วิเคราะห์เจาะ DNA “ปารีส” ทีมที่แพ้ไม่เป็นในถ้วยยุโรป กับภารกิจทวงบัลลังก์ 3 สมัยติดที่ไม่มีใครในประวัติศาสตร์ทำได้มาก่อน

ลองจินตนาการทีมฟุตบอลที่เพิ่งผ่านศึกฟุตบอลโลกมาหมาดๆ นักเตะตัวหลักหลายคนเพิ่งกลับเข้าซ้อมได้เพียงไม่กี่วัน ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มร้อย บางคนถึงขั้นต้องประเมินสภาพความพร้อมแบบวันต่อวัน แต่ทีมนั้นกลับยังเดินหน้าคว้าแชมป์ยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือคำถามที่แฟนบอลทั่วโลกอยากรู้คำตอบ อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ทีมหนึ่งแพ้ไม่เป็นในเวทีใหญ่ระดับทวีป

คำตอบที่ หลุยส์ เอ็นรีเก้ กุนซือชาวสเปนวัย 55 ปี ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ให้ไว้หลังพาทีมเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2026 ที่สนามซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย นั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เขาบอกว่าทุกอย่างมาจาก “ดีเอ็นเอ” ของทีม คำพูดสั้นๆ นี้ซ่อนความหมายลึกซึ้งเกี่ยวกับวินัย วัฒนธรรมองค์กร และปรัชญาการสร้างทีมที่ใช้เวลาสั่งสมมานานหลายปี บทความนี้จะพาไปเจาะทุกมิติของชัยชนะครั้งนี้ ตั้งแต่เรื่องราวในสนามแข่ง ไปจนถึงวิทยาศาสตร์การกีฬา จิตวิทยาของนักกีฬาระดับโลก และทิศทางธุรกิจที่จะพาสโมสรแดนน้ำหอมไปสู่เป้าหมายที่ไม่เคยมีทีมใดในยุคใหม่ทำได้มาก่อน นั่นคือการครองแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกัน

เกมที่ตัดสินด้วยประสบการณ์และความลึกของสควอด

ผลการแข่งขันจบลงที่สกอร์ 2-1 โดยประตูชัยมาจาก เดซิเร่ ดูเอ้ กองหน้าดาวรุ่งวัย 21 ปี ที่เพิ่งกลับมาซ้อมกับทีมได้เพียงวันจันทร์ก่อนเกมจริง แต่กลับได้รับความไว้วางใจจากเอ็นรีเก้ให้ลงเป็นตัวจริง และตอบแทนความเชื่อมั่นด้วยการรับบอลทะลุแนวรับของวิลล่าแล้วซัดด้วยเท้าซ้ายเสียบมุมไกลในช่วงครึ่งหลัง นอกจากนี้ยังมีชื่อของ ควิชา ควาราตสเคเลีย ปีกทีมชาติจอร์เจีย ที่ยิงประตูได้เช่นกัน และกลายเป็นนักเตะจอร์เจียคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูได้ในนัดชิงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ พร้อมสถิติสะสม 8 ประตูใน 10 นัดหลังสุดของเขาในถ้วยยุโรป

อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจของเกมนี้คือฝั่งของแอสตัน วิลล่า ซึ่งส่ง มาโจ กองหน้าดาวรุ่งที่เกิดในกรุงลอนดอนลงสนามเป็นตัวจริง หลังเพิ่งชนะคดีในศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) เพื่อปลดล็อกการลงทะเบียนที่เคยถูกฟีฟ่าบล็อกไว้เนื่องจากกฎการย้ายทีมของนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปี และเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นและทำประตูได้ในนัดชิงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แม้ทีมของเขาจะแพ้ไปในที่สุดก็ตาม

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ปารีสกลายเป็นทีมแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ได้สำเร็จติดต่อกัน 2 สมัย นับตั้งแต่ เรอัล มาดริด เคยทำไว้ในปี 2016 และ 2017 ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จหลังจากที่พวกเขาเพิ่งคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้ 2 สมัยติดต่อกัน กลายเป็นสโมสรที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปยุโรปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอย่างไม่มีข้อกังขา

มิติประวัติศาสตร์: เมื่อ “เอ็นรีเก้” ไล่ตามตำนานผู้ยิ่งใหญ่

การคว้าแชมป์ครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายแค่ถ้วยรางวัลใบเดียว แต่มันคือหมุดหมายสำคัญในอาชีพโค้ชของหลุยส์ เอ็นรีเก้ ด้วยชัยชนะครั้งนี้ ทำให้เขามีแชมป์ยุโรประดับสโมสรสะสมรวม 6 สมัย ไล่ทันตำนานโค้ชระดับตำนานอย่าง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ จิโอวานนี่ ตราปัตโตนี่ ขึ้นแท่นอันดับ 3 ร่วมในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรป โดยมีเพียง คาร์โล อันเชล็อตติ ที่ครองสถิติสูงสุดด้วย 10 สมัย และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่มี 7 สมัย เท่านั้นที่อยู่เหนือกว่า

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเอ็นรีเก้พิเศษกว่าโค้ชคนอื่นคือ ความสม่ำเสมอในนัดชิงชนะเลิศระดับทวีป ตลอดอาชีพการทำงานทั้งที่บาร์เซโลน่าและปารีส เขาไม่เคยพ่ายแพ้ในนัดชิงใหญ่ระดับยุโรปแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2015 กับบาร์เซโลน่าที่เอาชนะยูเวนตุส และซูเปอร์ คัพปีเดียวกันที่เอาชนะเซบีย่าในช่วงต่อเวลาพิเศษ มาจนถึงยุคปารีสที่พาทีมคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรเมื่อปี 2025 ด้วยการถล่มอินเตอร์ มิลาน จากนั้นป้องกันแชมป์ในปี 2026 ด้วยการเอาชนะจุดโทษเหนืออาร์เซนอล และปิดท้ายด้วยซูเปอร์ คัพทั้งสองสมัยติดต่อกัน

เรื่องนี้สะท้อนบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าสถิติตัวเลข มันคือการพิสูจน์ว่าปรัชญาการทำทีมของเขาที่เน้นความเข้มข้นสูง วินัยเชิงยุทธวิธี และการสร้างวัฒนธรรมทีมที่แข็งแกร่งนั้นสามารถถ่ายทอดข้ามยุคสมัยและข้ามสโมสรได้จริง ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วยเพียงครั้งเดียว

มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา: ชนะทั้งที่ร่างกายไม่พร้อม เกิดขึ้นได้อย่างไร

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของเกมนี้คือ สภาพความพร้อมทางร่างกายของนักเตะปารีสที่ต่ำกว่าปกติมาก เนื่องจากนักเตะระดับตัวหลักถึง 15 คนต้องไปลงเล่นในฟุตบอลโลกที่เพิ่งจบลงไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า นักเตะสเปนอย่าง ฟาบิยัน รุยซ์ กลับมาในสถานะแชมป์โลก ขณะที่นักเตะฝรั่งเศสอีก 5 คนก็เพิ่งผ่านศึกรอบรองชนะเลิศมาหมาดๆ ทำให้ทีมมีเวลาเตรียมความพร้อมร่วมกันแทบไม่ถึงสัปดาห์ ก่อนเกมทีมยังลงอุ่นเครื่องมาเพียง 2 นัด แพ้มายอร์ก้า 0-3 และเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เท่านั้น

ในทางวิทยาศาสตร์การกีฬา นี่คือสถานการณ์ที่เรียกว่า “ภาระสะสมหลังฤดูกาลยาวนาน” (Post-tournament fatigue) ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่ของทีมระดับโลกในยุคปัจจุบันที่ปฏิทินแข่งขันแน่นขึ้นทุกปี ร่างกายนักกีฬาต้องการเวลาพักฟื้นทั้งระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และสภาพจิตใจ แต่ปฏิทินฟุตบอลอาชีพกลับไม่เปิดโอกาสให้พักได้เต็มที่ สิ่งที่ทีมงานสตาฟโค้ชและฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬาของปารีสทำได้คือ การบริหารจัดการโหลดงาน (Load management) อย่างละเอียด การหมุนเวียนตัวผู้เล่นอย่างมีชั้นเชิง และการเลือกส่งนักเตะที่ฟิตที่สุด ณ ขณะนั้นลงสนาม แม้จะไม่ใช่ตัวเลือกอันดับหนึ่งตามปกติก็ตาม

กรณีของ เดซิเร่ ดูเอ้ ที่เพิ่งกลับมาซ้อมได้แค่วันเดียวก่อนถูกส่งลงเป็นตัวจริงและกลายเป็นฮีโร่ทีมชัยชนะ คือตัวอย่างชั้นดีของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่อาศัยทั้งข้อมูลการติดตามสมรรถภาพร่างกาย (GPS tracking) และสัญชาตญาณของโค้ชที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนาน นี่คือจุดที่วิทยาศาสตร์การกีฬาสมัยใหม่กับศิลปะการบริหารทีมมาบรรจบกันอย่างลงตัว

มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ: ดีเอ็นเอที่สร้างไม่ได้ในวันเดียว

คำพูดของเอ็นรีเก้ที่ว่า “เรารู้ก่อนเกมว่ามันจะเป็นเกมที่ยาก แต่เราเล่นได้ดีเพราะนักเตะของผมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพวกเขา” และ “เกมนี้แสดงให้เห็นถึงดีเอ็นเอของเราและแฟนๆ ของเรา ที่ช่วยให้เราคว้าแชมป์และรักษามาตรฐานไว้ได้” สะท้อนแนวคิดที่ลึกซึ้งกว่าคำพูดหลังเกมทั่วไป มันคือการยืนยันว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกปลูกฝังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังต่อสู้ในโลกการทำงานหรือการพัฒนาตัวเอง เรื่องนี้ให้บทเรียนที่นำไปปรับใช้ได้จริง เมื่อเอ็นรีเก้บอกว่า “3 ปีที่แล้ว ทุกคนบอกว่าทีมของผมยังเด็กเกินไป แต่เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่” นี่คือการเล่าเรื่องความสำเร็จที่ผ่านการถูกตั้งคำถาม ถูกดูแคลน และใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงานที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ทางลัดหรือความสำเร็จข้ามคืน

สิ่งที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกคลั่งไคล้ทีมนี้ไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล แต่คือภาพของทีมที่เผชิญอุปสรรคความไม่พร้อมทั้งร่างกายและเวลาเตรียมทีม แล้วยังหาทางเอาชนะได้ นี่คือแก่นแท้ของกีฬาที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ความไม่สมบูรณ์แบบไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับความล้มเหลว แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา เอ็นรีเก้เองก็ยอมรับตรงไปตรงมาก่อนเกมว่าเขาไม่แน่ใจในสภาพความพร้อมของนักเตะ ซึ่งเป็นความจริงใจที่หาได้ยากในวงการที่โค้ชส่วนใหญ่มักพูดให้มั่นใจไว้ก่อนเสมอ

มิติธุรกิจและอนาคต: ก้าวต่อไปของอาณาจักรลูกหนังแดนน้ำหอม

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายแค่ในสนามแข่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์และมูลค่าทางธุรกิจของสโมสรโดยตรง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในฤดูกาลที่ผ่านมาคว้าแชมป์ไปแล้วถึง 5 รายการ และเกมนี้คือถ้วยแรกของฤดูกาลใหม่ 2026-27 ซึ่งพวกเขายังมีคิวลงชิงถ้วยโทรฟี เด ช็องปียง (Trophée des Champions) กับทีมล็องส์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เท่ากับว่ามีโอกาสคว้าแชมป์ได้มากถึง 6 รายการในฤดูกาลนี้

ในมุมธุรกิจ ความสำเร็จต่อเนื่องแบบนี้คือสินทรัพย์ที่มีค่ามหาศาลสำหรับสโมสรฟุตบอลยุคดิจิทัล ทุกถ้วยรางวัลหมายถึงมูลค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ยอดขายสินค้าที่ระลึก และการดึงดูดสปอนเซอร์ระดับโลกที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ให้อยากมาร่วมทีม เพราะทุกคนอยากอยู่ในทีมที่มีวัฒนธรรมชนะเป็นนิสัย ไม่ใช่แค่ทีมที่มีเงินซื้อตัวเก่ง

ฝั่งของแอสตัน วิลล่า แม้จะพ่ายแพ้ในนัดนี้ แต่การได้เข้าชิงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ถือเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสรเช่นกัน หลังพวกเขาเพิ่งถล่มไฟรบวร์กคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกมาหมาดๆ ซึ่งเป็นถ้วยรางวัลใหญ่แรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1996 การกลับมาอยู่ในเวทีระดับทวีปอีกครั้งของทีมสิงห์ผงาดคือสัญญาณบวกทางธุรกิจที่ชัดเจน ทั้งในแง่การเจรจาสปอนเซอร์ใหม่ การขยายฐานแฟนบอลทั่วโลก และมูลค่าของสโมสรที่จะเพิ่มขึ้นตามผลงาน

สำหรับทิศทางในอนาคต เอ็นรีเก้ประกาศเป้าหมายชัดเจนแล้วว่าต้องการคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งหากทำสำเร็จจะเป็นการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลยุโรป เพราะนับตั้งแต่ยุคที่แชมเปี้ยนส์ ลีกเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นระบบปัจจุบัน ยังไม่เคยมีทีมใดครองแชมป์ได้ 3 สมัยติดต่อกันมาก่อน นี่จะเป็นทั้งภารกิจกีฬาและภารกิจสร้างแบรนด์ระดับโลกไปพร้อมกัน ในยุคที่ฟุตบอลไม่ใช่แค่กีฬา แต่คืออุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกที่มูลค่าเติบโตไม่หยุดนิ่ง

บทสรุป

ชัยชนะเหนือแอสตัน วิลล่าในศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2026 อาจดูเหมือนเป็นเพียงถ้วยรางวัลเปิดฤดูกาลถ้วยหนึ่ง แต่เมื่อมองลึกลงไปในทุกมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ที่เอ็นรีเก้กำลังไล่ตามตำนานผู้ยิ่งใหญ่ วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ช่วยให้ทีมเอาชนะข้อจำกัดทางร่างกาย จิตวิญญาณและวัฒนธรรมทีมที่ปลูกฝังมาต่อเนื่องหลายปี ไปจนถึงมูลค่าทางธุรกิจที่เติบโตตามความสำเร็จ จะเห็นได้ว่าคำว่า “ดีเอ็นเอของทีม” ที่เอ็นรีเก้พูดถึงนั้นไม่ใช่แค่วาทกรรมหลังเกม แต่คือผลลัพธ์ของการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบในทุกมิติ คำถามที่น่าคิดต่อคือ ในโลกฟุตบอลที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกปีและตารางแข่งขันแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทีมที่มี “ดีเอ็นเอแห่งชัยชนะ” แบบนี้จะยังคงรักษามาตรฐานได้อีกนานแค่ไหน และใครจะเป็นทีมต่อไปที่กล้าท้าทายบัลลังก์ของปารีสในฤดูกาลนี้

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอาชนะแอสตัน วิลล่า 2-1 คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2026 ที่สนามซัลซ์บวร์ก ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
  • หลุยส์ เอ็นรีเก้ ระบุว่าดีเอ็นเอและวินัยของทีมคือกุญแจสำคัญ แม้นักเตะจะเพิ่งกลับจากฟุตบอลโลกและร่างกายไม่พร้อมเต็มที่
  • ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เอ็นรีเก้มีแชมป์ยุโรประดับสโมสรรวม 6 สมัย ไล่ทันอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และตราปัตโตนี่ ในอันดับ 3 ตลอดกาล
  • เดซิเร่ ดูเอ้ ยิงประตูชัยหลังกลับมาซ้อมได้เพียงวันเดียว ส่วนควาราตสเคเลียสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวจอร์เจียคนแรกที่ยิงได้ในนัดชิงซูเปอร์ คัพ
  • เป้าหมายต่อไปของปารีสคือการคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งไม่เคยมีทีมใดทำได้มาก่อนในยุคปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย

Q: ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ชนะแอสตัน วิลล่า ในยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2026 ด้วยสกอร์เท่าไหร่ A: ปารีสเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 ที่สนามซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026

Q: ใครเป็นผู้ทำประตูให้ปารีสในนัดชิงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ครั้งนี้ A: เดซิเร่ ดูเอ้ เป็นผู้ทำประตูชัยในช่วงครึ่งหลัง ร่วมกับควิชา ควาราตสเคเลีย ที่ยิงได้อีกหนึ่งลูก

Q: นี่เป็นแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ สมัยที่เท่าไหร่ของปารีส A: เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากที่เคยเอาชนะสเปอร์สด้วยการดวลจุดโทษในปีก่อนหน้า

Q: หลุยส์ เอ็นรีเก้ มีแชมป์ยุโรประดับสโมสรรวมกี่สมัยแล้ว A: หลังจากชัยชนะครั้งนี้ เขามีแชมป์ยุโรประดับสโมสรรวม 6 สมัย ทั้งจากยุคบาร์เซโลน่าและปารีส

Q: ทำไมนักเตะปารีสถึงมีสภาพร่างกายไม่พร้อมก่อนเกมนี้ A: เพราะนักเตะตัวหลักถึง 15 คนเพิ่งไปลงเล่นในฟุตบอลโลกที่เพิ่งจบลง ทำให้มีเวลาพักฟื้นและซ้อมร่วมทีมน้อยมาก

Q: แอสตัน วิลล่า ผ่านเข้าชิงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ได้อย่างไร A: วิลล่าผ่านเข้ามาในฐานะแชมป์ยูโรป้า ลีก หลังเอาชนะไฟรบวร์ก 3-0 ในนัดชิงชนะเลิศที่อิสตันบูล

Q: นักเตะดาวรุ่งของแอสตัน วิลล่าที่สร้างประวัติศาสตร์ในเกมนี้คือใคร A: มาโจ กองหน้าดาวรุ่งที่เพิ่งชนะคดีในศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาเพื่อปลดล็อกการลงทะเบียน กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นและทำประตูได้ในนัดชิงซูเปอร์ คัพ

Q: เป้าหมายต่อไปของปารีสในฤดูกาลนี้คืออะไร A: เอ็นรีเก้ประกาศชัดเจนว่าต้องการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งจะเป็นการเขียนประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลยุโรปยุคใหม่

Q: ปารีสเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้วกี่สมัย A: ปารีสคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 2 สมัยติดต่อกันในปี 2025 และ 2026 ซึ่งเป็นแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

Q: ทีมไหนเคยป้องกันแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ได้สำเร็จมาก่อนปารีส A: เรอัล มาดริด เคยทำได้ในปี 2016 และ 2017 ก่อนที่ปารีสจะทำได้สำเร็จในปี 2025 และ 2026

Q: โค้ชคนไหนที่มีแชมป์ยุโรประดับสโมสรมากกว่าเอ็นรีเก้ A: มีเพียงคาร์โล อันเชล็อตติ ที่มี 10 สมัย และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่มี 7 สมัย เท่านั้นที่อยู่เหนือกว่าเอ็นรีเก้ในขณะนี้

Q: หลังจากศึกซูเปอร์ คัพ ปารีสจะลงแข่งขันรายการใดต่อไป A: ปารีสมีคิวลงชิงถ้วยโทรฟี เด ช็องปียง กับทีมล็องส์ ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างแชมป์ลีกและแชมป์บอลถ้วยของฝรั่งเศสในฤดูกาลก่อน