จ่ายค่าตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์ NFL แต่วิ่งไม่ทันจบครึ่งแรก! เปิดทุกมิติอาการบาดเจ็บของ เจเรมียาห์ เลิฟ ดาวรุ่งพันล้านแห่งแอริโซนา คาร์ดินัลส์

ลองจินตนาการว่าคุณเพิ่งเซ็นสัญญาที่การันตีเงินก้อนมหาศาลที่สุดเท่าที่รันนิ่งแบ็กคนไหนในประวัติศาสตร์ NFL เคยได้รับ แต่ในเกมแรกที่ได้สวมชุดแข่งอย่างเป็นทางการ คุณกลับต้องออกจากสนามก่อนจบครึ่งแรกด้วยอาการบาดเจ็บ นี่ไม่ใช่พล็อตหนัง แต่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับ เจเรมียาห์ เลิฟ รันนิ่งแบ็กรุคกี้ดราฟท์อันดับ 3 ของ แอริโซนา คาร์ดินัลส์ และมันกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่แฟนอเมริกันฟุตบอลทั่วโลกจับตามอง

เรื่องราวของ เลิฟ ไม่ได้เป็นแค่ข่าวบาดเจ็บธรรมดา แต่มันคือกรณีศึกษาที่ผสมทั้งเรื่องเงิน เรื่องร่างกาย เรื่องจิตใจ และอนาคตของทั้งแฟรนไชส์ในคราวเดียวกัน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุม ตั้งแต่เส้นทางที่พาเขามาถึงจุดนี้ ไปจนถึงคำถามว่าอาการบาดเจ็บครั้งนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าทีมคาร์ดินัลส์ในฤดูกาล 2026 อย่างไร

ย้อนรอยเส้นทางสู่ NFL: จาก นอเทรอดาม สู่สัญญาประวัติศาสตร์

ก่อนจะมาเป็นชื่อที่ทุกคนพูดถึง เลิฟ คือดาวเด่นจากมหาวิทยาลัย นอเทรอดาม ที่ โชว์ฟอร์มโดดเด่นในระดับมหาวิทยาลัยอย่างสม่ำเสมอ ทั้งความสามารถด้านความเร็วและการสร้างสรรค์จังหวะเล่นทั้งในฐานะผู้วิ่งบอลและผู้รับบอลตอบโต้ ฝีเท้าระดับนั้นทำให้ แอริโซนา คาร์ดินัลส์ ตัดสินใจเลือกเขาด้วย อันดับ 3 โดยรวมของดราฟท์ปี 2026 พร้อมมอบเงินการันตีสูงสุดเท่าที่รันนิ่งแบ็กคนไหนเคยได้รับในประวัติศาสตร์ NFL

ตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะตำแหน่งรันนิ่งแบ็กเคยถูกมองว่าเป็น “ตำแหน่งที่ใช้แล้วทิ้ง” ในยุคที่ NFL หันไปให้ความสำคัญกับควอเตอร์แบ็กและตัวรับมากกว่า แต่การที่คาร์ดินัลส์กล้าลงทุนขนาดนี้สะท้อนว่าผู้บริหารทีมมองเห็นศักยภาพของเขาในระดับเดียวกับดาวเด่นอย่าง บิจาน โรบินสัน แห่งแอตแลนตา และ จาห์มายร์ กิบส์ แห่งดีทรอยต์ ซึ่งทั้งคู่เป็นตัวอย่างของรันนิ่งแบ็กที่เล่นได้ครบทุกดาวน์ทั้งวิ่งและรับบอล

ที่น่าสนใจคือ คาร์ดินัลส์ตัดสินใจเลือกเลิฟทั้งที่มีแนวรับรันนิ่งแบ็กในมือพอสมควรอยู่แล้ว ทั้ง เจมส์ คอนเนอร์ ตัวหลักที่เคยทำผลงานยอดเยี่ยม และ เทรย์ เบนสัน ที่เพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าทีมมองเขาไม่ใช่แค่ตัวเสริม แต่คือเสาหลักของแผนระยะยาว

คืนเดบิวต์ที่ลาสเวกัส: ระเบิดฟอร์มก่อนจบด้วยความเจ็บปวด

คืนวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2026 คือคืนที่แฟนคาร์ดินัลส์รอคอย เลิฟ ลงสนามนัดแรกในเกมปรีซีซั่นพบกับ ลาส เวกัส เรดเดอร์ส และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาสร้างสถิติ 14 ครั้งสัมผัสบอล แบ่งเป็นวิ่ง 11 ครั้งและรับบอล 3 ครั้ง รวมระยะทางถึง 72 หลาเฉพาะในครึ่งแรกเพียงครึ่งเดียว ตัวเลขนี้ตอกย้ำว่าทำไมคาร์ดินัลส์ถึงกล้าเดิมพันสูงขนาดนี้กับรุคกี้คนหนึ่ง

แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เขาได้รับบาดเจ็บข้อเท้าแพลงชนิดสูงในจังหวะสัมผัสบอลครั้งสุดท้ายของคืนนั้น ช่วงปลายควอเตอร์ที่สอง ซึ่งเป็นจังหวะที่โหดร้ายเป็นพิเศษ เพราะ ตัวหลักในแผนรุกของทีมแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นควอเตอร์แบ็ก เจคอบี บริสเซตต์ หรือตัวรับหลักอย่าง เทรย์ แม็คไบรด์, มาร์วิน แฮร์ริสัน จูเนียร์ และ ไมเคิล วิลสัน ต่างถูกถอนออกจากเกมไปแล้วตั้งแต่ซีรีส์แรก เหลือเพียงเลิฟที่ยังคงลงเล่นต่อ

ทีมชนะเกมนั้นไปด้วยสกอร์ 27-14 โดย ควอเตอร์แบ็กทั้งสามคนของทีม ทั้ง การ์ดเนอร์ มินชิว, เคดอน สโลวิส และ เจคอบี บริสเซตต์ ทำเปอร์เซ็นต์ส่งบอลรวมกันสูงถึง 26 จาก 30 ครั้ง แต่ความสุขจากชัยชนะกลับถูกบดบังด้วยภาพข้อเท้าของดาวรุ่งค่าตัวแพงที่บิดผิดจังหวะ

เจาะลึกวิทยาศาสตร์การกีฬา: “ข้อเท้าแพลงชนิดสูง” น่ากลัวกว่าที่คิดอย่างไร

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมแค่ “ข้อเท้าแพลง” ถึงทำให้ทีมงานถึงกับต้องกันตัวออกจากการฝึกซ้อมนานถึงหนึ่งสัปดาห์ คำตอบอยู่ที่ประเภทของอาการบาดเจ็บ

ข้อเท้าแพลงที่พบเจอกันทั่วไปมักเกิดจากการพลิกข้อเท้าเข้าด้านใน ซึ่งส่งผลต่อเอ็นด้านนอกข้อเท้า ฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว แต่ “ข้อเท้าแพลงชนิดสูง” หรือที่ทางการแพทย์กีฬาเรียกว่าการบาดเจ็บของเอ็นยึดกระดูกหน้าแข้งกับกระดูกน่อง (Syndesmosis) เกิดขึ้นเมื่อเท้าถูกกดตรึงอยู่กับพื้นในขณะที่ร่างกายส่วนบนบิดหมุนไปในทิศทางตรงข้าม ลักษณะแบบนี้มักเกิดในจังหวะปะทะที่มีผู้เล่นหลายคนเข้ามาพันขาพร้อมกัน ซึ่งตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเลิฟ เมื่อภาพการปะทะแสดงให้เห็นว่าเท้าของเขาถูกกดตรึงในจังหวะที่ถูกรุมล้ม

ความน่ากลัวของอาการบาดเจ็บชนิดนี้คือมันใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าข้อเท้าแพลงทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเอ็นยึดที่เสียหายทำหน้าที่รักษาความมั่นคงของกระดูกสองชิ้นที่ต้องรับน้ำหนักตัวทุกครั้งที่ก้าวเท้าหรือเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวหลักของตำแหน่งรันนิ่งแบ็กที่ต้องอาศัยการหักเลี้ยวฉับพลันตลอดเวลา นี่คือเหตุผลที่ทีมแพทย์ของคาร์ดินัลส์เลือกใช้แนวทางระมัดระวังสูงสุด แทนที่จะเร่งให้เขากลับมาลงสนามเร็วเกินไป

ในแง่การจัดการอาการบาดเจ็บ หัวหน้าโค้ช ไมค์ ลาเฟลอร์ ยอมรับว่าอาการเจ็บของเลิฟรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก ซึ่งเป็นรูปแบบทั่วไปของอาการบาดเจ็บชนิดนี้ที่มักจะแสดงอาการบวมและปวดมากขึ้นในวันถัดมา ไม่ใช่ทันทีหลังเกม

จิตใจนักสู้และแรงกดดันมหาศาลจากคนทั้งประเทศ

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ เลิฟ พิเศษกว่ารุคกี้คนอื่น คือระดับความคาดหวังที่แบกอยู่บนบ่าเขา การเป็นรันนิ่งแบ็กที่ได้รับเงินการันตีสูงสุดในประวัติศาสตร์วงการ หมายความว่าทุกก้าวที่เขาวิ่งจะถูกจับตามองและเปรียบเทียบตลอดเวลา แฟนบอลและสื่อต่างวาดฝันให้เขาเป็นดาวเด่นที่สามารถลุ้น รางวัลผู้เล่นรุกยอดเยี่ยมหน้าใหม่แห่งปี (Offensive Rookie of the Year) เคียงข้างเพื่อนร่วมทีมระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง เทรย์ แม็คไบรด์, มาร์วิน แฮร์ริสัน จูเนียร์ และ ไมเคิล วิลสัน

แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือปฏิกิริยาของเขาหลังบาดเจ็บ แทนที่จะแสดงความผิดหวังหรือหวาดกลัวต่ออนาคต โค้ชลาเฟลอร์เปิดเผยว่าเลิฟยังคงมีทัศนคติเชิงบวก พูดคุยด้วยความกระตือรือร้นและมีความสุขที่ได้ลงสนาม แม้จะรู้ว่าตัวเองกำลังเจ็บ ทัศนคติแบบนี้คือสิ่งที่แฟนกีฬาวัยทำงานหลายคนมองว่าเป็นบทเรียนชีวิตที่นำไปปรับใช้ได้ นั่นคือการโฟกัสที่กระบวนการฟื้นตัวมากกว่าการจมอยู่กับความผิดหวัง ซึ่งเป็นทักษะทางจิตใจที่นักกีฬาระดับโลกต้องฝึกฝนไม่ต่างจากทักษะทางร่างกาย

อีกมุมหนึ่งที่น่าคิดคือแรงกดดันจากการเป็น “รุคกี้ที่ยังไม่เคยเล่นเกมจริงมาก่อน” แต่กลับต้องแบกความคาดหวังระดับดาราดัง โค้ชลาเฟลอร์เองก็ยอมรับตรงๆ ว่าการให้เวลาลงสนามของเลิฟมากขนาดนั้นในเกมปรีซีซั่นนัดแรกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเป็นผู้เล่นที่ยังไม่มีประสบการณ์การแข่งขันจริง ทำให้ทีมงานต้องการให้เขาได้สัมผัสบรรยากาศเกมจริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนฤดูกาลปกติจะเริ่มต้น

ธุรกิจสนามหญ้า: อนาคตของตำแหน่งรันนิ่งแบ็กในยุคที่ NFL กลับมาให้คุณค่า

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตำแหน่งรันนิ่งแบ็กถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าในสายตาทีมบริหาร NFL หลายทีม เพราะร่างกายของผู้เล่นตำแหน่งนี้สึกหรอเร็วกว่าตำแหน่งอื่น แต่การที่คาร์ดินัลส์ยอมทุ่มเงินระดับประวัติศาสตร์ให้กับเลิฟ สะท้อนกระแสการกลับมาให้คุณค่ากับตำแหน่งนี้อีกครั้ง เช่นเดียวกับที่ทีมอื่นเคยทำกับ บิจาน โรบินสัน และ จาห์มายร์ กิบส์ มาก่อน

แต่การบาดเจ็บครั้งนี้ก็เปิดคำถามทางธุรกิจที่สำคัญ นั่นคือความเสี่ยงของการลงทุนกับตำแหน่งที่บาดเจ็บง่าย โดยเฉพาะเมื่อดูสถานการณ์ปัจจุบันของแนวรันนิ่งแบ็กคาร์ดินัลส์ทั้งกองที่กำลังมีปัญหาพร้อมกัน เจมส์ คอนเนอร์ ผู้เคยทำสถิติวิ่งทะลุ 1,000 หลาติดต่อกันสองฤดูกาลในปี 2023 และ 2024 ยังคงไม่สามารถร่วมฝึกซ้อมแบบ 11 ต่อ 11 ได้ หลังอาการบาดเจ็บที่เท้าจำกัดให้เขาลงเล่นได้เพียง 3 เกมในฤดูกาล 2025 ขณะที่โค้ชลาเฟลอร์เองก็ยอมรับว่ายังไม่สามารถให้กรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการกลับมาของคอนเนอร์ได้

ส่วน เทรย์ เบนสัน ก็ขาดซ้อมเนื่องจากอาการปวดบวมกำเริบที่หัวเข่าข้างซ้าย ซึ่งทีมงานเลือกใช้ความระมัดระวังในการจัดการอาการของเขา เบนสันเองก็เพิ่งผ่านการผ่าตัดหมอนรองข้อเข่าจากอาการบาดเจ็บที่ทำให้ต้องพลาดช่วงท้ายฤดูกาล 2025 ไปทั้งฤดูกาล และ ยิ่งต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นไปอีกหลังทีมดึงตัวเลิฟเข้ามาด้วยดราฟท์อันดับ 3

ผลกระทบทางธุรกิจที่เห็นชัดที่สุดในตอนนี้คือการปรับโครงสร้างแนวรุก ไทเลอร์ แอลเกเลอร์ ต้องก้าวขึ้นมารับบทตัวหลักแทน ขณะที่ทีมต้องบริหารจัดการอาการบาดเจ็บของทั้งเลิฟและคอนเนอร์ไปพร้อมกัน นี่คือสถานการณ์ที่ท้าทายทีมบริหารคาร์ดินัลส์อย่างมาก เพราะพวกเขาลงทุนเงินก้อนใหญ่ไปกับตำแหน่งที่ตอนนี้แทบไม่มีใครแข็งแรงร้อยเปอร์เซ็นต์เลยสักคน

สำหรับแฟนแฟนตาซีฟุตบอลและนักลงทุนในธุรกิจกีฬา สถานการณ์นี้คือสัญญาณเตือนคลาสสิกของการลงทุนในตำแหน่งรันนิ่งแบ็กรุคกี้ ที่แม้จะมีศักยภาพสูงแต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านร่างกายที่ควบคุมไม่ได้ ราคาตลาดของเลิฟในลีกแฟนตาซีมีแนวโน้มผันผวนตามข่าวการฟื้นตัวในสัปดาห์ต่อจากนี้อย่างแน่นอน

สถานการณ์ล่าสุดและสิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

ล่าสุด โค้ชลาเฟลอร์ยืนยันว่าเลิฟจะพักการฝึกซ้อมในสัปดาห์นี้ และทีมจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังจากนั้น โดยตอนนี้โฟกัสหลักอยู่ที่การฝึกซ้อมที่เมืองเทมเป ซึ่งหมายความว่า เขามีแนวโน้มสูงที่จะไม่ได้ลงเล่นในเกมปรีซีซั่นนัดถัดไปที่จะพบกับ ดัลลัส คาวบอยส์ ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้

ข่าวดีคือ ทีมยังคงมีความหวังว่าเขาจะสามารถกลับมาลงสนามได้ทันเกมเปิดฤดูกาลปกติ ที่จะพบกับ ลอสแอนเจลิส ชาร์เจอร์ส ในวันที่ 13 กันยายน แต่ โค้ชลาเฟลอร์เองก็ยังไม่กล้าฟันธงหรือให้คำมั่นสัญญาว่าเลิฟจะพร้อมลงสนามในเกมเปิดฤดูกาลอย่างแน่นอน โดยระยะเวลาที่เหลือก่อนเกมเปิดฤดูกาลอยู่ที่ประมาณหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งถือเป็นกรอบเวลาที่พอเหมาะสำหรับการฟื้นตัวจากข้อเท้าแพลงชนิดสูงในระดับที่ไม่รุนแรงมาก

น่าสนใจว่าในคืนเดียวกันที่เลิฟบาดเจ็บ ทีมคาร์ดินัลส์ยังต้องเผชิญข่าวร้ายซ้อนอีกระลอก เมื่อ เชส บิซอนติส การ์ดตัวเลือกรอบสองของทีมได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าจนต้องขึ้นเปลออกจากสนาม และภายหลังมีการยืนยันว่าอาการรุนแรงถึงขั้นต้องพักยาวตลอดทั้งฤดูกาล นี่คือค่ำคืนที่ผสมทั้งความหวังและความกังวลใจสำหรับแฟนคาร์ดินัลส์อย่างแท้จริง

บทสรุป: บททดสอบแรกของดาวรุ่งพันล้านและทีมที่ต้องเดิมพันทุกอย่าง

เรื่องราวของ เจเรมียาห์ เลิฟ ในตอนนี้คือภาพสะท้อนของความจริงในวงการกีฬาอาชีพ ที่แม้แต่พรสวรรค์ระดับสูงสุดและเงินก้อนมหาศาลก็ไม่สามารถรับประกันความสำเร็จได้หากปราศจากสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สิ่งที่คาร์ดินัลส์ต้องทำจากนี้ไม่ใช่แค่การรอให้ข้อเท้าของเลิฟหาย แต่คือการบริหารความเสี่ยงทั้งระบบของแนวรันนิ่งแบ็กที่กำลังบอบช้ำพร้อมกันทั้งกอง

คำถามที่แท้จริงไม่ใช่แค่ “เลิฟจะกลับมาทันเกมเปิดฤดูกาลหรือไม่” แต่คือ “เมื่อเขากลับมาแล้ว เขาจะยังเป็นนักวิ่งที่ระเบิดพลังแบบที่เราเห็นในคืนแรกที่ลาสเวกัสได้หรือเปล่า” คำตอบของคำถามนี้จะกำหนดทิศทางทั้งฤดูกาลของแอริโซนา คาร์ดินัลส์ และอาจเป็นบทพิสูจน์ว่าการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์นี้คุ้มค่าจริงหรือไม่

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เจเรมียาห์ เลิฟ รุคกี้ดราฟท์อันดับ 3 ปี 2026 ของคาร์ดินัลส์ เจ็บข้อเท้าแพลงชนิดสูงในเกมปรีซีซั่นนัดแรกพบราสเวกัส เรดเดอร์ส
  • ก่อนบาดเจ็บ เขาโชว์ฟอร์มร้อนแรงด้วยสถิติวิ่ง 11 ครั้ง 58 หลา และรับบอล 3 ครั้ง 14 หลา
  • อาการบาดเจ็บชนิดนี้ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าข้อเท้าแพลงทั่วไป เพราะกระทบเอ็นยึดกระดูกหน้าแข้งกับกระดูกน่อง
  • เขาจะพลาดเกมปรีซีซั่นนัดถัดไปพบดัลลัส คาวบอยส์ แต่ยังมีลุ้นกลับทันเกมเปิดฤดูกาลพบชาร์เจอร์ส
  • แนวรันนิ่งแบ็กคาร์ดินัลส์กำลังเผชิญวิกฤตพร้อมกันทั้งกอง ทั้งเจมส์ คอนเนอร์และเทรย์ เบนสันต่างมีปัญหาบาดเจ็บเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย

เจเรมียาห์ เลิฟ บาดเจ็บอะไร A: เขาบาดเจ็บข้อเท้าแพลงชนิดสูง (High Ankle Sprain) ที่ข้อเท้าซ้าย จากจังหวะถูกปะทะในเกมปรีซีซั่นพบลาสเวกัส เรดเดอร์ส

เลิฟจะพักฟื้นนานแค่ไหน A: ทีมระบุว่าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ และจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังจากนั้น โดยยังไม่มีกรอบเวลาที่แน่ชัด

เลิฟจะทันลงเล่นเกมเปิดฤดูกาลหรือไม่ A: ทีมยังมีความหวังว่าเขาจะพร้อมลงสนามในเกมเปิดฤดูกาลพบลอสแอนเจลิส ชาร์เจอร์ส แต่โค้ชยังไม่ยืนยันแน่ชัด

เลิฟจะได้ลงเล่นเกมปรีซีซั่นพบดัลลัส คาวบอยส์ หรือไม่ A: ไม่ เขาจะพลาดเกมนัดนั้นเนื่องจากยังต้องพักฟื้นข้อเท้าตามคำแนะนำของทีมแพทย์

ทำไมคาร์ดินัลส์ถึงเลือกเลิฟด้วยดราฟท์อันดับ 3 A: เพราะฟอร์มโดดเด่นระดับมหาวิทยาลัยที่นอเทรอดาม ทั้งความสามารถวิ่งบอลและรับบอล ทำให้ทีมมองเขาเป็นตัวความหวังระยะยาวของแนวรุก

เลิฟได้รับเงินค้ำประกันเท่าไหร่ A: เขาได้รับเงินการันตีสูงสุดเท่าที่รันนิ่งแบ็กคนไหนเคยได้รับมาในประวัติศาสตร์ NFL ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของทีมที่มีต่อเขา

ข้อเท้าแพลงชนิดสูงต่างจากข้อเท้าแพลงทั่วไปอย่างไร A: ข้อเท้าแพลงชนิดสูงกระทบเอ็นยึดระหว่างกระดูกหน้าแข้งกับกระดูกน่อง ทำให้ฟื้นตัวช้ากว่าและเสี่ยงต่อการรับน้ำหนักตัวมากกว่าข้อเท้าแพลงทั่วไป

ใครจะรับบทตัวหลักแทนเลิฟระหว่างพักรักษาตัว A: ไทเลอร์ แอลเกเลอร์ และ โซโนแวน ไนท์ จะเป็นตัวหลักในแนวรันนิ่งแบ็กระหว่างที่เลิฟและผู้เล่นคนอื่นยังบาดเจ็บ

เจมส์ คอนเนอร์ อาการเป็นอย่างไร A: คอนเนอร์ยังไม่สามารถร่วมฝึกซ้อมแบบเต็มรูปแบบได้ หลังฟื้นจากอาการบาดเจ็บเท้าที่ทำให้พลาดเกมส่วนใหญ่ในฤดูกาล 2025 โดยยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนสำหรับการกลับมา

เทรย์ เบนสัน สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร A: เบนสันมีอาการปวดบวมกำเริบที่หัวเข่าซ้ายระหว่างพรีซีซั่น หลังเพิ่งฟื้นจากการผ่าตัดหมอนรองข้อเข่าในฤดูกาลก่อน และกำลังเผชิญการแข่งขันตำแหน่งที่สูงขึ้น

เลิฟมีโอกาสคว้ารางวัลรุคกี้ยอดเยี่ยมหรือไม่ A: ก่อนบาดเจ็บ เขาถูกจับตาว่ามีศักยภาพลุ้นรางวัลผู้เล่นรุกหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี แต่อาการบาดเจ็บอาจกระทบต่อจังหวะการสร้างผลงานในช่วงต้นฤดูกาล

เกมปรีซีซั่นที่เลิฟบาดเจ็บ คาร์ดินัลส์ชนะหรือแพ้ A: คาร์ดินัลส์เอาชนะลาสเวกัส เรดเดอร์ส ไปด้วยสกอร์ 27-14