“ไม่มีใครหนี” พ่อเบนาวิเดซลั่นพร้อมชนเบเตอร์บิเยฟทันที หลังลูกชายพิชิตแชมป์สองรุ่น

ดราม่าน้ำลายบนเวทีมวยโลกยังไม่จบ เมื่อ โฮเซ เบนาวิเดซ ซีเนียร์ ออกมาโต้หน้าด้วยข้อความที่ชัดเจนกว่าใครทั้งนั้น ว่าลูกชายของเขาไม่เคยหลบหนีใครบนโลกนี้ และยืนยันพร้อมชก อาร์เทอร์ เบเตอร์บิเยฟ ในไฟต์ถัดไปทุกเมื่อ — แต่ความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด

เบเตอร์บิเยฟอ้างอะไร และทำไมถึงจุดชนวนเรื่องนี้

จุดเริ่มต้นของดราม่ารอบนี้มาจากคำให้สัมภาษณ์ของ อาร์เทอร์ เบเตอร์บิเยฟ อดีตแชมป์โลกรุ่นไลต์เฮฟวี่เวตผู้ยิ่งใหญ่ชาวรัสเซีย ที่ออกมากล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์สัญชาติรัสเซียว่า ตนเองยินยอมพร้อมใจที่จะขึ้นชกกับ ดาบิด เบนาวิเดซ หลังจากเอาชนะ แอนโทนี ยาร์ด ได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน แต่ฝั่งทีมงานของเบนาวิเดซกลับเป็นฝ่ายถอยหลัง เปลี่ยนใจไปเลือกชกกับ กิลเบอร์โต ซูร์โด รามิเรซ แทน

เบเตอร์บิเยฟยังพูดแทงใจดำในทำนองว่า “เบนาวิเดซเป็นคนที่พูดมากกว่าที่ทำ ทีมงานของเขาคงไม่คาดว่าผมจะตกลงเร็วขนาดนี้ พอผมบอกว่าตกลง พวกเขาก็เปลี่ยนใจทันที และหันไปเลือกรามิเรซแทน”

คำพูดเหล่านี้แพร่สะพัดไปทั่ววงการมวยโลก และกลายเป็นเชื้อเพลิงให้แฟนมวยถกเถียงกันอย่างดุเดือด

ฝ่ายเบนาวิเดซโต้กลับอย่างไร

โฮเซ เบนาวิเดซ ซีเนียร์ เทรนเนอร์และพ่อผู้เป็นทั้งผู้จัดการและที่ปรึกษาคู่ชีพของดาบิด ไม่รีรอที่จะออกมาแย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

“พวกเขาโกหก” คือประโยคแรกที่เขากล่าวกับ BoxingScene และ The Ring อย่างไม่อ้อมค้อม “เราต้องการชกกับเขา ถ้าทีมเบเตอร์บิเยฟพร้อม ให้ผู้จัดการของเขาโทรมาหาผม แล้วเราจะจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จภายในห้านาที คุณมีเบอร์ผู้จัดการเขาไหม มาเลย”

ยิ่งไปกว่านั้น โฮเซ ซีเนียร์ ยังพลิกเรื่องราวโดยระบุว่าฝ่ายของเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายเดินหน้าเจรจาก่อน โดยเข้าหาทีมงานของเบเตอร์บิเยฟก่อนที่การแข่งขันชก ยาร์ด จะเกิดขึ้นเสียอีก แต่ทีมงานของเบเตอร์บิเยฟในเวลานั้นกลับไม่แสดงความสนใจ

“เราเข้าหาอาร์เทอร์ เบเตอร์บิเยฟ และทีมงานของเขาก่อนไฟต์แอนโทนี ยาร์ด แต่พวกเขาไม่สนใจ เราไม่มีปัญหาอะไรกับการชกเบเตอร์บิเยฟในครั้งต่อไป ไม่จำเป็นต้องมาเล่นสงครามน้ำลาย ให้จัดการให้มันเกิดขึ้นเลย”

ดาบิด เบนาวิเดซ คือใคร และทำไมทั้งโลกต้องจับตา

เพื่อให้เข้าใจว่าเหตุใดไฟต์นี้จึงมีน้ำหนักมากขนาดนี้ ต้องย้อนดูเส้นทางของ ดาบิด เบนาวิเดซ วัย 29 ปี จากเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

เบนาวิเดซไม่ใช่แค่นักมวยไร้พ่าย เขาคือหนึ่งในนักชกที่อันตรายที่สุดในวงการมวยปัจจุบัน ด้วยสถิติ 32 ชัย ไม่มีพ่าย เป็นการชนะน็อก 26 ครั้ง เขาถือครองแชมป์โลกรุ่นไลต์เฮฟวี่เวตของสมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) และล่าสุดพิสูจน์ตัวเองในระดับที่สูงขึ้นอีกขั้น

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เบนาวิเดซขยับน้ำหนักขึ้นมาชนะ ซูร์โด รามิเรซ ด้วยการน็อกในยกที่หก คว้าแชมป์โลกรุ่นครูสเซอร์เวต (เกินเซนต์) ของสมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ) และองค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) มาครอง กลายเป็นแชมป์โลกสองรุ่นอย่างเต็มตัว และยิ่งตอกย้ำสถานะของตัวเองในฐานะนักชกอันดับต้นของโลก ณ ปัจจุบัน

ส่วนที่น่าทึ่งคือ เบนาวิเดซต้องเผชิญกับรามิเรซที่มีขนาดร่างกายใหญ่กว่า แต่ยังคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ แสดงให้เห็นถึงทักษะในเชิงเทคนิคและพลังหมัดที่ก้าวหน้าอย่างน่าเกรงขาม

เบเตอร์บิเยฟ อดีตราชาผู้หยุดนิ่ง

อาร์เทอร์ เบเตอร์บิเยฟ วัย 41 ปี คือหนึ่งในตำนานมีชีวิตของวงการมวยโลก เขาเคยถือครองแชมป์โลกรุ่นไลต์เฮฟวี่เวตแบบไม่มีผู้ท้าชิง (ครองครบทุกเข็มขัดสำคัญ) ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับ ดมิทรี บิโวล ในรายการรีแมตช์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตนักมวยอาชีพที่เบเตอร์บิเยฟต้องสะกดคำว่าพ่าย สถิติปัจจุบันของเขาคือ 21 ชัย 1 แพ้ เป็นการชนะน็อกถึง 20 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังหมัดที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่น้อยคนในโลกมวยจะเทียบได้

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่แพ้บิโวล เบเตอร์บิเยฟก็เงียบหายออกจากสังเวียน ยังไม่มีการประกาศไฟต์ถัดไปอย่างเป็นทางการ ทำให้แฟนมวยต่างตั้งคำถามว่าชายวัย 41 ปีผู้นี้จะกลับมาสู้ในระดับสูงสุดได้อีกหรือไม่

สามเส้าอำนาจ: เบนาวิเดซ — เบเตอร์บิเยฟ — บิโวล

ภาพรวมของวงการมวยโลกรุ่นไลต์เฮฟวี่เวตในขณะนี้คือสามเส้าอำนาจที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบหลายปี ประกอบด้วยชายสามคนที่แต่ละคนล้วนมีเหตุผลเพียงพอที่จะอ้างตำแหน่ง “นักชกที่ดีที่สุดในรุ่น”

ดมิทรี บิโวล ถือครองแชมป์โลกถึงสี่เข็มขัดหลักจากองค์กร ดิ ริง, ดับเบิลยูบีเอ, ดับเบิลยูบีโอ และไอบีเอฟ หลังจากเอาชนะเบเตอร์บิเยฟในการรีแมตช์ด้วยคะแนน สถิติของเขาคือ 24 ชัย 1 แพ้ และกำลังจะกลับมาสู้อีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ โดยมีรายงานว่าบิโวลอาจเปิดศึกครั้งที่สามกับเบเตอร์บิเยฟ หรือขึ้นชกกับเบนาวิเดซในช่วงเดือนธันวาคม

อาร์เทอร์ เบเตอร์บิเยฟ แม้จะแพ้ครั้งแรก แต่ยังคงมีสถานะสำคัญในฐานะอดีตแชมป์ไม่มีพ่ายและนักชกที่ยังอันตรายไม่แพ้ใคร ยังไม่มีรายงานการกลับมาสู้อย่างชัดเจน

ดาบิด เบนาวิเดซ แชมป์โลกสองรุ่นที่กำลังร้อนแรงที่สุด อยู่ในฟอร์มพุ่งและมีอายุเพียง 29 ปี เปรียบได้กับ “เสือที่หิวที่สุดในป่า” ณ ขณะนี้

น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อมีรายงานจาก World Boxing News ว่า ผู้จัดการของบิโวล คือ วาดิม คอร์นิลอฟ ได้พูดถึงความเป็นไปได้ที่ เบนาวิเดซ กับ เบเตอร์บิเยฟ จะพบกันในเดือนกันยายน และผู้ชนะจะได้เผชิญหน้ากับบิโวลในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งหากสำเร็จ นั่นจะเป็นโรดแมปของวงการมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ

วิเคราะห์เชิงเทคนิค: ถ้าได้ชกกันจริง ใครได้เปรียบ

หากมองจากมุมเทคนิคการชก ไฟต์ระหว่างเบนาวิเดซและเบเตอร์บิเยฟจะเป็นการปะทะกันของสองสไตล์ที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

เบนาวิเดซมีความได้เปรียบในด้านขนาดร่างกาย เขามีส่วนสูง 188 เซนติเมตร พร้อมแขนยาว 74 นิ้ว เขาเป็นนักชกที่ชอบรุกและโยนหมัดเป็นชุด ฟอร์มล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเขาพัฒนาทักษะการวางบล็อกและการควบคุมระยะห่างได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยอายุเพียง 29 ปี เขายังอยู่ในช่วงพีคของสมรรถภาพร่างกาย

เบเตอร์บิเยฟในอีกทางหนึ่ง คืออาวุธที่อันตรายที่สุดที่ชีวิตมวยสมัครเสพติดจะสร้างขึ้นได้ ด้วยสถิติน็อก 20 จาก 21 ไฟต์ในยุคอาชีพ หมัดของเขาหนักแน่นและมีพลังทำลายล้างสูง เขาเชี่ยวชาญในการตัดมุม บีบกดดัน และเดินหน้าเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างไม่ลดละ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอายุ 41 ปี และความเงียบหายหลังแพ้บิโวล ทำให้ต้องตั้งคำถามว่าเขายังคงเป็นเบเตอร์บิเยฟในระดับสูงสุดได้หรือไม่

เส้นทางของเบนาวิเดซหลังจากนี้: สองทางแยก

โฮเซ เบนาวิเดซ ซีเนียร์ เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่าเป้าหมายสูงสุดของลูกชายในขณะนี้คือ ดมิทรี บิโวล ไม่ใช่เบเตอร์บิเยฟ

การเอาชนะบิโวลจะทำให้ดาบิด เบนาวิเดซกลายเป็นแชมป์โลกไม่มีคู่แข่งในรุ่นไลต์เฮฟวี่เวต โดยรวมเข็มขัดแชมป์จากทุกองค์กรไว้ในมือเพียงคนเดียว นั่นคือเป้าหมายที่จะเขียนชื่อเขาลงในประวัติศาสตร์อย่างถาวร

แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีเส้นทางที่สองที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ นั่นคือ สมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) เพิ่งมีมติสั่งให้ โนเอล มิคาเอเลียน แชมป์โลกรุ่นครูสเซอร์เวตของดับเบิลยูบีซี ต้องลงสู้กับเบนาวิเดซในฐานะการชิงแชมป์บังคับ หากเบนาวิเดซยังเดินเส้นทางนี้ต่อ เขาก็อาจมีแชมป์ครูสเซอร์เวตถึงสามเข็มขัด ก่อนที่จะลงมาเก็บ บิโวล เป็นรายการสุดท้าย

เหตุใดแฟนมวยไทยต้องสนใจไฟต์นี้

วงการมวยไทยนั้นรู้จักและเข้าใจกีฬาการชกอย่างลึกซึ้ง ด้วยรากเหง้าของมวยไทยที่ผลิตนักสู้ระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง การที่จะมองข้ามการต่อสู้ระดับนี้ในวงการมวยสากลได้ยากมาก

ไฟต์เบนาวิเดซ — เบเตอร์บิเยฟ ไม่ใช่แค่การชกธรรมดา แต่มันคือการปะทะกันของสองปรัชญาการต่อสู้ที่แตกต่างกัน ระหว่างความร้อนแรงหนุ่มไฟแรงของเบนาวิเดซ กับประสบการณ์อาชีพและพลังทำลายล้างของเบเตอร์บิเยฟ

นอกจากนี้ ยังมีบทเรียนทางจิตวิทยาการกีฬาที่น่าสนใจในเรื่องนี้ เบเตอร์บิเยฟที่เพิ่งแพ้เป็นครั้งแรกในชีวิตมวยอาชีพ จะกลับมาด้วยพลังแก้แค้น หรือจะสะดุดกับความกดดันของการสูญเสีย และเบนาวิเดซที่กำลังฟอร์มร้อนจัดหลังพิชิตแชมป์สองรุ่น จะสามารถรักษาระดับนี้ไว้ได้หรือไม่

สรุป: ดราม่าน้ำลายที่รอวันระเบิดบนสังเวียน

การโต้เถียงระหว่างสองค่ายในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของวงการมวยอาชีพสมัยใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ชกแล้วจบ แต่มีเรื่องของผลประโยชน์ การต่อรองสัญญา การจัดลำดับความสำคัญของไฟต์ และกลยุทธ์ระยะยาวเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหมด

โฮเซ เบนาวิเดซ ซีเนียร์ พูดถูกในแง่หนึ่ง ว่าไม่จำเป็นต้องมีสงครามน้ำลาย สิ่งที่แฟนมวยทั่วโลกต้องการเห็นคือทั้งสองฝ่ายขึ้นสังเวียน และปล่อยให้หมัดมวยเป็นผู้ตอบทุกคำถาม

คำถามที่ฝากไว้ให้คิดคือ ในโลกของกีฬาการต่อสู้ที่ผลประโยชน์ย่อมมาก่อนทุกอย่าง เราจะได้เห็นไฟต์นี้เกิดขึ้นจริงเมื่อไหร่ และถ้าเกิดขึ้น ใครจะเป็นผู้เดินออกจากสังเวียนในฐานะผู้ยิ่งใหญ่?