เชลซี ปิดฉากทัวร์ปรีซีซั่นที่ออสเตรเลียและเอเชียด้วยผลเสมอสุดดราม่า 3-3 กับ โจฮอร์ ดารุล ทักซิม แชมป์มาเลเซีย ซูเปอร์ลีก ที่สนามสุลต่าน อิบราฮิม เมืองอิสกันดาร์ ปูเตรี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ปิดท้ายทริปที่พา “สิงห์บลูส์” เดินสายเยือนสี่ประเทศในเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์ และเป็นบททดสอบแรกของ ชาบี อลอนโซ่ กุนซือใหม่ป้ายแดงในการทำความรู้จักนักเตะทั้งทีมก่อนโหมโรงเข้าสู่ฤดูกาลพรีเมียร์ ลีก ที่กำลังจะมาถึง
เจ๊า 3-3 กับโจฮอร์ ปิดทัวร์ด้วยเกมดุเดือดเกินคาด
เกมนัดนี้ เชลซีตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนตั้งแต่นาทีที่ 14 เมื่อ อาริฟ ไอมาน สอดเข้าทำประตูระยะเผาขนหลังได้บอลจากมาร์กอส กิลเยร์เม ที่ทะลวงแนวรับทะลุไปจ่ายบอลเปิดโล่ง จากนั้น ลีอาม เดแลป เป็นผู้กอบกู้สถานการณ์ด้วยการยิงจุดโทษสองครั้งในนาทีที่ 42 และ 62 พาทีมพลิกกลับมานำ 2-1 ก่อนที่ โอสการ์ อาร์ริบาส จะตีเสมอในนาทีที่ 65 และ แบร์กซอน ยิงให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 3-2 ในนาทีที่ 86 จนดูเหมือนเชลซีจะปิดทัวร์ด้วยความพ่ายแพ้ ก่อนที่ คริสเตียน เกลาเดอร์ จะโหม่งพลาดเข้าประตูตัวเองจากลูกเปิดของ มืดริก ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้สกอร์จบลงที่ 3-3
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขันคือบรรยากาศในสนามที่ดุเดือดผิดปกติสำหรับเกมกระชับมิตร นักเตะโจฮอร์ภายใต้การคุมทีมของ ซิสโก มูโญซ อดีตกุนซือวัตฟอร์ด เข้าปะทะดุดันราวกับเป็นเกมชิงแชมป์ จนมีใบเหลืองรวมกันถึง 5 ใบ ทั้ง เดแลป และ นิโกลาส แจ็คสัน ถูกเตือนจากการประท้วงกรรมการ ขณะที่ เอสเตวาว เกือบโดนใบแดงจากอาการหงุดหงิดหลังรู้สึกว่าทีมถูกเสียจุดโทษ ส่วน จีโอวานี เควนดา ที่ลงมาเป็นตัวสำรองก็โดนใบเหลืองจากการเข้าปะทะที่ไม่จำเป็นเช่นกัน
อีกจุดที่ควรบันทึกไว้คือเชลซีปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 11 ตำแหน่งจากเกมก่อนหน้า เนื่องจากต้องลงเล่นสองนัดในเวลาห่างกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง โดยนัดก่อนหน้าเพิ่งเอาชนะ เอซี มิลาน มาแบบขาดลอยที่กรุงจาการ์ตา ซึ่งอยู่ห่างจากสนามในมาเลเซียกว่า 600 ไมล์ ทำให้อลอนโซ่จำเป็นต้องหมุนเวียนนักเตะอย่างหนักเพื่อบริหารสภาพร่างกาย และมอบโอกาสให้ ดาริโอ เอสซูโก มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 21 ปี สวมปลอกแขนกัปตันเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับเกียรตินี้ในวัยเพียงเท่านี้กับสโมสรใหญ่ระดับเชลซี
ทัวร์ปรีซีซั่นทั้งห้านัด เจอมาแล้วทุกรูปแบบผลการแข่งขัน
ก่อนหน้าเกมกับโจฮอร์ เชลซีเปิดทัวร์ที่ซิดนีย์ด้วยชัยชนะสุดมันส์ 6-4 เหนือ เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ส ทีมจากเอลีกเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นเกมแรกในตำแหน่งกุนซือของอลอนโซ่ โดย โจอาว เปดรู ทำแฮตทริกพร้อมแอสซิสต์อีกหนึ่งครั้งเป็นพระเอกของเกม ก่อนที่สี่วันถัดมาทีมจะปะทะกับคู่ปรับร่วมลอนดอนอย่าง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่สนามเดียวกัน และแพ้ไป 1-2 ในวันที่ 1 สิงหาคม
จากนั้นทีมบินไปฮ่องกงเพื่อพบกับ ยูเวนตุส และพ่ายแพ้ไปแบบไร้ประตู 0-1 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเจอกับ เอซี มิลาน ซึ่งเชลซีเก็บชัยชนะขาดลอย 3-0 ในวันที่ 8 สิงหาคม ก่อนจะบินตรงไปมาเลเซียเพื่อลงเล่นนัดปิดทัวร์กับโจฮอร์ในคืนถัดมาทันที กล่าวได้ว่าตลอดทัวร์ 5 นัดนี้ เชลซีได้สัมผัสผลการแข่งขันครบทุกรูปแบบทั้งชนะ แพ้ และเสมอ ซึ่งเป็นข้อมูลอันมีค่าสำหรับอลอนโซ่ในการประเมินจุดแข็งจุดอ่อนของนักเตะแต่ละคนก่อนซีซั่นจริงจะเริ่มต้น
เสียงจากอลอนโซ่ ขอเวลาสร้างทีม เน้นความสามัคคีเป็นหัวใจ
ตลอดทริปที่ผ่านมา อลอนโซ่ย้ำอยู่เสมอในการให้สัมภาษณ์ผ่านช่องทางของสโมสรว่าทีมกำลังอยู่ในกระบวนการปรับตัวที่ต้องใช้เวลา โดยเจ้าตัวระบุว่าไม่อยากคิดไปไกลถึงผลลัพธ์ในเดือนพฤษภาคมตั้งแต่ตอนนี้ แต่ต้องการให้ทีมค่อยๆ สร้างพลังงานที่ดีและความเข้าใจกันในสนามไปทีละขั้น พร้อมยืนยันว่าทีมชุดที่จะลงเล่นนัดเปิดซีซั่นเดือนสิงหาคมจะไม่ใช่ทีมชุดเดียวกับที่จบซีซั่นในเดือนพฤษภาคมปีหน้า และทีมชุดหลังจะพัฒนาดีขึ้นกว่าวันแรกอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ อลอนโซ่ยังกล่าวถึงนักเตะจากทีมอะคาเดมีที่ได้ร่วมทัวร์ครั้งนี้ว่าสร้างความประทับใจให้เขาไม่น้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้จักนักเตะกลุ่มนี้มากนัก แต่ก็เห็นคุณภาพและศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไปได้ ขณะที่สื่อใกล้ชิดสโมสรยังรายงานว่าทีมงานโค้ชของอลอนโซ่กำลังเป็นผู้ที่ “ตั้งมาตรฐาน” ใหม่ให้กับสโมสรทั้งในและนอกสนาม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการเสริมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนนี้ที่เชลซีดึงนักเตะประสบการณ์สูงอย่าง แดนนี เวลเบ็ค จากไบรตัน และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จากเบรนท์ฟอร์ด เข้ามาเสริมความเก๋าเกมให้กับทีมที่ยังเต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อย พร้อมกับ มักซองซ์ ลาครัวซ์ อดีตรองกัปตันคริสตัล พาเลซ ที่คาดว่าจะเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มผู้นำทีมชุดใหม่ด้วย
เส้นทางอลอนโซ่ก่อนมาถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์ จากแชมป์ไร้พ่ายที่เลเวอร์คูเซ่นสู่ความล้มเหลวที่เบร์นาเบว
การมาถึงของอลอนโซ่ในตำแหน่งผู้จัดการทีมเชลซีเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการกลับคืนสู่พรีเมียร์ ลีก ของอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนที่เคยค้าแข้งกับลิเวอร์พูลในวัยนักเตะ โดยเขาเซ็นสัญญา 4 ปีกับเชลซี และกลายเป็นผู้จัดการทีมถาวรคนที่ 5 ในยุคของกลุ่มทุน BlueCo ภายใต้การนำของ ทอดด์ โบห์ลี ต่อจาก เกรแฮม พอตเตอร์, เมาริซิโอ โปเชตติโน, เอนโซ มาเรสก้า และ เลียม โรเซเนียร์
เส้นทางโค้ชของอลอนโซ่เริ่มจากทีมสำรองของ เรอัล โซเซียดาด ก่อนก้าวสู่จุดสูงสุดที่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในปี 2022 และสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาแบบไร้พ่ายในฤดูกาล 2023-24 พร้อมแชมป์เดเอฟเบ โพคาล และพาทีมเข้าถึงรอบชิงยูโรปา ลีก ผลงานดังกล่าวทำให้เขาได้รับการทาบทามกลับสู่ เรอัล มาดริด สโมสรที่เขาเคยค้าแข้งระหว่างปี 2009-2014 ในตำแหน่งกุนซือเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 แทนที่ คาร์โล อันเชล็อตติ ที่ไปรับตำแหน่งกุนซือทีมชาติบราซิล
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่มาดริดของอลอนโซ่กลับไม่ราบรื่นอย่างที่คาดหวัง เขาถูกปลดจากตำแหน่งด้วยความยินยอมร่วมกันในเดือนมกราคม 2026 หลังคุมทีมได้เพียง 7 เดือน โดยจุดแตกหักเกิดขึ้นหลังพ่ายให้กับบาร์เซโลนา 2-3 ในศึกสแปนิช ซูเปอร์คัพ ท่ามกลางรายงานความขัดแย้งภายในห้องแต่งตัวกับนักเตะระดับแกนนำหลายคน ทำให้อลอนโซ่ว่างงานอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่เชลซีจะดึงตัวมาคุมทีมในที่สุด
ส่วนสาเหตุที่เชลซีต้องเปลี่ยนกุนซือถึงสองครั้งในรอบไม่ถึงปีนั้น ย้อนไปที่การอำลาทีมอย่างกะทันหันของ มาเรสก้า ในวันขึ้นปีใหม่ 2026 หลังความสัมพันธ์กับผู้บริหารสโมสรเสื่อมถอย ทั้งที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และแชมป์สโมสรโลกมาหมาดๆ ก่อนสโมสรจะแต่งตั้ง เลียม โรเซเนียร์ จากสตราสบูร์ก สโมสรพี่น้องในเครือ BlueCo เข้ามาคุมทีมด้วยสัญญายาวถึงปี 2032 แต่กลับต้องถูกปลดหลังคุมทีมได้เพียง 23 นัดในเดือนเมษายน 2026 หลังพาทีมแพ้ติดต่อกัน 5 นัดรวดโดยไม่ทำประตูได้เลย ซึ่งเป็นสถิติเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 100 ปีของสโมสร และจบฤดูกาล 2025-26 ด้วยอันดับ 10 ในตารางพรีเมียร์ ลีก ทั้งที่เพิ่งเป็นแชมป์สโมสรโลกในซัมเมอร์ก่อนหน้า
ด่านสุดท้ายก่อนเปิดซีซั่น เรอัล โซเซียดาด ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์
หลังกลับถึงลอนดอนแล้ว เชลซีจะได้พักฟื้นร่างกายราวหนึ่งสัปดาห์ ก่อนปิดโปรแกรมอุ่นเครื่องพรีซีซั่นด้วยเกมเหย้าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ พบกับ เรอัล โซเซียดาด ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ตามเวลาอังกฤษ ซึ่งถือเป็นเกมที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ไม่น้อยสำหรับอลอนโซ่ เนื่องจากโซเซียดาดคือสโมสรที่เขาเริ่มต้นเส้นทางการเป็นโค้ชกับทีมสำรองก่อนจะไต่เต้าสู่งานระดับหัวหน้าผู้ฝึกสอนในเวลาต่อมา เกมนี้จะเป็นบททดสอบสุดท้ายให้แฟนบอลเชลซีที่บ้านได้เห็นแนวทางการเล่นภายใต้อลอนโซ่แบบเต็มตาเป็นครั้งแรก ก่อนโปรแกรมจริงจะเริ่มต้นขึ้น
เปิดซีซั่นพบฟูแล่ม ศึกเพื่อนเก่าอลอนโซ่-อาร์เบโลอา
เชลซีจะเปิดฉากฤดูกาลพรีเมียร์ ลีก 2026-27 ด้วยการบุกเยือน ฟูแล่ม คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม ซึ่งเกมนี้มีเรื่องราวน่าสนใจซ่อนอยู่มากกว่าแค่ศึกท้องถิ่น เพราะกุนซือของฟูแล่มคนใหม่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก อัลบาโร อาร์เบโลอา อดีตแบ็กขวาทีมชาติสเปนที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกับอลอนโซ่ทั้งที่ลิเวอร์พูลและทีมชาติสเปนในยุครุ่งเรือง
ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ อาร์เบโลอาคือผู้ที่เข้ามารับตำแหน่งกุนซือเรอัล มาดริดต่อจากอลอนโซ่โดยตรงในเดือนมกราคม 2026 หลังไต่เต้าจากการคุมทีมคาสติยา แต่ช่วงเวลาของเขาที่เบร์นาเบวก็เต็มไปด้วยความปั่นป่วนไม่แพ้กัน ทั้งตกรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปียนส์ ลีก ให้กับบาเยิร์น มิวนิก การแพ้ศึกชิงแชมป์ลาลีกาให้บาร์เซโลนา รวมถึงปัญหาวินัยในห้องแต่งตัวที่ลุกลามจนสโมสรต้องสั่งปรับเงิน เฟเดริโก บัลเบร์เด และ ออเรเลียง ชัวเมนี คนละ 500,000 ยูโร จากเหตุทะเลาะวิวาทในสนามซ้อม ก่อนที่อาร์เบโลอาจะอำลาตำแหน่งเมื่อจบฤดูกาลและมารับงานใหม่ที่ฟูแล่มแทน มาร์กู ซิลวา ที่ย้ายไปคุมเบนฟิก้าด้วยสัญญา 3 ปีเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ดังนั้นเกมเปิดซีซั่นที่คราเวน คอทเทจจึงไม่ใช่แค่การดวลกันของสองสโมสรลอนดอน แต่ยังเป็นการพบกันครั้งแรกในสังเวียนพรีเมียร์ ลีก ของสองอดีตเพื่อนร่วมทีมที่ต่างเคยผ่านประสบการณ์ทั้งดีและร้ายที่เรอัล มาดริดมาด้วยกันคนละช่วงเวลา และเป็นเกมเปิดตัวในลีกอังกฤษของอาร์เบโลอาเช่นกัน ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างมีแรงกดดันไม่น้อยไปกว่ากัน
จับตาดูอะไรก่อนพรีเมียร์ ลีก เปิดฉาก
ด้วยภารกิจพาเชลซีที่เพิ่งจบอันดับ 10 กลับไปลุ้นโควตาแชมเปียนส์ ลีกให้ได้ อลอนโซ่ยังมีการบ้านอีกมากต้องสะสาง โดยเฉพาะแนวรับและแดนกลางตัวรับที่ยังขาดความนิ่งในเกมอุ่นเครื่องช่วงหลัง ขณะที่ความลึกของแนวรุกก็เป็นอีกโจทย์ที่ต้องบริหารจัดการให้ลงตัว ท่ามกลางนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีจำนวนมากที่รอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง คำถามที่แฟนบอลเชลซีต่างรอคำตอบคือทีมชุดนี้จะสามารถเปลี่ยนจากทีมที่เพิ่งผ่านฤดูกาลอันโกลาหลมาเป็นทีมที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนภายใต้มือของอลอนโซ่ได้เร็วแค่ไหน และจะเริ่มเห็นสัญญาณบวกได้ตั้งแต่เกมเปิดซีซั่นกับเพื่อนเก่าอย่างอาร์เบโลอาเลยหรือไม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- เชลซีเสมอโจฮอร์ ดารุล ทักซิม 3-3 ปิดทัวร์ปรีซีซั่นเอเชีย-โอเชียเนีย หลังโดนไล่ตีเสมอช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
- ตลอด 5 นัดทัวร์นี้ เชลซีเจอผลครบทุกรูปแบบ ทั้งชนะ (เวสเทิร์น ซิดนีย์, เอซี มิลาน) แพ้ (ท็อตแนม, ยูเวนตุส) และเสมอ (โจฮอร์)
- อลอนโซ่ขอเวลาแฟนบอลใจเย็น ย้ำทีมชุดเปิดซีซั่นสิงหาคมจะพัฒนาต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม
- ก่อนเปิดซีซั่นจริง เชลซีจะอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายกับเรอัล โซเซียดาด ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ 15 สิงหาคมนี้
- เชลซีเปิดซีซั่นพรีเมียร์ ลีก 24 สิงหาคม บุกเยือนฟูแล่ม ทีมของอัลบาโร อาร์เบโลอา เพื่อนเก่าของอลอนโซ่ที่เคยรับช่วงต่อตำแหน่งกุนซือเรอัล มาดริดจากเขาเอง
คำถามที่พบบ่อย
เชลซีเสมอกับโจฮอร์ ดารุล ทักซิม ด้วยสกอร์เท่าไหร่ เชลซีเสมอโจฮอร์ ดารุล ทักซิม 3-3 ที่สนามสุลต่าน อิบราฮิม เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 โดยเชลซีตามตีเสมอได้จากประตูที่เป็นการทำเข้าประตูตัวเองของฝ่ายตรงข้ามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
เชลซีเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ ลีก 2026-27 กับทีมอะไร วันไหน เชลซีเปิดซีซั่นด้วยการบุกเยือนฟูแล่มในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2026
ใครคือกุนซือคนใหม่ของฟูแล่มที่จะดวลกับเชลซีนัดเปิดซีซั่น อัลบาโร อาร์เบโลอา อดีตแบ็กขวาทีมชาติสเปนและเพื่อนเก่าของชาบี อลอนโซ่ ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งกุนซือฟูแล่มเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2026
ชาบี อลอนโซ่ กับ อัลบาโร อาร์เบโลอา มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูลและทีมชาติสเปน และอาร์เบโลอายังเป็นผู้ที่เข้ารับตำแหน่งกุนซือเรอัล มาดริดต่อจากอลอนโซ่โดยตรงเมื่อเดือนมกราคม 2026
เชลซีอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายก่อนเปิดซีซั่นกับทีมใด เชลซีจะพบกับเรอัล โซเซียดาด ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2026
เชลซีจบฤดูกาล 2025-26 อันดับเท่าไหร่ในพรีเมียร์ ลีก เชลซีจบฤดูกาลที่แล้วในอันดับ 10 ของตารางพรีเมียร์ ลีก แม้จะเพิ่งคว้าแชมป์สโมสรโลกมาก่อนหน้านั้น
ทำไมชาบี อลอนโซ่ ถึงออกจากเรอัล มาดริด อลอนโซ่ถูกปลดจากตำแหน่งด้วยความยินยอมร่วมกันในเดือนมกราคม 2026 หลังคุมทีมเพียง 7 เดือน จากปัญหาผลงานและความสัมพันธ์กับนักเตะแกนนำในทีม
ชาบี อลอนโซ่ เซ็นสัญญากับเชลซีกี่ปี อลอนโซ่เซ็นสัญญา 4 ปีกับเชลซี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป