เปิดสถิติที่ทำให้ต้องขมวดคิ้ว: ใครกันแน่ที่ “ฟอร์มร้อนกว่า” ในศึกนี้
ลองจินตนาการภาพนี้ดู นักมวยคนหนึ่งขึ้นชกบนเวทีเดียวกันมาแล้ว 15 ครั้ง แพ้เพียง 4 ครั้ง คว้าโบนัสก้อนโตกลับบ้านถึง 4 หน ส่วนอีกฝั่งเปิดตัวด้วยสตรีคชนะรวด 7 ไฟต์ติดแบบไม่มีใครหยุดได้ ก่อนจะสะดุดขาตัวเองครั้งแรกในชีวิตค่ายนี้ นี่ไม่ใช่พล็อตหนัง แต่คือเรื่องจริงของสองนักสู้ที่กำลังจะโคจรมาเจอกันบนสังเวียนเดียวกัน
ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคมนี้ วงการมวยไทยจะได้เห็นการปะทะกันของ “แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์” มวยหมัดหนักวัย 29 ปีจากลำพูน กับ “ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล” กำปั้นสู้ไม่ถอยวัย 28 ปีจากสตูล ในศึก The Inner Circle 28 ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ปอนด์) ณ สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา คำถามที่แฟนมวยทุกคนอยากรู้คือ ระหว่าง “หมัดหนักที่กำลังไล่ล่าฟอร์มเก่ง” กับ “นักสู้ที่เพิ่งลุกขึ้นมาจากความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิต” ใครจะเป็นฝ่ายเดินหน้าต่อไปสู่หัวแถวของรุ่นก่อนกัน
เส้นทางสู่จุดนัดพบ: เมื่อสองสไตล์ที่แตกต่างต้องมาวัดกันบนผืนผ้าใบ
แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์ นักสู้ที่ใช้หัวใจนำหมัด
แรมบ๊อง แสดงความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม จนกลับมาโชว์ฟอร์มสวยเก็บชัยต่อเนื่องใน 3 ไฟต์หลัง ล่าสุดชนะคะแนนไม่เอกฉันท์เหนือศรศึกน้อย เอฟเอ.กรุ๊ป ในรายการ The Inner Circle 18 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และหากมองสถิติรวมบนสังเวียนแห่งนี้ เขาชนะไปแล้วถึง 11 จาก 15 ไฟต์ พร้อมคว้าโบนัสกลับบ้านอีก 4 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่มาจากสไตล์การชกที่แฟนมวยจดจำได้ทันทีที่เห็น นั่นคือการออกอาวุธหนักแบบไม่มีกั้ก จังหวะเร็ว และไม่เคยยอมถอยแม้จะเสียเปรียบ
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ครั้งนี้แรมบ๊องต้องการหวนคืนสู่ช่วงพีกในอดีตที่เคยเก็บชัยชนะติดต่อกันมากถึง 7 ไฟต์รวด การกลับมาสู่จุดสูงสุดแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันหมายถึงการรักษาวินัยการซ้อม การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในรุ่น และที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมจิตใจให้นิ่งพอจะไม่พลาดในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย
ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล จากดาวรุ่งพุ่งแรงสู่บทเรียนแห่งความพ่ายแพ้
ฝั่งของชาติพยัคฆ์ก็มีเรื่องราวที่ไม่แพ้กัน เขาเปิดตัวในศึก ONE ลุมพินี แบบร้อนแรงเกินต้าน ด้วยการเก็บชัยชนะรวด 7 ไฟต์ พร้อมคว้าโบนัสกลับบ้านถึง 5 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มาแรงที่สุดของรุ่นในช่วงเวลานั้น ทว่าเส้นทางสู่ระดับโลกก็ต้องสะดุด เมื่อเขาพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในรายการนี้ให้กับรามาดาน ออนดาช นักชกจากเลบานอน เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
ความพ่ายแพ้ครั้งแรกมักเป็นบททดสอบที่แท้จริงของนักกีฬาทุกคน บางคนล้มแล้วลุกไม่ขึ้น แต่บางคนกลับใช้มันเป็นบันไดก้าวต่อไป และดูเหมือนชาติพยัคฆ์จะเลือกเส้นทางหลัง เพราะ ล่าสุดเขากลับมาเก็บชัยชนะได้ 2 ไฟต์ติดต่อกัน โดยไฟต์ล่าสุดชนะคะแนนไม่เอกฉันท์เหนือปานเผด็จ ลูกสวน ในศึก ONE ลุมพินี 160 การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นเหมือนบทพิสูจน์ว่าเขาผ่านบทเรียนนั้นมาได้แข็งแกร่งกว่าเดิมหรือไม่
การชกครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การประกบคู่ธรรมดา แต่เป็นจุดตัดเส้นทางของสองนักสู้ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ “แต้มชัยสำคัญ” เพื่อเปิดทางขึ้นไปยืนแถวหน้าของรุ่นฟลายเวตให้ได้ในที่สุด
มิติประวัติศาสตร์ ทำไมรุ่นฟลายเวตถึงกลายเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดในยุคนี้
หากย้อนกลับไปมองภาพรวมของวงการมวยไทยในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ารุ่นน้ำหนักเบาอย่างฟลายเวตและรุ่นใกล้เคียงมักเป็นรุ่นที่มีนักสู้ฝีมือดีกระจุกตัวหนาแน่นที่สุด เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานร่างกายของคนไทยที่เอื้อต่อการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ในรุ่นเหล่านี้มาตั้งแต่วัยเยาว์ นักมวยจำนวนมากเริ่มขึ้นชกตั้งแต่อายุยังน้อยตามค่ายมวยต่างจังหวัด สั่งสมประสบการณ์บนเวทีมาเป็นสิบๆ ปีก่อนจะก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศ
การถือกำเนิดของเวทีลุมพินีในรูปแบบใหม่ที่ผสานกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง The Inner Circle ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของรุ่นน้ำหนักเบาเหล่านี้ เพราะนักมวยรุ่นเบามักมีจังหวะการชกที่รวดเร็ว ดุเดือด และเห็นการแลกหมัดได้ถี่กว่ารุ่นใหญ่ ทำให้เป็นรุ่นที่ถูกจัดให้อยู่ในรายการหลักบ่อยครั้ง และกลายเป็นสังเวียนพิสูจน์ฝีมือที่ทุกคนจับตามอง เพราะการไต่อันดับในรุ่นนี้ต้องแลกมาด้วยการเอาชนะคู่แข่งที่มีฝีมือใกล้เคียงกันแทบทุกไฟต์ ไม่มีทางลัด ไม่มีไฟต์ง่ายๆ ให้พักหายใจ
นี่คือเหตุผลที่ทำไมสถิติ 11 ชนะจาก 15 ไฟต์ของแรมบ๊อง หรือ 7 ไฟต์รวดของชาติพยัคฆ์ในช่วงเปิดตัว ถึงมีน้ำหนักมากกว่าตัวเลขทั่วไป เพราะทุกไฟต์ที่ผ่านมาล้วนหมายถึงการเอาชนะคู่แข่งที่ไม่ธรรมดาทั้งสิ้น
มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา เมื่อ “หมัดหนัก” ต้องเจอกับ “ความอึด”
ในทางเทคนิค การปะทะกันระหว่างนักชกที่ขึ้นชื่อเรื่องหมัดหนักอย่างแรมบ๊อง กับนักสู้ที่มีจุดแข็งด้านความอึดทนอย่างชาติพยัคฆ์ ถือเป็นโจทย์คลาสสิกในวิทยาศาสตร์การกีฬาการต่อสู้ที่เรียกว่า “power versus durability”
พลังหมัดที่แท้จริงไม่ได้มาจากความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการส่งแรงบิดจากสะโพก ผ่านลำตัว ไปจนถึงหมัดในจังหวะเดียวกัน หรือที่นักวิทยาศาสตร์การกีฬาเรียกว่า จลนศาสตร์ห่วงโซ่ (kinetic chain) นักมวยที่ทำจังหวะนี้ได้แม่นยำจะสามารถส่งแรงกระแทกได้มากกว่านักมวยที่ใช้เพียงกำลังแขนถึงสองถึงสามเท่า และนี่คือสิ่งที่ทำให้สไตล์การชกแบบ “บู๊ไม่มีกั้ก หมัดหนัก จังหวะเร็ว” กลายเป็นอาวุธที่อันตรายในทุกยกของการชก
ในขณะเดียวกัน ฝั่งของนักสู้ที่เน้นความอึดและใจสู้ก็มีหลักวิทยาศาสตร์รองรับไม่แพ้กัน ร่างกายมนุษย์สามารถฝึกฝนให้ทนต่อแรงกระแทกได้ผ่านการปรับตัวของระบบประสาทและกล้ามเนื้อคอ ซึ่งทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกไม่ให้ส่งตรงไปยังสมองมากเกินไป นักมวยที่ผ่านการชกมานับสิบไฟต์มักมีความสามารถในการอ่านจังหวะและถอยรับแรงกระแทกได้ดีกว่านักมวยหน้าใหม่ นั่นคือเหตุผลที่แม้จะเจอคู่ต่อสู้หมัดหนักเพียงใด นักสู้ที่มีประสบการณ์สูงก็ยังสามารถยืนหยัดจนครบยกและพลิกกลับมาชนะด้วยคะแนนได้เสมอ
อีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้คือระบบการให้คะแนนของมวยไทย ซึ่งแตกต่างจากกีฬาต่อยมวยสากลที่นับจำนวนหมัดที่โดนเป็นหลัก มวยไทยให้ความสำคัญกับ การควบคุมจังหวะการชก ความสง่างามของท่วงท่า และความเสียหายที่สร้างให้คู่ต่อสู้ในแต่ละยก โดยเฉพาะยกท้ายๆ ที่มักถูกให้น้ำหนักมากกว่ายกต้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักมวยที่โดนต่อยหนักในยกแรกๆ ยังมีโอกาสพลิกกลับมาชนะได้ หากสามารถควบคุมเกมในยกท้ายได้ดีกว่า
มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ ทำไมคนดูถึงคลั่งไคล้นักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้
หากถามว่าทำไมเรื่องราวแบบนี้ถึงตรึงใจคนดูวัย 18-40 ปีได้เสมอ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่หมัดหนักหรือเทคนิคการชกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ การเปรียบเทียบชีวิตนักสู้กับชีวิตของคนทำงานทั่วไป
ลองคิดดูว่าชาติพยัคฆ์เคยเปิดตัวมาแรงที่สุดในรุ่น ชนะรวด 7 ไฟต์เหมือนใครก็หยุดไม่อยู่ แล้ววันหนึ่งก็ต้องเจอความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิตค่ายนี้ นี่คือเรื่องราวที่คนวัยทำงานสัมผัสได้ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจที่เคยรุ่งโรจน์แล้วสะดุดขาตัวเอง หรือการทำงานที่เคยได้รับคำชมแล้วจู่ๆ ก็เจอบทเรียนราคาแพง สิ่งที่ทำให้คนแบบนี้กลับมายืนได้อีกครั้งไม่ใช่พรสวรรค์ แต่คือ วินัยและความสม่ำเสมอในการฝึกฝน ซึ่งเป็นแก่นเดียวกับที่คนทำงานยุคนี้ให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวินัยการออกกำลังกาย วินัยทางการเงิน หรือวินัยในการพัฒนาทักษะตัวเอง
ในทางจิตวิทยาการกีฬา นักกีฬาที่เคยผ่านความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่แล้วกลับมาชนะได้อีกครั้ง มักมีสิ่งที่เรียกว่า ความยืดหยุ่นทางจิตใจ (mental resilience) สูงกว่านักกีฬาที่ไม่เคยแพ้เลย เพราะพวกเขาได้เรียนรู้วิธีจัดการกับความผิดหวัง รู้จักจุดอ่อนของตัวเองอย่างแท้จริง และกลับมาพร้อมแผนที่รัดกุมกว่าเดิม นี่คือเหตุผลว่าทำไมไฟต์คัมแบ็กมักดึงดูดคนดูได้มากกว่าไฟต์ของนักมวยไร้พ่าย เพราะมันเต็มไปด้วยองค์ประกอบของการเอาชนะใจตัวเองที่ทุกคนสัมผัสได้
ส่วนแรมบ๊องเองก็เป็นตัวแทนของอีกแนวคิดหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ นั่นคือ การไม่หยุดพัฒนาแม้จะประสบความสำเร็จมาแล้วระดับหนึ่ง การที่เขาพยายามไล่ล่าฟอร์มเก่งในอดีตที่เคยทำได้ ไม่ใช่การอยู่กับความสำเร็จเดิม แต่คือการตั้งเป้าหมายใหม่ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นแนวคิดแบบ growth mindset ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการพัฒนาตัวเองยุคนี้
มิติธุรกิจและอนาคต มวยไทยในยุคสตรีมมิ่งกำลังเปลี่ยนเกมอย่างไร
หากมองในมุมธุรกิจ ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวไฟต์เองคือรูปแบบการนำเสนอของรายการ The Inner Circle ที่ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกผ่านทาง Live.ONEFC.com ซึ่งสะท้อนเทรนด์ใหญ่ของวงการกีฬาการต่อสู้ทั่วโลกในตอนนี้ นั่นคือการย้ายจากทีวีฟรีทีวีแบบดั้งเดิมไปสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบบสมาชิก คล้ายกับที่วงการกีฬาระดับโลกอย่างมวยสากลหรือศิลปะการต่อสู้แบบผสมกำลังทำอยู่
โมเดลธุรกิจแบบนี้เปลี่ยนวิธีที่นักมวยหารายได้ไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่รายได้หลักมาจากค่าตัวต่อไฟต์เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันนักมวยมีโอกาสได้รับ โบนัสพิเศษ จากการทำผลงานโดดเด่นในแต่ละไฟต์ ซึ่งอย่างที่เห็นในกรณีของทั้งแรมบ๊องและชาติพยัคฆ์ที่ต่างคว้าโบนัสมูลค่า 350,000 บาทมาแล้วคนละหลายครั้ง นี่คือแรงจูงใจสำคัญที่ผลักดันให้นักมวยเลือกใช้สไตล์การชกที่ดุเดือด สนุกสนาน และสร้างความบันเทิงให้ผู้ชม แทนที่จะชกแบบระมัดระวังเพื่อเอาชนะคะแนนเพียงอย่างเดียว ซึ่งท้ายที่สุดก็เป็นผลดีต่อคุณภาพของการแข่งขันโดยรวม
นอกจากนี้ ระบบจำหน่ายบัตรผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Thai Ticket Major ยังเปิดโอกาสให้แฟนมวยจากทั่วประเทศและต่างชาติสามารถเข้าถึงการซื้อบัตรชมสดในสนามได้ง่ายกว่าเดิมมาก ต่างจากยุคก่อนที่ต้องซื้อบัตรหน้าสนามเพียงอย่างเดียว การผสมผสานระหว่างคอนเทนต์คุณภาพ ระบบสมาชิกสตรีมมิ่ง และช่องทางจำหน่ายบัตรดิจิทัล คือสูตรสำเร็จที่ทำให้มวยไทยในรูปแบบใหม่นี้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการรับชมคอนเทนต์ผ่านมือถือมากกว่าการนั่งหน้าจอทีวี
มองไปข้างหน้า ทิศทางของวงการมวยไทยในระบบนี้มีแนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งในแง่การดึงนักสู้จากต่างชาติเข้ามาสร้างสีสันให้กับรายการ การพัฒนาระบบจัดอันดับที่ชัดเจนขึ้นเพื่อให้แฟนมวยติดตามเส้นทางของนักสู้แต่ละคนได้ง่ายกว่าเดิม ไปจนถึงการต่อยอดนักมวยดาวรุ่งให้กลายเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในตัวเอง ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เห็นได้ชัดในวงการกีฬาต่อสู้ระดับโลกอยู่แล้ว
บทสรุป ใครจะเดินหน้าต่อ ใครจะต้องกลับไปคิดใหม่
ศึกระหว่างแรมบ๊องกับชาติพยัคฆ์ในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ จึงไม่ใช่แค่การชกมวยธรรมดา แต่คือจุดตัดของเส้นทางสองสาย เส้นทางหนึ่งคือนักสู้ที่ไล่ล่าฟอร์มเก่งในอดีตเพื่อกลับไปยืนจุดสูงสุดอีกครั้ง อีกเส้นทางคือนักสู้ที่กำลังพิสูจน์ตัวเองหลังผ่านความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิต ทั้งสองต่างมีเดิมพันเดียวกันคือ แต้มชัยที่จะเปิดทางสู่หัวแถวของรุ่นฟลายเวต
ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่แน่นอนคือแฟนมวยจะได้เห็นการปะทะที่เต็มไปด้วยความดุเดือดตั้งแต่ยกแรกจนถึงยกสุดท้าย เพราะทั้งคู่ต่างไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าเต็มที่ คำถามที่เหลือคือ ระหว่างพลังหมัดที่ไม่เคยหยุดยั้งของแรมบ๊อง กับหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ของชาติพยัคฆ์ ใครกันแน่ที่จะสามารถควบคุมจังหวะการชกได้ตลอดทั้งไฟต์จนคว้าชัยไปครองในที่สุด
สรุปประเด็นสำคัญ
- แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์ (29 ปี ลำพูน) ปะทะ ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล (28 ปี สตูล) ในรุ่นฟลายเวต ศึก The Inner Circle 28 วันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นี้ ณ เวทีลุมพินี รามอินทรา
- แรมบ๊องชนะไปแล้ว 11 จาก 15 ไฟต์บนเวทีนี้ และกำลังไล่ล่าฟอร์มเก่งช่วงที่เคยชนะรวด 7 ไฟต์ในอดีต
- ชาติพยัคฆ์เปิดตัวด้วยสตรีคชนะ 7 ไฟต์รวด ก่อนพ่ายครั้งแรกให้รามาดาน ออนดาช และกำลังกลับมาเก็บชัย 2 ไฟต์ติดต่อกัน
- ไฟต์นี้สะท้อนหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาเรื่องพลังหมัดกับความอึด ควบคู่ไปกับระบบให้คะแนนเฉพาะตัวของมวยไทย
- รับชมได้เฉพาะสมาชิกผ่าน Live.ONEFC.com เวลา 18.30-20.30 น. หรือซื้อบัตรชมสดผ่าน Thai Ticket Major
คำถามที่พบบ่อย
แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์ ปะทะ ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล ชกวันไหน A: ชกกันวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคมนี้ ในศึก The Inner Circle 28 ที่สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา
ดูถ่ายทอดสดศึก The Inner Circle 28 ได้ที่ไหน A: รับชมได้ผ่านทาง Live.ONEFC.com เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 18.30-20.30 น.
แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์ อายุเท่าไหร่ มาจากจังหวัดไหน A: แรมบ๊องอายุ 29 ปี เป็นนักมวยจากจังหวัดลำพูน ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์หมัดหนักและจังหวะเร็ว
ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล อายุเท่าไหร่ มาจากจังหวัดไหน A: ชาติพยัคฆ์อายุ 28 ปี เป็นนักมวยจากจังหวัดสตูล มีสไตล์การชกแบบสู้ไม่ถอย
แรมบ๊องมีสถิติบนเวทีลุมพินีเป็นอย่างไร A: แรมบ๊องชนะไปแล้ว 11 จาก 15 ไฟต์บนเวทีนี้ พร้อมคว้าโบนัสไฟต์เด็ดกลับบ้านถึง 4 ครั้ง
ชาติพยัคฆ์เคยแพ้ไฟต์ไหนมาก่อน A: เขาแพ้เป็นครั้งแรกในรายการนี้ให้กับรามาดาน ออนดาช นักชกจากเลบานอน เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
ทำไมไฟต์นี้ถึงสำคัญกับทั้งสองฝ่าย A: เพราะเป็นการชิงแต้มชัยที่จะเปิดทางให้ผู้ชนะขึ้นไปยืนอยู่แถวหน้าของรุ่นฟลายเวต
ซื้อบัตรเข้าชมสดในสนามได้ที่ไหน A: สามารถจองบัตรผ่านทางเว็บไซต์ Thai Ticket Major ได้โดยตรง
รุ่นฟลายเวตในมวยไทยหมายถึงน้ำหนักเท่าไหร่ A: อยู่ในช่วงประมาณ 125-135 ปอนด์ ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่มีการแข่งขันสูงและนักมวยฝีมือดีกระจุกตัวมากที่สุด
ทำไมนักมวยหมัดหนักถึงไม่ได้ชนะทุกไฟต์เสมอไป A: เพราะระบบให้คะแนนมวยไทยเน้นการควบคุมจังหวะและความเสียหายสะสมตลอดทั้งไฟต์ ไม่ได้ตัดสินจากพลังหมัดเพียงอย่างเดียว
สมัครสมาชิก The Inner Circle ต้องทำอย่างไร A: สามารถดูรายละเอียดขั้นตอนการสมัครสมาชิกได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ ONE Championship ภาษาไทยโดยตรง
นอกจากคู่นี้ยังมีไฟต์เด่นอื่นในรายการเดียวกันหรือไม่ A: ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันยังมีรายการ The Inner Circle ชุดอื่นๆ ที่ทยอยประกาศคู่ชกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้ติดตามความเคลื่อนไหวผ่านช่องทางข่าวมวยอย่างใกล้ชิด