ลองจินตนาการดูว่า… คุณมีเวลาเพียง 126 นาทีในการพิสูจน์ตัวเองบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกฟุตบอล น้อยกว่าความยาวของภาพยนตร์หนึ่งเรื่องเสียอีก แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น คุณสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของทีมชาติอาร์เจนติน่า ทีมของ ลิโอเนล เมสซี่ จนเกือบพลิกประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ นี่ไม่ใช่บทภาพยนตร์ แต่คือเรื่องจริงของ ฮัสเซม ฮัสซาน ปีกชาวอียิปต์วัย 24 ปี ที่ล่าสุดเพิ่งเซ็นสัญญากับ เซลติก ยักษ์ใหญ่แห่งสกอตแลนด์เป็นที่เรียบร้อย
คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรทำให้นักเตะที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกเพียงสองนัดกว่า ๆ กลายเป็นเป้าหมายที่สโมสรระดับแชมป์ลีกต้องรีบคว้าตัว และดีลนี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับโลกฟุตบอลยุคใหม่ที่ “ช่วงเวลาเดียว” อาจมีค่ามากกว่า “ฤดูกาลทั้งฤดูกาล” บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของการย้ายทีมครั้งนี้ ตั้งแต่เส้นทางชีวิต เทคนิคการเล่น ไปจนถึงบทเรียนที่คนวัยทำงานอย่างเราหยิบไปใช้ได้จริง
รู้จัก “ฮัสเซม ฮัสซาน” เด็กปารีสที่เลือกเดินเส้นทางอ้อมสู่ความสำเร็จ
ก่อนจะไปถึงเรื่องราวสุดมันในฟุตบอลโลก เรามาทำความรู้จักตัวตนของนักเตะรายนี้กันก่อน ฮัสซานเกิดและเติบโตที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเหมืองทองคำของวงการลูกหนังยุโรป เพราะผลิตนักเตะระดับโลกออกมาไม่เว้นแต่ละปี เขาเริ่มต้นเส้นทางค้าแข้งกับสโมสร ชาโตรูซ์ ทีมเล็ก ๆ ในฝรั่งเศสที่เป็นเสมือนบ้านหลังแรกในวัยเด็ก และเคยติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชนมาก่อนด้วย
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อเขาตัดสินใจย้ายออกจากบ้านเกิดไปแสวงหาโอกาสในประเทศสเปน ซึ่งไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาต้องระเหเร่ร่อนย้ายไปมาระหว่าง 3 สโมสรในแดนกระทิงดุ อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะมาลงหลักปักฐานกับ เรอัล โอเบียโด้ เป็นเวลา 2 ปี และที่นั่นเองที่เขาค่อย ๆ เจียระไนฝีเท้าตัวเองจนแหลมคมพอจะก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลก
เรื่องราวแบบนี้สะท้อนความจริงข้อหนึ่งของวงการฟุตบอลที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ นักเตะส่วนใหญ่ไม่ได้ประสบความสำเร็จแบบพุ่งทะยานตั้งแต่อายุ 18 เหมือนดาวรุ่งที่สื่อชอบนำเสนอ แต่ต้องผ่านการเดินทางอ้อม ล้มลุกคลุกคลาน และเปลี่ยนสโมสรครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะเจอจังหวะชีวิตที่ใช่ ฮัสซานคือตัวอย่างชั้นดีของ “ผู้เล่นสายอึด” ที่ไม่ยอมแพ้แม้เส้นทางจะไม่สวยหรู
126 นาทีที่เปลี่ยนชีวิต เมื่อโชคร้ายกลายเป็นบทพิสูจน์ตัวตน
นี่คือส่วนที่ดราม่าที่สุดของเรื่องราวทั้งหมด ฮัสซานได้รับเลือกติดทีมชาติอียิปต์ไปลุยศึกฟุตบอลโลกซัมเมอร์นี้ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เขาต้องเจอปัญหา ความล่าช้าในการลงทะเบียน เนื่องจากสถานะอดีตนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชนที่ต้องผ่านขั้นตอนเอกสารเปลี่ยนสัญชาติทางฟุตบอล ผลคือเขาต้องนั่งดูเพื่อนร่วมทีมลงเตะ รอบแบ่งกลุ่มทั้งหมดจากข้างสนาม โดยไม่ได้สัมผัสบอลแม้แต่นาทีเดียว
ลองคิดดูว่าถ้าเป็นเรา จะรู้สึกอย่างไร ฝันทั้งชีวิตอยู่ตรงหน้า แต่กระดาษไม่กี่แผ่นกลับขวางทางไว้ นักเตะหลายคนอาจหมดไฟหรือเสียสมาธิไปเลย แต่ฮัสซานเลือกเก็บพลังงานทั้งหมดไว้รอวันระเบิดฟอร์ม
และวันนั้นก็มาถึงจริง ๆ ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย เขาถูกส่งลงสนามเป็น ตัวสำรองในครึ่งหลัง เกมที่อียิปต์ดวลกับออสเตรเลีย และมีส่วนช่วยให้ทีมฝ่าด่านไปได้ด้วยการ ดวลจุดโทษ ก่อนที่เกมถัดมาจะกลายเป็นเวทีประกาศศักดาของแท้ เมื่ออียิปต์ต้องเผชิญหน้ากับอาร์เจนติน่า มหาอำนาจลูกหนังของโลก ฮัสซานลงมาสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับฟ้าขาวแทบตั้งรับไม่ทัน ก่อนที่ทีมของเขาจะ พ่ายไปอย่างน่ากังขา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงจังหวะการตัดสินในเกมนั้น
รวมเวลาทั้งหมดที่เขาได้เล่นในทัวร์นาเมนต์คือ 126 นาที แต่เพียงเท่านั้นก็เพียงพอให้ชื่อของเขาดังกระหึ่มไปทั่วยุโรป และทำให้แมวมองของเซลติกตัดสินใจว่า “ต้องได้ตัวคนนี้มาให้ได้”
เจาะเทคนิคการเล่น ทำไม “ปีกเท้าซ้ายที่เล่นริมเส้นขวา” ถึงอันตรายนัก
มาถึงมิติวิทยาศาสตร์การกีฬาที่แฟนบอลสายวิเคราะห์ต้องชอบ ข้อมูลระบุชัดว่าฮัสซาน ถนัดเท้าซ้าย แต่ส่วนใหญ่เล่นทางฝั่งขวา ซึ่งในวงการเรียกบทบาทนี้ว่า “ปีกกลับด้าน” หรืออธิบายง่าย ๆ คือการวางนักเตะไว้ฝั่งตรงข้ามกับเท้าข้างถนัด แล้วทำไมตำแหน่งนี้ถึงกลายเป็นอาวุธยอดนิยมของฟุตบอลสมัยใหม่
หนึ่ง มุมยิงที่ได้เปรียบ เมื่อปีกเท้าซ้ายเลี้ยงบอลจากริมเส้นขวาตัดเข้าใน ลำตัวของเขาจะเปิดหน้าเข้าหาประตูโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถซัดด้วยเท้าข้างถนัดได้เต็มข้อในจังหวะเดียว ต่างจากปีกแบบดั้งเดิมที่ต้องเลี้ยงไปสุดเส้นแล้วเปิดบอลเข้ากลางเท่านั้น
สอง สร้างปัญหาให้แบ็คคู่แข่งตัดสินใจยาก แบ็คซ้ายของฝ่ายตรงข้ามจะเจอโจทย์สองชั้นตลอดเวลา ถ้าบีบให้ออกริมเส้น ฮัสซานก็ยังใช้เท้าขวาประคองบอลได้ แต่ถ้าเปิดช่องด้านใน เขาจะตัดเข้ามายิงด้วยเท้าซ้ายทันที ความลังเลเสี้ยววินาทีนี้แหละคือช่องว่างที่ปีกกลับด้านระดับโลกใช้ทำมาหากิน
สาม เข้ากับระบบเกมรุกสมัยใหม่ ฟุตบอลยุคปัจจุบันต้องการปีกที่ตัดเข้ามาเล่นในพื้นที่ครึ่งช่องว่างระหว่างเส้นแบ็คกับกองกลาง เพื่อเปิดพื้นที่ริมเส้นให้แบ็คเติมขึ้นมาทับซ้อน การได้ปีกกลับด้านที่เข้าใจจังหวะแบบฮัสซานจึงเหมือนได้จิ๊กซอว์ที่ล็อคเข้ากับแผนการเล่นพอดิบพอดี
ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขาผ่านการหล่อหลอมจากลีกสเปนซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเกมเน้นเทคนิคและการครองบอล ผสมกับพื้นฐานความแข็งแกร่งจากระบบเยาวชนฝรั่งเศส ทำให้เขามีส่วนผสมที่หาได้ยากในตลาดนักเตะราคาจับต้องได้
มุมจิตวิทยา บทเรียนจากคนที่ “รอโอกาส” อย่างมืออาชีพ
ถ้าคุณเป็นคนวัยทำงานที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้รับโอกาสที่สมควรได้ เรื่องราวของฮัสซานคือกรณีศึกษาที่ควรบันทึกไว้ในใจ
ประเด็นแรกคือ การเตรียมพร้อมระหว่างรอ ช่วงที่ติดปัญหาลงทะเบียนและต้องนั่งข้างสนามตลอดรอบแบ่งกลุ่ม สิ่งเดียวที่เขาควบคุมได้คือสภาพร่างกายและสมาธิของตัวเอง และเมื่อประตูแห่งโอกาสเปิดออกในรอบ 32 ทีม เขาพร้อมกระโจนเข้าใส่ทันทีโดยไม่ต้องวอร์มเครื่องนาน นี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยาการกีฬาย้ำเสมอว่า ความพร้อมต้องมาก่อนโอกาส ไม่ใช่รอโอกาสมาแล้วค่อยเตรียมตัว
ประเด็นที่สองคือ การเล่นกับความกดดันบนเวทีใหญ่ การลงสนามเจออาร์เจนติน่าในฟุตบอลโลก ต่อหน้าสายตาผู้ชมนับพันล้านทั่วโลก คือสถานการณ์ที่ความกดดันสูงสุดเท่าที่นักฟุตบอลคนหนึ่งจะเจอได้ แต่แทนที่จะเกร็งจนเล่นไม่ออก เขากลับใช้เวทีนั้นโชว์ของเต็มพิกัด สะท้อนความแข็งแกร่งทางจิตใจที่โค้ชทุกคนอยากได้
และประเด็นสุดท้ายที่คนอายุ 18-40 ควรซึมซับมากที่สุดคือ คุณไม่จำเป็นต้องมีเวลาเยอะ แค่ต้องใช้เวลาที่มีให้คุ้มที่สุด ฮัสซานพิสูจน์ว่า 126 นาทีที่เต็มร้อย มีค่ามากกว่าหลายพันนาทีที่เล่นแบบเรื่อย ๆ ในโลกการทำงานก็เช่นกัน การนำเสนองานสิบนาทีที่เฉียบขาด อาจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพคุณได้มากกว่าการทำงานแบบเดิมซ้ำ ๆ มาทั้งปี
มิติธุรกิจ เซลติกกับปรัชญา “คุณภาพต้องมาก่อนปริมาณ”
หันมามองฝั่งสโมสรกันบ้าง เพราะดีลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจมาก มาร์ติน โอนีล ผู้จัดการทีมเซลติก กำลังเผชิญโจทย์หินสุด ๆ เพราะทีมของเขา เสียผู้เล่นไปมากกว่า 10 คน นับตั้งแต่จบฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่เพิ่งคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีกสกอตแลนด์ควบแชมป์สกอตติช คัพ มาหมาด ๆ
แทนที่จะแก้ปัญหาด้วยการกว้านซื้อนักเตะจำนวนมากมาอุดรูรั่ว โอนีลประกาศชัดว่าเขาต้องการ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” ซึ่งเป็นแนวคิดการบริหารที่สวนกระแสตลาดนักเตะยุคเงินสะพัด และฮัสซานคือผู้เล่นใหม่ คนที่ 3 ของช่วงซัมเมอร์นี้ ต่อจากสองดีลก่อนหน้าที่น่าจับตาไม่แพ้กัน
ดีลแรกคือ แคสเปอร์ ฮ็อก กองหน้าชาวเดนมาร์กที่ย้ายมาจาก โบโด กลิมท์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 11 ล้านปอนด์ ถือเป็นการทุ่มทุนก้อนใหญ่ที่แสดงความจริงจังของบอร์ดบริหาร ส่วนดีลที่สองคือ คามิโล่ ดูรัน กองหน้าชาวโคลอมเบียจาก คาราบัก ด้วยค่าตัวที่ไม่เปิดเผย เมื่อรวมกับฮัสซานที่เซ็นสัญญายาว 4 ปี พร้อมทางเลือกต่ออีก 1 ปี จะเห็นภาพชัดว่าเซลติกกำลังสร้างแนวรุกชุดใหม่ที่ผสมผสานความสดของวัยกับประสบการณ์เวทีนานาชาติ
ที่สำคัญ สัญญาระยะยาวแบบนี้ยังเป็นกลไกป้องกันมูลค่าทรัพย์สินของสโมสรด้วย เพราะหากฮัสซานระเบิดฟอร์มในสกอตแลนด์แล้วมีทีมใหญ่มาสนใจ เซลติกจะอยู่ในสถานะต่อรองที่ได้เปรียบเต็มที่ นี่คือโมเดลธุรกิจที่สโมสรระดับกลางค่อนบนของยุโรปใช้สร้างรายได้มหาศาล คือซื้อนักเตะช่วงราคากำลังขึ้น ปั้นให้เก่งขึ้น แล้วขายต่อในราคาหลายเท่าตัว
บทพิสูจน์แรกรออยู่ เกมเพลย์ออฟถ้วยใหญ่ยุโรปกับแอลเอเอสเค
จังหวะเวลาของดีลนี้ยิ่งเพิ่มดีกรีความเดือด เพราะเซลติกกำลังจะลงเตะเกมชี้ชะตา รอบเพลย์ออฟ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ แอลเอเอสเค ทีมจากออสเตรีย ใน วันพุธหน้า ซึ่งผลของเกมนี้จะตัดสินว่าสโมสรจะได้เข้าไปเก็บเกี่ยวรายได้ก้อนโตจากรอบแบ่งกลุ่มถ้วยใหญ่ที่สุดของยุโรปหรือไม่
สำหรับสโมสรนอกห้าลีกใหญ่ การได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มถ้วยนี้หมายถึงเม็ดเงินระดับหลายสิบล้านปอนด์ ทั้งจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด เงินรางวัล และรายได้วันแข่งขัน เงินก้อนนี้แหละคือเชื้อเพลิงที่ทำให้เซลติกกล้าทุ่ม 11 ล้านปอนด์ซื้อฮ็อก และกล้าเดิมพันกับดาวรุ่งอย่างฮัสซาน การเสริมทัพก่อนเกมสำคัญจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการเตรียมกระสุนให้พร้อมที่สุดสำหรับศึกที่เดิมพันสูงลิ่ว
ฝั่งตัวนักเตะเองก็แสดงความรู้สึกผ่านสื่อของสโมสรอย่างชัดเจนว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมและเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผมที่ได้เข้าร่วมเซลติก เมื่อผมได้ยินว่าเซลติกสนใจในตัวผม ผมต้องมาที่นี่และเป็นส่วนหนึ่งของสโมสร” คำพูดสั้น ๆ แต่สะท้อนว่าเขาเข้าใจดีถึงขนาดและประวัติศาสตร์ของสโมสรที่กำลังจะสวมเสื้อ
อนาคตของฮัสซานในยุคที่ “หนึ่งไวรัลโมเมนต์” สร้างอาชีพได้
ปิดท้ายด้วยมิติที่คนรุ่นใหม่น่าจะอินที่สุด นั่นคือปรากฏการณ์ที่ฟุตบอลโลกยุคดิจิทัลสามารถปั้นชื่อนักเตะให้ดังระเบิดได้ภายในข้ามคืน สมัยก่อน นักเตะต้องสะสมผลงานหลายฤดูกาลกว่าแมวมองจะเหลียวมอง แต่วันนี้ คลิปจังหวะเลี้ยงหลบกองหลังอาร์เจนติน่าเพียงไม่กี่วินาทีสามารถแพร่กระจายไปทั่วโลกโซเชียล สร้างแรงกดดันเชิงบวกให้สโมสรต่าง ๆ ต้องรีบเคลื่อนไหวก่อนคู่แข่ง
ปรากฏการณ์นี้เปลี่ยนสมการตลาดนักเตะไปตลอดกาล ทีมที่ตัดสินใจเร็วและมีข้อมูลแน่นอย่างเซลติกจึงได้เปรียบ เพราะสามารถปิดดีลนักเตะกระแสแรงก่อนที่ราคาจะพุ่งเกินเอื้อม ขณะเดียวกัน ตัวนักเตะเองก็ได้แพลตฟอร์มใหม่ในการต่อยอดมูลค่าตัวเอง ทั้งในสนามและนอกสนาม
แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน ความคาดหวังที่มาพร้อมกระแสก็หนักหนาไม่แพ้กัน แฟนบอลเซลติกที่เห็นคลิปเขาไล่ต้อนแนวรับอาร์เจนติน่าย่อมคาดหวังจะเห็นภาพเดียวกันทุกสัปดาห์ที่เซลติก พาร์ค คำถามคือเขาจะรับมือแรงกดดันนี้และแปลงกระแสให้เป็นผลงานที่สม่ำเสมอได้หรือไม่ นั่นคือบททดสอบของแท้ที่รออยู่
บทสรุป เดิมพันที่คุ้มเสี่ยงของทั้งสองฝ่าย
การย้ายทีมของฮัสเซม ฮัสซาน คือเรื่องราวที่ครบรสทั้งดราม่า ความมุ่งมั่น และกลยุทธ์ธุรกิจ ฝั่งเซลติกได้ปีกกลับด้านฝีเท้าจัดจ้านมาเติมความคมให้เกมรุกก่อนศึกใหญ่ยุโรป ฝั่งนักเตะได้เวทีระดับแชมป์ลีกพร้อมโอกาสลุยถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก มาต่อยอดชื่อเสียงจากฟุตบอลโลก ส่วนแฟนบอลอย่างเราได้เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจว่า โอกาสอาจมาช้า มาน้อย หรือมาแบบไม่เป็นใจ แต่ถ้าเราพร้อมเสมอ แค่ 126 นาทีก็เปลี่ยนชีวิตได้
แล้วคุณล่ะ ถ้าวันหนึ่งโอกาสสำคัญของชีวิตเปิดให้คุณแค่ “ครึ่งหลังของเกมเดียว” คุณพร้อมจะระเบิดฟอร์มเต็มพิกัดแบบฮัสซานหรือยัง
สรุปประเด็นสำคัญ
- เซลติกคว้าตัว ฮัสเซม ฮัสซาน ปีกอียิปต์วัย 24 ปี จากเรอัล โอเบียโด้ ด้วยสัญญา 4 ปี บวกทางเลือกต่ออีก 1 ปี
- ฮัสซานลงเล่นฟุตบอลโลกเพียง 126 นาทีเพราะปัญหาลงทะเบียนล่าช้า แต่โชว์ฟอร์มโดดเด่นจนดังทั่วยุโรป
- เขามีส่วนช่วยอียิปต์ดวลจุดโทษชนะออสเตรเลีย และสร้างความปั่นป่วนใส่อาร์เจนติน่าก่อนพ่ายอย่างน่ากังขา
- มาร์ติน โอนีล ยึดปรัชญา “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” หลังเสียผู้เล่นเกิน 10 คนจากทีมชุดแชมป์ลีกและสกอตติช คัพ
- ฮัสซานคือดีลที่ 3 ของซัมเมอร์ ต่อจากแคสเปอร์ ฮ็อก (11 ล้านปอนด์) และคามิโล่ ดูรัน ก่อนเกมเพลย์ออฟ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับแอลเอเอสเค
คำถามที่พบบ่อย
Q: ฮัสเซม ฮัสซาน คือใคร? A: ปีกทีมชาติอียิปต์วัย 24 ปี ถนัดเท้าซ้ายแต่เล่นริมเส้นขวา เกิดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และสร้างชื่อจากฟอร์มเด่นในฟุตบอลโลกซัมเมอร์นี้
Q: เซลติกเซ็นสัญญากับฮัสซานกี่ปี? A: สัญญาหลัก 4 ปี พร้อมทางเลือกต่อสัญญาเพิ่มอีก 1 ปี
Q: ฮัสซานย้ายมาจากสโมสรไหน? A: ย้ายมาจากเรอัล โอเบียโด้ สโมสรในประเทศสเปนที่เขาค้าแข้งอยู่ 2 ปี
Q: ทำไมฮัสซานถึงลงเล่นฟุตบอลโลกแค่ 126 นาที? A: เพราะปัญหาความล่าช้าในการลงทะเบียน เนื่องจากเขาเคยเป็นนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชนมาก่อน ทำให้พลาดรอบแบ่งกลุ่มทั้งหมด
Q: ฮัสซานทำผลงานอะไรในฟุตบอลโลก? A: ลงเป็นตัวสำรองช่วยอียิปต์ดวลจุดโทษชนะออสเตรเลียในรอบ 32 ทีม และสร้างความปั่นป่วนใส่แนวรับอาร์เจนติน่า ก่อนทีมพ่ายอย่างน่ากังขา
Q: ฮัสซานเคยติดทีมชาติฝรั่งเศสจริงหรือไม่? A: จริง เขาเคยเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสในระดับชุดเยาวชน ก่อนตัดสินใจเลือกรับใช้ทีมชาติอียิปต์ในระดับชุดใหญ่
Q: ปีกกลับด้านคืออะไร ทำไมฮัสซานถึงเล่นตำแหน่งนี้ได้ดี? A: คือปีกที่เล่นฝั่งตรงข้ามกับเท้าถนัด การที่ฮัสซานถนัดซ้ายแต่เล่นริมเส้นขวา ทำให้ตัดเข้าในมายิงด้วยเท้าถนัดได้อันตรายกว่าปีกทั่วไป
Q: เซลติกซื้อใครมาแล้วบ้างในซัมเมอร์นี้? A: ซื้อมาแล้ว 3 คน ได้แก่ แคสเปอร์ ฮ็อก จากโบโด กลิมท์ ค่าตัว 11 ล้านปอนด์, คามิโล่ ดูรัน จากคาราบัก และล่าสุดคือฮัสเซม ฮัสซาน
Q: ใครเป็นผู้จัดการทีมเซลติกคนปัจจุบัน? A: มาร์ติน โอนีล ผู้ยึดแนวทางเสริมทัพแบบเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ หลังทีมเสียผู้เล่นไปมากกว่า 10 คน
Q: เซลติกได้แชมป์อะไรบ้างในฤดูกาลที่แล้ว? A: คว้าดับเบิลแชมป์ ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกสกอตแลนด์และแชมป์สกอตติช คัพ
Q: เกมสำคัญนัดต่อไปของเซลติกคือนัดไหน? A: เกมเพลย์ออฟ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับแอลเอเอสเค ในวันพุธหน้า ซึ่งชี้ชะตาการเข้ารอบแบ่งกลุ่มถ้วยใหญ่ยุโรป
Q: ฮัสซานพูดอะไรหลังเซ็นสัญญากับเซลติก? A: เขาบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และเมื่อรู้ว่าเซลติกสนใจ เขาต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรทันที