ลองจินตนาการภาพนี้ดู นักกีฬาระดับแชมป์โลกไร้พ่ายคนหนึ่งที่เพิ่งครองบัลลังก์ “แชมป์โลกเฮฟวี่เวตหญิงไร้ข้อกังขา” อยู่หมาดๆ ตัดสินใจลดน้ำหนักตัวเองลงจาก 198 ปอนด์ เหลือ 160 ปอนด์ ภายในเวลาเพียง 14 สัปดาห์ นั่นคือการโละทิ้งน้ำหนักตัวไปเกือบ 38 ปอนด์ หรือประมาณ 17 กิโลกรัม แล้วเดินขึ้นสังเวียนไป”ทวงคืน” เข็มขัดแชมป์โลกในรุ่นที่เล็กกว่าเดิมถึงสามรุ่น นี่ไม่ใช่บทละครในหนังฮอลลีวูด แต่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกลางเมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา เมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
เจ้าของภารกิจสุดโหดคนนี้คือ คลาริสซา ชีลด์ส นักชกหญิงที่วงการมวยยกให้เป็น “GWOAT” หรือนักชกหญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และผลลัพธ์ของค่ำคืนนั้นก็ไม่ทำให้ใครผิดหวัง เพราะเธอไล่ถลุง เคย์ สก็อตต์ เจ้าของแชมป์โลกมิดเดิลเวตตัวจริงจนต้องยอมแพ้ในยกที่ 6 ท่ามกลางแฟนกีฬาที่แน่นสนามกว่า 16,000 คน พร้อมด้วยเซเลบริตี้ระดับโลกที่มานั่งขอบเวทีกันแบบไม่มีใครยอมพลาด บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของค่ำคืนประวัติศาสตร์นี้ ตั้งแต่วินาทีชี้ชะตา ไปจนถึงเบื้องหลังวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถ “ข้ามรุ่น” ได้อย่างสง่างามขนาดนี้
สรุปเกมการชก: ไล่ถลุงทีละยก จนถึงวินาทีชี้ชะตาในยกที่ 6
ตั้งแต่ระฆังยกแรกดังขึ้นที่ สเตท ฟาร์ม อารีนา ภาพที่ปรากฏต่อสายตาแฟนมวยคือความแตกต่างด้านความเร็วที่ชัดเจนระหว่างสองนักชก โดย ชีลด์สเดินหน้ากดดันตั้งแต่ยกแรกๆ จนสก็อตต์มีรอยช้ำขึ้นบริเวณหน้าผากตั้งแต่ช่วงต้นเกม ขณะที่ ในยกที่สอง หลังจากที่ชีลด์สระดมหมัดใส่อย่างหนักหน่วงในช่วงนาทีแรก ก็ทำให้เกิดรอยฟกช้ำขนาดใหญ่บริเวณตาซ้ายของสก็อตต์ สก็อตต์พยายามยืนหยัดสู้และแลกหมัดในบางจังหวะ แต่ไม่สามารถตามความเร็วของคู่ต่อสู้ได้ทัน โดยทุกครั้งที่สก็อตต์ยืนหยัดแลกหมัด ชีลด์สก็ตอบโต้ด้วยชุดหมัดที่เร็วกว่าและดุดันกว่าเสมอ
เกมค่อยๆ ไหลไปในทิศทางเดียว จนกระทั่งมาถึงยกที่ 6 ซึ่งกลายเป็นยกประวัติศาสตร์ ชีลด์สระดมฮุกซ้ายเข้าเป้าติดต่อกันถึงสามครั้ง โดยแต่ละหมัดสร้างความเจ็บปวดให้สก็อตต์มากขึ้นเรื่อยๆ จนเธอเริ่มทรงตัวไม่อยู่และล้มลงกับพื้น สก็อตต์แม้จะพยายามลุกขึ้นสู้ต่อได้ทันการนับ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที ก็ต้องเจอกับหมัดกระหน่ำอีกระลอกจนพี่เลี้ยงข้างเวทีตัดสินใจโยนผ้าขาวยอมแพ้ทันที โดยกรรมการหยุดการชกที่นาที 1.38 ของยกที่ 6 ปิดฉากค่ำคืนนี้ด้วยชัยชนะทีเคโอ
ผลการชกครั้งนี้ทำให้ ชีลด์สมีสถิติรวม 19 ชนะ ไม่แพ้ใคร โดยเป็นการชนะน็อก 4 ครั้ง และยังเป็น ชัยชนะแบบจบเกมครั้งแรกของเธอนับตั้งแต่การน็อกในยกที่สองเหนือวาเนสซา เลอเพจ-โจอานีส เมื่อปี 2024 ในรุ่นเฮฟวี่เวต ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือก่อนขึ้นชก ตลาดพนันมองว่าเกมนี้แทบไม่มีทางที่สก็อตต์จะเอาชนะได้ โดยชีลด์สถูกเปิดเป็นต่อสูงถึง -6000 ขณะที่สก็อตต์เป็นรองแบบสุดขั้วที่ +1200 ซึ่งผลการชกก็ออกมาตรงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้แบบไม่มีข้อกังขา
ย้อนรากที่มา: จากเด็กสาวเมืองฟลินท์ สู่ตำนานแชมป์โลก 5 รุ่น
หากใครยังไม่คุ้นชื่อ คลาริสซา ชีลด์ส ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่นักชกธรรมดา เธอคือนักกีฬาจากเมืองฟลินท์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาแล้วถึงสองสมัยติดต่อกันในปี 2012 และ 2016 ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักมวยอาชีพและไล่กวาดแชมป์โลกไปทีละรุ่น จนกลายเป็น แชมป์โลก 5 รุ่นน้ำหนัก ซึ่งเป็นความสำเร็จที่นักชกชายหรือหญิงน้อยคนนักจะทำได้ในยุคนี้
สำหรับรุ่นมิดเดิลเวต 160 ปอนด์นั้น ถือเป็นรุ่นที่ผูกพันกับชีลด์สเป็นพิเศษ เธอเคยครองตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นนี้มาตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปี 2024 และ ปกป้องตำแหน่งในรุ่นนี้มาแล้วถึง 9 ครั้งนับตั้งแต่คว้าแชมป์ครั้งแรกในปี 2018 ก่อนจะขยับขึ้นไปท้าชิงในรุ่นที่หนักกว่า การกลับมาคว้าแชมป์มิดเดิลเวตอีกครั้งในค่ำคืนนี้จึงถือเป็น การครองบัลลังก์แชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวตเป็นสมัยที่สามในอาชีพของเธอ
แต่สิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนี้ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์มวยโลกจริงๆ ไม่ใช่แค่การกลับมาคว้าแชมป์ แต่คือสถิติที่แทบไม่มีใครทำได้มาก่อน เพราะก่อนหน้านี้ชีลด์สเพิ่งป้องกันตำแหน่ง แชมป์โลกเฮฟวี่เวตหญิงไร้ข้อกังขา (undisputed) มาหมาดๆ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การที่เธอยอมลดน้ำหนักลงมาถึงสามรุ่นเพื่อคว้าแชมป์ในรุ่นที่เบากว่านั้น ทำให้ ชีลด์สกลายเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวตคนที่สองในรอบกว่า 120 ปีที่สามารถคว้าเข็มขัดแชมป์โลกในรุ่นน้ำหนักที่เบากว่าได้สำเร็จ โดยมีเพียง รอย โจนส์ จูเนียร์ ตำนานนักชกชายเท่านั้นที่เคยทำสำเร็จมาก่อนหน้านี้ นี่คือระดับความยิ่งใหญ่ที่ทำให้แม้แต่แฟนมวยที่ไม่ได้ติดตามมวยหญิงเป็นประจำก็ต้องหันมาให้ความสนใจ
เบื้องหลังวิทยาศาสตร์การกีฬา: ลดน้ำหนักข้ามรุ่นได้อย่างไรโดยไม่เสียพลัง
คำถามที่แฟนกีฬาหลายคนสงสัยคือ นักชกที่เพิ่งชกในรุ่นเฮฟวี่เวตซึ่งมีน้ำหนักตัวสูงถึง 198 ปอนด์ จะสามารถลดน้ำหนักลงมาเหลือ 160 ปอนด์ได้อย่างไรโดยไม่สูญเสียพลังหมัดหรือความเร็วไป นี่คือโจทย์ที่ท้าทายทีมสรีรวิทยาการกีฬาอย่างมาก เพราะการลดน้ำหนักแบบข้ามรุ่นในระยะเวลาสั้นๆ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้กล้ามเนื้อฝ่อ พลังระเบิด (explosive power) ลดลง และร่างกายขาดน้ำจนเสียสมดุลเกลือแร่
ชีลด์สเองยอมรับตรงๆ ว่า แคมป์ฝึกซ้อมครั้งนี้หนักหน่วงเป็นพิเศษ โดยเธอต้องลดน้ำหนักจาก 198 ปอนด์ลงมาให้เหลือ 160 ปอนด์ และ ใช้เวลาทั้งหมด 14 สัปดาห์ในการควบคุมน้ำหนักตัวลงมาให้อยู่ในเกณฑ์ของรุ่นมิดเดิลเวต หลักการเบื้องหลังการลดน้ำหนักลักษณะนี้ในวงการกีฬาต่อสู้ มักเน้นการค่อยๆ ปรับสัดส่วนไขมันต่อกล้ามเนื้อผ่านการควบคุมโภชนาการอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการฝึกความอึด (conditioning) เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อส่วนที่สร้างพลังหมัดเอาไว้ให้มากที่สุด ไม่ใช่การอดอาหารแบบหักโหมในช่วงท้ายซึ่งจะทำให้ร่างกายอ่อนแรงตอนขึ้นชกจริง
และผลลัพธ์ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทีมงานทำการบ้านมาอย่างถูกต้อง เพราะแม้จะลดน้ำหนักมาถึงสามรุ่น ชีลด์สยังคงแสดงให้เห็น ความเหนือกว่าทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และความหลากหลายของการออกอาวุธ ตลอดการชก โดยเฉพาะจังหวะฮุกซ้ายสามหมัดติดในยกที่ 6 ที่ต้องอาศัยทั้งความไวของกล้ามเนื้อและการอ่านจังหวะคู่ต่อสู้แบบแม่นยำสุดๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังหมัดและความเร็วของเธอไม่ได้ถูกลดทอนลงเลยแม้แต่น้อยจากการลดน้ำหนักโหดๆ ครั้งนี้
มิติจิตใจ: วินัยที่แลกมาด้วยความมุ่งมั่นระดับหมกมุ่น
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของชีลด์สโดนใจกลุ่มคนวัยทำงานและวัยเริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นพิเศษ คือแนวคิดเรื่องวินัยและการพัฒนาตัวเองที่แฝงอยู่ในทุกย่างก้าวของอาชีพเธอ การตัดสินใจลดน้ำหนักถึง 38 ปอนด์ภายใน 14 สัปดาห์ ไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่คือบททดสอบทางจิตใจล้วนๆ เพราะต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการกินอาหาร การนอน และการฝึกซ้อมทุกวันแบบไม่มีวันหยุดพัก ท่ามกลางแรงกดดันที่ว่าตัวเองเพิ่งเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวตตัวจริงมาหมาดๆ และห้ามพลาดไม่ได้เลยในไฟต์นี้
นี่คือบทเรียนที่ถอดออกมาปรับใช้กับชีวิตคนทำงานได้ตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสายอาชีพ การลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ หรือการฝึกทักษะใหม่ในเวลาจำกัด สิ่งที่ชีลด์สแสดงให้เห็นคือ “เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ต้องแลกมาด้วยวินัยที่ไม่มีข้อยกเว้น” ไม่มีทางลัด ไม่มีวันหยุดพักระหว่างทาง และที่สำคัญคือความกล้าที่จะออกจาก Comfort Zone เดิมที่ตัวเองเคยประสบความสำเร็จอยู่แล้ว (การเป็นแชมป์เฮฟวี่เวต) เพื่อไปพิสูจน์ตัวเองในสนามใหม่ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า
ธุรกิจมวยหญิงและอนาคต: ทำไมค่ำคืนนี้ถึงสำคัญกับวงการมากกว่าที่คิด
นอกเหนือจากความยิ่งใหญ่ในสังเวียนแล้ว ค่ำคืนนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจมวยหญิงในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน งานนี้ถือเป็น การขึ้นชกหลักเป็นครั้งแรกของนักชกหญิงที่สนาม สเตท ฟาร์ม อารีนา ซึ่งเป็นสนามระดับตำนานของสหรัฐฯ นั่นหมายความว่าโปรโมเตอร์กล้าเดิมพันวางนักชกหญิงเป็น “หัวขบวน” ของค่ำคืนใหญ่ในสนามระดับนี้เป็นครั้งแรก และผลตอบรับก็คุ้มค่าเกินคาด เพราะสามารถดึงดูดฝูงชนได้มากถึง 16,000 คน พร้อมด้วยเซเลบริตี้และนักกีฬาระดับโลกที่มานั่งขอบเวที ไม่ว่าจะเป็น ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ เทอร์เรนซ์ ครอว์ฟอร์ด และ ชาคูร์ สตีเวนสัน ฝั่งนักมวยชาย รวมถึง อัชเชอร์ เควิน เกตส์ และ แบรนดี ฝั่งวงการเพลง และยังมี คีย์ชอว์น เดวิส ริชาร์ดสัน ฮิตชินส์ และแลตโต ร่วมสมทบอีกด้วย
ระดับความคึกคักขนาดนี้สะท้อนว่ามวยหญิงไม่ใช่แค่ “รายการเสริม” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสินค้าหลักที่ดึงดูดผู้ชมและสปอนเซอร์รายใหญ่ได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์โลกที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งกีฬาต่างทุ่มงบประมาณให้กับกีฬาผู้หญิงมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
สำหรับก้าวต่อไปของชีลด์ส วงการมวยกำลังจับตาไปที่ความเป็นไปได้ในการเดินหน้าสร้าง “มหกรรมไฟต์แห่งปี” โดย มีการพูดคุยกันถึงไฟต์ในอนาคตกับ ลอเรน ไพรซ์ นักชกเจ้าของแชมป์โลกเวลเตอร์เวตไร้ข้อกังขา ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก อันจะกลายเป็นศึกใหญ่ระดับ Mega Fight ของวงการ นอกจากนี้ยังมีชื่อของ มิเคล่า เมเยอร์ เจ้าของแชมป์ซูเปอร์เวลเตอร์เวตไร้ข้อกังขา และ แทมม์ ทิโบต์ นักชกแคนาดาเจ้าของแชมป์ WBO และ IBF รุ่นมิดเดิลเวต ซึ่งหากได้ชกกับทิโบต์ ชีลด์สก็จะมีโอกาสคว้าตำแหน่งแชมป์โลกไร้ข้อกังขารุ่นมิดเดิลเวตเป็นสมัยที่สามในอาชีพ
รายการรองที่ไม่ธรรมดา: เมื่อนักชกไทยขยับใกล้เข็มขัดโลกอีกก้าว
ค่ำคืนนี้ไม่ได้มีแค่คู่เอกที่น่าตื่นเต้น เพราะคู่ประกอบรายการก็เข้มข้นไม่แพ้กัน โดย ทรอย อิสลีย์ นักชกไร้พ่าย เอาชนะคะแนน โจเซฟ ฮิกส์ ไปแบบเป็นเอกฉันท์ ในศึกที่ถือเป็นการปะทะกันของอดีตเพื่อนร่วมทีมโอลิมปิกสหรัฐฯ
แต่ที่น่าสนใจสำหรับแฟนมวยไทยเป็นพิเศษคือคู่ของ แอชลีย์แอนน์ โลซาดา นักชกไร้พ่ายชาวเปอร์โตริโก ที่เอาชนะคะแนน เปาเล็ตต์ คูเอสตา คว้าแชมป์ WBA Gold รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวตหญิงไปครอง เพราะชัยชนะครั้งนี้ทำให้ โลซาดาขยับสถานะขึ้นเป็นผู้ท้าชิงในศึกคัดเลือกชิงแชมป์โลก WBA โดยมีคู่ปะทะรอบต่อไปคือ พรรณนารายณ์ เนติศรี นักชกไทยที่รั้งอันดับ 3 ของสมาคม WBA นี่คือโอกาสสำคัญที่จะทำให้ชื่อของนักชกหญิงไทยได้ปรากฏอยู่ในบทสนทนาระดับโลกอีกครั้ง และเป็นสิ่งที่แฟนมวยไทยควรติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด
บทสรุป: ค่ำคืนที่พิสูจน์ว่าความยิ่งใหญ่ไม่มีขีดจำกัดเรื่องรุ่นน้ำหนัก
ค่ำคืนที่แอตแลนตาไม่ได้เป็นเพียงแค่การป้องกันหรือทวงคืนเข็มขัดแชมป์โลกธรรมดาๆ แต่คือการประกาศให้โลกรู้ว่า คลาริสซา ชีลด์ส ไม่มีขีดจำกัดในเรื่องรุ่นน้ำหนักอีกต่อไป เธอสามารถเป็นทั้งแชมป์โลกเฮฟวี่เวตตัวจริงและแชมป์โลกมิดเดิลเวตได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักชกในประวัติศาสตร์กว่าศตวรรษทำได้เพียงคนเดียวก่อนหน้าเธอ
สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือเธอจะเลือกเดินเกมต่อไปในทิศทางไหน จะยืนหยัดป้องกันแชมป์มิดเดิลเวตต่อเนื่อง หรือจะกลับไปแสวงหาความท้าทายใหม่ในรุ่นเฮฟวี่เวตอีกครั้ง คำถามที่แท้จริงอาจไม่ใช่ “ใครจะเอาชนะคลาริสซา ชีลด์สได้” แต่คือ “เธอจะเลือกท้าทายตัวเองในรูปแบบไหนต่อไป” ในโลกที่วงการมวยหญิงกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้
⚡ สรุปประเด็นสำคัญ
- คลาริสซา ชีลด์ส เอาชนะทีเคโอ เคย์ สก็อตต์ ในยกที่ 6 คว้าแชมป์โลกมิดเดิลเวต WBA และ WBC กลับคืนที่แอตแลนตา
- ชีลด์สลดน้ำหนักจาก 198 ปอนด์ เหลือ 160 ปอนด์ ภายใน 14 สัปดาห์ เพื่อลงชกในรุ่นที่เบากว่าเดิมสามรุ่น
- เธอกลายเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวตคนที่สองในรอบกว่า 120 ปีที่คว้าแชมป์ในรุ่นเบากว่าได้สำเร็จ ต่อจาก รอย โจนส์ จูเนียร์
- งานนี้มีผู้ชมกว่า 16,000 คน พร้อมเซเลบริตี้ระดับโลกอย่างฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์และอัชเชอร์มาร่วมขอบเวที
- แอชลีย์แอนน์ โลซาดา คว้าแชมป์ WBA Gold ซูเปอร์แบนตัมเวต เตรียมรอชิงแชมป์โลกกับ พรรณนารายณ์ เนติศรี นักชกไทย
❓ คำถามที่พบบ่อย
คลาริสซา ชีลด์ส ชนะเคย์ สก็อตต์ ด้วยวิธีไหน A: ชีลด์สเอาชนะแบบทีเคโอในยกที่ 6 หลังระดมฮุกซ้ายและหมัดขวาจนสก็อตต์ทรงตัวไม่อยู่ พี่เลี้ยงจึงโยนผ้ายอมแพ้
เข็มขัดแชมป์โลกที่ชีลด์สได้ในไฟต์นี้คือรุ่นอะไร A: เป็นเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวต 160 ปอนด์ จากสองสถาบันคือ WBA และ WBC
ชีลด์สลดน้ำหนักมาจากรุ่นไหน A: เธอลดน้ำหนักลงมาจากรุ่นเฮฟวี่เวต ซึ่งเป็นรุ่นที่เธอครองแชมป์โลกไร้ข้อกังขาอยู่ก่อนหน้านี้ โดยลดจาก 198 ปอนด์เหลือ 160 ปอนด์
สถิติการชกของคลาริสซา ชีลด์ส ตอนนี้เป็นอย่างไร A: ปัจจุบันชีลด์สมีสถิติ 19 ชนะ ไม่แพ้ ไม่เสมอ โดยเป็นการชนะน็อก 4 ครั้ง
เคย์ สก็อตต์ คือใคร มาจากไหน A: สก็อตต์เป็นนักชกชาวออสเตรเลีย ก่อนไฟต์นี้เธอเป็นเจ้าของแชมป์โลกมิดเดิลเวตตัวจริงจากการป้องกันตำแหน่งครั้งแรก
ทำไมชัยชนะครั้งนี้ถึงถูกเทียบกับรอย โจนส์ จูเนียร์ A: เพราะชีลด์สกลายเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวตคนที่สองในรอบกว่า 120 ปีที่สามารถคว้าแชมป์โลกในรุ่นน้ำหนักที่เบากว่าได้สำเร็จ ต่อจากรอย โจนส์ จูเนียร์ ที่เคยทำได้ในอดีต
มีเซเลบริตี้คนไหนไปดูการชกไฟต์นี้บ้าง A: มีทั้งฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ เทอร์เรนซ์ ครอว์ฟอร์ด ชาคูร์ สตีเวนสัน รวมถึงนักร้องอย่างอัชเชอร์ เควิน เกตส์ และแบรนดี
ค่ำคืนนี้จัดขึ้นที่สนามไหน A: จัดขึ้นที่ สเตท ฟาร์ม อารีนา เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สนามนี้จัดรายการมวยหญิงเป็นคู่หลัก
ไฟต์ต่อไปของคลาริสซา ชีลด์ส อาจเป็นใคร A: มีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะพบกับ ลอเรน ไพรซ์ แชมป์โลกเวลเตอร์เวต หรือ แทมม์ ทิโบต์ แชมป์โลกมิดเดิลเวตอีกสองสถาบัน เพื่อรวมเข็มขัดให้ครบ
คู่ประกอบรายการที่น่าสนใจในค่ำคืนนี้มีอะไรบ้าง A: มีคู่ของ ทรอย อิสลีย์ ที่ชนะคะแนน โจเซฟ ฮิกส์ และคู่ของ แอชลีย์แอนน์ โลซาดา ที่ชนะคะแนนคว้าแชมป์ WBA Gold รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต
นักชกไทยเกี่ยวข้องกับรายการนี้อย่างไร A: ผู้ชนะจากคู่โลซาดาปะทะคูเอสตาจะได้สิทธิ์ไปชิงแชมป์โลก WBA กับ พรรณนารายณ์ เนติศรี นักชกไทยที่รั้งอันดับ 3 ของสมาคม
การลดน้ำหนักข้ามรุ่นแบบนี้เสี่ยงต่อร่างกายนักกีฬาหรือไม่ A: มีความเสี่ยงสูงหากทำไม่ถูกวิธี เพราะอาจทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อและพลังหมัด แต่หากควบคุมโภชนาการอย่างเป็นระบบตลอดหลายสัปดาห์ก็สามารถรักษาสมรรถภาพร่างกายไว้ได้ตามที่เห็นในไฟต์นี้