สหพันธ์เปตองและโบว์ลโลกออกหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งไม่รับรองการจัดการแข่งขันกีฬาเปตองในซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนธันวาคมนี้ หลังปัญหาความขัดแย้งภายในสมาคมกีฬาเปตองไทยยังไม่ได้รับการแก้ไข ส่งผลกระทบต่อนักกีฬาไทยและประเทศในภูมิภาคอาเซียน
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานมนตรีซีเกมส์ ร่วมกับนายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ และศาสตราจารย์ ดร.เจริญ วรรธนะสิน รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดแถลงข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าของปัญหาการจัดแข่งขันกีฬาเปตองในซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย
หนังสือสั่งแบนจากประธานสหพันธ์เปตองโลก
ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากนายคลอดด์ เอซีม่า ประธานสหพันธ์กีฬาเปตองและโบว์ลโลก (WPBF) แจ้งเกี่ยวกับวิกฤตปัญหาที่เกิดขึ้นกับกีฬาเปตองในประเทศไทย
สาเหตุหลักของการตัดสินใจครั้งนี้ เกิดจากการที่สหพันธ์กีฬาเปตองและโบว์ลโลกได้ทำการตัดชื่อสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทยออกจากการเป็นสมาชิกเปตองโลก และตัดสิทธิห้ามนายกสมาคมกีฬาเปตองที่กระทำการขาดความรับผิดชอบในฐานะผู้นำองค์กร ซึ่งไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกสมาคม
ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ที่สหพันธ์เปตองโลกระบุในหนังสือ ประกอบด้วยการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกีฬาและนักกีฬานับพันคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่บุคคลดังกล่าวแฝงตัวอยู่ในสมาคมเปตอง ทั้งที่ถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการกีฬาตลอดชีวิต จากข้อกล่าวหาการยักยอกเงิน ทุจริตการเลือกตั้ง และการคุกคามทางเพศ
ความพยายามแก้ไขปัญหาที่ไม่ประสบผลสำเร็จ
ในหนังสือฉบับเดียวกัน สหพันธ์เปตองโลกได้ยอมรับและให้การรับรองการทำหน้าที่ของคณะกรรมการกลางเปตอง ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และสมาคมโบว์ลแห่งประเทศไทย (ซึ่งเป็นสมาคมที่สหพันธ์ให้การรับรอง)
การรับรองที่ไม่เป็นผล แม้ว่าสหพันธ์เปตองโลกจะให้การรับรองกีฬาเปตองในซีเกมส์ครั้งที่ 33 และรับรองให้คณะกรรมการกลางดำเนินการเตรียมและจัดส่งนักกีฬาไทยลงแข่งขันได้ แต่ปัญหาก็ยังคงดำเนินต่อไป
ความไม่ร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประธานสหพันธ์เปตองโลกระบุในหนังสือว่า ขณะนี้ทราบว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ปฏิเสธที่จะยอมรับและดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการกลาง ทั้งที่บุคลากรของ กกท. เองก็ร่วมอยู่ในคณะกรรมการกลางชุดนี้
การใช้เงินสนับสนุนอย่างไม่เหมาะสม
สหพันธ์เปตองโลกแสดงความกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการที่นายกสมาคมคนดังกล่าวยังคงนำเงินสนับสนุนจากภาครัฐที่สนับสนุนกีฬาเปตองไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนอย่างต่อเนื่อง สหพันธ์ระบุว่า “เราไม่อาจทนให้กีฬาของเรา ซึ่งมีการแข่งขันกันอย่างแพร่หลาย ทั้งยังได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) อย่างเป็นทางการ ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของใครบางคนในทางที่ไม่ถูกต้องต่อไปได้”
การขาดความสามารถในการจัดการ สหพันธ์เปตองโลกมีความเห็นว่า นายกสมาคมคนดังกล่าวขาดความสามารถและความเหมาะสมในการจัดการแข่งขันเปตองในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่ต้องปฏิเสธการจัดการแข่งขันเปตองในกีฬาซีเกมส์ที่จะมาถึงนี้
บทลงโทษที่รุนแรงต่อประเทศในภูมิภาค
การตัดสินใจของสหพันธ์เปตองโลกไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อไทยเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียนด้วย สหพันธ์ได้แจ้งว่าจะแจ้งให้กับสหพันธ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทราบว่า หากชาติใดส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเปตองในซีเกมส์ครั้งนี้ จะถูกห้ามเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติเป็นระยะเวลา 2 ปี จนถึงซีเกมส์ครั้งหน้าที่มาเลเซียในปี 2027
การแข่งขันที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการแข่งขัน เวิลด์เกมส์ (World Games), เอเชียนเกมส์ (Asian Games) และเอเชียนมาสเตอร์เกมส์ (Asian Master Games) ซึ่งถือเป็นการลงโทษที่รุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้าง
การแจ้งหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในช่วงท้ายของเอกสารจากประธานสหพันธ์เปตองโลก ระบุว่าสหพันธ์จะแจ้งข้อยุติครั้งนี้ให้แก่คณะกรรมการโอลิมปิคชาติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันซีเกมส์ให้ทราบ รวมถึงรัฐบาลไทย เพื่อให้เข้าใจถึงเหตุผลที่ทำให้นักกีฬาพลาดโอกาสในการได้รับเหรียญรางวัลและตำแหน่งต่างๆ อันเนื่องมาจากบุคคลเพียงคนเดียว ทั้งที่บุคคลนั้นควรจะถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการกีฬาตลอดชีวิต
ความพยายามของคณะกรรมการโอลิมปิคไทย
ผศ.พิมล กล่าวอย่างเศร้าใจว่า หลังจากได้รับหนังสือจากประธานสหพันธ์เปตองโลกฉบับล่าสุดนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่จบแล้วสำหรับกีฬาเปตองในซีเกมส์ครั้งที่ 33 แม้จะเป็นการจบที่ไม่สวยงามก็ตาม
ความพยายามที่ไม่ประสบผลสำเร็จ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทยเล่าว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการโอลิมปิคไทยและคณะกรรมการกลางที่ตั้งขึ้นมาได้พยายามเข้ามาแก้ปัญหาเพื่อให้กีฬาเปตองเดินหน้าต่อไปได้ โดยยึดประโยชน์ของประเทศและนักกีฬาเป็นสำคัญ แต่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กลับพยายามที่จะไม่ยึดถือตามแนวทางของสหพันธ์เปตองโลก
ผลลัพธ์ที่ตามมา จนมาถึงขั้นที่สหพันธ์ต้องทำหนังสือแจ้งไม่รับรองให้จัดเปตองในซีเกมส์ และที่หนักที่สุดคือการคาดโทษสำหรับประเทศในอาเซียนที่จะส่งนักกีฬาเปตองเข้าแข่งซีเกมส์ก็จะถูกแบนจากสหพันธ์ด้วยเช่นกัน
ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน
ประธานคณะกรrmการโอลิมปิคไทยอธิบายถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “ที่ผ่านมาคณะกรรมการโอลิมปิคและคณะกรรมการกลางพยายามแก้ไขปัญหาเพื่อให้กีฬาเปตองเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากเป็นสมาคมกีฬาที่อยู่ในพระราชินูปถัมภ์ แต่เมื่อ กกท. มีความเห็นต่างไปจากเรา นายทะเบียน กกท. ยังให้การยอมรับและรับรองคณะกรรมการสมาคมที่มีปัญหากับสหพันธ์เปตองโลก”
การไม่ยอมรับนักกีฬาที่ได้รับการรับรอง นอกจากนี้ กกท. ยังไม่ยอมรับนักกีฬาที่คณะกรรมการกลางซึ่งได้รับการรับรองจากสหพันธ์เปตองโลกได้คัดเลือกและส่งเข้าแข่งขัน ซึ่งนักกีฬาชุดนี้เพิ่งไปคว้ารางวัลชนะเลิศในกีฬาเปตองชิงแชมป์โลก 3 รายการ และได้เหรียญทองแดง 1 รายการ จากการแข่งขันทั้งหมด 5 รายการ
ผลงานที่น่าภาคภูมิใจที่กลายเป็นความเศร้าโศก
ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทยกล่าวด้วยความเศร้าใจว่า ผลงานของนักกีฬาไทยถือว่าเป็นผลงานที่ประจักษ์และสามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีในซีเกมส์ได้ แต่น่าเสียดายที่ กกท. ยังคงพยายามทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับข้อรับรองของสหพันธ์เปตองโลก จนเป็นเหตุให้กีฬาเปตองไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ในซีเกมส์ครั้งนี้
ความหมายของการสูญเสีย การสูญเสียโอกาสในการแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อนักกีฬาไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสูญเสียโอกาสในการแสดงให้โลกเห็นถึงศักยภาพของกีฬาเปตองไทย ซึ่งมีความแข็งแกร่งและสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก
ผลกระทบต่อนักกีฬาและกีฬาไทย
การตัดสินใจของสหพันธ์เปตองโลกส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อนักกีฬาเปตองไทยที่ได้เตรียมตัวมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีฬาที่เพิ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันระดับโลก พวกเขาต้องสูญเสียโอกาสในการแข่งขันในเวทีใหญ่ที่จัดขึ้นในประเทศบ้านเกิดของตนเอง
ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ เหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 และอาจกลายเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีสำหรับการจัดการกีฬาระดับนานาชาติในอนาคต
ผลกระทบต่อประเทศในภูมิภาค นอกจากไทยแล้ว ประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียนที่มีนักกีฬาเปตองที่มีคุณภาพก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ระหว่างการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในซีเกมส์และเสี่ยงต่อการถูกแบนจากการแข่งขันระดับนานาชาติเป็นเวลา 2 ปี
บทเรียนและทางออก
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการบริหารจัดการกีฬาไทย แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีธรรมาภิบาลที่ดี ความโปร่งใส และการยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้องในการบริหารจัดการองค์กรกีฬา
ความจำเป็นในการปฏิรูป การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนต้องอาศัยการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกีฬาในประเทศ โดยเฉพาะการสร้างกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคล้ายคลึงกันในอนาคต
การสร้างความเชื่อมั่น ในระยะยาว การฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากสหพันธ์กีฬานานาชาติจะต้องอาศัยการดำเนินการที่ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ผลกระทบระยะยาว
เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหพันธ์กีฬานานาชาติในระยะยาว และอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติในอนาคต การสร้างความน่าเชื่อถือและการฟื้นฟูภาพลักษณ์จะต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างต่อเนื่อง
แนวทางการแก้ไข เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต จำเป็นต้องมีการปรับปรุงระบบการกำกับดูแลและการบริหารจัดการสมาคมกีฬา สร้างกลไกการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลในองค์กรกีฬาทุกระดับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกีฬาเปตองในซีเกมส์ครั้งที่ 33 จึงเป็นมากกว่าแค่การสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน แต่เป็นการสูญเสียความน่าเชื่อถือและเกียรติยศของกีฬาไทยในเวทีนานาชาติ ซึ่งจะต้องใช้ความพยายามและเวลาอันยาวนานในการฟื้นฟูและสร้างใหม่