่ชัดเจนสามข้อ

หนึ่ง วินัยไม่หายไปเพราะถูกดร็อป แม้จะไม่ได้ลงเป็นตัวจริง แต่ ตอร์เรส ยังคงซ้อมหนักและรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมทุกวินาทีที่อาจถูกเรียกใช้ นี่คือหลักการเดียวกับการทำงาน คนที่ประสบความสำเร็จมักไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดตลอดเวลา แต่คือคนที่พร้อมที่สุดเมื่อโอกาสมาถึง

สอง เสียงวิจารณ์ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย ในโลกที่โซเชียลมีเดียพร้อมตัดสินความล้มเหลวได้ในไม่กี่วินาที การรักษาโฟกัสกับเป้าหมายระยะยาวโดยไม่ปล่อยให้เสียงรอบข้างบั่นทอนความมั่นใจ คือทักษะที่ฝึกฝนได้จริง

สาม จังหวะชีวิตมักมาแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่า “โอกาสทอง” จะมาถึงเมื่อไหร่ สิ่งที่ทำได้คือเตรียมพร้อมไว้เสมอ เพราะเมื่อโอกาสมาถึง มันมักมาในรูปแบบที่สั้นและเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนที่ ตอร์เรส ใช้เวลาเพียงสัมผัสเดียวเปลี่ยนประวัติศาสตร์

มิติธุรกิจและอนาคต: ทำไม 55 ล้านยูโรถึงเป็นตัวเลขที่ลงตัวสำหรับทั้งสองสโมสร

นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคนที่ชอบวิเคราะห์เกมธุรกิจเบื้องหลังลูกหนัง เพราะดีลนี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่มาจากแรงกดดันทางการเงินและจังหวะสัญญาที่ลงตัวพอดี

ฝั่งบาร์เซโลน่า: ปัญหาสัญญาที่บีบให้ต้องขาย

สัญญาของ ตอร์เรส กับบาร์เซโลน่าจะหมดลงในเดือนมิถุนายน 2027 และมีเงื่อนไขลับที่เพิ่งเปิดเผยว่า หากสโมสรต้องการต่อสัญญาใหม่ให้เขา จะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกราว 7-8 ล้านยูโร นอกเหนือจากเงินเดือนที่ต้องปรับขึ้น ด้วยสถานะการเงินที่ไม่แข็งแรงนักของบาร์ซ่าในตอนนี้ การเสนอสัญญาใหม่จึงกลายเป็นภาระที่หนักเกินไป สโมสรจึงเปิดทางให้เขาย้ายออกแทนที่จะเสี่ยงปล่อยฟรีในอีกหนึ่งปีข้างหน้า

ที่สำคัญกว่านั้น ทีมเสริมทัพส่วนอื่นไว้พร้อมรับมือกับการสูญเสียเขาแล้ว ทั้งการดึงตัว การิม อาเดเยมี และ แอนโทนี กอร์ดอน มาเล่นริมเส้น ขณะที่ตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าซึ่งว่างลงหลังโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ย้ายไปค้าแข้งกับ ชิคาโก ไฟร์ ก็ยังมีความพยายามดึงตัว ฆูเลียน อัลบาเรซ จาก อัตเลติโก มาดริด แม้จะยังไม่คืบหน้ามากนัก

ฝั่งเปแอสเช: เติมเกมรุกหลังเสียสองกองหน้าตัวหลัก

ทางฝั่งปารีสก็มีเหตุผลไม่ต่างกัน หลังจากปล่อยตัว กอนซาโล ราโมส ไปอยู่กับเอซี มิลาน และขาย รันดัล โกโล มัวนี ให้ยูเวนตุสแบบถาวรหลังจบสัญญายืมตัวกับสเปอร์ส เปแอสเชจึงเหลือตัวเลือกกองหน้าตัวจริงในมือค่อนข้างจำกัด แม้ อุสมาน เดมเบเล่ จะถูกดึงมาเล่นในตำแหน่งนี้ชั่วคราว แต่ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ต้องการตัวเลือกที่หลากหลายกว่านั้นสำหรับฤดูกาลที่ทีมต้องป้องกันแชมป์หลายรายการพร้อมกัน

ด้านตัวเลขค่าตัว การเจรจาแกว่งไปมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากข้อเสนอแรกราว 40 ล้านยูโรที่บาร์เซโลน่าปฏิเสธทันที ไปจนถึงราคาที่บาร์ซ่าเรียกสูงถึง 65 ล้านยูโร ก่อนที่ตัวเลขจะมาลงเอยที่ 55 ล้านยูโรรวมโบนัส ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับที่บาร์เซโลน่าเคยจ่ายให้แมนฯ ซิตี้ตอนซื้อตัวเขามาเมื่อสี่ปีก่อน พอดิบพอดี — ราวกับวงเงินหมุนคืนสู่จุดเดิมของมันเอง

จังหวะเวลาที่เลือกไม่ได้

สิ่งที่ทำให้ดีลนี้มีเสน่ห์เพิ่มขึ้นคือจังหวะเวลา เพราะขณะที่การเจรจาเดินหน้าใกล้จบ เปแอสเชกำลังจะลงเล่นนัดสำคัญยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2026 พบกับ อัสตัน วิลล่า แชมป์ยูโรปา ลีก ที่สนาม เร้ด บูลล์ อารีน่า เมืองซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย ในค่ำคืนวันพุธนี้ ไม่ใช่ที่เมืองไลป์ซิกอย่างที่มีการรายงานผิดพลาดกันบ้าง โดยเปแอสเชเป็นแชมป์เก่าจากปีที่แล้วที่พลิกจากตามหลังทีมสเปอร์ส 2 ประตูมาเอาชนะจุดโทษ ขณะที่อัสตัน วิลล่า เพิ่งคว้าแชมป์ยูโรปา ลีกสมัยแรกด้วยการถล่ม ไฟรบวร์ก 3-0 ที่นครอิสตันบูล เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ภายใต้การคุมทีมของ อูไน เอเมรี่ รายงานล่าสุดระบุว่าทั้งสองสโมสรตั้งใจจะปิดดีลให้เสร็จสิ้นหลังเกมซูเปอร์ คัพจบลง เพื่อไม่ให้เรื่องนอกสนามกวนสมาธินักเตะก่อนนัดชิงสำคัญ

มองไปข้างหน้า ดีลนี้สะท้อนเทรนด์ใหญ่ของวงการฟุตบอลยุคดิจิทัล นั่นคือ มูลค่านักเตะไม่ได้ผูกกับฟอร์มการเล่นในลีกเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยโมเมนต์ระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก ที่สร้างมูลค่าทางการตลาด ยอดขายเสื้อ และฐานแฟนคลับทั่วโลกในชั่วข้ามคืน สโมสรใหญ่ในยุคนี้จึงต้องเล่นเกมสองชั้น ทั้งวิเคราะห์ฟอร์มในสนามและจับจังหวะกระแสความนิยมนอกสนามไปพร้อมกัน

บทสรุป

เรื่องราวของ เฟร์ราน ตอร์เรส คือภาพสะท้อนของฟุตบอลยุคใหม่ที่ผสมผสานทั้งดราม่าความเป็นมนุษย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา และเกมธุรกิจไว้ในเรื่องเดียวกัน จากนักเตะที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุดคนหนึ่งของทัวร์นาเมนต์ สู่ฮีโร่ที่กำลังจะได้สัญญาห้าปีกับสโมสรระดับแชมป์ยุโรปสองสมัยซ้อน คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ เมื่อ ตอร์เรส ย้ายไปอยู่ในทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์อย่างเปแอสเช เขาจะยังคงรักษาสปิริตของ “ผู้พร้อมระเบิดฟอร์มทุกเมื่อ” แบบที่พาสเปนคว้าแชมป์โลกได้หรือไม่ หรือแรงกดดันในการต้องพิสูจน์ตัวเองในทีมใหญ่กว่าเดิมจะกลายเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหม่ของเขาอีกครั้ง

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เฟร์ราน ตอร์เรส เตรียมย้ายจากบาร์เซโลน่าสู่ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวราว 55 ล้านยูโรรวมโบนัส คาดปิดดีลภายในวันศุกร์นี้
  • เขาคือฮีโร่ผู้ยิงประตูชัยพาสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังเคยถูกดร็อปจากตัวจริงและถูกวิจารณ์อย่างหนักตลอดทัวร์นาเมนต์
  • สัญญาที่ใกล้หมดอายุในปี 2027 และเงื่อนไขค่าตอบแทนแมนฯ ซิตี้ที่ซ่อนอยู่ คือปัจจัยหลักที่ทำให้บาร์เซโลน่ายอมปล่อยตัวเขา
  • เปแอสเชต้องการเสริมแนวรุกทดแทน กอนซาโล ราโมส และ โกโล มัวนี ที่ย้ายออกไป พร้อมพาเขากลับมาเจอ หลุยส์ เอ็นรีเก้ อดีตกุนซือทีมชาติสเปน
  • ดีลนี้เกิดขึ้นพร้อมกับที่เปแอสเชกำลังลงเล่นนัดยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ พบ อัสตัน วิลล่า ที่เมืองซัลซ์บวร์ก ออสเตรีย

คำถามที่พบบ่อย

Q: เฟร์ราน ตอร์เรส จะย้ายไปเปแอสเชด้วยค่าตัวเท่าไหร่ A: ตามรายงานล่าสุด ดีลอยู่ที่ราว 55 ล้านยูโรรวมโบนัส และคาดว่าจะสรุปได้ภายในวันศุกร์นี้

Q: ทำไมบาร์เซโลน่าถึงยอมขาย เฟร์ราน ตอร์เรส A: เพราะสัญญาของเขาเหลือถึงกลางปี 2027 เท่านั้น และมีเงื่อนไขที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แมนฯ ซิตี้หากต่อสัญญาใหม่ ท่ามกลางสถานะการเงินที่ตึงตัวของสโมสร

Q: เฟร์ราน ตอร์เรส จะเซ็นสัญญากับเปแอสเชกี่ปี A: มีรายงานว่าเขาจะเซ็นสัญญาระยะยาวห้าปี ยาวไปจนถึงปี 2031

Q: เฟร์ราน ตอร์เรส ยิงประตูชัยฟุตบอลโลก 2026 นาทีไหน A: เขายิงประตูในนาทีที่ 106 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ ช่วยให้สเปนเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 คว้าแชมป์โลกสมัยที่สอง

Q: ก่อนหน้านี้ เฟร์ราน ตอร์เรส เป็นตัวจริงในฟุตบอลโลกหรือไม่ A: ไม่ เขาตกจากตัวจริงหลังพลาดโอกาสทองในเกมกลุ่ม และต้องลงเล่นจากม้านั่งสำรองตลอดช่วงที่เหลือของทัวร์นาเมนต์ ก่อนจะกลายเป็นฮีโร่ในนัดชิงชนะเลิศ

Q: เปแอสเชต้องการ เฟร์ราน ตอร์เรส เพราะเหตุใด A: เพราะทีมสูญเสียกองหน้าตัวหลักอย่าง กอนซาโล ราโมส และ โกโล มัวนี ในซัมเมอร์นี้ และ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ต้องการนักเตะที่เล่นได้หลายตำแหน่งเสริมแนวรุก

Q: เฟร์ราน ตอร์เรส เคยเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้หรือไม่ A: เคย เขาย้ายจากบาเลนเซียไปแมนฯ ซิตี้ในปี 2020 ก่อนจะย้ายมาบาร์เซโลน่าในเดือนมกราคม 2022 ด้วยค่าตัว 55 ล้านยูโร

Q: เปแอสเชจะลงเล่นนัดใดในสัปดาห์นี้ A: เปแอสเชลงเล่นนัดยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2026 พบกับ อัสตัน วิลล่า แชมป์ยูโรปา ลีก ที่สนามเร้ด บูลล์ อารีน่า เมืองซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย ในวันพุธนี้

Q: อัสตัน วิลล่า คว้าแชมป์ยุโรปรายการใดถึงได้สิทธิ์เล่นซูเปอร์ คัพ A: อัสตัน วิลล่า คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2025-26 ด้วยการถล่ม ไฟรบวร์ก 3-0 ในนัดชิงที่นครอิสตันบูล

Q: ใครเป็นผู้รายงานข่าวดีล 55 ล้านยูโรของ เฟร์ราน ตอร์เรส A: นักข่าวตลาดนักเตะชาวฝรั่งเศส มาร์ก เมอเชนูอา จากสื่อ Onze Mondial เป็นผู้รายงานตัวเลขและไทม์ไลน์ของดีลนี้

Q: ใครจะมาเล่นตำแหน่งริมเส้นแทน เฟร์ราน ตอร์เรส ที่บาร์เซโลน่า A: บาร์เซโลน่าเสริมทัพด้วย การิม อาเดเยมี และ แอนโทนี กอร์ดอน เพื่อรองรับตำแหน่งที่ว่างลง

Q: เฟร์ราน ตอร์เรส เคยพูดถึงความรู้สึกหลังยิงประตูชัยฟุตบอลโลกอย่างไร A: เขาบอกว่ารู้สึกโล่งใจอย่างมากหลังถูกวิจารณ์ตลอดทัวร์นาเมนต์ และเชื่อว่าโชคชะตาได้ถูกลิขิตไว้ให้เขาแล้ว