เมื่อนายทวารระดับชาติกลายเป็นสินค้ามือสองชั่วข้ามคืน ราคาตกไม่ได้หมายความว่าคุณค่าจะหายไปด้วย ยูเวนตุสเชื่อเช่นนั้น และพร้อมจ่ายเพื่อพิสูจน์ความเชื่อ
เมื่อราชาประตูกลายเป็น “มือสอง” ในพริบตา
ไม่มีนักฟุตบอลคนไหนอยากตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองถูกผลักลงมาจากบัลลังก์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมากับมือ แต่นั่นคือสิ่งที่ กูเยลโม่ วิคาริโอ ต้องเผชิญในฤดูกาลที่ผ่านมาที่ลอนดอน
วิคาริโอคือชายที่เคยถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่น่าจับตามองที่สุดในยุโรป ในยุคที่เขาพิทักษ์ประตูให้กับ เอ็มโปลี และช่วยทีมรอดพ้นจากการตกชั้นจากกัลโช่ เซเรีย อา ได้อย่างน่าทึ่ง จนชื่อของเขาดังไปถึงขนาดที่ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีเคยสนใจคว้าตัว แต่สุดท้าย ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ตัดหน้าพาเขาข้ามช่องแคบอังกฤษด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโรในปี 2566
สองฤดูกาลแรกที่สเปอร์ส เขาพิสูจน์ตัวเองได้พอสมควร แต่ฤดูกาลล่าสุดกลับกลายเป็นฝันร้าย ปัญหาสุขภาพที่ถูกปิดบังมานานอย่างการผ่าตัดไส้เลื่อน ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งเขาต้องออกไปพักรักษาตัวในช่วงพักระหว่างฤดูกาล และนั่นเองที่เปิดโอกาสให้ อันโตนิน คินสกี้ นายทวารสัญชาติเช็กวัย 23 ปี ก้าวขึ้นมาแสดงฝีมือ
คินสกี้ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่รักษาเนื้อที่ดีแทน หากแต่เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนโค้ช โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ตัดสินใจไม่ส่งวิคาริโอลงสนามอีกเลยหลังจากที่เขาหายหน้าไป ในช่วงท้ายฤดูกาลที่สเปอร์สต้องสู้เพื่อความอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก คินสกี้คือผู้กอบกู้ทีม ส่วนวิคาริโอกลายเป็นผู้ชมที่นั่งดูทีมจากข้างสนาม
ยูเวนตุส: ทำไมถึงต้องการเขา?
คำถามที่ตามมาคือ ทำไม ยูเวนตุส หรือที่แฟนบอลไทยรู้จักในชื่อ “เบียงโคเนรี่” หรือ “ม้าลาย” จึงมองเห็นคุณค่าในตัวนายทวารที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง?
คำตอบอยู่ที่ปัญหาในบ้านของตัวเอง ยูเวนตุสนำ มิเคเล่ ดิ เกรกอริโอ มาจาก มอนซา และทำสัญญาถาวรหลังจากปล่อยให้ยืมตัวไปแล้วหนึ่งฤดูกาล แต่ผลงานของเขาไม่ได้สร้างความประทับใจให้ฝ่ายบริหารและเทคนิคของสโมสร รายงานจากสื่ออิตาลีอย่าง กาเซตต้า เดลโล สปอร์ต ระบุว่า ยูเวนตุสไม่มั่นใจว่าดิ เกรกอริโอ มีระดับที่เพียงพอสำหรับสโมสรขนาดใหญ่เช่นนี้
ทางเลือกแรกของยูเวนตุสคือ อาลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิลของ ลิเวอร์พูล ผู้มีประสบการณ์ระดับโลกและเคยชนะทุกรายการสำคัญที่มีในฟุตบอลสโมสร แต่ลิเวอร์พูลปิดประตูขายด้วยราคาที่ยูเวนตุสไม่อาจรับได้ และส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาลีสซงยังคงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการในอนาคต
เมื่อประตูบานแรกปิด ยูเวนตุสจึงหันมามองบานอื่น และชื่อของวิคาริโอก็ลอยขึ้นมาบนโต๊ะทันที
ปมซับซ้อน: อินเตอร์ มิลาน คือคู่แข่งที่น่ากลัว
ก่อนที่ยูเวนตุสจะเข้าสู่สมการ เรื่องราวของวิคาริโอมีความซับซ้อนกว่านั้น เพราะ อินเตอร์ มิลาน แชมป์เซเรีย อา ได้แสดงความสนใจก่อนใคร ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของอินเตอร์ถึงกับเดินทางมาถึงลอนดอนเพื่อพูดคุยกับตัวแทนของวิคาริโอเป็นการส่วนตัว และมีรายงานว่าสองฝ่ายเกือบจะตกลงกันในเรื่องเงินเดือนและสัญญาแล้วด้วย
แต่เรื่องราวก็พลิกผัน เมื่อมีรายงานว่าอินเตอร์ถอยออกจากการแข่งขันอย่างกะทันหัน ซึ่งนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะฤดูกาลที่น่าผิดหวังของวิคาริโอทำให้ทีมลังเล ณ ตอนนี้ ยูเวนตุสได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในการแข่งขันคว้าตัวผู้รักษาประตูรายนี้
มูลค่า สัญญา และความเป็นจริงของตลาดซื้อขาย
ในแง่ธุรกิจ การโอนย้ายครั้งนี้มีตัวเลขที่ชัดเจนพอสมควร วิคาริโออายุ 29 ปี สัญญากับท็อตแน่มยังเหลืออยู่ถึงเดือนมิถุนายน ปี 2571 ราคาประเมินตลาดอยู่ที่ประมาณ 25 ล้านยูโร หรือราว 21.5 ล้านปอนด์
สำหรับยูเวนตุส ตัวเลขนี้ถือว่าสมเหตุสมผลหากเทียบกับที่ท็อตแน่มจ่ายซื้อเขามาในราคา 20 ล้านยูโร กล่าวคือสเปอร์สยังพอมีโอกาสทำกำไรเล็กน้อย หรืออย่างน้อยก็คืนทุนได้ ขณะที่ค่าจ้างของวิคาริโอที่อยู่ราว 2.6 ล้านยูโรต่อปีก็ไม่ใช่ตัวเลขที่หนักเกินไปสำหรับสโมสรขนาดของยูเวนตุส
อย่างไรก็ตาม ยูเวนตุสต้องตัดสินใจว่าจะให้ดิ เกรกอริโอ อยู่ต่อหรือปล่อยออกไป เพราะการมีผู้รักษาประตูระดับหนึ่งสองคนในทีมเดียวกันจะสร้างปัญหาด้านแรงจูงใจ ซึ่งนั่นหมายความว่าถ้าวิคาริโอมา ดิ เกรกอริโอ ก็ต้องออก
แรงจูงใจของวิคาริโอ: ยูโร 2028 คือเดิมพันสูงสุด
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจยิ่งกว่าการโอนย้ายทั่วไปคือมิติส่วนตัวของวิคาริโอเอง เขาคือผู้รักษาประตูทีมชาติอิตาลีที่มีศักยภาพ แต่ถ้าหากเขายังคงเป็นมือสองในทีมสโมสร โอกาสที่จะติดธงไปร่วม ยูโร 2028 ก็จะลดน้อยลงอย่างมาก
โค้ชทีมชาติอิตาลีย่อมต้องการผู้รักษาประตูที่ลงสนามสม่ำเสมอ ไม่ใช่คนที่นั่งอุ่นเก้าอี้สำรอง ดังนั้นการเดินทางกลับสู่แผ่นดินบ้านเกิดและกลับมาเป็นเจ้าของตำแหน่งมือหนึ่งอีกครั้งจึงเป็นมากกว่าแค่การเปลี่ยนทีม มันคือการต่อสู้เพื่ออนาคตในชุดทีมชาติ
วิคาริโอเก่งแค่ไหน? ย้อนดูความสามารถที่แท้จริง
ก่อนที่จะตัดสินใจใดๆ เราควรมองให้ครบว่าวิคาริโอมีดีอะไร และจุดอ่อนของเขาคืออะไรบ้าง
จุดแข็งของวิคาริโอ คือทักษะในการป้องกันลูกยิงโดยตรงที่ยอดเยี่ยม เขามีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วและกล้าหาญในการออกมาเผชิญหน้ากับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม รวมถึงมีความสูงและพละกำลังที่เอื้อต่อการแย่งลูกอากาศในกรอบเขตโทษ
จุดอ่อน ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือการเล่นลูกยาวด้วยเท้า ในยุคที่ฟุตบอลสมัยใหม่ต้องการผู้รักษาประตูที่เล่นลูกยาวได้แม่นยำเหมือนกองหลัง เขาทำได้ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับมาตรฐานระดับโลก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทีมที่ต้องการสร้างเกมจากแนวหลังลังเลใจ
แต่สำหรับยูเวนตุสในยุคของเด แซร์บี้ ที่เน้นเกมรับที่มั่นคงและการสร้างโอกาสจากแนวกลาง จุดแข็งของวิคาริโออาจเข้ากันได้ดีกว่าที่คิด
เปรียบเทียบ: วิคาริโอ vs ดิ เกรกอริโอ
| ประเด็น | วิคาริโอ | ดิ เกรกอริโอ |
|---|---|---|
| อายุ | 29 ปี | 27 ปี |
| สัญชาติ | อิตาลี | อิตาลี |
| ประสบการณ์ระดับสูง | พรีเมียร์ลีก + ชิงแชมป์ยุโรป | เซเรีย อา |
| การเล่นลูกเท้า | พอใช้ | ดีกว่า |
| การต้านลูกยิง | ยอดเยี่ยม | ดี |
| สถานะในทีมชาติ | มีโอกาสติดธง | ต่ำกว่า |
จากตารางข้างต้น จะเห็นว่าทั้งสองมีจุดดีและจุดด้อยต่างกัน แต่ในแง่ชื่อเสียงและประสบการณ์ในลีกสูงสุดของยุโรป วิคาริโอยังคงมีความโดดเด่นกว่า
มุมมองของท็อตแน่ม: ขายหรือเก็บ?
สำหรับสเปอร์สเอง สถานการณ์ชัดเจนขึ้นทุกวัน ทีมผ่านฤดูกาลที่แสนทรมานและเกือบตกชั้น ขณะที่คินสกี้พิสูจน์ตัวเองได้ในช่วงท้ายฤดูกาล ทำให้โค้ชเด แซร์บี้มีผู้รักษาประตูหนุ่มไฟแรงที่ไม่ต้องง้อวิคาริโออีกต่อไป
จากมุมมองธุรกิจ การขายวิคาริโอในราคา 25 ล้านยูโรถือเป็นโอกาสทอง เพราะพวกเขาจะได้เงินคืนมากกว่าที่ลงทุนไป และยังเปิดพื้นที่เงินเดือนเพื่อนำผู้รักษาประตูใหม่มาลงทุน รายงานระบุว่าสเปอร์สกำลังจับตาดูผู้รักษาประตูหลายรายในพรีเมียร์ลีกเพื่อเตรียมไว้เป็นตัวเลือกทดแทน
บทสรุป: การโอนย้ายที่อาจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของทุกฝ่าย
การโอนย้ายวิคาริโอมายังยูเวนตุสไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขบนกระดาษ มันคือเรื่องราวของนักฟุตบอลคนหนึ่งที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในบ้านเกิด ของสโมสรใหญ่ที่ต้องการผู้รักษาประตูที่เชื่อถือได้ และของสเปอร์สที่ต้องการเงินเพื่อสร้างทีมใหม่
ณ ตอนนี้ ยูเวนตุสพร้อมสู้ราคา ส่วนวิคาริโอพร้อมกลับบ้าน คำถามที่เหลือก็แค่ว่า ท็อตแน่มจะปล่อยเขาไปในราคาที่ทุกฝ่ายพอใจหรือไม่?
สำหรับวิคาริโอ นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะพิสูจน์ว่าฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นแค่บทเรียน ไม่ใช่บทปิดของอาชีพนักฟุตบอลระดับชาติ
คุณคิดว่าวิคาริโอจะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งในเซเรีย อา หรือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาผ่านไปแล้ว?