มีผู้รักษาประตูอายุ 23 ปีคนหนึ่งในแมนเชสเตอร์ ซึ่งลงเล่นเพียง 13 นัดตลอดฤดูกาล แต่กำลังกลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด คือสโมสรที่วางตัวเองไว้ข้างหน้าคิวมากที่สุด
แทร็ฟฟอร์ดคือใคร และทำไมทุกคนถึงต้องการเขา
เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด คือนายทวารมือสองของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ วัย 23 ปี ที่เติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมการฝึกซ้อมระดับโลก เขาไม่ใช่แค่นายทวารสำรองธรรมดา แต่คือผู้รักษาประตูที่ระบบพัฒนานักเตะของสโมสรยักษ์ใหญ่ได้เพาะบ่มมาอย่างพิถีพิถัน
สิ่งที่ทำให้แทร็ฟฟอร์ดโดดเด่นในยุคปัจจุบันคือ ความสามารถในการเล่นบอลด้วยเท้า ซึ่งกลายเป็นคุณสมบัติบังคับสำหรับผู้รักษาประตูยุคใหม่ที่สโมสรชั้นนำต้องการ ผนวกกับสัญชาตญาณการเซฟที่คมชัดในระดับอายุของเขา เขาได้รับการอธิบายจากแหล่งข่าวหลายสำนักว่า “ยอดเยี่ยม” ในแง่ของทักษะเชิงเทคนิค
ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเขาในฤดูกาลนี้คือนัดที่ออกมาเฝ้าเสาให้ ซิตี้ ในรายการ คาราบาว คัพ และพาทีมเอาชนะ อาร์เซน่อล ได้ 2-0 รวมถึงการได้รับโอกาสลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรก ในเกมที่เสมอกับ อุรุกวัย 1-1 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าสหพันธ์ฟุตบอลอังกฤษมองเห็นอนาคตของเขาด้วยเช่นกัน
ปัญหาเดียวของแทร็ฟฟอร์ดคือ เขาอยู่ในสโมสรที่มี เอเดอร์สัน เฝ้าเสาอยู่ โอกาสการลงเล่นจึงจำกัดอย่างมาก และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมซัมเมอร์นี้จึงอาจเป็นช่วงเวลาที่ถูกต้องสำหรับการก้าวออกมา
ทำไมนิวคาสเซิ่ลถึงต้องการเขาตอนนี้
ฟุตบอล อินไซเดอร์ รายงานว่านิวคาสเซิ่ลเป็นสโมสรที่นำอยู่ในการแข่งขันดึงตัวแทร็ฟฟอร์ดมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก และความต้องการนี้มีที่มาจากความไม่แน่นอนของตำแหน่งผู้รักษาประตูในทีม
ปัจจุบัน นิค โป๊ป ยังคงเป็นตัวเลือกหลักที่ไว้วางใจได้ แต่อายุและสัญญาระยะยาวคือประเด็นที่ต้องพิจารณา ขณะที่ อารอน แรมส์เดล ที่ยืมตัวมาอยู่ในสถานะที่ไม่ชัดเจน โดยมีข่าวว่าเขาอาจกลับไปยัง เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งเป็นสโมสรต้นสังกัด
ความคลุมเครือนี้ไม่ใช่สิ่งที่สโมสรอย่างนิวคาสเซิ่ลสามารถปล่อยให้ยืดเยื้อได้ โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ทีมกำลังเผชิญผลลัพธ์ที่ต่ำกว่าความคาดหวังอย่างชัดเจน
ณ ปัจจุบัน นิวคาสเซิ่ลอยู่อันดับที่ 12 ของตารางพรีเมียร์ลีก เหลืออีก 7 นัด ซึ่งห่างไกลจากเป้าหมายการเล่นฟุตบอลยุโรปที่ทีมและแฟนบอลต่างคาดหวัง นี่คือผลลัพธ์ที่กดดันให้ฝ่ายบริหารต้องลงมือยกเครื่องทีมอย่างจริงจังในช่วงซัมเมอร์
ซัมเมอร์ที่อาจพลิกโฉมสนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค
การไล่ล่าตัวแทร็ฟฟอร์ดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการปรับโฉมทีมครั้งใหญ่ที่นิวคาสเซิ่ลกำลังวางรากฐาน เพราะยังมีชื่อผู้เล่นหลักหลายรายที่อาจออกจากทีม
บรูโน่ กิมาไรส์ กองกลางหัวใจทีมที่เคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นดีที่สุดในลีก กำลังได้รับความสนใจจากสโมสรชั้นนำในยุโรป ขณะที่ ซานโดร โตนาลี่ ที่กลับมาจากการโดนแบนก็มีชื่อเชื่อมโยงกับสโมสรอื่นเช่นกัน โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกระบุว่ากำลังจับตามองสถานการณ์ของนักเตะทั้งสองคน
นอกจากนี้ยังมีคำถามเรื่องแนวรุก เอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีม ดูเหมือนยังไม่พอใจกับตัวเลือกที่มีในการจบสกอร์ และมีโอกาสสูงที่จะมีการคว้าตัวกองหน้าคนใหม่มาเสริมทัพ
สิ่งที่ชัดเจนคือ นิวคาสเซิ่ลในซัมเมอร์นี้จะไม่ใช่สโมสรที่นิ่งเฉย แต่เป็นสโมสรที่กำลังตัดสินใจว่าตัวเองต้องการเป็นทีมแบบไหนในระยะยาว
ปัจจัยที่ทำให้นิวคาสเซิ่ลได้เปรียบ
ในการแข่งขันดึงตัวนักเตะ เงินไม่ใช่ปัจจัยเดียวเสมอไป ความต้องการของนักเตะ มักมีน้ำหนักไม่น้อยไปกว่าข้อเสนอทางการเงิน และนั่นคือจุดที่นิวคาสเซิ่ลอาจได้เปรียบ
ฟุตบอล อินไซเดอร์ ระบุว่าแทร็ฟฟอร์ดมีแนวโน้มที่จะเลือกนิวคาสเซิ่ลมากกว่าสโมสรอื่นในพรีเมียร์ลีก หากแม็กพายส์แสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องการผู้รักษาประตูคนใหม่จริงๆ
ความน่าสนใจของข้อเสนอจากนิวคาสเซิ่ลคือ โอกาสการลงเล่น สม่ำเสมอในระดับสโมสรชั้นนำ ซึ่งคือสิ่งที่แทร็ฟฟอร์ดต้องการมากที่สุดในช่วงวัย 23 ปี ที่นักเตะส่วนใหญ่ต้องการพิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ใช่นั่งรอโอกาสบนม้านั่งสำรองของสโมสรที่ใหญ่กว่า
นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ก่อนหน้าที่ชี้ให้เห็น โดยนิวคาสเซิ่ลเคยพิจารณาคว้าตัวแทร็ฟฟอร์ดก่อนที่เขาจะย้ายไปแมนฯ ซิตี้ ดังนั้นความสนใจครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
บทเรียนจากการลงทุนในตำแหน่งผู้รักษาประตู
ในยุคฟุตบอลสมัยใหม่ ผู้รักษาประตูไม่ใช่แค่คนยืนหน้าโกล แต่คือ ผู้เล่นคนแรกในระบบสร้างเกม สโมสรชั้นนำทั่วยุโรปล้วนลงทุนกับตำแหน่งนี้อย่างมีกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นการที่ ลิเวอร์พูล ดึงตัว อาลิสซง มาในราคามหาศาล หรือการที่ แมนฯ ซิตี้ ปลูกฝัง เอเดอร์สัน ให้กลายเป็นรากฐานของระบบกดดันสูงของเปป กวาร์ดิโอลา
แทร็ฟฟอร์ดเป็นผู้รักษาประตูที่ถูกสร้างมาในแนวทางเดียวกัน เขาไม่ใช่แค่คนที่เซฟลูกยิงได้ดี แต่คือผู้เล่นที่สามารถเริ่มต้นการโจมตีด้วยลูกเตะหรือการส่งบอลจากเท้าได้อย่างแม่นยำ และนั่นทำให้เขามีคุณค่ามากกว่าราคาที่ต้องจ่าย
หากนิวคาสเซิ่ลสามารถปิดดีลนี้ได้สำเร็จ นั่นหมายความว่าพวกเขากำลังลงทุนกับอนาคตในแบบที่สโมสรขนาดใหญ่ทำกัน ไม่ใช่แค่การซื้อตัวเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น
สรุป: นิวคาสเซิ่ลกำลังส่งสัญญาณอะไร
การไล่ล่าตัว เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด ในซัมเมอร์นี้บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับทิศทางของนิวคาสเซิ่ล มันไม่ใช่แค่การซื้อผู้รักษาประตูคนใหม่ แต่คือการส่งสัญญาณว่าสโมสรยังคงมีความทะเยอทะยาน แม้ในฤดูกาลที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่หวัง
ฤดูกาลที่น่าผิดหวังไม่ควรกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมถอยหลัง แต่ควรเป็นแรงกระตุ้นให้สร้างทีมที่ดีกว่าเดิม และถ้านิวคาสเซิ่ลตัดสินใจถูกในช่วงซัมเมอร์นี้ เราอาจได้เห็นแม็กพายส์กลับมาพร้อมกับรากฐานที่แข็งแกร่งกว่าเดิมในฤดูกาลหน้า
คำถามที่น่าสนใจก็คือ นิวคาสเซิ่ลจะสามารถปิดดีลนี้ได้จริงหรือไม่ และถ้าพวกเขาพลาดไป ใครจะเป็นสโมสรที่ได้แทร็ฟฟอร์ดไปแทน?