รู้หรือไม่ว่าตลอดประวัติศาสตร์วงการมวยสากล มีนักชกชาวไอริชเพียง 3 คนเท่านั้นที่เคยครองบัลลังก์แชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวตอย่างเป็นทางการ และหนึ่งในนั้นคือชื่อที่ย้อนกลับไปไกลถึงยุคศตวรรษที่ 19 นั่นทำให้ทุกครั้งที่มีนักชกไอริชได้ลุ้นแชมป์โลกในรุ่นนี้ มันไม่ใช่แค่ไฟต์ธรรมดา แต่คือการพยายามเติมชื่อลำดับที่ 4 ลงในหน้าประวัติศาสตร์ที่ว่างเว้นมานานนับสิบปี และในค่ำคืนที่สนาม 3อารีนา กรุงดับลิน แอรอน แมคเคนนา นักชกวัย 27 ปี จากเทศมณฑลมอนาฮัน ก็ทำสำเร็จ เขาใช้ฝีมือและความอดทนเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ เอติโนซา โอลีฮา นักชกไร้พ่ายชาวอิตาลี คว้าแชมป์โลก IBF รุ่นมิดเดิลเวตที่ว่างมาครองต่อหน้าแฟนมวยบ้านเกิดกว่า 5,000 คน ที่ตะโกนโห่ร้องกันสนั่นทั้งสนามตลอด 12 ยก
เรื่องราวนี้ไม่ได้มีดีแค่ผลการชก แต่ซ่อนทั้งดราม่าเรื่องบัลลังก์ที่ว่างจากคดียาต้องห้าม เส้นทางครอบครัวนักมวยที่ปลุกปั้นลูกชายจากยิมหลังบ้าน และเกมธุรกิจใหม่ของวงการมวยโลกที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปตลอดกาล
ที่มาบัลลังก์ที่ว่าง เมื่อแชมป์เก่าพลาดท่าเรื่องสารต้องห้าม
จุดเริ่มต้นของค่ำคืนประวัติศาสตร์นี้ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อ จานิเบก อาลีมคานูลี นักชกไร้พ่ายชาวคาซัคสถาน เจ้าของแชมป์โลก IBF และ WBO รุ่นมิดเดิลเวตในเวลานั้น ถูกสหพันธ์มวยนานาชาติ หรือ IBF สั่งริบเข็มขัดอย่างเป็นทางการ สาเหตุมาจากผลตรวจสารต้องห้ามที่ตรวจพบสารเมลโดเนียมทั้งในตัวอย่าง A และ B ซึ่งเก็บตัวอย่างเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อนหน้า ส่งผลให้เขาถูกดึงตัวออกจากไฟต์รวมเข็มขัดที่วางแผนไว้กับ เอริสลันดี ลารา แชมป์โลก WBA ในทันที
ทีมของอาลีมคานูลีชี้แจงว่าสารดังกล่าวมาจากยาที่ได้รับระหว่างการรักษาฉุกเฉินในคาซัคสถาน หลังเขามีอาการทางระบบประสาทที่ภายหลังวินิจฉัยว่าเป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว ทำให้คณะกรรมการสอบสวนของคาซัคสถานตัดสินว่าความผิดอยู่ในระดับต่ำและให้โทษแบนเพียงบางส่วน แต่กติกาของ IBF นั้นเข้มงวดกว่านั้นมาก เพราะกำหนดว่านักชกที่ถูกแบนจากสหพันธ์ที่ IBF รับรอง จะไม่มีสิทธิ์ชกไฟต์ใดๆ ภายใต้ IBF เป็นเวลา 1 ปีเต็ม นั่นหมายความว่าอาลีมคานูลีไม่สามารถป้องกันแชมป์ตามกำหนดเส้นตายในเดือนกรกฎาคมได้ คณะกรรมการบริหาร IBF จึงลงมติริบแชมป์ทันทีในวันที่ 5 มีนาคม ทั้งที่ทาง WBO เลือกให้เขารักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ความแตกต่างในการตัดสินใจของสององค์กรจึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงการมวยอยู่พักใหญ่
เมื่อบัลลังก์ว่างลง อันดับ 2 และอันดับ 3 ของ IBF ในเวลานั้นคือ เอติโนซา โอลีฮา และ แอรอน แมคเคนนา จึงถูกจับมาชิงตำแหน่งที่ว่างกันโดยตรง และนี่คือครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ลองสนามระดับแชมป์โลกในอาชีพนักมวยของตัวเอง
ไอร์แลนด์ รอคอยแชมป์โลกมิดเดิลเวตคนใหม่มานานแค่ไหน
หากมองในมิติประวัติศาสตร์ ชัยชนะของแมคเคนนาในค่ำคืนนี้มีความหมายมากกว่าการได้เข็มขัดเส้นหนึ่ง เพราะเขากลายเป็นนักชกไอริชเพียงคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่ได้ครองแชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวตอย่างเป็นทางการ ต่อจาก แจ็ก “นองปาเรล” เดมป์ซีย์ นักชกยุคศตวรรษที่ 19 ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเจ้าของบัลลังก์คนแรกของรุ่นนี้ ตามมาด้วย สตีฟ คอลลินส์ ตำนาน “เซลติก วอร์ริเออร์” ชาวดับลิน ผู้ครองแชมป์ WBO ทั้งรุ่นมิดเดิลเวตและซูเปอร์มิดเดิลเวตในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ด้วยการเอาชนะสองยอดฝีมืออย่าง คริส ยูแบงก์ และ ไนเจล เบนน์ ได้ทั้งคู่ และล่าสุดคือ แอนดี้ ลี นักชกจากมณฑลลิเมอริก ผู้คว้าแชมป์โลก WBO มิดเดิลเวตในปี 2014 ด้วยหมัดน็อกอันน่าตื่นตาที่พลิกสถานการณ์จากฝ่ายตามหลังบนคะแนน
การได้ชกไฟต์แชมป์โลกครั้งแรกในบ้านเกิดของตัวเองที่ 3อารีนา ยิ่งเพิ่มความหมายให้กับคืนนี้ เพราะสนามแห่งนี้คือสังเวียนที่เคยบันทึกโมเมนต์สำคัญของวงการมวยไอริชมาแล้วหลายครั้ง ทั้งไฟต์ระดับตำนานของนักชกหญิงอย่าง เคที เทย์เลอร์ และยังเป็นบ้านของแฟนมวยที่ขึ้นชื่อเรื่องเสียงเชียร์อันดุเดือด บรรยากาศในคืนที่แมคเคนนาขึ้นชกจึงเต็มไปด้วยธงไตรรงค์ไอร์แลนด์และธงประจำทีม GAA ของมอนาฮันที่โบกสะบัดทั่วสนาม
ถอดรหัสการชก แมคเคนนาคุมเกมด้วยช่วงชกและวินัยตลอด 12 ยก
ในมิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา ไฟต์นี้สะท้อนให้เห็นชัดว่าชัยชนะระดับแชมป์โลกไม่ได้มาจากพลังหมัดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการบริหารจัดการระยะและจังหวะการชกอย่างเป็นระบบ แมคเคนนาซึ่งมีความสูง 185 เซนติเมตร และช่วงชกยาวถึง 191 เซนติเมตร ได้เปรียบเรื่องรูปร่างเหนือคู่ต่อสู้อย่างชัดเจน เขาเลือกใช้กลยุทธ์ควบคุมระยะด้วยหมัดแย็บซ้ายเป็นหลัก ผสมกับการขยับเท้าเข้าออกเพื่อไม่ให้โอลีฮาเข้าประชิดตัวได้ง่าย
ผลการให้คะแนนจากกรรมการทั้ง 3 ท่านคือ 118-110, 117-111 และ 116-112 ซึ่งบ่งบอกถึงความเหนือชั้นที่ค่อนข้างชัดเจนตลอดการชก แม้จะมีบางช่วง โดยเฉพาะยกต้นๆ ที่โอลีฮาสามารถอาศัยหมัดฮุกขวาเจาะเข้ามาได้และแย่งคะแนนไปครองในบางยก แต่ภาพรวมทั้งไฟต์ แมคเคนนาสามารถรักษาวินัยการชกได้ดีกว่า เขาไม่พยายามแลกหมัดตรงๆ กับคู่ต่อสู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึดและอัตราการออกหมัดสูง แต่เลือกใช้จังหวะออกหมัดสั้นกระชับแล้วถอยออกมาคุมระยะใหม่ทันที รูปแบบการชกเช่นนี้เป็นเอกลักษณ์ของนักชกที่ผ่านการฝึกในระบบอเมริกันมาอย่างโชกโชน เพราะแมคเคนนาเคยผ่านการฝึกซ้อมร่วมกับโค้ชระดับโลกในลอสแอนเจลิสมาก่อน ทำให้เขามีทั้งความแม่นยำและความเย็นในการตัดสินใจกลางสังเวียน
สิ่งที่น่าสนใจคือทั้งคู่เข้าสู่ไฟต์นี้ด้วยสถิติไร้พ่ายเท่ากันคือไม่แพ้ใครมาก่อน แต่มีเพียงฝ่ายเดียวที่รักษาสถิตินั้นไว้ได้จนจบไฟต์ แมคเคนนาขยับสถิติอาชีพของตัวเองเป็นชนะรวด 21 ไฟต์ นับตั้งแต่ก้าวขึ้นชกอาชีพครั้งแรกในปี 2017 โดยมีอัตราการชนะน็อกอยู่ที่ 10 ครั้ง ซึ่งแม้จะไม่ใช่ตัวเลขที่บ่งบอกถึงหมัดหนักระดับทำลายล้าง แต่กลับสะท้อนถึงความเป็นนักชกสายเทคนิคที่เน้นเกมรุกแบบสะสมคะแนนมากกว่าการหาจังหวะน็อก
เกมแผนของโอลีฮาที่ไม่ทันได้ผล
ก่อนไฟต์ โอลีฮาเคยประกาศความมั่นใจว่าเขาเป็นนักชกที่ครบเครื่องและพร้อมรับมือทุกสไตล์การชก แต่ในสังเวียนจริง สไตล์การชกแบบเดินหน้าออกแรงกดดันของเขากลับถูกจังหวะการแย็บและถอยของแมคเคนนาทำลายไปทีละน้อย เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายยก โอลีฮาเริ่มมีอาการเหนื่อยล้าจากการพยายามไล่ตามจังหวะที่ตัวเองไม่ถนัด นี่คือบทเรียนสำคัญทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ว่า การมีสถิติไร้พ่ายไม่ได้แปลว่านักชกจะรับมือได้กับทุกสไตล์คู่ต่อสู้เสมอไป
จากยิมหลังบ้านในมอนาฮันสู่บัลลังก์โลก เรื่องราวความเพียรพยายามของครอบครัวแมคเคนนา
มิติที่สร้างความประทับใจให้แฟนมวยทั่วโลกไม่แพ้ผลการชก คือเส้นทางชีวิตของแอรอน แมคเคนนา เขาเกิดและเติบโตที่เมืองสมิธโบโรห์ เทศมณฑลมอนาฮัน ในครอบครัวที่คลุกคลีกับวงการมวยมาตั้งแต่เด็ก เขาเริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องนักมวยอาชีพของตระกูล โดยมี สตีเวน แมคเคนนา หรือ “ฮิตแมน” พี่ชายที่ชกในรุ่นเวลเตอร์เวตควบคู่กันมาตลอดเส้นทาง
ในสายอาชีพสมัครเล่น แมคเคนนาสร้างผลงานที่โดดเด่นอย่างมาก เขาคว้าแชมป์ระดับประเทศไอร์แลนด์ถึง 8 สมัย เคยเป็นกัปตันทีมชาติไอร์แลนด์ในการแข่งขันระดับนานาชาติถึง 5 ครั้ง พร้อมสถิติการชกในระดับสมัครเล่นที่สูงถึงหลักร้อยไฟต์ เขาเคยได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนความหวังของไอร์แลนด์ในโอลิมปิกโตเกียว แต่กลับเลือกเส้นทางที่กล้าหาญกว่านั้น นั่นคือการผันตัวเป็นนักมวยอาชีพตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี ทำให้เขากลายเป็นนักชกไอริชที่อายุน้อยที่สุดที่ก้าวขึ้นสู่สังเวียนอาชีพในเวลานั้น ด้วยการเซ็นสัญญากับค่ายมวยชื่อดังระดับโลกและเปิดตัวครั้งแรกที่ลาสเวกัสในปี 2017
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของแมคเคนนากินใจคนดูมากขึ้นไปอีก คือการที่เขากลับมาสร้างประวัติศาสตร์ในสังเวียนบ้านเกิดโดยมี เฟอร์กัล แมคเคนนา ผู้เป็นทั้งพ่อและโค้ชส่วนตัวยืนอยู่ข้างเวที เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือยิมมวยที่พ่อของเขาสร้างขึ้นเองในสวนหลังบ้านที่สมิธโบโรห์ ซึ่งเวทีมวยภายในยิมแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่ตำนานนักมวยไอริชอย่าง แบร์รี แม็กไกวแกน เคยมาเยือน ครอบครัวนี้ต้องแลกด้วยการพรากจากบ้านเกิดไปอาศัยอยู่ที่ลอสแอนเจลิสเป็นเวลานานหลายเดือนในแต่ละครั้ง เพื่อให้พี่น้องตระกูลแมคเคนนาได้ฝึกซ้อมร่วมกับโค้ชระดับโลก ความทุ่มเทนี้เกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีในเส้นทางอาชีพของแอรอน ก่อนจะมาผลิดอกออกผลในค่ำคืนที่ทุกคนรอคอย
ที่น่าประทับใจไม่แพ้กันคือ ในค่ำคืนเดียวกันนี้ สตีเวนพี่ชายของเขาก็สามารถคว้าชัยชนะด้วยการน็อกยกแรกได้สำเร็จเช่นกัน กลายเป็นค่ำคืนแห่งความภาคภูมิใจของทั้งครอบครัวในเวลาเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จในวงการกีฬาที่ต้องใช้วินัยสูงอย่างมวยสากลนั้น มักไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงลำพัง แต่เกิดจากระบบสนับสนุนของคนรอบข้างที่พร้อมเสียสละไปพร้อมกัน นี่คือแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวที่กำลังไล่ตามความฝันในสายกีฬาหรือสายอาชีพใดก็ตามที่ต้องใช้เวลาสั่งสมนานนับสิบปีกว่าจะเห็นผล
ธุรกิจมวยโลกเปลี่ยนโฉม เมื่อ Zuffa Boxing เดินหน้าปักธงในไอร์แลนด์
ไฟต์ครั้งนี้ไม่ได้มีความสำคัญแค่ในมิติกีฬา แต่ยังเป็นก้าวสำคัญทางธุรกิจของวงการมวยโลกด้วย เพราะการชกครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้รายการ Zuffa Boxing ครั้งที่ 10 ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโปรโมชั่นนี้ในประเทศไอร์แลนด์ Zuffa Boxing คือเวทีมวยสากลรูปแบบใหม่ที่ก่อตั้งโดย เดนา ไวต์ ประธานค่าย UFC ผู้พยายามนำโมเดลการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์เหมือนที่ประสบความสำเร็จในวงการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน มาปรับใช้กับวงการมวยสากลอาชีพ โดยได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากกลุ่มทุนซาอุดีอาระเบีย
การขยายฐานมาจัดรายการที่ไอร์แลนด์ ประเทศที่มีวัฒนธรรมมวยสากลเข้มข้นและมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น ถือเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดในเชิงธุรกิจ เพราะนอกจากไฟต์เอกของแมคเคนนาแล้ว ในการ์ดเดียวกันยังมี คัลลัม วอลช์ นักชกไอริชอีกคนซึ่งเป็นนักมวยคนแรกที่เซ็นสัญญากับ Zuffa Boxing ขึ้นชกในไฟต์รองด้วย สะท้อนให้เห็นว่าโปรโมชั่นนี้กำลังพยายามปั้นดาวรุ่งไอริชให้เป็นหน้าตาสำคัญของแบรนด์ในตลาดยุโรป
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ Zuffa Boxing ในการพยายามสร้างระบบแชมป์ของตัวเองแยกจากสถาบันมวยดั้งเดิมอย่าง IBF, WBC, WBA และ WBO นั้นยังคงเผชิญความท้าทาย เพราะไฟต์ใหญ่ระดับโลกจำนวนมากยังจำเป็นต้องพึ่งพาความร่วมมือกับโปรโมเตอร์รายเดิมในวงการ ทำให้ผู้บริหารของ Zuffa Boxing ต้องปรับกลยุทธ์อยู่เป็นระยะ สิ่งนี้เองที่ทำให้การได้แชมป์โลกจากสถาบันดั้งเดิมอย่าง IBF ของแมคเคนนาในค่ำคืนนี้ ยิ่งมีคุณค่าเชิงสัญลักษณ์มากขึ้นไปอีก เพราะเป็นการพิสูจน์ว่ารายการของ Zuffa Boxing สามารถผลิตแชมป์โลกที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันมวยกระแสหลักได้จริง
ก้าวต่อไปของแชมป์คนใหม่
ตามกฎของ IBF ผู้ที่คว้าแชมป์โลกจากไฟต์ชิงตำแหน่งที่ว่างจะต้องขึ้นป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับนักชกอันดับสูงสุดในบัญชีของสถาบันภายในระยะเวลา 6 เดือน นั่นหมายความว่าแมคเคนนาจะไม่มีเวลาพักผ่อนกับความสำเร็จนานนัก เขาต้องเริ่มวางแผนการป้องกันแชมป์ครั้งแรกในทันที ท่ามกลางกระแสความคาดหวังมหาศาลจากแฟนมวยไอริชที่เพิ่งได้เห็นแชมป์โลกคนใหม่ในรอบกว่าทศวรรษ คำถามที่ตามมาคือ เขาจะสามารถรักษาบัลลังก์นี้ไว้ได้นานแค่ไหน และจะกลายเป็นหน้าตาหลักของวงการมวยไอริชยุคใหม่ต่อจากรุ่นพี่อย่างคอลลินส์และลีได้หรือไม่
ค่ำคืนแห่งชัยชนะที่ 3อารีนา จึงไม่ใช่แค่การปิดฉากบทหนึ่งของความพยายามยาวนานกว่าทศวรรษ แต่เป็นการเปิดฉากบทใหม่ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม คำถามที่น่าคิดต่อคือ ในยุคที่วงการมวยโลกกำลังถูกสั่นคลอนด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ๆ อย่าง Zuffa Boxing เรื่องราวความเพียรพยายามแบบดั้งเดิมของครอบครัวนักมวยอย่างตระกูลแมคเคนนา จะยังคงเป็นสูตรความสำเร็จที่ใช้ได้ผลต่อไปอีกนานแค่ไหน
สรุปประเด็นสำคัญ
- แอรอน แมคเคนนา ชนะคะแนนเอกฉันท์ เอติโนซา โอลีฮา คว้าแชมป์โลก IBF มิดเดิลเวตที่ว่าง ที่ 3อารีนา ดับลิน รักษาสถิติไร้พ่าย 21 ไฟต์
- ตำแหน่งแชมป์ว่างลงหลัง จานิเบก อาลีมคานูลี ถูก IBF ริบเข็มขัดจากคดีสารต้องห้ามเมลโดเนีย เมื่อเดือนมีนาคม
- แมคเคนนากลายเป็นนักชกไอริชคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่ครองแชมป์โลกมิดเดิลเวต ต่อจากแจ็ก เดมป์ซีย์, สตีฟ คอลลินส์ และแอนดี้ ลี
- เบื้องหลังความสำเร็จคือครอบครัวนักมวยที่ปลุกปั้นเขาจากยิมหลังบ้านในมอนาฮัน โดยมีพ่อเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัว
- ไฟต์นี้ยังเป็นก้าวสำคัญของ Zuffa Boxing โปรโมชั่นใหม่ของเดนา ไวต์ ในการปักธงตลาดไอร์แลนด์
คำถามที่พบบ่อย
Q: แอรอน แมคเคนนา เอาชนะเอติโนซา โอลีฮาด้วยคะแนนเท่าไหร่ A: กรรมการทั้ง 3 ท่านให้คะแนนเป็นเอกฉันท์ 118-110, 117-111 และ 116-112 ให้แมคเคนนาเป็นฝ่ายชนะ
Q: ทำไมแชมป์โลก IBF มิดเดิลเวตถึงว่างลงก่อนไฟต์นี้ A: เพราะแชมป์เดิมอย่างจานิเบก อาลีมคานูลีถูก IBF ริบเข็มขัดในเดือนมีนาคม หลังตรวจพบสารต้องห้ามเมลโดเนียมและไม่สามารถป้องกันตำแหน่งได้ตามกำหนด
Q: แอรอน แมคเคนนา เป็นนักชกไอริชคนที่เท่าไหร่ที่ได้แชมป์โลกมิดเดิลเวต A: เขาเป็นคนที่ 4 ต่อจากแจ็ก นองปาเรล เดมป์ซีย์, สตีฟ คอลลินส์ และแอนดี้ ลี
Q: แมคเคนนามีสถิติการชกอาชีพเป็นอย่างไร A: ก่อนไฟต์นี้เขาไร้พ่าย 20 ไฟต์ และหลังชนะไฟต์นี้ขยับเป็น 21 ไฟต์ไร้พ่าย โดยชนะน็อก 10 ครั้ง
Q: ไฟต์นี้จัดขึ้นภายใต้โปรโมชั่นอะไร A: จัดโดย Zuffa Boxing รายการที่ 10 ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโปรโมชั่นนี้ในไอร์แลนด์
Q: แมคเคนนาต้องป้องกันแชมป์ครั้งแรกเมื่อไหร่ A: ตามกฎ IBF เขาต้องป้องกันตำแหน่งกับนักชกอันดับสูงสุดของสถาบันภายในระยะเวลา 6 เดือนนับจากคว้าแชมป์
Q: ใครคือโค้ชของแอรอน แมคเคนนา A: เฟอร์กัล แมคเคนนา ผู้เป็นพ่อของเขาเอง ซึ่งฝึกสอนเขามาตั้งแต่วัยเด็กในยิมที่สร้างขึ้นในสวนหลังบ้านที่สมิธโบโรห์
Q: มีไฟต์อื่นที่น่าสนใจในการ์ดเดียวกันหรือไม่ A: มี คัลลัม วอลช์ นักชกไอริชและนักชกคนแรกที่เซ็นสัญญากับ Zuffa Boxing ซึ่งเอาชนะคะแนนไทเลอร์ เดนนี ในไฟต์รอง