ศึกอนาคตชาติ! เปิดฉาก “กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026” รุ่น 16 ปี ร้อนระอุตั้งแต่นัดแรก กันทรารมณ์ถล่ม 6-3 สะเทือนวงการ

ไฮไลท์เด็ดของเรื่องนี้

เมื่อเด็ก 16 ปีพิสูจน์ว่าอนาคตฟุตบอลไทยยังสดใส

มีคำกล่าวในวงการฟุตบอลว่า “อยากรู้ว่าทีมชาติชุดใหญ่จะเป็นอย่างไรในอีก 10 ปี ให้ดูที่สนามฝึกซ้อมของเด็กอายุ 16 ปีวันนี้”

และถ้าวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 คือบทตอบของคำถามนั้น คำตอบที่ได้ก็คือ “ฟุตบอลไทยยังไม่ตาย”

การเปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันฟุตบอล “กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026” รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภท ก ชิงถ้วยพระราชทานพลตรีหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้มอบเกมฟุตบอลที่มีประตู มีดราม่า มีการพลิกล็อก และมีนักเตะหน้าใหม่ที่รอแจ้งเกิดอีกจำนวนมาก

ในวันเดียว 4 คู่แข่งขัน ทั้ง 2 กลุ่มเริ่มต้นด้วยไฟแห่งการแข่งขันที่ร้อนแรงอย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะเกมในกลุ่ม A ระหว่าง กันทรารมณ์ กับ โพธินิมิตวิทยาคม ที่ถล่มกันไป 9 ประตูรวม ก่อนจบลงด้วยสกอร์ 6-3 ที่ทำให้ทุกคนที่นั่งดูลืมหายใจไปชั่วขณะ


ประวัติและความสำคัญ: ถ้วยนี้ไม่ธรรมดา

ก่อนจะลงลึกไปถึงสนามหญ้า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการแข่งขันชิงถ้วย “กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ” นั้นมีความสำคัญในระดับใดสำหรับวงการฟุตบอลเยาวชนไทย

รายการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนึ่งในสื่อกีฬาชั้นนำของประเทศ ด้วยเป้าหมายหลักในการ “ค้นหา บ่มเพาะ และผลักดัน” นักเตะเยาวชนที่มีความสามารถจากทั่วประเทศ ให้มีเวทีที่เหมาะสมในการแสดงฝีมือและสร้างชื่อเสียง

ยิ่งไปกว่านั้น การที่รายการนี้ได้รับ ถ้วยพระราชทาน จากพลตรีหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่านี่ไม่ใช่การแข่งขันระดับโรงเรียนธรรมดา แต่คือรายการที่ถูกจับตามองในระดับประเทศ

สำหรับนักเตะอายุ 16 ปี การได้ขึ้นสนามในรายการนี้จึงเปรียบเหมือนการก้าวขึ้นไปอยู่บนเวทีแห่งแรกของชีวิต การแสดงออกในวันนี้อาจหมายถึงการถูกจับตาจากสโมสรอาชีพในอนาคตอันใกล้ ด้วยเหตุนี้เองทุกเกม ทุกประตู และทุกการเคลื่อนไหวบนสนาม จึงมีความหมายมากกว่าแค่ 3 แต้ม


กลุ่ม A นัดที่ 1: พิชญบัณฑิต บุกสยบ วิชูทิศ 2-1 แบบหืดขึ้นคอ

สนามมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คือสมรภูมิแรกของศึกนี้ ระหว่าง โรงเรียนพิชญบัณฑิต กับ โรงเรียนวิชูทิศ ในนัดที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเกม “ดูเชียร์สนุก” แต่กลับให้ความตื่นเต้นแบบไม่คาดคิด

ครึ่งแรก เริ่มต้นได้ไม่นาน พิชญบัณฑิต ก็แสดงความกล้าในการบุกด้วยการเปิดประตูขึ้นนำในนาทีที่ 16 จาก ณภัทร ลาแพงศรี ที่ควบบอลเข้ามาก่อนซัดด้วยเท้าซ้ายฝังตาข่ายเอาไว้ได้ ผลงานนั้นทำให้ฝ่ายพิชญบัณฑิตเข้าพักครึ่งด้วยความได้เปรียบ 1-0

ครึ่งหลัง ฝ่ายพิชญบัณฑิตยังคงกุมจังหวะการเล่นเอาไว้ได้ดี และในนาทีที่ 61 ภูวดล อินทร์ทนู ก็โฉบขึ้นมาโหม่งลูกเตะมุมเข้าประตูได้สำเร็จ ทำให้สกอร์ถ่างออกเป็น 2-0 ดูเหมือนเกมจะจบแบบไม่มีลุ้น

แต่ฟุตบอลไม่เคยเล่นตามสคริปต์ใคร

วิชูทิศ พลิกสถานการณ์ทันทีในนาทีที่ 65 เมื่อ ลักกี้ซีเนียล โทลโน่ บุกเดี่ยวเข้ามาซัดลดหนึ่งประตูกลับมาเป็น 2-1 เปิดฉากไล่ตีตื้นในช่วง 25 นาทีสุดท้าย วิชูทิศกดดันอย่างหนัก แต่พิชญบัณฑิตก็ยึดแนวรับไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

จบเกม: พิชญบัณฑิต 2-1 วิชูทิศ เก็บชัยชนะนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มไปได้อย่างหืดขึ้นคอ

สิ่งที่น่าจับตามองจากเกมนี้คือความสมบูรณ์ของระบบป้องกันของพิชญบัณฑิต ในขณะที่วิชูทิศแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะตามอยู่ก็ตาม ซึ่งทั้งสองทีมจะได้ลุ้นอีกครั้งในนัดถัดไปวันที่ 11 สิงหาคม


กลุ่ม A นัดที่ 2: มหากาพย์ 9 ประตู กันทรารมณ์ ถล่ม โพธินิมิตวิทยาคม 6-3

ถ้าเกมแรกให้ความตื่นเต้นแบบ “เรียบง่ายแต่ลุ้น” เกมที่สองในกลุ่ม A คือสิ่งที่ตรงข้ามกันอย่างสมบูรณ์ มันคือ มหากาพย์ฟุตบอล ที่ยัดเยียดอารมณ์ทุกรูปแบบให้กับผู้ชมตลอด 90 นาที

ที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ (คลอง 6) โรงเรียนกันทรารมณ์ เจ้าของฉายา “มัธยมบราซิล” พบกับ โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม และทั้งสองทีมก็ร่วมกันสร้างเกมที่คนดูจะจดจำไปอีกนาน

ครึ่งแรก: แฮตทริก 18 นาที และการตีตื้นอันน่าตื่นตะลึง

เกมยังไม่ถึงนาทีที่ 20 ก็มีประตูไปแล้วถึง 3 ลูก และทั้งหมดมาจากนักเตะคนเดียวคือ จักราวุธ เวี่ยงสิมา แห่งกันทรารมณ์

จักราวุธเปิดสกอร์ในนาทีที่ 8 ตามด้วยนาทีที่ 10 ก่อนจะปิดท้ายด้วยลูกซัดด้วยเท้าซ้ายภายในกรอบเขตโทษในนาทีที่ 18 แฮตทริกภายใน 18 นาทีของเกม คือหนึ่งในผลงานที่น่าประทับใจที่สุดในรายการนี้

อย่างไรก็ตาม โพธินิมิตวิทยาคมไม่ยอมจมกับสถานการณ์ เบนญามิน อัดมาด โขกลูกโหม่งกลับมาในนาทีที่ 38 ตามด้วยจุดโทษจาก ธีรภัทร์ ทัศนา ในนาทีที่ 40+5 ทำให้ช่วงพักครึ่งสกอร์อยู่ที่ 3-2 เพื่อกันทรารมณ์ ซึ่งดูเหมือนเกมยังมีความหวังสำหรับฝ่ายตาม

ครึ่งหลัง: ดราม่าไม่หยุด จนถึงนาทีสุดท้าย

โพธินิมิตวิทยาคมออกมาเต็มเครื่องในครึ่งหลัง และในนาทีที่ 51 ยศกร ปะวิโน ก็หาประตูตีเสมอ 3-3 ได้สำเร็จ จากความผิดพลาดของแนวรับกันทรารมณ์ ณ จุดนั้น ดูเหมือนเกมกำลังจะพลิกทิศทาง

แต่ ธนวุฒิ ศรีโลห้อ มีความคิดที่แตกต่างออกไป เขาหลุดเข้าไปยิงในนาทีที่ 71 ทวงคืนความได้เปรียบให้กันทรารมณ์กลับมาเป็น 4-3 จากนั้นในนาทีที่ 80+2 ธนวุฒิก็ยิงประตูที่สองของตัวเอง หลังยกบอลข้ามนายด่านออกมาได้อย่างสง่างาม ทำให้สกอร์เป็น 5-3 ก่อนที่ ยศภัทร ธรรมศรี จะปิดกล่องในนาทีที่ 80+4 สร้างสกอร์สุดท้ายเป็น 6-3

จบเกม: กันทรารมณ์ 6-3 โพธินิมิตวิทยาคม ยึดจ่าฝูงกลุ่ม A ได้ทันที

กันทรารมณ์พิสูจน์ว่าฉายา “มัธยมบราซิล” นั้นไม่ได้ได้มาเปล่าๆ ด้วยแนวทางการเล่นที่สร้างสรรค์ บุกจริง และไม่ยอมหยุดแม้จะตีเสมอ ในขณะที่โพธินิมิตวิทยาคมก็แสดงให้เห็นหัวใจนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ตลอด 90 นาที


กลุ่ม B นัดที่ 1: อัสสัมชัญธนบุรี เชือด วัดสุทธิวราราม 1-0

ข้ามมาที่กลุ่ม B ที่สนามมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี หรือที่แฟนบอลเรียกกันว่า “เจ้าสัวน้อย” พบกับ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ในเกมที่ดุเดือดน้อยกว่าในกลุ่ม A แต่แน่นหนากว่าในแง่ยุทธวิธีการเล่น

เกมดำเนินไปอย่างสูสีตลอดครึ่งแรก ทั้งสองทีมต่างระมัดระวังในการเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้าม จนกระทั่งในนาทีที่ 73 ศิริวัฒน์ หวาเอียด ของอัสสัมชัญธนบุรีก็พบกับโอกาสทอง เมื่ออยู่ถูกที่ถูกเวลาในการเก็บลูกยิงของเพื่อนร่วมทีมก่อนจะซัดด้วยเท้าขวาเข้าประตูได้สำเร็จ

ประตูเดียวเพียงพอ อัสสัมชัญธนบุรีรักษาสกอร์ 1-0 ไว้ได้จนหมดเกม

จบเกม: อัสสัมชัญธนบุรี 1-0 วัดสุทธิวราราม เก็บชัยชนะนัดแรกเรียบร้อย

สิ่งที่น่าสนใจในเกมนี้คือความสามารถในการควบคุมจังหวะของอัสสัมชัญธนบุรีในช่วงที่ตามหลังโดยไม่มีสกอร์ บางครั้งการชนะ 1-0 ต้องการวุฒิภาวะมากกว่าการชนะ 5-0 เสียอีก


กลุ่ม B นัดที่ 2: เทพศิรินทร์ “รับน้อง” เทพศิรินทร์ เชียงใหม่ 4-1

เกมปิดวันในกลุ่ม B ที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ (คลอง 6) มีมิติพิเศษที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นการพบกันระหว่างสองทีมที่มีชื่อเดียวกัน ต่างกันเพียงเมืองต้นสังกัด

โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ ในฐานะ “น้องใหม่” ของรายการ ก้าวเข้าสนามพร้อมความฝันและความมุ่งมั่น ขณะที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ ซึ่งแฟนบอลรู้จักกันในชื่อ “เด็กเทพ” คือทีมที่มีชื่อเสียงยาวนานในวงการฟุตบอลโรงเรียน

ต้นยกแรกมีสัญญาณดีจากเชียงใหม่ เมื่อ ภัทรพงศ์ พันธศรี เปิดประตูนำ 1-0 ในนาทีที่ 9 ทำให้ฝ่ายเหนือมีความหวัง แต่ ศรัณยู จูเปาะ ก็ยิงตีเสมอ 1-1 ให้เทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ กลับมาได้ในนาทีที่ 19

ครึ่งหลังเป็นของ “เด็กเทพ” อย่างสมบูรณ์ ทวิชาติ วิชัยดิษฐ นำหน้าขึ้นเป็น 2-1 ในนาทีที่ 47 จากนั้น ธนดล แก่นสุวรรณ ตอกย้ำในนาทีที่ 72 และ สวรุฎ นาคราช ปิดท้ายในนาทีที่ 80 ทำให้สกอร์สุดท้ายเป็น 4-1

จบเกม: เทพศิรินทร์ 4-1 เทพศิรินทร์ เชียงใหม่ คว้า 3 แต้มขึ้นเป็นจ่าฝูงกลุ่ม B

ในมุมมองหนึ่ง นี่คือบทเรียนที่มีคุณค่าสำหรับเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ การได้พบกับทีมที่แข็งแกร่งกว่าตั้งแต่นัดแรก คือประสบการณ์ที่ไม่มีวันซื้อหาได้ด้วยเงิน


มิติด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา: ทำไม 16 ปีถึงเป็นช่วงวัยทองของนักฟุตบอล

ในแวดวงวิทยาศาสตร์การกีฬา อายุ 14-17 ปีถูกระบุว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาทักษะฟุตบอลของนักกีฬา โดยนักวิจัยด้านพัฒนาการนักกีฬาเรียกช่วงนี้ว่า “หน้าต่างแห่งโอกาส” ซึ่งร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการรับรู้รูปแบบการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อน

ในช่วงอายุนี้ กล้ามเนื้อเริ่มพัฒนาเต็มที่แต่ยังไม่แข็งทื่อ ระบบประสาทยังเรียนรู้ได้รวดเร็ว และจิตใจยังมีความยืดหยุ่นสูงต่อการรับคำสอนและวิธีการเล่นใหม่ๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนักเตะระดับโลกส่วนใหญ่จึงได้รับการค้นพบและพัฒนาในช่วงอายุนี้

สิ่งที่เราเห็นในศึกกรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026 จึงไม่ใช่แค่การแข่งฟุตบอลโรงเรียน แต่มันคือห้องทดลองที่นักเตะรุ่นต่อไปของประเทศกำลังแสดงศักยภาพออกมาให้โลกได้เห็น

นักเตะอย่าง จักราวุธ เวี่ยงสิมา ที่ยิงแฮตทริกใน 18 นาที หรือ ธนวุฒิ ศรีโลห้อ ที่ยิง 2 ประตูในช่วงทดเวลา คือตัวอย่างที่ชัดเจนของนักเตะที่มีทั้งทักษะ ความหนักแน่นทางจิตใจ และสัญชาตญาณการยิงประตูที่ติดตัวมาแต่กำเนิด


มิติด้านธุรกิจ: ฟุตบอลเยาวชนในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นบทพิสูจน์

ปัจจุบัน ฟุตบอลเยาวชนไม่ได้อยู่แค่ในสนามอีกต่อไป เพราะโซเชียลมีเดียได้เปิดมิติใหม่ให้การค้นหานักเตะกลายเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา

คลิปประตูสวยๆ ของนักเตะอายุ 16 ปีในรายการนี้ หากเผยแพร่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล อาจถูกมองเห็นโดยผู้สรรหาของสโมสรอาชีพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายในไม่กี่ชั่วโมง นั่นทำให้รายการระดับประเทศอย่างกรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ มีความสำคัญในฐานะ “ตัวเชื่อมต่อ” ระหว่างนักเตะเยาวชนกับโอกาสในระดับอาชีพอีกด้วย

สโมสรในไทยพรีเมียร์ลีก หลายแห่งก็มีระบบค้นหาและสังเกตการณ์นักเตะเยาวชนที่จริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะจากรายการแบบนี้ที่รวบรวมโรงเรียนชั้นนำมาไว้ที่เดียวกัน


ตารางนัดถัดไป: อังคารที่ 11 สิงหาคม ลุ้นต่อเลย

สำหรับแฟนบอลที่ติดตามรายการนี้ นัดถัดไปในรอบแบ่งกลุ่มมีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569

กลุ่ม A (บ่าย 13.30 น.)

  • สนาม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ : วิชูทิศ พบ โพธินิมิตวิทยาคม
  • สนามเฉลิมพระเกียรติฯ (คลอง 6) : กันทรารมณ์ พบ พิชญบัณฑิต

กลุ่ม B (เช้า 10.00 น.)

  • สนาม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ : วัดสุทธิวราราม พบ เทพศิรินทร์ เชียงใหม่
  • สนามเฉลิมพระเกียรติฯ (คลอง 6) : เทพศิรินทร์ พบ อัสสัมชัญธนบุรี

แฟนบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง เพจเฟซบุ๊ก Dailynews – ข่าวกีฬาเดลินิวส์ และ เพจเฟซบุ๊ก กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงช่อง YouTube Dailynews Online


บทสรุป: อนาคตฟุตบอลไทยเดินทางมาถึงแล้ว

หากวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 คือการเปิดหนังสือบทแรก บทที่เขียนไว้น่าตื่นเต้นมากพอที่จะทำให้ใครก็ตามอยากอ่านต่อจนถึงหน้าสุดท้าย

เราได้เห็นนักเตะอายุเพียง 16 ปีที่กล้าบุก กล้ายิง กล้าสู้ และกล้าพลิกสถานการณ์ในยามที่ตกต่ำ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ฝีเท้าที่ฝึกมาได้ แต่มันคือ นิสัยและจิตวิญญาณของนักสู้ ที่จะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต

กีฬาไม่ได้สอนแค่การเตะบอล แต่มันสอนเรื่องการลุกขึ้นใหม่หลังจากเสียประตู การวางแผนเมื่อกดดัน และการไม่ยอมแพ้จนนาทีสุดท้ายของชีวิต

และทั้งหมดนั้น เริ่มต้นที่สนามฟุตบอลของเด็กอายุ 16 ปี ในรายการที่ชื่อว่า กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026

ติดตามชมต่อ แล้วคุณจะรู้เองว่าทำไมวงการฟุตบอลไทยถึงยังมีเหตุผลให้ฝัน