นักเตะที่ทำประตูให้ทีมไปแล้วมากถึง 38 ลูกในซีซั่นเดียว และสะสมสถิติทะลุ 162 ประตูภายในเวลาเพียง 4 ปีนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม กลับไม่ใช่ตัวเลือกอันดับหนึ่งที่จะได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ศูนย์หน้าจอมถล่มประตูของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเริ่มต้นยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือชาวอิตาเลียนที่เพิ่งเข้ามารับช่วงต่อจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้ที่ปิดฉากบทบาทผู้จัดการทีมหลังครองบัลลังก์เอติฮัดมานานถึงหนึ่งทศวรรษเต็ม
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่าเล็กๆ ก่อนเปิดฤดูกาล แต่มันสะท้อนแนวคิดการบริหารทีมแบบใหม่ที่มาเรสก้านำติดตัวมาจากทั้ง เลสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าห้องแต่งตัวของทีมแชมป์เก่าไปตลอดกาล และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ ไปจนถึงมิติทางจิตวิทยา ธุรกิจ และอนาคตของทีมสีฟ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว: เมื่อกุนซือใหม่ต้องเลือกผู้นำทีมท่ามกลางความไม่แน่นอน
ก่อนเกม เอฟเอ คอมมูนิตี้ ชิลด์ ที่สนาม พรินซิพัลลิตี้ สเตเดียม กรุงคาร์ดิฟฟ์ ซึ่งถือเป็นเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการนัดแรกของมาเรสก้าในฐานะผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ อดีตกุนซือเชลซีถูกนักข่าวรุมถามเรื่องปลอกแขนกัปตันทีมที่ว่างลงหลังการจากไปของ แบร์นาโด้ ซิลวา กัปตันทีมคนล่าสุดที่ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด หลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
มาเรสก้าเปิดเผยว่า ณ ตอนนี้เขาเลือก รูเบน ดิอาส และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ เป็นสองกัปตันทีม และต้องการรอจนกว่าตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลงก่อนจึงจะเลือกอีกสองคนเพื่อเติมเต็มกลุ่มผู้นำทีมให้ครบสี่คน คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นแนวทางการทำงานที่รอบคอบและไม่รีบร้อนของกุนซือรายนี้ เขาไม่ต้องการตัดสินใจแบบเร่งด่วนในช่วงที่ทีมยังอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้เล่นครั้งใหญ่ เพราะนอกจากซิลวาจะจากไปแล้ว กองหลังตัวเก๋าอย่าง จอห์น สโตนส์ ก็เพิ่งอำลาทีมหลังรับใช้สโมสรมานานถึง 10 ปี ด้วยการย้ายไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน แบบไร้ค่าตัวหลังหมดสัญญา ปิดตำนานที่เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับสโมสรมาแล้วถึง 6 สมัย พร้อมด้วยแชมป์ยุโรปและถ้วยรางวัลอีกมากมาย
ที่หนักไปกว่านั้น รองกัปตันทีมอีกรายอย่าง โรดรี้ กองกลางตัวรับชาวสเปนเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ ก็กำลังตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า โดยมีรายงานว่าทีมจากคาตาลันได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการมาแล้วถึงสองครั้ง ทำให้กลุ่มผู้นำทีมชุดเดิมที่เคยประกอบด้วยดิอาส ฮาแลนด์ และโรดรี้ กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายปี
มิติประวัติศาสตร์: ปลอกแขนกัปตันเอติฮัดที่ผ่านมือผู้นำมาแล้วหลายยุคหลายสมัย
หากย้อนดูประวัติศาสตร์ของแมนฯ ซิตี้ในยุคที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ปลอกแขนกัปตันทีมมักจะตกอยู่กับผู้เล่นที่มีทั้งฝีเท้าและภาวะผู้นำสูง ไม่ว่าจะเป็นยุคของ วินเซนต์ กอมปานี กองหลังจอมทัพที่คุมเกมรับได้อย่างสง่างาม หรือยุคต่อมาที่ อิลคาย กุนโดกัน และแบร์นาโด้ ซิลวา ผลัดกันรับหน้าที่ผู้นำทีมในสไตล์ที่แตกต่างกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ กวาร์ดิโอลาในอดีตมักเลือกกัปตันจากผู้เล่นที่มีบทบาทเชิงยุทธวิธีสำคัญ มากกว่าจะเลือกจากผู้เล่นที่มีวอยซ์ดังที่สุดในห้องแต่งตัว
การที่ ดิอาส ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในการรับช่วงต่อปลอกแขนจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา กองหลังทีมชาติโปรตุเกสรายนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทผู้นำทั้งในและนอกสนามมาโดยตลอด แม้จะยังไม่เคยได้สวมปลอกแขนอย่างเป็นทางการตลอดทั้งฤดูกาลก็ตาม การที่มาเรสก้าเลือกเขาจึงเป็นการต่อยอดวัฒนธรรมผู้นำที่มาจากแนวรับ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้บ่อยในฟุตบอลยุโรป เพราะกองหลังมักมองเห็นภาพรวมของเกมได้ชัดเจนกว่าตำแหน่งอื่น และสามารถสื่อสารปรับแผนการเล่นได้อย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา: กฎเหล็ก “วิ่งเข้าไปรับคำสั่ง” ที่ทำให้ฮาแลนด์หมดสิทธิ์
นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เรื่องราวนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงไปทั่ววงการฟุตบอล เพราะเหตุผลที่มาเรสก้าใช้ในการตัดสินใจไม่ใช่เรื่องของฝีเท้าหรือความสำคัญต่อทีม แต่เป็นเรื่องของ “กระบวนการทำงานเชิงยุทธวิธี” ที่เขาใช้มาตลอดในทุกสโมสรที่เคยคุมทีม
มาเรสก้าอธิบายว่า ทั้งสมัยที่คุมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี เขามีกฎว่าเมื่อทีมยิงประตูได้ กัปตันทีมจะต้องวิ่งเข้ามาที่ม้านั่งสำรองเพื่อรับฟังคำสั่งปรับแผนการเล่นทันที เหตุผลเบื้องหลังกฎนี้คือ ช่วงเวลาหลังทีมยิงประตูมักเป็นจังหวะทองที่คู่แข่งจะเปลี่ยนรูปแบบเกมรับหรือรุก และหากทีมสามารถปรับตัวได้เร็วกว่า ก็มีโอกาสสูงที่จะยิงประตูซ้ำหรือควบคุมเกมได้เบ็ดเสร็จยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับอิทธิพลมาจากวิทยาศาสตร์การกีฬาสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสถานการณ์” หรือที่นักวิเคราะห์เกมเรียกกันว่าโมเมนต์การเปลี่ยนจังหวะเกม
ปัญหาคือ หากฮาแลนด์เป็นกัปตันทีม แล้วเขายิงประตูได้ ตามกฎแล้วเขาจะต้องวิ่งเข้าไปหาม้านั่งสำรองทันทีแทนที่จะได้ฉลองประตูตามสไตล์การเฉลิมฉลองอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มาเรสก้าถึงกับพูดติดตลกอย่างตรงไปตรงมาว่า หากฮาแลนด์เป็นกัปตันทีมแล้วยิงประตูได้ นั่นจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที เพราะในทางปฏิบัติ นักเตะที่ยิงประตูบ่อยที่สุดในทีมกลับต้องเสียโมเมนตัมทางอารมณ์และพลังบวกจากการฉลองไปกับเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล ซึ่งในทางจิตวิทยาการกีฬาถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ตัวเลขสถิติ เพราะการฉลองประตูช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุขและสร้างพลังงานเชิงบวกให้กับทั้งทีมในสนาม
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องความพร้อมทางร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะฮาแลนด์ยังไม่เคยได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของมาเรสก้าเลยแม้แต่นัดเดียวในช่วงพรีซีซั่น เนื่องจากได้รับอนุญาตให้พลาดทัวร์เอเชียของสโมสรเพื่อไปทำหน้าที่กับทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งสร้างผลงานยอดเยี่ยมจนเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศของฟุตบอลโลก 2026 ทำให้ในเชิงเทคนิค กุนซือชาวอิตาเลียนยังไม่มีโอกาสได้เห็นภาวะผู้นำของฮาแลนด์ในบริบทของระบบการเล่นใหม่อย่างเต็มที่ ตรงกันข้ามกับดิอาสที่ได้แสดงบทบาทผู้นำให้เห็นแล้วในเกมกระชับมิตรพบกับ ทีม เค ลีก ออลสตาร์ และ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งมาเรสก้ายกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่า ทุกครั้งที่ทีมยิงประตูได้ ดิอาสจะวิ่งเข้ามาที่ขอบสนามเพื่อรับฟังคำสั่งทันที แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสองถึงสามนาทีก็ตาม
มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ: ทำไมเรื่องภาวะผู้นำแบบนี้ถึงโดนใจคนรุ่นใหม่
สำหรับแฟนบอลยุคใหม่โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานวัย 20-30 ปีต้นๆ เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นแค่ข่าวกีฬาธรรมดา แต่มันสะท้อนหลักคิดเรื่องการบริหารคนและองค์กรที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตการทำงาน มาเรสก้าเน้นย้ำหลักการที่ทรงพลังมากว่า การเป็นกัปตันหรือผู้นำไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิพิเศษหรืออิสระมากกว่าคนอื่น แต่ตรงกันข้าม ผู้นำต้องถูกคาดหวังมากกว่าคนอื่นในทุกช่วงเวลา
แนวคิดนี้ตรงกับปรัชญาการพัฒนาตัวเองที่กำลังเป็นกระแสในหมู่คนรุ่นใหม่ทั่วโลก นั่นคือ “ความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับตำแหน่ง” ไม่ใช่ “อภิสิทธิ์ที่มาพร้อมกับตำแหน่ง” หลายคนที่กำลังก้าวขึ้นเป็นหัวหน้างานหรือผู้บริหารระดับต้นในองค์กรของตัวเอง สามารถเทียบเคียงกับสถานการณ์นี้ได้อย่างชัดเจน เพราะบางครั้งคนเก่งที่สุดในทีม อย่างเช่นฮาแลนด์ที่เป็นดาวซัลโวตัวจริง ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำอย่างเป็นทางการเสมอไป เพราะบทบาทผู้นำต้องอาศัยทักษะที่แตกต่างออกไป ทั้งการสื่อสาร การควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์กดดัน และความสามารถในการมองเห็นภาพรวมมากกว่าผลงานส่วนตัว
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือความอ่อนน้อมถ่อมตนของฮาแลนด์เอง ซึ่งไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจต่อการตัดสินใจนี้แต่อย่างใด มาเรสก้าเปิดเผยว่าฮาแลนด์เป็นหนึ่งในผู้เล่นกลุ่มแรกๆ ที่ส่งข้อความต้อนรับเขาทันทีที่เข้ามารับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าการยอมรับบทบาทที่แตกต่างกันในทีมโดยไม่มีอีโก้เข้ามาบดบัง คือคุณสมบัติสำคัญของนักกีฬาระดับโลกที่แท้จริง และเป็นบทเรียนที่นำไปปรับใช้ได้ในโลกการทำงานจริง ที่บางครั้งคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในทีม ไม่จำเป็นต้องได้ตำแหน่งบริหารเสมอไป แต่สามารถเป็น “ผู้เล่นคีย์แมน” ที่ทรงคุณค่าไม่แพ้กันได้เช่นกัน
มิติธุรกิจและอนาคต: จุดเปลี่ยนผ่านยุคหลังกวาร์ดิโอลา และทิศทางของทีมสีฟ้าในโลกฟุตบอลยุคดิจิทัล
การเปลี่ยนแปลงเรื่องปลอกแขนกัปตันทีมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่ใหญ่กว่านั้นมาก นั่นคือการปิดฉากยุคทองของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ครองทีมมานานถึงหนึ่งทศวรรษเต็ม พร้อมกับการนำพาสโมสรคว้าแชมป์รายการสำคัญมาแล้วนับไม่ถ้วน การที่มาเรสก้าต้องเข้ามารับช่วงต่อในจังหวะที่ทีมมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้เล่นครั้งใหญ่ ทั้งการสูญเสียซิลวา สโตนส์ และอาจรวมถึงโรดรี้ในอนาคตอันใกล้ ถือเป็นความท้าทายทางธุรกิจและการบริหารทีมที่ไม่ธรรมดา
มาเรสก้ายังต้องการเสริมผู้เล่นบ้านเกิดเข้ามาในกลุ่มผู้นำทีมด้วย โดยมีชื่อของ ฟิล โฟเดน ผู้เล่นที่อยู่กับสโมสรมายาวนานที่สุดในทีมชุดปัจจุบัน รวมถึง จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูที่สวมปลอกแขนให้ทีมชาติอิตาลี มาร์ค เกฮี และ มาเตโอ โควาซิช ผู้เล่นประสบการณ์สูง ถูกจับตามองว่าอาจเป็นตัวเลือกสำหรับสองตำแหน่งกัปตันที่เหลือ
ในด้านตลาดซื้อขายนักเตะ สโมสรได้ทุ่มเงินสถิติสโมสรมูลค่ากว่า 116 ล้านปอนด์คว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน จาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เข้ามาเสริมทัพในตำแหน่งกองกลางตัวรับ ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นตัวเลือกสำคัญหากโรดรี้ตัดสินใจย้ายออกจริง นี่คือภาพสะท้อนของฟุตบอลยุคใหม่ที่สโมสรระดับโลกต้องวางแผนล่วงหน้าตลอดเวลา ทั้งเรื่องโครงสร้างทีมในสนามและโครงสร้างผู้นำนอกสนาม เพราะในยุคที่สื่อโซเชียลมีเดียและสื่อกีฬาดิจิทัลจับตาทุกความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ การตัดสินใจเรื่องกัปตันทีมไม่ใช่แค่เรื่องภายในห้องแต่งตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์แบรนด์สโมสรที่ต้องสื่อสารกับแฟนบอลทั่วโลกอย่างมีกลยุทธ์
ในระยะยาว หากดิอาสได้รับเลือกเป็นกัปตันทีมอย่างเป็นทางการ นี่จะเป็นการส่งสัญญาณว่าแมนฯ ซิตี้ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีความมั่นคงทางอารมณ์และวินัยในสนามมากกว่าผู้เล่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ซึ่งอาจกลายเป็นโมเดลที่สโมสรระดับโลกอื่นๆ นำไปปรับใช้ในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่นักฟุตบอลกลายเป็นแบรนด์ส่วนตัวที่มีมูลค่ามหาศาลในตัวเอง การแยกแยะระหว่าง “ผู้เล่นที่ทรงคุณค่าที่สุด” กับ “ผู้นำที่เหมาะสมที่สุด” จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
บทสรุป: บทเรียนจากปลอกแขนหนึ่งชิ้น ที่สอนเรื่องความเป็นผู้นำได้มากกว่าที่คิด
เรื่องราวของฮาแลนด์กับปลอกแขนกัปตันทีมที่หลุดมือ อาจดูเหมือนเป็นเกร็ดข่าวเล็กๆ ก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ แต่แท้จริงแล้วมันซ่อนบทเรียนสำคัญเรื่องภาวะผู้นำที่ใช้ได้ทั้งในสนามฟุตบอลและในชีวิตจริง การเป็นคนเก่งที่สุดในห้องไม่ได้แปลว่าต้องเป็นผู้นำที่ดีที่สุดเสมอไป และการยอมรับบทบาทที่เหมาะสมกับตัวเองโดยไม่ยึดติดกับตำแหน่ง คือคุณสมบัติของคนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ต้องรอดูกันต่อไปว่า เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลง มาเรสก้าจะเลือกใครมาเติมเต็มกลุ่มผู้นำทีมอีกสองคน และปลอกแขนกัปตันทีมแมนฯ ซิตี้ในยุคหลังกวาร์ดิโอลาจะพาทีมไปในทิศทางไหนต่อจากนี้
สรุปประเด็นสำคัญ
- มาเรสก้ายืนยันเลือก รูเบน ดิอาส และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ เป็นสองกัปตันทีมชั่วคราว ก่อนเลือกอีก 2 คนหลังตลาดซื้อขายปิด
- เหตุผลหลักที่ฮาแลนด์ไม่เหมาะเป็นกัปตันคือกฎ “วิ่งเข้าเบนช์รับคำสั่งทันทีที่ทีมยิงประตู” ซึ่งขัดกับการฉลองประตูของเขา
- แบร์นาโด้ ซิลวา (ไป เรอัล มาดริด) และ จอห์น สโตนส์ (ไป อินเตอร์ มิลาน) ออกจากทีมแล้ว ขณะที่ โรดรี้ ตกเป็นข่าวเชื่อมโยง บาร์เซโลน่า
- ฟิล โฟเดน, ดอนนารุมมา, มาร์ค เกฮี และโควาซิช คือตัวเต็งเป็นกัปตันอีก 2 ตำแหน่งที่เหลือ
- นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของแมนฯ ซิตี้ ในยุคหลังกวาร์ดิโอลา ทั้งในสนามและในเชิงภาพลักษณ์สโมสร
คำถามที่พบบ่อย
Q: ใครคือกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนปัจจุบันในซีซั่น 2026-27 A: ปัจจุบันมาเรสก้าเลือก รูเบน ดิอาส และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ เป็นสองกัปตันทีมชั่วคราว โดยจะเลือกอีก 2 คนหลังตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลง
Q: ทำไมเออร์ลิง ฮาแลนด์ ถึงไม่ได้เป็นกัปตันทีมทั้งที่ยิงประตูมากที่สุด A: เพราะมาเรสก้ามีกฎว่ากัปตันทีมต้องวิ่งเข้ารับคำสั่งที่ม้านั่งสำรองทันทีเมื่อทีมยิงประตู ซึ่งจะทำให้ฮาแลนด์ไม่สามารถฉลองประตูตามสไตล์ของตัวเองได้
Q: ใครเป็นกัปตันทีมแมนฯ ซิตี้ ในซีซั่นที่แล้ว A: แบร์นาโด้ ซิลวา เป็นกัปตันทีมในซีซั่นที่ผ่านมา ก่อนย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริดหลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์
Q: จอห์น สโตนส์ ย้ายไปทีมไหนแล้ว A: จอห์น สโตนส์ ย้ายไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน แบบไร้ค่าตัวหลังหมดสัญญากับแมนฯ ซิตี้ ปิดฉากการรับใช้สโมสรนาน 10 ปี
Q: โรดรี้ จะย้ายไปบาร์เซโลน่าจริงหรือไม่ A: ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าบาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอมาแล้วหลายครั้ง และอนาคตของเขายังไม่ชัดเจน
Q: ใครมีโอกาสได้เป็นกัปตันทีมสองคนที่เหลือของแมนฯ ซิตี้ A: มีชื่อของ ฟิล โฟเดน, จานลุยจิ ดอนนารุมมา, มาร์ค เกฮี และ มาเตโอ โควาซิช ถูกพูดถึงในฐานะตัวเต็ง
Q: เอ็นโซ่ มาเรสก้า เข้ามาคุมทีมแมนฯ ซิตี้ แทนใคร A: มาเรสก้าเข้ามารับช่วงต่อจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ปิดฉากบทบาทผู้จัดการทีมหลังคุมทีมมานานถึง 10 ปี
Q: เกมแรกของมาเรสก้าในฐานะกุนซือแมนฯ ซิตี้ คือเกมไหน A: คือเกมเอฟเอ คอมมูนิตี้ ชิลด์ พบกับอาร์เซนอล ที่สนามพรินซิพัลลิตี้ สเตเดียม กรุงคาร์ดิฟฟ์
Q: กฎการวิ่งเข้าเบนช์ของมาเรสก้ามาจากไหน A: เป็นกฎที่เขาใช้มาตั้งแต่สมัยคุมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี โดยให้กัปตันทีมวิ่งเข้ารับคำสั่งปรับแผนทันทีที่ทีมยิงประตูได้
Q: แมนฯ ซิตี้ ทุ่มเงินซื้อใครมาเสริมกองกลางแทนโรดรี้ A: สโมสรทุ่มเงินสถิติกว่า 116 ล้านปอนด์ คว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน จากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ
Q: รูเบน ดิอาส เคยเป็นกัปตันทีมแมนฯ ซิตี้ มาก่อนหรือไม่ A: ดิอาสเคยรับหน้าที่กัปตันทีมในบางนัดมาก่อน และแสดงบทบาทผู้นำมาตลอดหลายฤดูกาล ทำให้เขาถูกมองเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งสำหรับปลอกแขนถาวร
Q: เรื่องนี้สะท้อนแนวคิดเรื่องภาวะผู้นำในโลกการทำงานอย่างไร A: สะท้อนว่าคนที่เก่งที่สุดในทีมไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะภาวะผู้นำต้องอาศัยทักษะการควบคุมอารมณ์และการสื่อสารที่แตกต่างจากความสามารถเฉพาะทาง