ลองจินตนาการดูว่า เด็กหนุ่มวัย 19 ปีคนหนึ่งที่เคยถูกไล่ออกจากอะคาเดมีเยาวชนของสโมสรใหญ่ระดับบุนเดสลีกา วันนี้กลับกลายเป็นชนวนสงครามการเจรจาที่ทำให้ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมทุบสถิติเดิมของตัวเอง เตรียมเสนอเงินมากถึง 55 ล้านยูโร หรือราวสองพันล้านบาท เพื่อแลกกับลายเซ็นเพียงหนึ่งเดียว นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ค่าตัวของนักเตะคนนี้พุ่งจากหลักไม่ถึง 30 ล้านยูโร ไปแตะระดับ 55 ล้านยูโรอย่างรวดเร็วราวกับจรวด
ชายหนุ่มคนนั้นคือ ซาอิด เอล มาลา ปีกดาวรุ่งทีมชาติเยอรมนีของ 1. เอฟซี โคโลญจน์ และเรื่องราวของเขาไม่ได้เป็นเพียงข่าวซื้อขายนักเตะธรรมดา แต่มันคือบทเรียนเรื่องวินัย ความอดทน และการมองเห็นโอกาสในจังหวะที่คนอื่นมองไม่เห็น ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังต่อสู้เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของปรากฏการณ์ เอล มาลา ตั้งแต่จุดเริ่มต้น เทคนิคการเล่นที่ทำให้กองหลังทั่วยุโรปหวาดผวา ไปจนถึงเกมการเงินเบื้องหลังดีลระดับหลายพันล้านบาทนี้
จากเด็กที่ถูกปฏิเสธ สู่ “เพชรเบอร์ 13” แห่งเมืองอาสนวิหาร
เส้นทางของ เอล มาลา ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตั้งแต่แรก เขาเกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2006 ที่เมืองไครเฟลด์ ประเทศเยอรมนี และเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลจากสโมสรเยาวชนเล็กๆ อย่าง Linner SV ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ KFC Uerdingen 05 จากนั้นได้เข้าสู่ระบบอะคาเดมีของสโมสรใหญ่อย่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ในช่วงปี 2017 ถึง 2021
แต่จุดหักเหสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาต้องหลุดออกจากระบบอะคาเดมีของกลัดบัค และต้องไปเริ่มต้นใหม่กับสโมสรระดับล่างอย่าง TSV Meerbusch ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ วิคตอเรีย โคโลญจน์ ทีมสมัครเล่นในเครือของโคโลญจน์ในปี 2023 นี่คือจุดที่พลิกชีวิตเขาอย่างแท้จริง เพราะฝีเท้าที่โดดเด่นทำให้ 1. เอฟซี โคโลญจน์ ตัดสินใจดึงตัวเขาเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2024 อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดเรื่องแบนการซื้อขายนักเตะของสโมสรในขณะนั้น เขาจึงต้องกลับไปเล่นให้วิคตอเรีย โคโลญจน์ในลักษณะยืมตัวตลอดฤดูกาล 2024-25
ฤดูกาลนั้นเองที่โลกลูกหนังเยอรมันเริ่มพูดถึงชื่อของเขา เพราะเขายิงไป 13 ประตูจากการลงสนาม 32 นัดในลีกระดับสาม จนได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2024-25 ของลีกระดับสาม ผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้โคโลญจน์ตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่กับเขาไปจนถึงปี 2030 ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2025 เพื่อล็อกอนาคตของดาวรุ่งคนนี้ไว้กับทีม
เมื่อกลับขึ้นมาเล่นในบุนเดสลีกาเต็มตัว เขายิงประตูแรกในบุนเดสลีกาได้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2025 ในเกมที่โคโลญจน์เอาชนะ เอสซี ไฟรบวร์ก 4-1 ที่บ้าน และนับจากนั้นก็ไม่เคยหยุดสร้างผลงาน ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาเขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจถึง 13 ประตู และ 3 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 34 นัดในบุนเดสลีกา ตัวเลขระดับนี้จากปีกวัยเพียง 19 ปีในลีกที่ดุเดือดที่สุดลีกหนึ่งของโลก ถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง และเป็นเหตุผลว่าทำไมสายตาของสโมสรใหญ่ระดับยุโรปถึงจับจ้องมาที่เขา
ถอดรหัสวิทยาศาสตร์เบื้องหลังปีกที่ทำให้กองหลังทั้งลีกหวาดผวา
สิ่งที่ทำให้ เอล มาลา แตกต่างจากปีกดาวรุ่งคนอื่นๆ ไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขสถิติ แต่อยู่ที่โครงสร้างร่างกายและรูปแบบการเล่นที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ด้วยความสูง 1.87 เมตร ซึ่งถือว่าสูงเกินมาตรฐานของนักเตะตำแหน่งปีกทั่วไป เขากลับมีความคล่องแคล่วและการควบคุมบอลที่ละเอียดอ่อนไม่แพ้นักเตะตัวเล็กที่เน้นความเร็วเป็นหลัก นี่คือจุดที่นักวิทยาศาสตร์การกีฬาเรียกว่า “การผสานกันของพลังและความประณีต” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทีมระดับท็อปทั่วยุโรปตามหากันอย่างบ้าคลั่งในยุคนี้
ในเชิงเทคนิค ปีกสมัยใหม่อย่าง เอล มาลา ไม่ได้ทำหน้าที่แค่วิ่งไปตามเส้นข้างสนามแล้วเปิดบอลเข้ากลางเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป แต่ต้องเล่นในบทบาทที่เรียกว่า “ปีกตัดเข้าใน” หรือ Inverted Winger คือการยืนตำแหน่งฝั่งตรงข้ามกับเท้าถนัด เช่น ปีกซ้ายที่ถนัดขวา เพื่อให้สามารถตัดเข้ากลางสนามและยิงประตูด้วยเท้าถนัดได้โดยตรง วิธีการเล่นแบบนี้ต้องอาศัยการตัดสินใจที่รวดเร็วในเสี้ยววินาที เพราะต้องประมวลผลพร้อมกันหลายอย่าง ทั้งตำแหน่งของกองหลัง ช่องว่างที่จะพุ่งเข้าไป และจังหวะการส่งบอลของเพื่อนร่วมทีม
ในมุมของวิทยาศาสตร์การกีฬาสมัยใหม่ นักเตะแนวรุกที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างนี้จะต้องผ่านการฝึกฝนด้านพลังระเบิด หรือที่เรียกว่า Explosive Power อย่างเข้มข้น เพื่อให้สามารถออกตัวเร่งความเร็วได้ในระยะสั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดเกม 90 นาที ควบคู่ไปกับการฝึกความคล่องตัวเปลี่ยนทิศทาง หรือ Agility Training เพื่อหลบหลีกการประกบตัวของกองหลังคู่แข่ง นอกจากนี้ สโมสรระดับบุนเดสลีกาในปัจจุบันยังใช้ข้อมูลเชิงลึกอย่างค่าคาดการณ์ประตูที่ควรจะได้ หรือที่วงการเรียกกันว่า Expected Goals ควบคู่กับการวิเคราะห์แผนที่ความร้อนของการเคลื่อนที่ในสนาม เพื่อประเมินว่านักเตะคนไหนสร้างโอกาสอันตรายได้มากที่สุดต่อการครอบครองบอลหนึ่งครั้ง ซึ่งตัวเลข 13 ประตูและ 3 แอสซิสต์ในบุนเดสลีกาฤดูกาลที่ผ่านมาของ เอล มาลา สะท้อนว่าเขาไม่ได้เป็นแค่นักเตะที่มีพรสวรรค์ดิบ แต่มีประสิทธิภาพในการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับวัยเพียง 19 ปี
ทำไมแฟนบอลทั้งเยอรมนีถึงคลั่งไคล้เด็กหนุ่มคนนี้ก่อนอายุครบ 20
เรื่องราวของ เอล มาลา สะกิดใจแฟนกีฬาในแง่จิตวิทยาอย่างลึกซึ้ง เพราะมันคือเรื่องราวแบบ “ผู้ถูกปฏิเสธที่ลุกขึ้นมาผงาด” ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่ทรงพลังที่สุดในโลกกีฬา การที่เขาเคยถูกปล่อยตัวออกจากอะคาเดมีของกลัดบัค แล้วต้องไปเริ่มต้นใหม่จากทีมเล็กๆ อย่าง TSV Meerbusch ก่อนจะไต่เต้ากลับมาสู่จุดสูงสุดของวงการ คือแรงบันดาลใจที่ทรงพลังสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ที่ต้องเผชิญความกดดันเรื่องการแข่งขันในสายงานของตัวเอง
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ท่าทีของตัวเขาเองในสถานการณ์นี้ มีรายงานว่าตัวเอล มาลาและครอบครัวยังคงยืนกรานความต้องการที่จะย้ายไปดอร์ทมุนด์ และได้สื่อสารความต้องการนี้ไปยังผู้บริหารของโคโลญจน์โดยตรง ขณะเดียวกันก็มีรายงานจากสื่อดังของเยอรมนีว่าเขาได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงความเต็มใจที่จะย้ายทีม แม้สองสโมสรจะยังห่างกันมากในเรื่องมูลค่าค่าตัว ความชัดเจนในเป้าหมายของตัวเองแบบนี้ คือบทเรียนสำคัญที่คนทำงานยุคใหม่มักพูดถึง นั่นคือการรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และกล้าที่จะสื่อสารความต้องการนั้นออกไปอย่างตรงไปตรงมา แม้จะอยู่ในสถานะที่ยังไม่มีอำนาจต่อรองเต็มที่ก็ตาม
นอกจากนี้ ล่าสุดยังมีรายงานว่าดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้ได้ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับดอร์ทมุนด์เรียบร้อยแล้ว และกำลังรอผลการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจากทั้งสองสโมสร นี่คือภาพสะท้อนของความมั่นใจและวินัยในการวางแผนอนาคตของตัวเอง ทั้งที่ยังเป็นเพียงนักเตะดาวรุ่งที่เพิ่งเล่นในลีกสูงสุดได้ไม่ถึงหนึ่งฤดูกาลเต็ม ความสุขุมและความชัดเจนในตัวเขาจึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้แฟนบอลทั่วเยอรมนีหลงรักเด็กหนุ่มคนนี้ ไม่ใช่แค่เพราะฝีเท้า แต่เพราะทัศนคติที่เหมาะกับการเป็นดาวดังในอนาคต
เกมการเงินเบื้องหลังม่าน ทำไมค่าตัวพุ่งจากหลักสามสิบ สู่ 55 ล้านยูโรในไม่กี่วัน
นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคนที่ชื่นชอบการวิเคราะห์เชิงธุรกิจของวงการกีฬา เพราะการเจรจาระหว่างดอร์ทมุนด์กับโคโลญจน์ครั้งนี้ คือกรณีศึกษาชั้นดีของการต่อรองในตลาดซื้อขายนักเตะยุคใหม่ ย้อนกลับไปช่วงต้นของการเจรจาข้อเสนอแรกของดอร์ทมุนด์ถูกปฏิเสธในทันที โดยมีรายงานแตกต่างกันไปว่าโครงสร้างข้อเสนออยู่ที่ประมาณ 34 ล้านยูโรบวกโบนัส 6 ล้านยูโรตามข้อมูลของสื่อหนึ่ง หรือ 26 ล้านยูโรการันตีบวกโบนัสสูงสุด 16 ล้านยูโรตามอีกแหล่งข่าว ขณะที่โคโลญจน์ยืนกรานราคาขั้นต่ำที่ 50 ล้านยูโรมาโดยตลอด
จากนั้นดอร์ทมุนด์ยื่นข้อเสนอรอบสองที่มีค่าตัวพื้นฐานเกือบ 40 ล้านยูโร และอาจเพิ่มเป็นราว 45 ล้านยูโรหากรวมโบนัสทั้งหมด แต่โคโลญจน์ก็ยังคงปฏิเสธ และยืนยันราคาขั้นต่ำที่ 50 ล้านยูโรสำหรับนักเตะวัย 19 ปีรายนี้ ต่อมาดอร์ทมุนด์จึงยื่นข้อเสนอที่ปรับปรุงขึ้นอีกครั้งเป็นมูลค่ารวมประมาณ 50 ล้านยูโรรวมโบนัสที่มีโอกาสได้จริงสูง แต่ก็ยังไม่สามารถปิดดีลได้ทันที เพราะยังติดปัญหาเรื่องเงื่อนไขสำคัญอย่าง “ส่วนแบ่งค่าตัวในการย้ายทีมครั้งต่อไป” หรือที่วงการเรียกว่า Sell-on Clause ซึ่งเป็นข้อตกลงที่สโมสรต้นสังกัดเดิมจะได้รับส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์หากนักเตะถูกขายต่อในอนาคต โดยโคโลญจน์ต้องการส่วนแบ่งถึง 10 เปอร์เซ็นต์จากค่าตัวเต็มจำนวนในการย้ายทีมครั้งต่อไป ขณะที่ดอร์ทมุนด์เสนอเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของกำไรจากการขายเท่านั้น ซึ่งตัวเลขทั้งสองแบบนี้ต่างกันมหาศาลในทางปฏิบัติ เพราะกำไรจากการขายมักน้อยกว่ามูลค่าค่าตัวเต็มจำนวนอย่างมาก
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนคือการมีคู่แข่งจากพรีเมียร์ลีกอย่างเบรนท์ฟอร์ด ที่เคยยื่นข้อเสนอในระดับราคาเดียวกันเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งว่ากันว่านำไปสู่ความเข้าใจร่วมกันในระดับหนึ่งกับทางสโมสรแล้ว การมีผู้เล่นหลายรายในตลาดแบบนี้ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามหลักอุปสงค์อุปทานพื้นฐาน และล่าสุดที่สุด มีรายงานยืนยันว่าดอร์ทมุนด์กำลังจะยื่นข้อเสนอที่สูงถึง 55 ล้านยูโร แบ่งเป็นค่าตัวพื้นฐาน 50 ล้านยูโร และโบนัสอีก 5 ล้านยูโร ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่ทุบสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสรเอง
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพใหญ่ของตลาดซื้อขายนักเตะยุคดิจิทัลได้อย่างชัดเจน สโมสรขนาดกลางอย่างโคโลญจน์กำลังใช้ระบบสายตาแมวมองและอะคาเดมีเยาวชนเป็นเครื่องจักรผลิตรายได้หลัก โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผลงานในสนามเพียงอย่างเดียว ขณะที่สโมสรใหญ่อย่างดอร์ทมุนด์ก็ต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนในนักเตะดาวรุ่งที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะในโลกที่โซเชียลมีเดียและการวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทุกวัน นักเตะที่เก่งและมีเรื่องราวน่าติดตามอย่าง เอล มาลา จะกลายเป็นทั้งสินทรัพย์ในสนามและสินทรัพย์ทางธุรกิจไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นยอดขายเสื้อแข่ง ยอดผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย หรือมูลค่าแบรนด์ส่วนตัวที่จะเติบโตตามผลงานในสนามจริง
บทสรุป เกมการรอคอยที่ใกล้จบแต่ยังไม่จบ
เรื่องราวของ ซาอิด เอล มาลา คือภาพสะท้อนของวงการฟุตบอลยุคใหม่ที่ผสมผสานทั้งความฝัน ความอดทน และตัวเลขทางธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จากเด็กหนุ่มที่เคยถูกปฏิเสธจากอะคาเดมีใหญ่ สู่การเป็นชนวนสงครามการประมูลระดับ 55 ล้านยูโร นี่คือบทพิสูจน์ว่าความมุ่งมั่นและวินัยในการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง สามารถพลิกสถานการณ์จากผู้ถูกปฏิเสธ ให้กลายเป็นที่ต้องการของทั้งวงการได้ในเวลาไม่กี่ปี
คำถามที่ยังค้างคาใจแฟนบอลตอนนี้คือ ดีลนี้จะจบลงด้วยราคา 55 ล้านยูโรตามที่รายงานล่าสุดหรือไม่ และหากเขาย้ายไปดอร์ทมุนด์จริง เขาจะสามารถรับมือกับความกดดันมหาศาลจากป้ายราคาระดับนี้ได้หรือเปล่า ในวัยเพียง 19 ปี คำตอบของคำถามเหล่านี้จะเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา และเป็นเรื่องที่แฟนบอลทั่วโลกต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด
สรุปประเด็นสำคัญ
- ดอร์ทมุนด์เตรียมยื่นข้อเสนอสูงสุดถึง 55 ล้านยูโร แบ่งเป็นค่าตัว 50 ล้านบวกโบนัส 5 ล้านยูโร เพื่อดึงตัว ซาอิด เอล มาลา จากโคโลญจน์
- เอล มาลา วัย 19 ปี เคยถูกปล่อยจากอะคาเดมีกลัดบัค ก่อนไต่เต้าผ่านวิคตอเรีย โคโลญจน์ จนกลายเป็นตัวหลักทีมชุดใหญ่โคโลญจน์
- ฤดูกาลล่าสุดเขาทำผลงาน 13 ประตู 3 แอสซิสต์ จาก 34 นัดในบุนเดสลีกา ถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นมากสำหรับปีกวัย 19 ปี
- อุปสรรคหลักของการเจรจาคือเงื่อนไขส่วนแบ่งค่าตัวในอนาคต โดยโคโลญจน์ต้องการ 10% ของค่าตัวเต็ม ขณะที่ดอร์ทมุนด์เสนอ 10% ของกำไร
- ตัวนักเตะและครอบครัวส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการย้ายไปดอร์ทมุนด์ และมีรายงานว่าตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับดอร์ทมุนด์แล้ว
คำถามที่พบบ่อย
ซาอิด เอล มาลา คือใคร A: เขาคือปีกทีมชาติเยอรมนีวัย 19 ปี สังกัด 1. เอฟซี โคโลญจน์ สวมเสื้อหมายเลข 13 และเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดของบุนเดสลีกาฤดูกาลล่าสุด
ดอร์ทมุนด์เสนอราคาเท่าไหร่เพื่อซื้อตัวเอล มาลา A: รายงานล่าสุดระบุว่าดอร์ทมุนด์เตรียมยื่นข้อเสนอมูลค่าราว 55 ล้านยูโร แบ่งเป็นค่าตัวพื้นฐาน 50 ล้านยูโร และโบนัส 5 ล้านยูโร
ทำไมการเจรจาถึงใช้เวลานาน A: เพราะทั้งสองสโมสรมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องเงื่อนไขส่วนแบ่งค่าตัวในการย้ายทีมครั้งต่อไป โดยโคโลญจน์ต้องการเปอร์เซ็นต์จากค่าตัวเต็ม ขณะที่ดอร์ทมุนด์เสนอเปอร์เซ็นต์จากกำไร
โคโลญจน์ต้องการค่าตัวขั้นต่ำเท่าไหร่ A: โคโลญจน์ยืนกรานราคาขั้นต่ำที่ 50 ล้านยูโรมาตลอดการเจรจา และปฏิเสธข้อเสนอหลายครั้งที่ต่ำกว่านี้
เอล มาลาต้องการย้ายไปดอร์ทมุนด์จริงหรือไม่ A: มีรายงานว่าตัวนักเตะและครอบครัวส่งสัญญาณชัดเจนถึงความต้องการย้ายไปดอร์ทมุนด์ และมีการสื่อสารความต้องการนี้ไปยังผู้บริหารโคโลญจน์โดยตรง
เอล มาลาเล่นตำแหน่งอะไร A: เขาเล่นตำแหน่งปีก มีความสูง 1.87 เมตร และมักเล่นในรูปแบบปีกตัดเข้าในเพื่อยิงประตูด้วยเท้าถนัด
ผลงานฤดูกาลล่าสุดของเขาเป็นอย่างไร A: เขาทำผลงานได้ 13 ประตูและ 3 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 34 นัดในบุนเดสลีกา ถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นมากสำหรับนักเตะวัย 19 ปี
เอล มาลาเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลจากที่ไหน A: เขาเริ่มจากสโมสรเยาวชนเล็กๆ ในเยอรมนี ผ่านอะคาเดมีของโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ก่อนถูกปล่อยตัวและไปโตที่วิคตอเรีย โคโลญจน์ จนถูกดึงเข้าสู่ทีมชุดใหญ่โคโลญจน์
มีสโมสรอื่นสนใจเอล มาลาด้วยหรือไม่ A: มีรายงานว่าเบรนท์ฟอร์ดจากพรีเมียร์ลีกเคยยื่นข้อเสนอในระดับราคาใกล้เคียงกันเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้เช่นกัน
เอล มาลาติดทีมชาติเยอรมนีชุดไหน A: ปัจจุบันเขาติดทีมชาติเยอรมนีชุดอายุไม่เกิน 21 ปี หลังผ่านการเล่นให้ทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 18 และ 19 ปีมาก่อน
สัญญาปัจจุบันของเขากับโคโลญจน์มีถึงเมื่อไหร่ A: เขาต่อสัญญาฉบับใหม่กับโคโลญจน์ไปจนถึงปี 2030 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025
ดีลนี้จะจบลงเมื่อไหร่ A: ตามรายงานล่าสุด ดอร์ทมุนด์หวังจะปิดดีลนี้ให้ได้ในช่วงสัปดาห์นี้ แต่ยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองสโมสร