ONE 173 เปิดศึกใหญ่ประวัติศาสตร์! เพิ่ม 4 ไฟต์ชิงแชมป์โลก ณ กรุงโตเกียว

วัน แชมเปียนชิพ (ONE Championship) องค์กรศิลปะการต่อสู้ชั้นนำของโลก ได้ประกาศข่าวดีสำหรับแฟนกีฬาการต่อสู้ทั่วโลก เมื่อเพิ่มอีก 4 ไฟต์สุดเดือดเข้าสู่รายการ ONE 173 ที่กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ สนาม อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทำให้การแข่งขันครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในศึกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร

การเปิดศึกครั้งประวัติศาสตร์

ก่อนหน้านี้ ONE 173 ได้ประกาศคู่ชิงแชมป์โลกไว้แล้ว 3 คู่ และล่าสุดได้เพิ่มอีก 4 ไฟต์สุดระทึกที่จะทำให้อีเวนต์นี้กลายเป็นศึกที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน การเพิ่มไฟต์เหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ ONE Championship ในการมอบการแข่งขันที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับแฟนกีฬาการต่อสู้

ศึกครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาของ ONE Championship สู่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของวงการศิลปะการต่อสู้ในเอเชีย และคาดว่าจะดึงดูดความสนใจจากแฟน ๆ ทั่วโลกเป็นอย่างมาก

คู่เอก: “รถถัง” ปะทะ “น้องโอ๋” ชิงบัลลังก์มวยไทยฟลายเวต

ไฟต์แรกที่จะต้องจับตามองคือการประชันกันระหว่างสองตำนานมวยไทยในสังเวียน ONE โดย “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ปอนด์) จะเปิดศึกกับ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ปอนด์)

การแข่งขันครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่จะเป็นการชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวตที่ปัจจุบันอยู่ในสถานะว่าง ทำให้ผู้ชนะจะได้กลายเป็นจักรพรรดิใหม่ของรุ่นนี้ทันที

รถถัง จิตรเมืองนนท์ เป็นนักสู้ที่มีชื่อเสียงในการใช้เทคนิคมวยไทยแบบดั้งเดิมที่แข็งแกร่ง ด้วยศอกและเข่าที่รุนแรง ประกอบกับความแข็งแกร่งทางร่างกายที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ทำให้ได้รับฉายา “รถถัง” เนื่องจากสไตล์การสู้ที่ดุดันและไม่ย่อท้อ

ส่วน น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย เป็นนักสู้ที่มีเทคนิคการต่อสู้ที่ละเอียดและฉลาด มีความสามารถในการอ่านเกมคู่ต่อสู้และปรับตัวได้เป็นอย่างดี เขาเคยครองบัลลังก์แชมป์โลกในรุ่นแบนตัมเวต และการลงมาสู้ในรุ่นฟลายเวตครั้งนี้จะเป็นการทดสอบความสามารถในการปรับน้ำหนักและรูปแบบการต่อสู้

การเผชิญหน้าระหว่างสองนักสู้ระดับตำนานนี้คาดว่าจะเป็นไฟต์ที่เต็มไปด้วยเทคนิคมวยไทยระดับสูง และจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะการต่อสู้ไทยบนเวทีโลก

รีแมตช์สุดระทึก: คริสเตียน ลี vs อาลิเบก ราซูลอฟ

ไฟต์ที่สองที่จะต้องจับตามองคือการแข่งขันรีแมตช์ระหว่าง “คริสเตียน ลี” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นไลต์เวต (155-170 ปอนด์) และรุ่นเวลเตอร์เวต (170-185 ปอนด์) จากสหรัฐอเมริกา-สิงคโปร์ กับ “อาลิเบก ราซูลอฟ” นักสู้ไร้พ่ายจากตุรกี

การแข่งขันครั้งนี้เป็นการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก ONE MMA รุ่นไลต์เวต ซึ่งเป็นการแก้แค้นจากศึก ONE Fight Night 26 เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันครั้งแรกต้องจบลงแบบ “ไม่มีผลการแข่งขัน” (No Contest) เนื่องจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

ในการแข่งขันครั้งแรก คริสเตียน ลี ได้พลาดทำนิ้วจิ้มเข้าไปในดวงตาของอาลิเบก ราซูลอฟ ในระหว่างยกที่ 2 ทำให้นักสู้ชาวตุรกีไม่สามารถทำการแข่งขันต่อได้ และผู้ตัดสินต้องตัดสินให้การแข่งขันจบลงโดยไม่มีผู้ชนะ

คริสเตียน ลี เป็นนักสู้ที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งการต่อสู้ยืน การต่อสู้กราวด์ และการเปลี่ยนระดับการต่อสู้ เขาเป็นหนึ่งในนักสู้ที่มีความสามารถในการครองเข็มขัดสองรุ่นพร้อมกัน ซึ่งแสดงถึงความเป็นเลิศในด้านความสามารถและความแข็งแกร่งของเขา

ส่วนอาลิเบก ราซูลอฟ เป็นนักสู้ที่มีสถิติไร้พ่ายในสังเวียน ONE และเป็นที่รู้จักในด้านความแข็งแกร่งทางร่างกายและเทคนิคการต่อสู้ที่หลากหลาย เขามีความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้นและคว้าเข็มขัดแชมป์โลกให้ได้ในครั้งนี้

การรีแมตช์ครั้งนี้จึงมีความหมายพิเศษ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผลที่จะต้องพิสูจน์ตัวเอง คริสเตียนต้องการแสดงให้เห็นว่าเขาคือแชมป์ที่แท้จริง ในขณะที่อาลิเบกต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถเอาชนะแชมป์ได้หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

ประวัติศาสตร์ใหม่: นาดากะ vs หนุ่มสุรินทร์ ชิงแชมป์อะตอมเวต

ไฟต์ที่สามที่จะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับ ONE Championship คือการชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ปอนด์) เส้นแรกในประวัติศาสตร์ ระหว่าง “นาดากะ” ยอดนักสู้ขวัญใจเจ้าถิ่นญี่ปุ่น กับ “หนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา” กำปั้นลูกหลานชาวศรีสะเกษ

นาดากะ เป็นนักสู้ที่มีสถิติน่าทึ่งในการไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 39 ไฟต์ ซึ่งเป็นสถิติที่แสดงถึงความแข็งแกร่งและความสม่ำเสมอในการแสดงของเขา เขาเป็นที่รู้จักในด้านเทคนิคการต่อสู้ที่หลากหลายและความสามารถในการปรับตัวกับคู่ต่อสู้ที่แตกต่างกัน การที่เขาไม่เคยแพ้มานานถึง 39 ไฟต์นั้นแสดงให้เห็นถึงความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ส่วนหนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา เป็นตัวแทนของประเทศไทยที่มีผลงานน่าประทับใจในสังเวียน ONE Lumpinee ด้วยสถิติ 6 ไฟต์ไร้พ่ายบนสังเวียนนี้ ไฟต์ล่าสุดของเขาเป็นการแสดงที่น่าประทับใจเมื่อเขาสามารถพลิกล็อกเอาชนะคะแนนเสียงข้างมาก “ทรองชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์” และคว้าสัญญา ONE ฉบับที่ 32 มาครองได้สำเร็จ

การที่ ONE Championship ตัดสินใจสร้างเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นอะตอมเวตขึ้นมาใหม่นั้น แสดงถึงการขยายตัวและการพัฒนาของวงการศิลปะการต่อสู้ โดยการเปิดโอกาสให้นักสู้ที่มีรูปร่างเล็กกว่าได้มีเวทีแสดงความสามารถในระดับสูงสุด

การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการชิงแชมป์โลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการ โดยผู้ชนะจะกลายเป็นแชมป์โลกคนแรกของรุ่นอะตอมเวตใน ONE Championship และจะได้ชื่อว่าเป็นนักสู้ที่ทำประวัติศาสตร์

ศึกซูเปอร์สตาร์: มารัต กริกอเรียน vs รูคิยะ อันโปะ

ไฟต์ที่สี่ที่จะเพิ่มความตื่นเต้นให้กับรายการคือการพบกันระหว่าง “มารัต กริกอเรียน” นักชกมวยหมัดดุจากอาร์เมเนีย กับ “รูคิยะ อันโปะ” นักชกซูเปอร์สตาร์เจ้าถิ่นญี่ปุ่น ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ปอนด์)

การแข่งขันนี้มีความพิเศษตรงที่จะเป็นการเปิดตัวของรูคิยะ อันโปะ บนเวที ONE เป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดความสนใจจากแฟนกีฬาการต่อสู้ชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในนักชกที่มีชื่อเสียงในประเทศ

มารัต กริกอเรียน เป็นนักชกที่มีชื่อเสียงในด้านความแข็งแกร่งของหมัดและเทคนิคการต่อสู้ที่หลากหลาย เขาเป็นนักสู้ที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับคู่ต่อสู้ระดับโลกมามากมาย และมีความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ

ส่วนรูคิยะ อันโปะ เป็นนักชกที่มีฐานแฟนมากมายในญี่ปุ่น และการเปิดตัวของเขาบนเวที ONE จะเป็นการทดสอบความสามารถในการต่อสู้กับนักสู้ระดับนานาชาติ ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในอาชีพของเขา

การแข่งขันในกติกาคิกบ็อกซิ่งจะทำให้แฟน ๆ ได้เห็นการต่อสู้ที่เน้นเทคนิคการใช้หมัด เท้า และเข่า โดยไม่มีการใช้ศอกเหมือนในมวยไทย ทำให้เกมการต่อสู้มีความแตกต่างและน่าติดตาม

คำแถลงจากผู้บริหาร ONE Championship

นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานและซีอีโอของ วัน แชมเปียนชิพ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มไฟต์เหล่านี้เข้าสู่รายการ โดยกล่าวว่า “เราตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับการประกาศสุดยอดไฟต์ 4 คู่นี้ ที่จะทำให้ศึก ONE 173 กลายเป็นอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่และน่าจดจำสำหรับแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่น รวมถึงผู้ชมทั่วโลก”

เขาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของไฟต์ชิงแชมป์โลกมวยไทยรุ่นฟลายเวต โดยกล่าวว่า “การชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวตที่ว่างอยู่ ระหว่างสองตำนานอย่าง ‘รถถัง’ และ ‘น้องโอ๋’ คือไฟต์ในฝันที่แฟนมวยไทยเฝ้ารอ ทั้งคู่ต่างเป็นอดีตแชมป์โลก ONE ที่เคยสร้างผลงานสุดประทับใจให้แฟน ๆ มามากมาย”

สำหรับไฟต์รีแมตช์ เขาได้กล่าวถึงความสำคัญของการแข่งขันระหว่างคริสเตียน ลี กับ อาลิเบก ราซูลอฟ ที่จะเป็นการแก้ปัญหาที่เหลือค้างจากการแข่งขันครั้งแรก

นายชาตรียังได้กล่าวเสริมว่า “การประกบคู่เหล่านี้สะท้อนถึงมาตรฐานระดับสูงของศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ONE และกรุงโตเกียวจะได้เป็นสักขีพยานในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของวงการมวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง เมื่อยอดนักชกเหล่านี้ขึ้นสังเวียนในวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.นี้”

ไฟต์ชิงแชมป์โลกที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

นอกจากไฟต์ 4 คู่ที่เพิ่งประกาศไปนี้แล้ว ONE 173 ยังมีไฟต์ชิงแชมป์โลกที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้อีก 3 คู่ที่แฟน ๆ ต้องจับตามอง

คู่แรก คือการแข่งขันรวบเข็มขัดระหว่าง “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต กับ “มาซาอากิ โนอิริ” แชมป์โลกเฉพาะกาลขวัญใจเจ้าถิ่น เพื่อหาราชันหนึ่งเดียวของรุ่นนี้

การแข่งขันนี้เกิดขึ้นเนื่องจากปัจจุบันรุ่นเฟเธอร์เวตมีแชมป์โลกสองคน ซึ่งเกิดจากสถานการณ์พิเศษที่ทำให้ต้องมีการรวบเข็มขัดเพื่อหาจักรพรรดิที่แท้จริงของรุ่นนี้

คู่ที่สอง เป็นการรีแมตช์ชิงบัลลังก์ ONE MMA รุ่นเฮฟวีเวต (225-265 ปอนด์) ระหว่าง “รุง รุง” อูมาร์ คาน ราชันคนปัจจุบัน กับคู่ปรับเก่า “อนาโตลี มาลีคิน” จากรัสเซีย อดีตแชมป์โลกรุ่นนี้

การแข่งขันนี้เป็นการต่อเนื่องจากศึกเดิมที่ทั้งสองเคยมีประวัติการต่อสู้กัน และแฟน ๆ คาดหวังว่าจะได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดและเต็มไปด้วยแอ็คชั่น

คู่ที่สาม คือการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกของ “ยูยะ วากามัตสึ” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต จาก “โจชัว พาซิโอ” ราชัน ONE MMA รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ปอนด์) ที่ตั้งใจข้ามรุ่นมาชิงเข็มขัด

การที่โจชัว พาซิโอ ตัดสินใจข้ามรุ่นขึ้นมาต่อสู้นั้นแสดงถึงความมั่นใจในความสามารถของตัวเอง และจะเป็นการทดสอบว่าเขาสามารถครองเข็มขัดสองรุ่นพร้อมกันได้หรือไม่

นักสู้ซูเปอร์สตาร์คนอื่นๆ ที่จะร่วมชิงชัย

นอกจากไฟต์ชิงแชมป์โลกแล้ว ONE 173 ยังมีทัพนักสู้ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกมาร่วมแสดงฝีมือ ซึ่งรวมถึง “ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย” หนึ่งในนักสู้มวยไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่เป็นที่รู้จักในด้านเทคนิคการต่อสู้ที่สวยงามและมีประสิทธิภาพ

“แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” อีกหนึ่งดาวรุ่งของวงการมวยไทยที่มีฐานแฟนมากมาย และมีสไตล์การต่อสู้ที่น่าติดตาม เขาเป็นนักสู้ที่สามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้เสมอ

ทัพนักสู้จากญี่ปุ่นที่จะได้แสดงฝีมือในบ้านเกิดเมืองนอน ได้แก่ “ทาเครุ เซกาวา”, “ยูกิ โยซะ”, และ “คานะ โมริโมโตะ” ซึ่งแต่ละคนล้วนมีความสามารถและมีฐานแฟนในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

รวมถึง “เดนิส พูริช” นักสู้ที่มีประสบการณ์และความสามารถในระดับสูง ที่จะมาเพิ่มความน่าสนใจให้กับรายการครั้งนี้

ความสำคัญของ ONE 173 ต่อวงการศิลปะการต่อสู้

ONE 173 ถือเป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่สำคัญที่สุดของ ONE Championship ในปี 2568 เนื่องจากเป็นการรวมตัวของนักสู้ระดับโลกจากหลากหลายสาขาของศิลปะการต่อสู้ ทั้งมวยไทย คิกบ็อกซิ่ง และ MMA ในอีเวนต์เดียว

การที่องค์กรเลือกจัดงานที่กรุงโตเกียวนั้นสะท้อนถึงความสำคัญของตลาดญี่ปุ่นต่อวงการศิลปะการต่อสู้ โดยประเทศญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในด้านศิลปะการต่อสู้และมีแฟนกีฬาที่มีความรู้และเข้าใจในกีฬาประเภทนี้เป็นอย่างดี

การมีไฟต์ชิงแชมป์โลกถึง 7 คู่ในอีเวนต์เดียวนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยากในวงการศิลปะการต่อสู้ และจะทำให้ ONE 173 กลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่ถูกจดจำในประวัติศาสตร์ของ ONE Championship

การถ่ายทอดสดและความคาดหวัง

ONE 173 จะได้รับการถ่ายทอดสดไปยังแฟน ๆ ทั่วโลกผ่านช่องทางต่างๆ ของ ONE Championship โดยคาดว่าจะมีผู้ชมติดตามเป็นจำนวนมากทั้งในสนามและผ่านหน้าจอ

ความคาดหวังสำหรับอีเวนต์นี้อยู่ในระดับสูงมาก เนื่องจากการรวมตัวของนักสู้ชั้นนำจากทั่วโลก และการมีไฟต์ชิงแชมป์โลกหลายคู่ที่จะกำหนดทิศทางของวงการศิลปะการต่อสู้ในอนาคต

แฟน ๆ ศิลปะการต่อสู้ทั่วโลกต่างตั้งตารอการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ซึ่งจะเป็นคืนแห่งการต่อสู้ที่ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน

ONE 173 จึงไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองศิลปะการต่อสู้และความเป็นเลิศของนักสู้จากทั่วโลกที่มาร่วมแสดงความสามารถในคืนเดียวกัน