รายการแข่งขัน: อีเอฟแอล คัพ (คาราเบา คัพ) รอบ 3
สนาม: เอติฮัด สเตเดียม เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
หมายเหตุเวลา: คิกออฟตามเวลาอังกฤษ (BST) คือ 19.30 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 เมื่อแปลงเป็นเวลาไทย (UTC+7) จะตรงกับ 01.30 น. ของรุ่งเช้าวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569
ฟอร์มเจ้าบ้าน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้เอนโซ มาเรสก้า อยู่อันดับ 2 พรีเมียร์ลีก ผลงาน 4 นัด ชนะ 4 เสมอ 0 แพ้ 0 ยิงได้ 8 เสียเพียง 2 ประตู แพ้เพียงนัดเดียวใน 10 เกมหลังสุด (0-3 ให้อาร์เซนอล) ส่วนที่เหลือชนะรวด รวมถึงชนะแมนฯ ยูไนเต็ดและปอร์โต้ในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ เกมเหย้าฤดูกาลนี้ยังไม่แพ้ใคร (2 นัด ชนะทั้งคู่) เสียประตูเฉลี่ยเพียง 0.5 ลูกต่อเกมในบ้าน
ฟอร์มทีมเยือน
นอริช ซิตี้ ของฟิลิปป์ เคลมองต์ อยู่อันดับ 14 แชมป์เปี้ยนชิพ ผลงาน 7 นัด ชนะ 3 เสมอ 0 แพ้ 4 ยิงได้ 13 เสียไป 13 ประตู ฟอร์มนอกบ้านฤดูกาลนี้มีเพียง 1 นัด (แพ้) เสียประตูเฉลี่ยสูงถึง 2.3 ลูกต่อเกมนอกบ้าน แต่ในถ้วยนี้เพิ่งเอาชนะมิลตัน คีนส์ ดอนส์ และคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ มาได้ ก่อนพ่ายมิดเดิลสโบรช์ 0-3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถิติเปรียบเทียบ/H2H
5 นัดหลังสุดในรอบ 10 กว่าปี ซิตี้ชนะ 4 นัด: 5-0 (2021/22), 5-1 (2019/20), 2-1 (2015/16), 7-0 (2013/14) ส่วนนอริชชนะครั้งเดียวคือบุกเอาชนะที่เอติฮัดเมื่อฤดูกาล 2012/13 ด้วยสกอร์ 3-2
ราคาต่อรองตลาดเดิมพัน
- 1×2: เจ้าบ้าน 1.09 / เสมอ 9.50 / เยือน 17.00
- สูง-ต่ำ 2.5 ลูก: สูง 1.25 / ต่ำ 4.00
- BTTS (ทั้งคู่ยิง): ไม่ 1.80 / ใช่ 1.95
- สกอร์แม่นยำที่ PredictZ ให้เป็นทีเด็ด: 3-0 ราคา 7.50
- แมนซิตี้ & ยิงเกิน 3.5 ลูก: 1.73
คาดการณ์ผล
ด้วยช่องว่างฟอร์ม อันดับลีก และสถิติ H2H ที่เอนไปทางเจ้าบ้านชัดเจน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงที่จะชนะและผ่านเข้ารอบ คาดผลชนะ 3-0 ตามทีเด็ดของ PredictZ หรือชนะแบบสกอร์ห่างในแนว Over 2.5 ควบคู่ Man City & BTTS No
หมายเหตุ: ราคาต่อรองอาจเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งขัน การเดิมพันมีความเสี่ยง โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบและเดิมพันอย่างมีความรับผิดชอบ สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น
วิเคราะห์บอล – สถิติ H2H – คาดการณ์ผล ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ นอริช ซิตี้ วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลาประเทศไทย 01.30 น.
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าภาพจากพรีเมียร์ลีก จะเปิดบ้านเอติฮัด สเตเดียม ต้อนรับนอริช ซิตี้ ทีมจากแชมป์เปี้ยนชิพ ในศึกอีเอฟแอล คัพ หรือที่รู้จักกันในชื่อคาราเบา คัพ รอบ 3 ประจำฤดูกาล 2026/27 โดยคู่นี้จะคิกออฟเวลา 19.30 น. ตามเวลาอังกฤษ (BST) ของวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 ซึ่งเมื่อคำนวณส่วนต่างเวลาแล้วจะตรงกับ 01.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ในรุ่งเช้าวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 การแข่งขันมีกำหนดคิกออฟที่ 19.30 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร และจะถ่ายทอดสดในสหราชอาณาจักรผ่านสกาย สปอร์ต
การเจอกันครั้งนี้มีนัยสำคัญมากกว่าการแข่งขันถ้วยทั่วไป เพราะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์เก่าที่กำลังป้องกันตำแหน่งจากฤดูกาลก่อน และเป็นเจ้าของสถิติแชมป์รายการนี้มาแล้ว 9 สมัย เป็นรองเพียงลิเวอร์พูลเท่านั้น ขณะที่ นอริชกำลังไล่ล่าชัยชนะครั้งแรกเหนือซิตี้ที่เอติฮัดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2013 ซึ่งเป็นช็อตที่จอนนี ฮาวสันยิงประตูปิดท้ายฤดูกาลพรีเมียร์ลีกครั้งสุดท้ายที่นอริชยังอยู่ในลีกเดียวกับซิตี้
ฟอร์มเจ้าบ้าน: แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ภายใต้การคุมทีมของเอนโซ มาเรสก้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินหน้าฤดูกาลนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบในลีก ผลงาน 4 นัดแรกของพรีเมียร์ลีกชนะรวด 4 นัด ยิงได้ 8 เสียเพียง 2 ประตู รั้งอันดับ 2 ของตาราง เมื่อขยายไปดู 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ ทีมแพ้เพียงนัดเดียวคือดาร์บี้แมนเชสเตอร์ที่แพ้อาร์เซนอล 0-3 ส่วนที่เหลือเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด รวมถึงชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 และเอฟซี ปอร์โต้ 2-0 ในช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในแง่ของฟอร์มเกมเหย้าเฉพาะ ทีมยังคงไร้พ่ายในบ้านฤดูกาลนี้ (2 นัด ชนะทั้งคู่) และเสียประตูเฉลี่ยเพียง 0.5 ลูกต่อเกมในบ้าน สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพในเกมรับที่มาเรสก้าสร้างขึ้นได้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม เกมนี้มาพร้อมปัจจัยเรื่องผู้เล่นที่ขาดหาย ฟิล โฟเดน ต้องพักตามคำสั่งแบนหลังโดนใบแดงในเกมดาร์บี้แมนเชสเตอร์นัดล่าสุด ส่วนเจเรมี โดกู มีแนวโน้มจะพลาดลงสนามอีกครั้งเพราะอาการบาดเจ็บ ซึ่งเปิดโอกาสให้มาเรสก้าปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นชุดใหญ่บางส่วน
ฟอร์มทีมเยือน: นอริช ซิตี้
นอริช ซิตี้ ภายใต้ฟิลิปป์ เคลมองต์ อยู่อันดับ 14 ของแชมป์เปี้ยนชิพ จากผลงาน 7 นัด ชนะ 3 เสมอ 0 แพ้ 4 ยิงได้ 13 เสียไป 13 ประตู ฟอร์มออกไปเยือนฤดูกาลนี้ยังบางเบา (ลงเล่นนอกบ้านเพียงนัดเดียวและแพ้) และเสียประตูเฉลี่ยสูงถึง 2.3 ลูกต่อเกมเมื่อเล่นนอกบ้าน อย่างไรก็ตาม เส้นทางในถ้วยนี้พวกเขาทำได้ดีกว่าฟอร์มลีก โดยเอาชนะมิลตัน คีนส์ ดอนส์ 4-1 และคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 2-1 มาได้สองรอบติดต่อกัน แต่ก่อนเกมนี้เพียงไม่กี่วัน ทีมเพิ่งพ่ายมิดเดิลสโบรช์ 0-3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 20 ปี เจคอบ ไรท์ กำลังผลักดันตัวเองให้ได้ลงเป็นตัวจริงหลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของเกมที่แพ้มิดเดิลสโบรช์ 3-4 ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในไพ่ใบสำคัญที่เคลมองต์เลือกใช้เพื่อสร้างความแตกต่างในเกมรับกับซิตี้
สถิติเปรียบเทียบและหัวต่อหัว (H2H)
ทั้งสองทีมเผชิญหน้ากันมาแล้ว 5 นัดในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายชนะถึง 4 นัด ด้วยสกอร์ที่ห่างชั้นอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ 5-0 ในฤดูกาล 2021/22, 5-1 ในฤดูกาล 2019/20, 2-1 ในฤดูกาล 2015/16 และ 7-0 ในฤดูกาล 2013/14 ซึ่งทั้งหมดเป็นการแข่งขันที่ซิตี้ได้เปรียบสนามเหย้า ส่วนนัดเดียวที่นอริชเอาชนะได้คือฤดูกาล 2012/13 ซึ่งเป็นการบุกไปเยือนสนามของซิตี้และเอาชนะกลับมาได้ด้วยสกอร์ 3-2 ภาพรวมของสถิติ H2H จึงชี้ให้เห็นความเหนือกว่าอย่างชัดเจนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งในแง่ผลการแข่งขันและปริมาณประตูที่ทำได้ในแต่ละนัด
มุมมองวิทยาศาสตร์การกีฬาและยุทธวิธี
ในเชิงแทคติก รูปแบบเกมเหย้าในถ้วยคาราเบา คัพ ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นแนวทางที่สืบทอดมาจากยุคเป๊ป กวาร์ดิโอลา คือการควบคุมเกมด้วยการครองบอลอย่างอดทน ค่อย ๆ บั่นทอนทีมเยือนก่อนหาช่องทางทำประตู และดูเหมือนมาเรสก้าจะยังคงใช้แนวทางเดียวกันนี้ต่อไป การครองบอลในลักษณะนี้อาศัยหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาด้านการจัดการพื้นที่ (spatial control) และการหมุนเวียนตำแหน่งผู้เล่นระหว่างเกม เพื่อดึงให้แนวรับของฝ่ายตรงข้ามขยับออกจากตำแหน่งเดิม ก่อนใช้ความเร็วของปีกและกองหน้าเจาะช่องว่างที่เกิดขึ้น
อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือการบริหารจัดการร่างกายนักเตะ (load management) มาเรสก้าระบุว่าการแข่งขันในหลายรายการพร้อมกันทำให้ต้องปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่น เพราะนักเตะที่ได้ลงสนามในเกมนี้จะมีความสำคัญกับทีมในเกมพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนส์ลีกช่วงปลายปีที่ตารางแข่งจะแน่นขึ้นมาก หลักคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยด้านสรีรวิทยาการกีฬาที่ชี้ว่าการหมุนเวียนผู้เล่นในช่วงต้นฤดูกาลช่วยลดความเสี่ยงอาการบาดเจ็บสะสมในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ
ฝั่งนอริช การเล่นเกมรับเป็นกลุ่มก้อนแน่นและอาศัยการสวนกลับเร็วจะเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดในการเผชิญหน้ากับทีมที่ครองบอลเหนือกว่า เพราะการพยายามเปิดเกมรุกแลกหมัดจะเสี่ยงต่อการเสียพื้นที่ให้กับกองหน้าซิตี้ที่มีความเร็วและความคมในการจบสกอร์สูงกว่ามาก
มุมมองจิตวิทยาและแรงจูงใจ
สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมนี้คือโอกาสทองของผู้เล่นที่ไม่ได้ลงสนามบ่อยนัก มาเรสก้ายืนยันว่านักเตะดาวรุ่งอย่างไรอัน แม็คเอโด, เคเดน เบรธเวต และฟลอยด์ ซัมบา จะได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเล่นในเกมนี้ ซึ่งในทางจิตวิทยากีฬา โอกาสลงสนามในเกมถ้วยเช่นนี้มีความหมายมากกว่าการฝึกซ้อม เพราะเป็นการทดสอบสภาพจิตใจภายใต้แรงกดดันของการแข่งขันจริงที่มีผลแพ้ชนะ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจสะสมให้กับผู้เล่นรุ่นใหม่ในระยะยาว
ฝั่งนอริช แรงจูงใจอยู่ที่การใช้เกมนี้เป็นเวทีพิสูจน์ตัวเองในฐานะทีมอันเดอร์ด็อก ประวัติศาสตร์ฟุตบอลถ้วยของอังกฤษเต็มไปด้วยกรณีที่ทีมระดับรองสร้างเซอร์ไพรส์เอาชนะทีมใหญ่ได้ในคืนเดียว การได้ลงเล่นในสนามระดับเอติฮัดต่อหน้าผู้ชมเต็มความจุยังเป็นแรงกระตุ้นทางจิตใจที่ช่วยยกระดับความมุ่งมั่นของนักเตะนอริชได้ในระดับหนึ่ง แม้ความจริงในเชิงสถิติจะไม่เข้าข้างพวกเขาก็ตาม
มุมมองธุรกิจและสื่อดิจิทัล
ในแง่ธุรกิจการถ่ายทอดสด คู่นี้จะถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มพารามาวด์พลัสในสหรัฐอเมริกา และมีผู้ให้บริการถ่ายทอดที่รู้จักในกว่า 39 ประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นมูลค่าเชิงพาณิชย์ของคาราเบา คัพ ที่แม้จะเป็นรายการรองเมื่อเทียบกับพรีเมียร์ลีกหรือแชมเปียนส์ลีก แต่ยังคงดึงดูดผู้ชมทั่วโลกได้จากชื่อชั้นของทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้
สำหรับนอริช ซิตี้ ในฐานะสโมสรระดับแชมป์เปี้ยนชิพ การได้เดินทางมาเยือนสโมสรระดับพรีเมียร์ลีกยักษ์ใหญ่เช่นนี้มีมูลค่าทางธุรกิจมากกว่าค่าเฉลี่ยเกมลีกทั่วไป ทั้งส่วนแบ่งรายได้จากถ้วย ค่าตั๋วนักท่องเที่ยวที่เดินทางตามทีม และการเพิ่มยอดผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียจากการเผชิญหน้าทีมระดับโลก ขณะเดียวกัน ตลาดเดิมพันเองก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เติบโตคู่ขนานไปกับเกมนี้ โดยราคาต่อรองที่เอนเอียงไปทางเจ้าบ้านอย่างมาก (1.09 ในตลาด 1×2) เป็นภาพสะท้อนของการประเมินความเสี่ยงเชิงสถิติที่บริษัทรับพนันนำข้อมูลฟอร์มและ H2H มาคำนวณราคาอย่างละเอียด
มุมมองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์คาราเบา คัพ มาแล้ว 9 สมัย ได้แก่ปี 1970, 1976, 2014, 2016, 2018, 2019, 2020, 2021 และ 2026 ทำให้รายการนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์สโมสรในรอบทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในยุคที่ทีมประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ฤดูกาลก่อนหน้านี้ซิตี้ป้องกันแชมป์ได้ด้วยการเอาชนะอาร์เซนอล 2-0 ที่เวมบลีย์ จากสองประตูของนีโก โอ’ไรลีย์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำสำคัญของแฟนบอลสีฟ้าท้องฟ้า
ในทางกลับกัน นอริช ซิตี้ มีฉายาว่า “เดอะ คานารีส์” (The Canaries) และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในฟุตบอลถ้วยอังกฤษ แม้ในช่วงหลังจะห่างหายจากการเจอทีมระดับพรีเมียร์ลีกชั้นนำเนื่องจากตกชั้นสลับขึ้นลงระหว่างพรีเมียร์ลีกและแชมป์เปี้ยนชิพ แต่ความทรงจำเกี่ยวกับชัยชนะเหนือซิตี้ที่เอติฮัดเมื่อปี 2013 ยังคงถูกพูดถึงในหมู่แฟนบอลนอริชจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะหนึ่งในผลงานเซอร์ไพรส์ที่น่าจดจำที่สุดของสโมสรในรอบทศวรรษที่ผ่านมา
ราคาต่อรองตลาดเดิมพันแบบเจาะลึก
- 1×2: เจ้าบ้าน 1.09 / เสมอ 9.50 / เยือน 17.00
- สูง-ต่ำ 2.5 ลูก: สูง 1.25 / ต่ำ 4.00
- ทั้งคู่ยิง (BTTS): ไม่ 1.80 / ใช่ 1.95
- ดรอว์ โน เบ็ท: เจ้าบ้านชนะ 1.03
- สกอร์แม่นยำที่ PredictZ เชียร์: แมนซิตี้ชนะ 3-0 ราคา 7.50
- แมนซิตี้ & ยิงเกิน 3.5 ลูก: 1.73 / แมนซิตี้ & ยิงต่ำกว่า 3.5 ลูก: 2.63
- ผลครึ่งแรก-เต็มเวลา ที่มีราคาต่ำสุด: แมนซิตี้-แมนซิตี้ 1.40
- ผลบวก BTTS: แมนซิตี้ชนะ & ทั้งคู่ยิง (ใช่) 2.38 / แมนซิตี้ชนะ & ทั้งคู่ยิง (ไม่) 1.91
- เบ็ทบูสต์พิเศษ: แมนซิตี้ชนะ & ทั้งคู่ยิง (ใช่) ราคาบูสต์ 2.50 / นีโก โอ’ไรลีย์ ยิงเข้ากรอบนอกกรอบเขตโทษเกิน 0.5 ครั้ง ราคาบูสต์ 3.60
ราคาต่อรองทั้งหมดสะท้อนความมั่นใจของตลาดที่มองว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเป็นฝ่ายควบคุมเกมได้ตลอด 90 นาที และมีโอกาสสูงที่จะปิดท้ายด้วยชัยชนะขาดลอย
คาดการณ์ผลการแข่งขัน
จากการประกอบข้อมูลฟอร์มทั้งสองทีม สถิติ H2H และราคาต่อรองตลาด ภาพรวมชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความได้เปรียบอย่างชัดเจนทั้งในเชิงคุณภาพผู้เล่น ฟอร์มการเล่น และประวัติการเจอกัน คาดว่าซิตี้จะเป็นฝ่ายเอาชนะและผ่านเข้ารอบต่อไปได้ไม่ยาก โดยมีความเป็นไปได้สูงที่จะจบด้วยสกอร์ 3-0 ตามทีเด็ดหลักของ PredictZ หรือชนะแบบทำประตูได้เกิน 2.5 ลูก ส่วนนอริชแม้จะมีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ได้บ้างจากจังหวะสวนกลับ แต่ด้วยเกมรับที่เสียประตูเฉลี่ยสูงเมื่อเล่นนอกบ้าน โอกาสที่จะพลิกสถานการณ์จึงค่อนข้างต่ำ
หมายเหตุ: ราคาต่อรองที่นำเสนอในบทความนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มการแข่งขันจริง ผู้อ่านควรตรวจสอบราคาล่าสุดกับเว็บไซต์ผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ การเดิมพันมีความเสี่ยงและไม่ได้การันตีผลกำไร โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบและเดิมพันอย่างมีความรับผิดชอบ สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น
สรุปประเด็นสำคัญ
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้านฟอร์มร้อนแรง ชนะรวด 4 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก เสียเพียง 2 ประตู
- นอริช ซิตี้ ฟอร์มนอกบ้านไม่มั่นคง เสียประตูเฉลี่ย 2.3 ลูกต่อเกมเมื่อเล่นนอกบ้าน
- สถิติ H2H 5 นัดหลังสุด ซิตี้ชนะ 4 นัด รวมถึงชนะขาดลอย 7-0 และ 5-0
- ราคาต่อรองตลาดเอนเอียงไปทางเจ้าบ้านชัดเจน 1×2 เจ้าบ้านเพียง 1.09
- คาดผลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 3-0 ตามทีเด็ดหลักของ PredictZ
คำถามที่พบบ่อย
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ นอริช ซิตี้ แข่งวันไหนตามเวลาไทย?
ตรงกับเวลา 01.30 น. ของวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เนื่องจากคิกออฟที่อังกฤษคือ 19.30 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน
เกมนี้แข่งขันในรายการอะไร?
เป็นการแข่งขันอีเอฟแอล คัพ หรือคาราเบา คัพ รอบ 3 ประจำฤดูกาล 2026/27
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยแพ้นอริชบ้างหรือไม่?
เคย ในฤดูกาล 2012/13 นอริชบุกไปเอาชนะซิตี้ได้ด้วยสกอร์ 3-2 ซึ่งเป็นนัดเดียวจาก 5 นัดหลังสุดที่นอริชเป็นฝ่ายชนะ
ราคาต่อรอง 1×2 ของเกมนี้เป็นอย่างไร?
เจ้าบ้านแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ที่ 1.09 เสมอ 9.50 และทีมเยือนนอริช ซิตี้ อยู่ที่ 17.00
ทีเด็ดสกอร์แม่นยำของเกมนี้คืออะไร?
PredictZ ให้ทีเด็ดหลักเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 3-0 ที่ราคา 7.50
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีผู้เล่นคนไหนไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้บ้าง?
ฟิล โฟเดน ติดโทษแบนจากใบแดงในเกมดาร์บี้แมนเชสเตอร์ ส่วนเจเรมี โดกู มีแนวโน้มพลาดลงสนามจากอาการบาดเจ็บ
นอริช ซิตี้ ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไร?
นอริชเอาชนะมิลตัน คีนส์ ดอนส์ และคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ มาได้ในสองรอบก่อนหน้า ก่อนเจอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบ 3
เกมนี้ถ่ายทอดสดที่ไหนบ้าง?
ในสหราชอาณาจักรถ่ายทอดผ่านสกาย สปอร์ต ส่วนในสหรัฐอเมริกาถ่ายทอดผ่านพารามาวด์พลัส