อายุเพียง 17 ปี 106 วัน แต่เด็กหนุ่มคนนี้ทำสิ่งที่นักเตะระดับโลกหลายคนไม่มีโอกาสได้สัมผัสตลอดชีวิตการค้าแข้ง นั่นคือการยิงประตูในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลสโมสรโลก และด้วยวัยเพียงเท่านั้น เขาก็กลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์รายการนี้ เป็นรองเพียง ลามีน ยามาล และ อันซู ฟาติ สองซูเปอร์สตาร์จากบาร์เซโลนาเท่านั้นSatpayev scored the first Champions League goal of his career, becoming the third youngest player to ever score in Champions League play at only 17 years and 106 days old, behind only Lamine Yamal at 17 years and 68 days and Ansu Fati at 17 years and 40 days
ชื่อของเขาคือ ดัสตาน ซัตปาเยฟ ปีกดาวรุ่งทีมชาติคาซัคสถานจากสโมสร ไครัต อัลมาตี้ และล่าสุดเขาก็เพิ่งเดินทางข้ามทวีปมาสวมเสื้อ “สิงห์บลูส์” เชลซี อย่างเป็นทางการ ก่อนถูกส่งไปยืมตัวกับ เบิร์นลีย์ ทันทีเพื่อหาประสบการณ์ในศึกแชมเปียนชิพตลอดฤดูกาล 2026/27 คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอนถึงยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อคว้าตัวเด็กหนุ่มจากประเทศที่แทบไม่เคยมีชื่ออยู่บนแผนที่ฟุตบอลโลกมาก่อน และเรื่องราวของเขาสอนอะไรเราได้บ้างเกี่ยวกับวินัย โอกาส และการไขว่คว้าความฝันในโลกที่การแข่งขันดุเดือดขึ้นทุกวัน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของดีลประวัติศาสตร์ครั้งนี้
ต้นกำเนิดจากอัลมาตี้ สู่เส้นทางที่ไม่มีใครคาดคิด
เรื่องราวของ ซัตปาเยฟ เริ่มต้นที่เมืองอัลมาตี้ อดีตเมืองหลวงของคาซัคสถาน ประเทศในเอเชียกลางที่ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องฟุตบอลเลยแม้แต่น้อย เขาเข้าสู่อะคาเดมี่ของสโมสร ไครัต อัลมาตี้ ตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบBorn in Almaty, Satpayev joined the Kairat academy at eight years old และไต่เต้าผ่านทุกระดับเยาวชนจนได้รับโอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่ครั้งแรกตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ในเดือนพฤษภาคม 2024
ความเร็วในการเติบโตของเขาน่าทึ่งมาก เพราะเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เขาก็กลายเป็นตัวหลักของทีม และผลงานในสนามก็เริ่มดึงดูดสายตาสโมสรใหญ่จากยุโรป จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ไครัตประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงส่งตัวเขาให้เชลซี ด้วยค่าตัวที่รายงานกันว่าราว 4 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นสถิติค่าตัวสูงสุดสำหรับนักเตะจากลีกคาซัคสถานIn February 2025, Kairat announced that Satpayev agreed a transfer to Chelsea, set to happen in August 2026 after he turns 18, for a reported fee of €4 million แต่เนื่องจากกฎของฟีฟ่าที่ไม่อนุญาตให้นักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปีย้ายทีมข้ามประเทศได้อย่างเป็นทางการ ดีลนี้จึงต้องรอจนกว่าเขาจะเป่าเค้กวันเกิดครบ 18 ปีเสียก่อน
จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในวันที่ 12 สิงหาคม 2026 เมื่อเขาอายุครบ 18 ปีพอดี การย้ายทีมจึงเสร็จสมบูรณ์ตามกฎ และไครัตก็ปล่อยตัวเขาไปร่วมทัพเชลซีอย่างเป็นทางการทันทีHis birthday signalled the official completion of his pre-agreed move to Chelsea, as per FIFA rules, where a 7-year contract through 2033 awaited him นั่นหมายความว่าเชลซีผูกมัดเด็กหนุ่มคนนี้ไว้ยาวนานถึง 7 ปีเต็ม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นระดับสูงสุดที่สโมสรมีต่อศักยภาพในตัวเขา
ปีทองของไครัตที่หนุนส่งซัตปาเยฟให้เปล่งประกาย
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือ ฤดูกาล 2025 เป็นปีทองของทั้งไครัตและตัวเขาเอง เพราะสโมสรคว้าทั้งแชมป์ลีกและซูเปอร์คัพในประเทศ พร้อมผ่านเข้าไปเล่นในรอบลีกเฟสของยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เป็นครั้งประวัติศาสตร์ และซัตปาเยฟเองก็เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมด้วยผลงาน 14 ประตูในลีก และรวมทุกรายการ 18 ประตูตลอดทั้งฤดูกาลKairat’s 2025 season saw them win the Kazakhstan Premier League and Super Cup while reaching the UEFA Champions League league phase, with Satpayev finishing as top goalscorer with 14 league goals and 18 goals across all competitions ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับไครัต เขาลงสนามรวม 58 นัด ทำได้ 26 ประตูSatpayev went on to make 58 first-team appearances for the club, including outings in the UEFA Champions League, and struck 26 goals ตัวเลขที่ถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นวัยรุ่นในลีกที่ยังไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากนัก
เจาะลึกเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา: อะไรทำให้เด็กจากลีกเล็กก้าวขึ้นไปยืนเวทีใหญ่ได้เร็วขนาดนี้
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ผู้เล่นจากลีกที่มีมาตรฐานความเข้มข้นต่ำกว่าลีกยุโรปชั้นนำมาก จะสามารถปรับตัวเข้ากับความเร็วและความรุนแรงของฟุตบอลระดับท็อปได้อย่างไร คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ประสบการณ์ล้ำค่าที่เขาได้รับจากการพาไครัตลุยศึกแชมเปียนส์ ลีก ถึง 12 นัดHe has 63 senior professional appearances under his belt already, including a dozen in the Champions League thanks to Kairat reaching the league phase ซึ่งรวมถึงเกมระดับตำนานที่ไครัตพบกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ อินเตอร์ มิลาน จากผลการจับสลากที่ถูกยกให้เป็น “ฝันเป็นจริง” ของแฟนบอลคาซัคสถานKazakhstan’s Kairat will face Real Madrid and Inter Milan in the 2025-26 Champions League, a historic draw that electrified fans at home
แม้ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ทั้งสองนัด โดยแพ้เรอัล มาดริด 0-5 และแพ้อินเตอร์ มิลาน 1-2 แต่การได้ลงสนามปะทะกับผู้เล่นระดับโลกอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้, วินิซิอุส จูเนียร์ หรือแนวรับของอินเตอร์ คือบทเรียนภาคปฏิบัติที่ไม่มีห้องเรียนหรือคลิปวิดีโอวิเคราะห์เกมใดสอนได้ นี่คือหลักการสำคัญของวิทยาศาสตร์การกีฬาสมัยใหม่ที่เรียกว่า “การเรียนรู้ผ่านแรงกดดันสูงสุด” (High-Pressure Exposure) ยิ่งนักกีฬาเยาวชนได้เผชิญสถานการณ์ที่ท้าทายเกินระดับตัวเองเร็วเท่าไร ระบบประสาทและการตัดสินใจก็จะพัฒนาไวขึ้นเท่านั้น
และจุดพีคของซีซั่นก็มาถึงในเกมที่ไครัตพ่ายให้กับสโมสรโคเปนเฮเก้น 2-3 เมื่อ ซัตปาเยฟ ยิงประตูแรกในเวทีแชมเปียนส์ ลีกได้สำเร็จ กลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยเป็นอันดับ 3 ตลอดกาลของรายการดังกล่าวOnly Lamine Yamal at 17 years and 68 days and Ansu Fati at 17 years and 40 days have accomplished the feat at a younger age ประตูลูกนี้ไม่ใช่แค่สถิติสวยหรู แต่เป็นหลักฐานเชิงเทคนิคที่ยืนยันว่าเขามีความสามารถในการอ่านจังหวะ การเข้าทำในกรอบเขตโทษ และความเยือกเย็นภายใต้แรงกดดันในระดับที่หาได้ยากในผู้เล่นวัยเดียวกัน
ในแง่ตำแหน่งการเล่น ซัตปาเยฟ ถูกจัดวางให้เป็นนักเตะแนวรุกที่เล่นได้หลากหลายบทบาท ทั้งปีกซ้าย กองหน้าตัวเป้า หรือตัวรุกที่ขยับเข้ามาเล่นด้านหลังกองหน้าตัวเป้าHe can operate as a striker, winger or behind the centre-forward ความยืดหยุ่นเชิงตำแหน่งเช่นนี้คือสิ่งที่โค้ชระดับโลกในยุคปัจจุบันมองหาเป็นพิเศษ เพราะช่วยให้ทีมสามารถปรับรูปแบบการเล่นได้หลากหลายโดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่น และในช่วงพรีซีซั่นกับเชลซี เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้มาเล่นๆ ด้วยการยิงประตูเปิดหัวใจในนาทีที่ 6 ของเกมที่ชนะ เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ส 6-4 ภายใต้การคุมทีมของ ซาบี้ อลอนโซ่ ในเกมพรีซีซั่นนัดแรกของเขาในฐานะกุนซือเชลซีSatpayev opened the scoring inside six minutes in Xabi Alonso’s first pre-season game in charge ก่อนจะได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมพบกับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ และ ยูเวนตุส รวมถึงได้ลงเล่นช่วงท้ายเกมที่เสมอกับ โจฮอร์ ดารุล ตัซซิม 3-3He then came off the bench in the 2-1 defeat by Tottenham and the 1-0 loss to Juventus, and he was also handed a cameo appearance late on in the ill-tempered 3-3 draw against Johor Darul Ta’zim
มิติด้านจิตใจและแรงบันดาลใจ: ทำไมเรื่องนี้ถึงเขย่าหัวใจคนทั้งประเทศ
หากมองในมุมของจิตวิทยาการกีฬา เรื่องราวของซัตปาเยฟคือบทเรียนคลาสสิกเรื่อง “การแบกความหวังของคนทั้งชาติไว้บนบ่า” เพราะหากเขาได้ลงสนามให้เชลซีในพรีเมียร์ลีกจริง เขาจะกลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ของคาซัคสถานที่ได้เหยียบสนามลีกสูงสุดของอังกฤษ นี่ไม่ใช่แค่ความฝันส่วนตัว แต่คือความภาคภูมิใจของคนทั้งประเทศที่แทบไม่เคยมีชื่อปรากฏบนแผนที่ฟุตบอลโลกมาก่อน
หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดของกระแสความคลั่งไคล้นี้เกิดขึ้นทันทีหลังการจับสลากแชมเปียนส์ ลีก เมื่อแฟนบอลไครัตพากันแห่เข้าไปแสดงความยินดีในอินสตาแกรมของเรอัล มาดริด ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เห็นทีมระดับตำนานเดินทางมาเยือนบ้านเกิดตัวเองEcstatic by the draw and the opportunity to see one of the most famous football clubs at home, Kazakh football fans flooded Real Madrid’s social media ภาพเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลไม่ได้เป็นแค่กีฬา แต่คือช่องทางที่ประเทศเล็กๆ ใช้ประกาศตัวตนบนเวทีโลก และ ซัตปาเยฟ คือสัญลักษณ์ที่จับต้องได้ของความฝันนั้น
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือปฏิกิริยาของตัวเขาเองในวันที่รู้ผลจับสลาก ขณะที่เพื่อนร่วมทีมต่างเฉลิมฉลองด้วยความดีใจสุดขีด แต่ ซัตปาเยฟ กลับแสดงสีหน้าครุ่นคิดมากกว่าเบิกบาน ราวกับกำลังประมวลผลถึงความยากลำบากที่รออยู่ข้างหน้าในการเผชิญหน้ากับทีมระดับหัวแถวของยุโรป16-year-old winger Dastan Satpayev, already purchased by Chelsea, appeared more contemplative than celebratory, seemingly considering the difficulty of facing such elite opposition ปฏิกิริยาเช่นนี้คือสิ่งที่นักจิตวิทยาการกีฬาเรียกว่า “การตระหนักรู้เชิงประเมินความเสี่ยง” ซึ่งพบได้บ่อยในนักกีฬาที่มีวุฒิภาวะสูงกว่าอายุจริง และเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้นักเตะดาวรุ่งสามารถรับมือกับความกดดันมหาศาลได้โดยไม่พังทลาย
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังต่อสู้ในเส้นทางของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสายงานกีฬา ธุรกิจ หรือการทำงาน เรื่องราวนี้สอนบทเรียนสำคัญเรื่องวินัยและความอดทน เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ ซัตปาเยฟ ต้องฝึกซ้อมในอะคาเดมี่ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ใช้เวลาอีกเกือบสิบปีกว่าจะได้ลงเล่นทีมชุดใหญ่ และต้องรอถึง 18 เดือนเต็มนับจากวันที่ตกลงย้ายทีมจนถึงวันที่ดีลเสร็จสมบูรณ์ เพราะติดเงื่อนไขอายุตามกฎฟีฟ่า นี่คือบทพิสูจน์ว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักไม่ได้มาในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลลัพธ์ของการสะสมความพยายามอย่างต่อเนื่องในทุกวันที่ไม่มีใครมองเห็น
มิติด้านธุรกิจและอนาคต: กลยุทธ์การล่าดาวรุ่งของเชลซีในยุคดิจิทัล
ดีลนี้ยังสะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมฟุตบอลยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน เชลซีภายใต้การบริหารชุดปัจจุบันขึ้นชื่อเรื่องกลยุทธ์การกว้านซื้อนักเตะดาวรุ่งจากทั่วทุกมุมโลกในราคาที่ยังไม่แพงเกินไป ก่อนพัฒนาศักยภาพและทำกำไรมหาศาลในอนาคต การเซ็นสัญญากับ ซัตปาเยฟ ด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านยูโร ถือเป็นตัวอย่างชั้นดีของโมเดลธุรกิจนี้ เพราะหากเขาพัฒนาฝีเท้าได้ตามคาด มูลค่าตัวของเขาอาจพุ่งขึ้นหลายเท่าตัวภายในเวลาไม่กี่ปี
สิ่งที่น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์คือการที่เชลซีเลือกส่งตัวเขาไปยืมใช้งานกับ เบิร์นลีย์ ทันทีที่ดีลเสร็จสมบูรณ์ แทนที่จะเก็บไว้ปั้นในทีมชุดใหญ่ เบิร์นลีย์เพิ่งตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกด้วยอันดับรองบ๊วยเมื่อฤดูกาลก่อน และกำลังเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ในศึกแชมเปียนชิพภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่ นิคกี้ เฮเยน ซึ่งเข้ามาแทนที่ สก็อตต์ พาร์คเกอร์ อดีตนักเตะเชลซีThe Clarets are back in the Championship after finishing second to bottom in the Premier League last season, and have a new head coach in Nicky Hayen after former Chelsea man Scott Parker left the club towards the end of last season การเลือกจุดหมายปลายทางเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะแชมเปียนชิพเป็นลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นทางกายภาพและตารางแข่งที่ถี่ยิบ เหมาะสำหรับการบ่มเพาะนักเตะหนุ่มให้แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจก่อนก้าวขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว
ในมุมของตลาดนักเตะ ดีลนี้ยังเปิดประตูบานใหม่ให้กับวงการสแกาต์ทั่วโลก เพราะพิสูจน์ให้เห็นว่าอัญมณีล้ำค่าสามารถซ่อนอยู่ในลีกที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนได้เสมอ ในอดีตสโมสรใหญ่ในยุโรปมักโฟกัสการหาผู้เล่นจากลีกดังในอเมริกาใต้ แอฟริกา หรือยุโรปตะวันตกเป็นหลัก แต่เมื่อเอเชียกลางเริ่มมีตัวแทนที่โดดเด่นในเวทีระดับทวีปอย่างแชมเปียนส์ ลีก โอกาสที่สโมสรใหญ่จะขยายเครือข่ายสแกาต์เข้าไปในภูมิภาคนี้มากขึ้นก็ยิ่งเพิ่มสูงตามไปด้วย และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่ที่ทำให้นักเตะจากคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน หรือประเทศใกล้เคียงได้รับความสนใจจากตลาดยุโรปมากขึ้นในอนาคต
สำหรับตัวซัตปาเยฟเอง เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล เขาต้องพิสูจน์ตัวเองในแชมเปียนชิพให้ได้ก่อน ซึ่งเป็นลีกที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินและไม่ปรานีนักเตะดาวรุ่งที่ยังปรับตัวไม่ทัน แต่หากเขาทำได้ดีตามที่เชลซีคาดหวัง ประตูสู่ทีมชุดใหญ่ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน และเมื่อถึงวันนั้น เขาอาจไม่ได้เป็นแค่นักฟุตบอลอีกคนหนึ่ง แต่จะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดสำหรับเด็กหนุ่มทุกคนในเอเชียกลางที่ฝันอยากเดินตามรอยเท้าเดียวกัน
บทสรุป
เรื่องราวของ ดัสตาน ซัตปาเยฟ คือบทพิสูจน์ว่าพรสวรรค์ไม่เคยเลือกเกิดตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ จากเด็กชายในอะคาเดมี่เล็กๆ ที่อัลมาตี้ สู่นักเตะที่ยิงประตูใส่ยักษ์ใหญ่แชมเปียนส์ ลีก และปิดท้ายด้วยการย้ายมาร่วมทัพเชลซีด้วยสัญญายาวถึง 7 ปี ก่อนถูกส่งไปบ่มเพาะฝีเท้าที่เบิร์นลีย์ ทุกก้าวย่างของเขาสะท้อนความสำคัญของวินัย ความอดทน และการคว้าโอกาสไว้ในมือทันทีที่มันปรากฏขึ้น คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ เขาจะสามารถแบกความหวังของคนทั้งประเทศและก้าวข้ามผ่านความกดดันมหาศาลนี้ไปได้หรือไม่ และใครจะเป็นนักเตะคนต่อไปจากภูมิภาคที่ไม่มีใครคาดคิด ที่จะเดินตามรอยเท้าของเขาสู่เวทีฟุตบอลระดับโลก
สรุปประเด็นสำคัญ
- เชลซีคว้าตัว ดัสตาน ซัตปาเยฟ ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปีจากไครัต อัลมาตี้ ด้วยสัญญา 7 ปีถึงปี 2033 ทันทีที่เขาอายุครบ 18 ปีตามกฎฟีฟ่า
- ดีลนี้ตกลงกันไว้ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2025 ด้วยค่าตัวราว 4 ล้านยูโร ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของลีกคาซัคสถาน
- ซัตปาเยฟเคยยิงประตูใส่โคเปนเฮเก้นในแชมเปียนส์ ลีก กลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยอันดับ 3 ตลอดกาลของรายการ
- เขาลงสนามให้ไครัตรวม 58 นัด ทำ 26 ประตู รวมถึงเกมกับเรอัล มาดริด และอินเตอร์ มิลาน
- หลังเซ็นสัญญาเชลซี เขาถูกส่งไปยืมตัวกับเบิร์นลีย์ในศึกแชมเปียนชิพตลอดฤดูกาล 2026/27 ทันที
คำถามที่พบบ่อย
Q: ดัสตาน ซัตปาเยฟ คือใคร A: เขาคือปีก/กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติคาซัคสถาน วัย 18 ปี จากสโมสรไครัต อัลมาตี้ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมเชลซีอย่างเป็นทางการ
Q: เชลซีเซ็นสัญญาซัตปาเยฟกี่ปี A: เชลซีเซ็นสัญญากับเขายาวถึง 7 ปี มีผลถึงปี 2033
Q: ทำไมซัตปาเยฟถึงเพิ่งย้ายมาเชลซีทั้งที่ตกลงกันมาตั้งแต่ปี 2025 A: เพราะกฎของฟีฟ่าไม่อนุญาตให้นักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปีทำการย้ายทีมข้ามประเทศอย่างเป็นทางการ ดีลจึงต้องรอจนเขามีอายุครบ 18 ปีในวันที่ 12 สิงหาคม 2026
Q: ค่าตัวของซัตปาเยฟเท่าไหร่ A: มีรายงานว่าค่าตัวอยู่ที่ราว 4 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นสถิติค่าตัวสูงสุดของนักเตะจากลีกคาซัคสถาน
Q: ซัตปาเยฟจะได้ลงเล่นให้เชลซีชุดใหญ่เลยหรือไม่ A: ไม่ เขาถูกส่งไปยืมตัวให้กับเบิร์นลีย์ในศึกแชมเปียนชิพตลอดฤดูกาล 2026/27 เพื่อสะสมประสบการณ์ก่อน
Q: เบิร์นลีย์อยู่ในลีกไหนตอนนี้ A: เบิร์นลีย์เพิ่งตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน และกลับมาเล่นในศึกแชมเปียนชิพฤดูกาลนี้ ภายใต้กุนซือคนใหม่ นิคกี้ เฮเยน
Q: ซัตปาเยฟเคยเล่นในแชมเปียนส์ ลีก มาก่อนหรือไม่ A: เคย เขาลงเล่นให้ไครัต อัลมาตี้ ในรอบลีกเฟสของยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ราว 12 นัด รวมถึงเกมกับเรอัล มาดริดและอินเตอร์ มิลาน
Q: ซัตปาเยฟสร้างสถิติอะไรไว้ในแชมเปียนส์ ลีก A: เขายิงประตูใส่โคเปนเฮเก้นตอนอายุ 17 ปี 106 วัน กลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เป็นรองเพียงลามีน ยามาล และอันซู ฟาติ
Q: ซัตปาเยฟเล่นตำแหน่งอะไร A: เขาเป็นนักเตะแนวรุกที่เล่นได้หลายตำแหน่ง ทั้งปีก กองหน้าตัวเป้า และตัวรุกที่เล่นด้านหลังกองหน้า
Q: ถ้าซัตปาเยฟได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีก จะมีความสำคัญอย่างไร A: เขาจะกลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ของคาซัคสถานที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
Q: ผลงานของซัตปาเยฟกับไครัตเป็นอย่างไรบ้าง A: เขาลงสนามรวม 58 นัด ทำได้ 26 ประตู และเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในฤดูกาล 2025 ที่ไครัตคว้าทั้งแชมป์ลีกและซูเปอร์คัพ
Q: ซัตปาเยฟทำผลงานอย่างไรในช่วงพรีซีซั่นกับเชลซี A: เขายิงประตูเปิดสกอร์ในเกมที่เชลซีชนะเวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ส 6-4 และได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมกับท็อตแนมและยูเวนตุส