กิเลนเดือด! ร้องเปา 3 เหตุการณ์ผู้ตัดสิน เกมบุกเยือนฉลามชล ยุติธรรมหรือโกงกัน?

เมืองทอง ยูไนเต็ด ยื่นจดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หลังจากเกมบุกเยือน ชลบุรี เอฟซี ในศึก BYD Sealion 6 ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2568/69 นัดที่ 28 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 ณ ชลบุรีไดกิ้น สเตเดียม สิ้นสุดลงท่ามกลางความโกรธเกรี้ยวของฝ่ายกิเลน ที่เชื่อว่าการตัดสินของผู้ตัดสินในเกมนั้นส่งผลเสียต่อทีมอย่างร้ายแรงถึง 3 เหตุการณ์ด้วยกัน

เกมฟุตบอลในระดับลีกสูงสุดของไทยนั้น ทุกการตัดสินที่ผิดพลาดย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย และครั้งนี้เมืองทองยืนยันว่าพวกเขาต้องแบกรับราคานั้นโดยไม่สมเหตุสมผล


เหตุการณ์ที่ 1 นาที 63: ใบเหลือง “ทริสตัน โด” ที่เมืองทองมองว่าไม่ควรเกิดขึ้น

หัวใจของเรื่องราวในเหตุการณ์แรก คือ ทริสตัน โด หมายเลข 19 ของเมืองทอง ยูไนเต็ด ในนาทีที่ 63 ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดบริเวณริมเส้นกรอบเขตโทษ ผู้เล่นของกิเลนรายนี้พยายามวิ่งตามบอลในพื้นที่สุดท้าย ก่อนที่ผู้ตัดสินที่ 1 จะตัดสินว่าเกิดการฟาวล์ขึ้น และยืนยันการตัดสินนั้นอีกครั้งหลังจากตรวจสอบผ่านระบบ VAR

ทว่าสโมสรเมืองทองโต้แย้งว่า ทริสตัน โด ไม่ได้มีเจตนาใช้ศอกผลักหรือทำฟาวล์แต่อย่างใด และชี้ให้เห็นว่าผู้เล่นหมายเลข 4 ของชลบุรีกลับเป็นฝ่าย พุ่งล้มเพื่อหลอกผู้ตัดสิน ซึ่งในวงการฟุตบอลเรียกพฤติกรรมนี้ว่า “ดำน้ำ” หรือ Simulation

ผลที่ตามมาหนักหนากว่าแค่ใบเหลืองในเกมนั้น เพราะใบเหลืองดังกล่าวส่งผลให้ทริสตัน โด ต้องพ้นข้อจำกัดสะสม และ ไม่สามารถลงเล่นในนัดถัดไปได้ นั่นหมายความว่าเมืองทองต้องสูญเสียกำลังหลักไปโดยที่พวกเขาเชื่อว่าไม่ใช่ความผิดของผู้เล่นเลยแม้แต่น้อย


เหตุการณ์ที่ 2 นาที 74: เตะบอลทิ้งอย่างจงใจ แต่ทำไมไม่มีใบเหลือง?

นาทีที่ 74 เป็นเหตุการณ์ที่เมืองทองมองว่าชัดเจนที่สุดในแง่กฎกติกา เมื่อ จอร์จ เฟลิเป้ หมายเลข 47 ของชลบุรี เอฟซี เคลียร์บอลออกนอกสนามด้านข้างไปแล้ว ก่อนที่จะ จงใจเตะบอลทิ้งออกไปอีกครั้ง ทั้งที่บอลไม่ได้อยู่ในการเล่นแล้ว

ตามกฎฟุตบอลสากล พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการถ่วงเวลาอย่างชัดแจ้ง ซึ่งต้องได้รับใบเหลือง แต่ผู้ตัดสินที่ 1 กลับไม่ลงโทษแต่อย่างใด

สโมสรเมืองทองชี้ว่าจังหวะนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทีมกำลังได้เปรียบในการทุ่มบอลเพื่อสานต่อการเล่น การที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเตะบอลทิ้งอย่างจงใจจึงไม่เพียงแค่ผิดกฎ แต่ยัง ทำลายจังหวะและโมเมนตัมของเมืองทอง ในช่วงเวลาสำคัญของเกมอีกด้วย


เหตุการณ์ที่ 3 นาที 90+4: เหยียบข้อเท้า แต่ผู้ตัดสินมองไม่เห็น?

เหตุการณ์สุดท้ายและโหดร้ายที่สุดในสายตาของเมืองทอง คือสิ่งที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 90+4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างชี้ขาดได้ในเกม

โจนาธาน โบลินกี หมายเลข 17 ของชลบุรี เอฟซี วิ่งกดดันผู้เล่นหมายเลข 28 ของเมืองทองในจังหวะบอลหลวม และจากนั้นก็ จงใจเหยียบข้อเท้า ของผู้เล่นเมืองทองอย่างชัดเจน แต่ผู้ตัดสินที่ 1 ไม่ได้ออกไพ่ใดๆ เลย

ทั้งที่หากพิจารณาตามกฎแล้ว โบลินกีสะสมใบเหลืองไปแล้ว 1 ใบในเกมนั้น การที่ควรได้รับใบเหลืองใบที่ 2 แต่กลับไม่ได้รับ หมายความว่าเขา ควรถูกไล่ออกจากสนาม แต่กลับได้เล่นต่อจนจบเกม


เมืองทองเดินหน้าร้องเรียน ระบบยุติธรรมจะตอบสนองหรือไม่?

การยื่นจดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการของเมืองทอง ยูไนเต็ด ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การระบายความไม่พอใจ แต่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าพวกเขาเชื่อว่า มาตรฐานการตัดสินในไทยลีกยังต้องการการพัฒนาอีกมาก

ทั้ง 3 เหตุการณ์ที่เมืองทองยกขึ้นมาร้องเรียนนั้น มีน้ำหนักที่แตกต่างกัน แต่รวมกันแล้วสะท้อนปัญหาเชิงระบบที่แฟนบอลและนักวิจารณ์ฟุตบอลไทยพูดถึงกันมานานหลายปี นั่นคือ ความสม่ำเสมอและความโปร่งใสในการบังคับใช้กฎกติกา

คำถามคือ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะมีคำตอบที่น่าพึงพอใจให้แก่กิเลนและแฟนบอลทั่วประเทศหรือไม่?


คุณคิดว่าการร้องเรียนของเมืองทองครั้งนี้มีน้ำหนักพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงไหม หรือแค่เสียงร้องที่ปลิวไปตามลม? มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์