โคเวนทรี ทุ่มทุนคว้า “อโวนิยี่” ปิดตำนาน 4 ปีที่ฟอเรสต์ สู่ภารกิจกอบกู้ทีมสุดหิน พรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่

ในโลกฟุตบอล มีนักเตะไม่กี่คนที่ได้ชื่อว่าเป็น “ฮีโร่” ของทีมด้วยประตูชี้เป็นชี้ตายในเกมระดับตำนาน แต่กลับต้องเดินออกจากบ้านหลังนั้นไปเริ่มต้นใหม่ในวันที่ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้สวย นี่คือเรื่องราวของ ไตโว อโวนิยี่ กองหน้าทีมชาติไนจีเรียวัย 29 ปี ที่กำลังจะปิดฉากบทบาทสำคัญกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เพื่อโบกมือลาสู่ โคเวนทรี ซิตี้ ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกในรอบ 25 ปี

คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมสโมสรที่เพิ่งขึ้นชั้นและต้องระมัดระวังการใช้เงินถึงยอมทุ่มงบก้อนใหญ่เพื่อคว้าตัวนักเตะที่ฤดูกาลที่ผ่านมาได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกไม่ถึงครึ่งฤดูกาล และทำไมสโมสรต้นสังกัดถึงยอมปล่อยดาวยิงที่เคยเป็นสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสรไปง่ายๆ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดีลตลาดนักเตะธรรมดา แต่สะท้อนภาพใหญ่ของฟุตบอลยุคใหม่ ทั้งในมิติของกลยุทธ์การเล่น จิตวิทยาของนักกีฬา และธุรกิจลูกหนังที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขมหาศาล

ดีลที่เกิดขึ้นแล้ว: จากห้องตรวจร่างกายสู่สนาม CBS Arena

ตามรายงานที่ได้รับการยืนยันแล้ว โคเวนทรี ซิตี้ บรรลุข้อตกลงกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในการคว้าตัว ไตโว อโวนิยี่ กองหน้าทีมชาติไนจีเรียแบบถาวรเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้อโวนิยี่กำลังเข้ารับการตรวจร่างกายก่อนปิดดีลอย่างเป็นทางการ โดย ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวสายย้ายทีมที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดในวงการ เป็นผู้ยืนยันความเคลื่อนไหวนี้ผ่านช่องทางส่วนตัว ระบุชัดเจนว่าทั้งสองสโมสรตกลงกันเรียบร้อยในระดับองค์กรแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนทางการแพทย์และเอกสาร

ฝั่งสื่อ The Athletic ก็รายงานสอดคล้องกันว่า น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กำลังเดินหน้าปิดดีลขาย ไตโว อโวนิยี่ ให้กับ โคเวนทรี ซิตี้ ซึ่งเป็นดีลที่สะท้อนความทะเยอทะยานอันมหาศาลของทีมน้องใหม่ การที่สโมสรระดับพรีเมียร์ลีกยอมขายกำลังสำคัญให้ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้น ย่อมมีเหตุผลซ่อนอยู่ ซึ่งเราจะเจาะลึกในหัวข้อถัดไป

มิติที่ 1: จากเด็กฝึกที่ถูกมองข้าม สู่สถิติค่าตัวของฟอเรสต์

เส้นทางของอโวนิยี่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตั้งแต่แรก ย้อนกลับไปในวัยเยาว์ เขาเคยอยู่ในสังกัดของสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล แต่กลับไม่เคยได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่แม้แต่นัดเดียวตลอดระยะเวลา 6 ปีที่อยู่ในสังกัด เขาต้องออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ผ่านการยืมตัวหลายครั้งในหลายลีกทั่วยุโรป ก่อนที่จะเปลี่ยนสถานะเป็นนักเตะประจำการอย่างถาวรกับ ยูเนี่ยน เบอร์ลิน ในปี 2021 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาได้พิสูจน์ฝีเท้าอย่างเต็มที่ในลีกเยอรมัน

ความสำเร็จในเยอรมนีทำให้ชื่อของเขาเข้าตาแมวมองของสโมสรในพรีเมียร์ลีก จนในที่สุด อโวนิยี่เซ็นสัญญากับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในปี 2022 ด้วยสัญญา 5 ปี และค่าตัวที่สร้างสถิติใหม่ของสโมสรในขณะนั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ฟอเรสต์เพิ่งกลับสู่พรีเมียร์ลีกหลังห่างหายไปนาน การลงทุนครั้งนั้นถือเป็นการพนันครั้งใหญ่ของสโมสร แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับคุ้มค่าเกินคาด เพราะ ในฤดูกาลเปิดตัว เขายิงประตูชัยใส่ทั้งลิเวอร์พูลและอาร์เซนอล ซึ่งเป็นคู่แข่งระดับหัวตารางของลีก จนจบฤดูกาลด้วยผลงาน 10 ประตูจาก 27 นัดในลีก สร้างสถานะฮีโร่ในใจแฟนบอลรังรวงผึ้งทันที

นับตั้งแต่วันนั้น อโวนิยี่กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ช่วยพยุงฟอเรสต์ให้อยู่รอดในลีกสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่วันนี้เขาจะกลายเป็นชื่อที่ถูกส่งต่อไปยังบทใหม่ของอาชีพค้าแข้ง

มิติที่ 2: เทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา ทำไมโคเวนทรีถึงต้องการเขา

ในทางยุทธศาสตร์ โคเวนทรีภายใต้การคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด กำลังเผชิญปัญหาคลาสสิกของทีมเลื่อนชั้น นั่นคือการขาดกองหน้าตัวเป้าที่มีประสบการณ์ระดับสูงสุดของอังกฤษอย่างแท้จริง แม้ในมือจะมีตัวเลือกอย่าง เอลลิส ซิมส์, ฮาจิ ไรท์ และ แบรนดอน โธมัส-อาซานเต แต่ นักเตะทั้งสามคนล้วนยังไม่มีประสบการณ์การลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมาก่อนเลย ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนอันตรายสำหรับทีมที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกที่โหดหินที่สุดในโลก

จุดแข็งของอโวนิยี่ในเชิงเทคนิคคือบทบาทกองหน้าตัวเป้าแบบครบเครื่อง เขาไม่ใช่นักเตะที่พึ่งพาความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่โดดเด่นด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกาย ความสามารถในการยืนแย่งบอลหลังหันหลังให้ประตู (การเล่นบอลด้วยแผ่นหลัง หรือที่แฟนบอลคุ้นกับคำว่า “โฮลด์อัพเพลย์”) การอ่านจังหวะเคลื่อนที่เข้าไปในกรอบเขตโทษ และสัญชาตญาณการจบสกอร์ในจังหวะสำคัญ ซึ่งพิสูจน์แล้วจากสถิติประตูชี้ชะตาที่เขาทำได้ในเกมใหญ่ๆ

จากมุมมองวิทยาศาสตร์การกีฬา นักเตะประเภทนี้มีคุณค่าสูงในระบบการเล่นแบบเคาน์เตอร์อัตแทก เพราะร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาช่วยให้ทีมสามารถเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ตัวเขาเป็นจุดหมุนบอลก่อนส่งต่อให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งเข้าทำ นี่คือสไตล์ที่แลมพาร์ดต้องการอย่างยิ่งสำหรับทีมน้องใหม่ที่มักจะถูกบีบเกมรับในหลายนัด การมีตัวเป้าที่ทั้งครองบอลได้และจบสกอร์เองได้ จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจตัดสินผลการดวลแต้มลุ้นรอดตกชั้นในช่วงท้ายฤดูกาล

มิติที่ 3: จิตใจและแรงบันดาลใจ บทเรียนของนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้

เรื่องราวของอโวนิยี่คือกรณีศึกษาที่ทรงพลังสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคที่ทุกคนต้องการความสำเร็จแบบทันที การใช้เวลาถึง 6 ปีในสังกัดสโมสรใหญ่โดยไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นัดเดียว คือบททดสอบที่สามารถทำลายความมั่นใจของนักกีฬาคนไหนก็ได้ แต่แทนที่จะยอมแพ้ เขาเลือกใช้ทุกช่วงเวลาของการถูกปล่อยยืมตัวเป็นบันไดฝึกฝนตัวเองทีละขั้น จนกระทั่งวันที่เขาได้พิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มรูปแบบที่เยอรมนี และต่อยอดสู่การเป็นดาวยิงคนสำคัญของพรีเมียร์ลีก

นี่คือแนวคิดที่เชื่อมโยงกับหลักการพัฒนาตัวเอง (Self-improvement) ที่คนวัยทำงานยุคนี้ให้ความสำคัญ นั่นคือ “วินัยในการรอคอย” และ “ความสม่ำเสมอ” มักสำคัญกว่าพรสวรรค์ตั้งต้น อโวนิยี่ไม่ได้เป็นดาวรุ่งที่โด่งดังตั้งแต่วันแรก แต่เขาคือตัวอย่างของคนที่ใช้ความอดทนสร้างเส้นทางอาชีพของตัวเองขึ้นมาใหม่จากศูนย์

ในมุมของแฟนบอลฟอเรสต์ กระแสตอบรับต่อข่าวนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผสมปนเป กลุ่มแฟนบอลจำนวนมากออกมาแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อผลงานที่เขามอบให้สโมสรตลอด 4 ปีที่ผ่านมา หลายคนยอมรับว่าหากไม่มีประตูสำคัญของเขาในช่วงวิกฤต ทีมอาจต้องเผชิญกับการตกชั้นไปแล้วก็เป็นได้ ขณะที่อีกฝั่งก็หวังเพียงว่าสโมสรจะจัดพิธีอำลาที่สมเกียรติให้กับนักเตะที่ทุ่มเทให้ทีมอย่างเต็มที่คนนี้ สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะกับแฟนบอลบางครั้งไม่ได้วัดกันแค่ที่ตัวเลขค่าตัว แต่วัดกันที่ช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่สร้างร่วมกัน

ส่วนทางฝั่งแฟนบอลโคเวนทรี ความตื่นเต้นก็ทวีคูณไม่แพ้กัน เพราะการได้กองหน้าที่มีประสบการณ์ระดับสูงสุดในเวลาที่เหมาะสมที่สุด คือสัญญาณว่าสโมสรจริงจังกับการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ไม่ใช่แค่ขึ้นมาเป็นแขกรับเชิญเพียงฤดูกาลเดียว

มิติที่ 4: ธุรกิจและอนาคต เมื่อทีมเล็กกล้าใช้เงินเหมือนทีมใหญ่

หากมองในมุมธุรกิจฟุตบอล ดีลนี้สะท้อนปรากฏการณ์ที่น่าสนใจของวงการลูกหนังยุคใหม่ นั่นคือทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นกล้าลงทุนอย่างหนักเพื่อสร้างโอกาสอยู่รอดในระยะยาว แทนที่จะรอให้ตกชั้นแล้วค่อยกลับมาลงทุนใหม่ โคเวนทรีทุบสถิติค่าตัวสโมสรของตัวเองมาแล้วถึง 3 ครั้งในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนนี้ ล่าสุดคือการทุ่มเงินคว้าตัว คาเลบ ยีเรนคี มิดฟิลด์จากนอร์ดเชลลันด์ ซึ่งทำลายสถิติเดิมที่เคยจ่ายให้กับผู้รักษาประตู คาร์ล รัชเวิร์ธ จากไบรตัน มูลค่ากว่า 22.5 ล้านปอนด์ และก่อนหน้านั้นคือการคว้าตัวกองหลัง โอเรล อาเมนดา จากไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ต ด้วยมูลค่าราว 17 ล้านปอนด์

ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรเราบ้าง? มันสะท้อนว่าเงินรางวัลมหาศาลจากการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกแม้เพียงฤดูกาลเดียว (ทั้งจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด เงินรางวัล และมูลค่าแบรนด์) สูงมากพอที่จะทำให้สโมสรขนาดกลางยอมเสี่ยงลงทุนล่วงหน้าแบบเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้น การดึงนักเตะที่พิสูจน์ตัวเองแล้วในลีกสูงสุดอย่างอโวนิยี่ ยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง “การปรับตัวไม่ทัน” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทีมเลื่อนชั้นจำนวนมากตกชั้นกลับไปในซีซั่นถัดไปทันที

อีกมิติที่น่าสนใจคือการที่อโวนิยี่จะได้กลับมาเจอเพื่อนร่วมทีมชาติไนจีเรียอีกครั้งที่โคเวนทรี เพราะ แฟรงค์ โอนเยกา เพิ่งปิดดีลย้ายมาร่วมทีมแบบถาวรผ่านเงื่อนไขสัญญาที่ถูกกระตุ้นจากการเลื่อนชั้นของสโมสร หลังก่อนหน้านี้มาร่วมทีมแบบยืมตัวจากเบรนท์ฟอร์ด การมีนักเตะชาติเดียวกันในทีมไม่ใช่แค่เรื่องความสบายใจส่วนตัว แต่ในมุมธุรกิจถือเป็นการสร้างฐานแฟนคลับใหม่จากตลาดไนจีเรียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรคลั่งไคล้ฟุตบอลอังกฤษมากที่สุดในโลก เป็นกลยุทธ์ที่หลายสโมสรเริ่มนำมาใช้เพื่อขยายฐานผู้ชมในตลาดต่างประเทศผ่านตัวนักเตะ

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือสถานะทีมชาติของอโวนิยี่เอง เขาปฏิเสธการถูกเรียกตัวติดทีมชาติไนจีเรียสำหรับศึกยูนิตี้ คัพ ที่กรุงลอนดอนในช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 และพลาดการลงเล่นในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2025 ด้วยเหตุผลส่วนตัว การย้ายทีมครั้งนี้จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้เขาได้ลงเล่นสม่ำเสมอมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อโอกาสกลับมาติดทีมชาติในอนาคตด้วยเช่นกัน

มองไปข้างหน้า ทิศทางของฟุตบอลอังกฤษในยุคดิจิทัลกำลังทำให้ตลาดซื้อขายนักเตะโปร่งใสและรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการรายงานแบบเรียลไทม์จากนักข่าวสายย้ายทีม ทำให้แฟนบอลทั่วโลกสามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้แทบจะทันทีที่เกิดขึ้น ปรากฏการณ์นี้เองที่ทำให้ตลาดซื้อขายนักเตะกลายเป็นคอนเทนต์ความบันเทิงแขนงหนึ่งที่มีมูลค่าทางธุรกิจไม่แพ้ตัวเกมการแข่งขันจริงเลยทีเดียว

บทสรุป: จุดเริ่มต้นใหม่ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

การย้ายทีมของไตโว อโวนิยี่ จากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ สู่โคเวนทรี ซิตี้ ไม่ใช่แค่ข่าวตลาดนักเตะธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนของฟุตบอลยุคใหม่ในทุกมิติ ทั้งเรื่องราวชีวิตนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ กลยุทธ์การเล่นที่ตอบโจทย์ปัญหาของทีมเลื่อนชั้น และธุรกิจลูกหนังที่หมุนเวียนด้วยเงินหลักสิบล้านปอนด์ในทุกฤดูกาล

คำถามที่แฟนบอลทุกคนกำลังรอคำตอบคือ อโวนิยี่จะสามารถสวมบทฮีโร่คนใหม่ให้กับโคเวนทรี เหมือนที่เขาเคยทำได้กับฟอเรสต์หรือไม่? และการลงทุนครั้งใหญ่ของสโมสรน้องใหม่ครั้งนี้จะคุ้มค่าพอที่จะรักษาสถานะทีมพรีเมียร์ลีกไว้ได้นานกว่าหนึ่งฤดูกาลหรือเปล่า คำตอบทั้งหมดจะเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อฤดูกาลใหม่เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • โคเวนทรี ซิตี้ บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ไตโว อโวนิยี่ จากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์แบบถาวร ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจร่างกาย
  • อโวนิยี่เคยเป็นสถิติค่าตัวของฟอเรสต์เมื่อปี 2022 และยิงประตูชัยใส่ลิเวอร์พูลกับอาร์เซนอลในฤดูกาลเปิดตัว
  • โคเวนทรีทุบสถิติค่าตัวสโมสรตัวเองถึง 3 ครั้งในตลาดซื้อขายฤดูร้อนนี้ สะท้อนความทะเยอทะยานสู่การอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก
  • ดีลนี้จะทำให้อโวนิยี่ได้กลับมาเล่นเคียงข้างเพื่อนร่วมทีมชาติไนจีเรีย แฟรงค์ โอนเยกา อีกครั้ง
  • เส้นทางชีวิตของอโวนิยี่จากเด็กฝึกที่ไม่ได้ลงสนามให้ลิเวอร์พูล 6 ปี สู่ดาวยิงพรีเมียร์ลีก คือบทเรียนแห่งความอดทนที่ทรงพลัง

คำถามที่พบบ่อย

Q: ไตโว อโวนิยี่ ย้ายจากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ไปโคเวนทรีจริงหรือไม่ A: ใช่ ทั้งสองสโมสรบรรลุข้อตกลงเรื่องการย้ายทีมแบบถาวรแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจร่างกายก่อนประกาศอย่างเป็นทางการ

Q: อโวนิยี่อายุเท่าไหร่และเล่นตำแหน่งอะไร A: เขาอายุ 29 ปี เล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ถนัดการเล่นบอลกลางอากาศและจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ

Q: ทำไมน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ถึงยอมขายผู้เล่นคนสำคัญคนนี้ A: แม้เขาจะเคยเป็นฮีโร่ของทีม แต่โอกาสลงเล่นในฤดูกาลที่ผ่านมามีจำกัดลง ทำให้สโมสรเปิดทางให้เขาย้ายไปหาความท้าทายใหม่

Q: โคเวนทรีต้องการอโวนิยี่ไปทำไม A: เพราะทีมยังขาดกองหน้าตัวเป้าที่มีประสบการณ์ระดับพรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริง ต่างจากตัวเลือกเดิมที่ยังไม่เคยลงเล่นในลีกสูงสุดมาก่อน

Q: อโวนิยี่เคยมีผลงานเด่นอะไรกับฟอเรสต์บ้าง A: เขายิงประตูชัยใส่ลิเวอร์พูลและอาร์เซนอลในฤดูกาลเปิดตัวปี 2022-23 และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกมาหลายฤดูกาล

Q: อโวนิยี่เคยอยู่กับลิเวอร์พูลมาก่อนหรือไม่ A: เคย เขาอยู่ในสังกัดลิเวอร์พูลนาน 6 ปีแต่ไม่เคยได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่เลย ก่อนออกไปยืมตัวหลายครั้งและย้ายไปอยู่กับยูเนี่ยน เบอร์ลินแบบถาวร

Q: โคเวนทรีใช้เงินในตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนนี้มากแค่ไหน A: สโมสรทุบสถิติค่าตัวของตัวเองถึง 3 ครั้ง รวมถึงการคว้าตัวผู้รักษาประตูและกองหลังจากยุโรปด้วยมูลค่ารวมหลายสิบล้านปอนด์

Q: อโวนิยี่จะได้เล่นเคียงข้างนักเตะไนจีเรียคนอื่นที่โคเวนทรีหรือไม่ A: ได้ เขาจะได้กลับมาเล่นเคียงข้าง แฟรงค์ โอนเยกา เพื่อนร่วมทีมชาติไนจีเรียที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมแบบถาวรเช่นกัน

Q: อโวนิยี่ยังติดทีมชาติไนจีเรียอยู่หรือไม่ A: เขาไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 พลาดศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2025 และปฏิเสธการเรียกตัวล่าสุดด้วยเหตุผลส่วนตัว

Q: โคเวนทรีกลับสู่พรีเมียร์ลีกครั้งนี้ห่างจากครั้งก่อนกี่ปี A: สโมสรกลับสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี ทำให้การเสริมทัพครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อโอกาสอยู่รอด

Q: ใครเป็นผู้ยืนยันข่าวการย้ายทีมครั้งนี้ A: ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวสายย้ายทีมชื่อดังระดับโลก เป็นผู้ยืนยันว่าทั้งสองสโมสรตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

Q: ใครคือผู้จัดการทีมที่ดึงตัวอโวนิยี่มาร่วมทีมโคเวนทรี A: แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ปัจจุบันคุมทีมโคเวนทรี ซิตี้ เป็นผู้ผลักดันการเสริมทัพครั้งนี้