คริสตัล พาเลซ หวนคืนสังเวียน! ทาบ เอวานน์ เกสซ็องด์ กลับซบปราสาทเรือนแก้ว หลังเคยปล่อยดีล 28 ล้านปอนด์หลุดมือ

ในโลกของตลาดซื้อขายนักเตะ บางเรื่องราวไม่ได้จบลงเพียงครั้งเดียว แต่วนกลับมาให้ได้ลุ้นกันอีกรอบ เหมือนเช่นกรณีของ เอวานน์ เกสซ็องด์ กองหน้าทีมชาติไอวอรี่โคสต์ที่เคยสวมเสื้อ คริสตัล พาเลซ ด้วยสัญญายืมตัวเมื่อครึ่งฤดูกาลที่แล้ว ก่อนที่เส้นตายออปชั่นซื้อขาดมูลค่า 28 ล้านปอนด์จะหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดายเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และตอนนี้ “ปราสาทเรือนแก้ว” กำลังเปิดเกมทาบทามอีกครั้ง คำถามคือ ทำไมดีลที่เคยดูเหมือนจะจบลงง่ายๆ ถึงกลับมาเป็นประเด็นร้อนได้อีกครั้ง และอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองสโมสรยังมองหน้ากันอยู่ในตลาดนี้

ย้อนเส้นทาง จากเกาะคอร์ซิกา สู่ สนามพรีเมียร์ลีก

เกสซ็องด์ เกิดที่เกาะคอร์ซิกา ดินแดนของฝรั่งเศสกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเติบโตผ่านอะคาเดมีของสโมสร นีซ ก่อนจะออกไปหาประสบการณ์ด้วยการยืมตัวไปเล่นกับ โลซานน์-สปอร์ต ในสวิตเซอร์แลนด์ และ น็องต์ ในลีกเอิงฝรั่งเศส เส้นทางที่ผ่านการเรียนรู้นอกบ้านเช่นนี้ถือเป็นแบบแผนคลาสสิกของนักเตะฝรั่งเศสหลายคนที่ต้องพิสูจน์ตัวเองในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายก่อนจะได้กลับมายืนหนึ่งในทีมต้นสังกัด

ฤดูกาล 2024/25 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอาชีพเขา เกสซ็องด์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการซัด 12 ประตูให้ นีซ จบอันดับ 4 ในลีกเอิง พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสร ผลงานระดับนั้นทำให้สายตาของทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีกจับจ้องมาที่เขา และในที่สุด แอสตัน วิลล่า ก็ทุ่มเงินราว 30 ล้านปอนด์ (26 ล้านปอนด์บวกโบนัสอีกราว 4 ล้านปอนด์) คว้าตัวมาร่วมทีมเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว หวังให้เขาเป็นกำลังเสริมแนวรุกในยุคที่ อูไน เอเมรี่ กำลังปั้นทีมเพื่อไล่ล่าตำแหน่งท็อปโฟร์และโควตาแชมเปี้ยนส์ลีก

ครึ่งฤดูกาลที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ผลงานที่ดีแต่ไม่มากพอ

อย่างไรก็ตาม เกสซ็องด์ ไม่สามารถหาที่ยืนในแผนการเล่นของ เอเมรี่ ได้อย่างที่หวัง ทำให้ในเดือนมกราคม 2026 เขาตัดสินใจย้ายมาร่วมทัพ คริสตัล พาเลซ ด้วยสัญญายืมตัวพร้อมออปชั่นซื้อขาดในราคา 28 ล้านปอนด์ ภายใต้การคุมทีมของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมชาวออสเตรียที่เพิ่งพา พาเลซ คว้าทั้งเอฟเอคัพและคอมมูนิตี้ชิลด์มาครองในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

ผลงานของเขาที่ เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง ลงสนามทั้งหมด 14 นัด ทำได้ 2 ประตู แต่โชคร้ายที่อาการบาดเจ็บที่หัวเข่าเข้ามาขัดจังหวะฟอร์มการเล่นในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล ทำให้เขาได้ลงสนามรวมกันเพียงราว 29 นาทีในบรรดา 8 นัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ พาเลซ ลังเลที่จะตัดสินใจซื้อขาดทันที ประกอบกับความไม่แน่นอนเรื่องอนาคตของทีมช่วงนั้น เนื่องจาก กลาสเนอร์ ประกาศล่วงหน้าว่าจะอำลาตำแหน่งเมื่อจบฤดูกาล ทำให้ผู้บริหารสโมสรไม่กล้าฟันธงเรื่องนักเตะรายนี้ สุดท้ายเส้นตายออปชั่นก็หลุดลอยไปในวันที่ 31 พฤษภาคม 2026

ปัจจุบัน พาเลซ อยู่ภายใต้การคุมทีมของ ปิแอร์ ซาจ อดีตกุนซือ ล็องส์ ที่เข้ามารับช่วงต่อจาก กลาสเนอร์ ตั้งแต่กลางปี 2026 ซึ่งหมายความว่าการตัดสินใจครั้งใหม่นี้จะเป็นวิสัยทัศน์ของทีมงานชุดปัจจุบัน ไม่ใช่ผู้จัดการทีมคนเดิมที่เคยดึงตัวเขามาครั้งแรก

เทคนิคและสไตล์การเล่น ทำไมนักเตะรายนี้ถึงยังน่าจับตา

ในเชิงเทคนิค เกสซ็องด์ ถือเป็นนักเตะแนวรุกที่มีความยืดหยุ่นสูง เขาถนัดเล่นในตำแหน่งปีกขวา อาศัยความเร็วและการเลี้ยงบอลเข้าไปสร้างสถานการณ์อันตรายในกรอบเขตโทษ แต่ก็สามารถขยับเข้าไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้ากลางสนามได้เช่นกัน ความสามารถแบบสองหน้าที่นี้เองที่ทำให้ผู้จัดการทีมหลายคนมองว่าเขาคือตัวเลือกที่ปรับใช้ได้หลากหลายในระบบการเล่นสมัยใหม่ซึ่งเน้นความยืดหยุ่นของผู้เล่นแนวรุกมากกว่าตำแหน่งตายตัวแบบเดิม

ช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา เขายังได้รับโอกาสลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องระหว่างทัวร์ของ วิลล่า ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยถูกจับวางในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาถนัดที่สุดในทางเทคนิค นี่คือสัญญาณว่าทีมงานโค้ชยังคงมองเห็นศักยภาพบางส่วนในตัวเขา เพียงแต่การแข่งขันในตำแหน่งแนวรุกของ วิลล่า ค่อนข้างสูง ทำให้พื้นที่การลงสนามของเขาถูกจำกัดอยู่ดี

จุดที่น่าสนใจในเชิงวิทยาศาสตร์การกีฬาคือ นักเตะแนวรุกวัย 25 ปีอย่างเขากำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้ง ทั้งความเร็ว ความแข็งแรง และประสบการณ์เริ่มผสมผสานกันได้ลงตัว หากได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ตัวเลขประตูและผลงานโดยรวมมีโอกาสพัฒนาไปอีกขั้นอย่างแน่นอน

มิติด้านจิตใจ แรงกดดันของนักเตะที่ต้องพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เรื่องราวของ เกสซ็องด์ สะท้อนแรงกดดันที่นักเตะระดับกลางถึงบนของวงการฟุตบอลยุคปัจจุบันต้องเผชิญ การถูกซื้อด้วยราคาสูงจากทีมใหญ่ ก่อนจะพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในแผนหลักของโค้ช คือสถานการณ์ที่บั่นทอนความมั่นใจได้ไม่น้อย แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือ เขาไม่เคยหยุดพยายามพิสูจน์ตัวเอง ทั้งการทุ่มเทในช่วงพรีซีซั่นเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจาก เอเมรี่ กลับคืนมา แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าโอกาสริบหรี่

ในระดับทีมชาติ เกสซ็องด์ กลับสามารถแสดงฝีเท้าได้อย่างมั่นใจมากกว่า เขาลงเล่นให้ ไอวอรี่โคสต์ ไปแล้ว 19 นัด ทำได้ 3 ประตู รวมถึงประตูสำคัญในศึกแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ที่ผ่านมา นี่คือตัวอย่างที่ดีว่าบางครั้งนักเตะที่ไม่ได้พื้นที่มากพอในสโมสร กลับสามารถปลดปล่อยศักยภาพเต็มที่ในเวทีที่ตัวเองรู้สึกมั่นคงและได้รับความไว้วางใจมากกว่า ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสภาพจิตใจกับผลงานในสนาม

หากดีลย้ายกลับไปร่วมทัพ พาเลซ เกิดขึ้นจริง สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดอาจไม่ใช่แค่โอกาสลงสนาม แต่คือสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาว ไม่ใช่แค่ตัวเลือกสำรองที่รอวันถูกส่งกลับ

มิติธุรกิจฟุตบอล เกมหมากรุกของสองสโมสรที่ต่างมีโจทย์ของตัวเอง

ในมุมธุรกิจ ทั้งสองสโมสรต่างมีเหตุผลที่ชัดเจนของตัวเอง ฝั่ง แอสตัน วิลล่า กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนตัวเลือกในแนวรุกอย่างหนัก หลังสูญเสีย มอร์แกน โรเจอร์ส ที่ย้ายไปร่วมทัพ เชลซี และ เจดอน ซานโช่ ที่หมดสัญญายืมตัวและเดินทางกลับต้นสังกัดเดิม ขณะที่อนาคตของ ลีออน เบลีย์ ก็ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการย้ายไปร่วมทีม ฮัลล์ ซิตี้ ทีมน้องใหม่ในพรีเมียร์ลีก เมื่อผู้เล่นแนวรุกทยอยออกจากทีมพร้อมกันหลายราย การปล่อยตัว เกสซ็องด์ ออกไปด้วยจึงเป็นการตัดสินใจที่ต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ แต่ในเมื่อ เอเมรี่ ยืนยันชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยู่ในแผนระยะยาว การขายทำกำไรหรือปล่อยยืมเพื่อลดภาระค่าเหนื่อยจึงกลายเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลกว่า

ส่วนฝั่ง คริสตัล พาเลซ ภายใต้การนำของ ปิแอร์ ซาจ ก็มองเห็นโอกาสในการดึงนักเตะที่คุ้นเคยกับระบบพรีเมียร์ลีกและเคยทำผลงานได้ดีในช่วงที่ผ่านมากลับมาเสริมทัพ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับนักเตะหน้าใหม่ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในลีกสูงสุดของอังกฤษ นี่คือแนวทางที่หลายสโมสรระดับกลางของพรีเมียร์ลีกนิยมใช้ในยุคที่การเงินฟุตบอลถูกควบคุมเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ผ่านกฎกติกาความยั่งยืนทางการเงิน การเลือกดีลที่คุ้มค่าและมีความเสี่ยงต่ำจึงสำคัญไม่แพ้ตัวเลขสถิติในสนาม

ที่น่าสนใจคือ ทั้งสองสโมสรเคยเจรจากันมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงต้นซัมเมอร์ ก่อนที่ พาเลซ จะตัดสินใจถอนตัวไปชั่วคราว การกลับมาติดต่อกันอีกครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจึงสะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายยังมองเห็นผลประโยชน์ร่วมกัน เพียงแต่รูปแบบดีลจะออกมาเป็นยืมตัวอย่างเดียว หรือมีเงื่อนไขซื้อขาดแนบท้ายเหมือนครั้งก่อน ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของ เอวานน์ เกสซ็องด์ ก็เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของฟุตบอลยุคใหม่ที่นักเตะไม่จำเป็นต้องผูกติดกับสโมสรเดียวตลอดอาชีพ การย้ายไปมาระหว่างทีมเพื่อค้นหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดกลายเป็นเรื่องปกติ คำถามที่น่าคิดต่อคือ หากดีลนี้เกิดขึ้นจริงและ พาเลซ ตัดสินใจซื้อขาดในที่สุด นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตครั้งใหม่ให้เขาได้กลายเป็นตัวหลักที่แท้จริง หรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง

สรุปประเด็นสำคัญ

  • คริสตัล พาเลซ เปิดเกมทาบทาม เอวานน์ เกสซ็องด์ กลับมาร่วมทีมอีกครั้งด้วยสัญญายืมตัว หลังเคยปล่อยออปชั่นซื้อขาด 28 ล้านปอนด์หลุดมือไปเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026
  • เกสซ็องด์ วัย 25 ปี เคยยืมตัวมาเล่นให้ พาเลซ ครึ่งหลังฤดูกาลที่แล้ว ลงสนาม 14 นัด ทำได้ 2 ประตู ก่อนอาการบาดเจ็บเข่าจะจำกัดโอกาสลงสนามช่วงท้ายฤดูกาล
  • แอสตัน วิลล่า ต้องการเสริมความแข็งแกร่งแนวรุกทดแทนหลังสูญเสีย มอร์แกน โรเจอร์ส, เจดอน ซานโช่ และกำลังจะเสีย ลีออน เบลีย์ ไปให้ ฮัลล์ ซิตี้
  • ปัจจุบัน พาเลซ อยู่ภายใต้การคุมทีมของ ปิแอร์ ซาจ ซึ่งเข้ามารับช่วงต่อจาก โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ตั้งแต่กลางปี 2026
  • เกสซ็องด์ ยังคงทำผลงานได้ดีในระดับทีมชาติไอวอรี่โคสต์ ด้วยผลงาน 19 นัด 3 ประตู สะท้อนศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกปลดปล่อยเต็มที่ในระดับสโมสร

คำถามที่พบบ่อย

เอวานน์ เกสซ็องด์ คือใคร A: เขาคือกองหน้าทีมชาติไอวอรี่โคสต์วัย 25 ปี เกิดที่เกาะคอร์ซิกา เติบโตผ่านอะคาเดมีของสโมสร นีซ ก่อนย้ายไปค้าแข้งกับ แอสตัน วิลล่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2025

ทำไม คริสตัล พาเลซ ถึงปล่อยออปชั่นซื้อขาดหลุดมือไปก่อนหน้านี้ A: ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความไม่แน่นอนของทีมในช่วงที่ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ประกาศอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีม ทำให้ผู้บริหารยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อขาดในเวลานั้น

เกสซ็องด์ ทำผลงานอย่างไรตอนอยู่กับ พาเลซ ครึ่งฤดูกาลที่แล้ว A: เขาลงสนาม 14 นัด ทำประตูได้ 2 ลูก ก่อนอาการบาดเจ็บหัวเข่าจะจำกัดเวลาลงสนามในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

ดีลรอบใหม่นี้จะเป็นการยืมตัวหรือซื้อขาด A: ตามรายงานล่าสุด พาเลซ เข้าติดต่อกับตัวแทนของนักเตะเพื่อเจรจาสัญญายืมตัวอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดเงื่อนไขซื้อขาดยังไม่มีการยืนยันชัดเจน

ทำไม แอสตัน วิลล่า ถึงยินยอมปล่อยตัวเขาออกไป A: เพราะ อูไน เอเมรี่ ไม่ได้มองว่าเขาอยู่ในแผนระยะยาวของทีม แม้จะให้โอกาสลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องช่วงพรีซีซั่นที่อินโดนีเซียก็ตาม

เกสซ็องด์ เล่นในตำแหน่งใด A: โดยหลักเขาเล่นในตำแหน่งปีกขวา แต่สามารถขยับไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้ากลางสนามได้เช่นกัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นในแนวรุก

ผลงานในระดับทีมชาติของเขาเป็นอย่างไร A: เขาลงเล่นให้ทีมชาติไอวอรี่โคสต์ไปแล้ว 19 นัด ทำได้ 3 ประตู รวมถึงประตูในศึกแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ที่ผ่านมา

ใครคือผู้จัดการทีม คริสตัล พาเลซ คนปัจจุบัน A: ปิแอร์ ซาจ อดีตกุนซือของ ล็องส์ เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ตั้งแต่กลางปี 2026