จับตาเกมล่าตัว “ดีบู” ยูเวนตุสเดินเกมเงียบ ๆ ล่านายทวารเทพจาก 3 สาย ก่อนเปิดซีซั่นใหม่

ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมมูลค่ากว่าพันล้านยูโรอย่างยูเวนตุส กำลังจะเป็นใคร คำถามนี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจน แม้ตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนจะเดินทางมาเกือบครบเดือนแล้วก็ตาม เมื่อ ลูซิอาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือของทีมม้าลายถูกถามตรง ๆ ถึงความคืบหน้าการเจรจากับ เอมิเลียโน่ “ดีบู” มาร์ตีเนซ นายทวารทีมชาติอาร์เจนตินาของ แอสตัน วิลล่า คำตอบที่ได้กลับไม่ใช่การยืนยันแบบเต็มปาก แต่เป็นน้ำเสียงที่ฟังดูระมัดระวังราวกับกำลังเล่นเกมโป๊กเกอร์กับสื่อมวลชนทั่วอิตาลี

ไม่ใช่แค่มาร์ตีเนซเท่านั้นที่อยู่ในสมการนี้ เพราะเบื้องหลังยังมีชื่อของนายทวารดาวรุ่งทีมชาติญี่ปุ่นจากปาร์ม่าอย่าง ไซออน ซูซูกิ แทรกเข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ล่าสุด และยังมีชื่อของ กูกลิเอลโม่ วิคาริโอ จากท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ รวมถึง ดาบิด เด เคอา จากฟิออเรนติน่า ที่แอบวนเวียนอยู่ในลิสต์การพิจารณาของทีมงานสตาฟฟ์โค้ชมาตลอดทั้งซัมเมอร์ นี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือทั่วไป แต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่ลึกกว่านั้น นั่นคือ ยูเวนตุสกำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู หลังจากที่หวังพึ่งพา มิเคเล่ ดิ เกรกอริโอ มาสองฤดูกาลแล้ว แต่ผลงานกลับไม่นิ่งพอสำหรับทีมระดับท็อปของกัลโช่ เซเรีย อา

ย้อนต้นตอ ทำไมยูเวนตุสถึงต้องดิ้นรนหาผู้รักษาประตูใหม่

ปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในซัมเมอร์นี้ แต่มันสั่งสมมาตั้งแต่ต้นปี เมื่อครั้งที่ ดิ เกรกอริโอ ยังไม่สามารถการันตีความมั่นคงในตำแหน่งเสาหลักได้อย่างที่ทีมงานบริหารคาดหวังไว้ ย้อนกลับไปช่วงต้นปี มีรายงานว่าภายในห้องประชุมของสโมสรเกิดความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างสองผู้มีอำนาจตัดสินใจสำคัญ โดยฝ่าย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่าง เดเมี่ยน โกโมลี่ มองว่ากีลอม เรสเตส นายทวารดาวรุ่งจากตูลูส คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอนาคต ขณะที่สปัลเล็ตติเองกลับต้องการผู้รักษาประตูที่มีประสบการณ์สูงกว่า อย่างเช่น เด เคอา หรือ มาร์ตีเนซ ความเห็นที่ไม่ตรงกันนี้ทำให้การตัดสินใจเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงพรีซีซั่นที่ทุกอย่างต้องเร่งสปีดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

สิ่งที่ทำให้ชื่อของมาร์ตีเนซกลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งอย่างชัดเจนคือสถานการณ์ของตัวเขาเองที่แอสตัน วิลล่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน มาร์ตีเนซเคยเกือบได้ย้ายไปร่วมทีมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแล้ว แต่ดีลนั้นล่มไปในนาทีสุดท้าย และตอนนี้สัญญาณจากฝั่งตัวนักเตะเองก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเขาพร้อมเปิดบทใหม่ในชีวิตค้าแข้งไกลจากเมืองเบอร์มิงแฮม

มิติเทคนิค เหตุใดมาร์ตีเนซจึงเป็นเป้าหมายที่ยูเว่ไม่ยอมปล่อยมือ

ในทางเทคนิค มาร์ตีเนซคือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่มีบุคลิกโดดเด่นที่สุดของวงการฟุตบอลโลกยุคนี้ ทั้งความสามารถในการอ่านเกม การเล่นเท้าที่ช่วยต่อบอลจากแนวหลังได้อย่างมั่นใจ และที่สำคัญที่สุดคือจิตใจที่แข็งแกร่งในช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งเห็นได้ชัดจากผลงานในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกที่ผ่านมา เขาคือผู้รักษาประตูที่มักจะกลายเป็นฮีโร่ในช่วงดวลจุดโทษ และเป็นกำแพงหลังที่ทำให้ทีมชาติอาร์เจนตินามีความมั่นคงในทุกแมตช์สำคัญ

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะมีสถานะเป็นหนึ่งในนายทวารที่ดีที่สุดของโลก แต่มาร์ตีเนซกลับต้องเล่นฟุตบอลด้วยความเจ็บปวดทางร่างกายมาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยมีรายงานว่า เขาได้รับบาดเจ็บที่มือก่อนที่แอสตัน วิลล่าจะคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกด้วยการเอาชนะไฟรบวร์กเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และยังต้องฝืนเล่นด้วยอาการเจ็บปวดตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลก ก่อนที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดในเวลาต่อมา แม้จะรู้ตัวว่าอาการนี้จะสร้างความเจ็บปวดอย่างมากก็ตาม เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอดทนและความทุ่มเทที่นักกีฬาระดับโลกต้องแบกรับ เพื่อรักษาระดับผลงานให้อยู่ในจุดสูงสุดตลอดเวลา และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สโมสรใหญ่อย่างยูเวนตุสยอมทุ่มเงินเพื่อคว้าตัวเขามาครอบครอง แม้จะรู้ดีว่าต้องเจรจากันอย่างยากลำบากก็ตาม

ในทางกลับกัน ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของยูเว่ก็ไม่ได้ทุ่มความหวังไว้ที่มาร์ตีเนซเพียงคนเดียว เพราะการที่สื่ออิตาลีอย่างสกาย อิตาเลีย รายงานชื่อของ ไซออน ซูซูกิ นายทวารดาวรุ่งวัยเพียง 23 ปีของปาร์ม่า และเจ้าของตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นว่ายูเวนตุสกำลังมองหาความสมดุลระหว่างประสบการณ์และศักยภาพในระยะยาว ซูซูกิเป็นตัวอย่างของผู้รักษาประตูสายเทคนิคยุคใหม่ที่เก่งเรื่องการเล่นบอลด้วยเท้า มีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็ว และยังอยู่ในวัยที่สามารถพัฒนาต่อไปได้อีกหลายปี ต่างจากมาร์ตีเนซที่แม้จะยังคงฟอร์มดีอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็เข้าสู่วัย 33 ปีแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่สโมสรต้องคิดถึงแผนระยะยาวควบคู่ไปด้วย

มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ ทำไมแฟนบอลถึงคลั่งไคล้ผู้รักษาประตูคนนี้

ปรากฏการณ์ “ดีบูมาเนีย” ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะมาร์ตีเนซคือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่มีบุคลิกจัดจ้านและเป็นที่จดจำมากที่สุดในยุคนี้ ท่าทางกวนประสาทคู่แข่งก่อนการดวลจุดโทษ การแสดงออกทางอารมณ์ที่ดุดันแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ กลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจดจำเขาได้ทันที ไม่ว่าจะรักหรือจะเกลียด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีอิทธิพลทางความรู้สึกต่อผู้ชมมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองกีฬาเป็นมากกว่าความบันเทิง เรื่องราวของมาร์ตีเนซคือบทเรียนของการไม่ยอมแพ้ เพราะกว่าที่เขาจะขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติอาร์เจนตินาและสโมสรระดับพรีเมียร์ลีก เขาต้องผ่านการยืมตัวไปเล่นในทีมเล็ก ๆ หลายทีม ต้องนั่งสำรองอยู่นานหลายปีที่อาร์เซนอล ก่อนจะได้รับโอกาสและฉกฉวยมันไว้อย่างเต็มที่ นี่คือแรงบันดาลใจที่เชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องวินัยและการพัฒนาตัวเองที่คนวัยทำงานยุคนี้ให้ความสำคัญ เพราะความสำเร็จไม่ได้มาจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่มาจากความอดทนที่สะสมมาอย่างยาวนาน

ในทางกลับกัน ความเจ็บปวดที่เขาต้องเผชิญจากอาการบาดเจ็บที่มือ ก็สะท้อนให้เห็นถึงด้านมนุษย์ของนักกีฬาระดับโลกที่บางครั้งภาพลักษณ์ภายนอกอันแข็งแกร่งก็ซ่อนความเจ็บปวดที่มองไม่เห็นเอาไว้ นี่คือแง่มุมที่ทำให้แฟนกีฬาจำนวนมากรู้สึกเชื่อมโยงกับนักกีฬามากขึ้น เพราะพวกเขาไม่ได้มองเห็นแค่ความสำเร็จ แต่มองเห็นการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหลังด้วยเช่นกัน

มิติธุรกิจ ตัวเลขและความซับซ้อนของดีลที่ยังไม่จบ

ในทางธุรกิจ ดีลนี้ซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด เพราะแม้ทั้งสองฝ่ายจะดูมีความต้องการตรงกัน คือนักเตะอยากไป และสโมสรอยากได้ตัว แต่ตัวเลขค่าตัวและค่าเหนื่อยกลับเป็นอุปสรรคสำคัญ มีรายงานว่า แอสตัน วิลล่าตั้งราคาค่าตัวมาร์ตีเนซไว้ที่ราว 10-15 ล้านยูโร ขณะที่ยูเวนตุสหวังจะต่อรองราคาลงมาให้อยู่ที่ 5-6 ล้านยูโร โดยสัญญาปัจจุบันของมาร์ตีเนซกับวิลล่ายังเหลืออีกถึงปี 2029 และเขามีรายได้ราว 7 ล้านยูโรต่อปีในอังกฤษ ซึ่งยูเวนตุสหวังจะเสนอสัญญาระยะสามปีให้ พร้อมกับขอให้นักเตะยอมลดค่าเหนื่อยลงมาบางส่วนเพื่อให้ดีลเกิดขึ้นได้จริง

ความล่าช้าของดีลนี้ยังเชื่อมโยงกับสถานการณ์โดยรวมของยูเวนตุสในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ เพราะนอกจากตำแหน่งผู้รักษาประตูแล้ว สโมสรยังต้องเดินหน้าเจรจาดึงตัวกองหน้าคนใหม่ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งความล่าช้าในหลายดีลพร้อมกันทำให้ทีมงานบริหารต้องบริหารจัดการงบประมาณอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ และนี่เองที่ทำให้สปัลเล็ตติเลือกใช้คำพูดที่ระมัดระวัง ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธชัดเจน เพราะดีลยังอยู่ในขั้นตอนการต่อรองที่ละเอียดอ่อน

การที่ยูเวนตุสมีตัวเลือกสำรองอย่างวิคาริโอและซูซูกิพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ยังสะท้อนกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ชาญฉลาดของสโมสรยุคใหม่ นั่นคือการไม่ยอมผูกติดกับเป้าหมายเดียวจนหมดทางเลือก เพราะในตลาดซื้อขายนักเตะที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกปี การมีแผนสำรองที่ชัดเจนคือสิ่งที่ช่วยให้สโมสรมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในการเจรจา หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื้อเวลานานเกินไป

มองไปข้างหน้า อนาคตของตำแหน่งผู้รักษาประตูยูเวนตุสจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายบริหารจะยอมทุ่มงบประมาณเพิ่มเพื่อปิดดีลกับมาร์ตีเนซให้ทันก่อนเปิดฤดูกาลหรือไม่ หรือสุดท้ายอาจต้องหันไปเลือกทางเลือกที่ราคาถูกกว่าและมีความเสี่ยงน้อยกว่าอย่างซูซูกิหรือวิคาริโอแทน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นแบบไหน สิ่งที่ชัดเจนคือยูเวนตุสในยุคของสปัลเล็ตติกำลังพยายามสร้างทีมที่มีความมั่นคงในทุกตำแหน่ง เพื่อกลับมาท้าทายบัลลังก์แชมป์ในเซเรีย อาอีกครั้ง

บทสรุป

เรื่องราวของ ดีบู มาร์ตีเนซ กับยูเวนตุส ไม่ใช่แค่ข่าวลือย้ายทีมธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนของการตัดสินใจที่ซับซ้อน ระหว่างความต้องการของนักเตะ ข้อจำกัดทางการเงินของสโมสร และความเห็นที่แตกต่างกันภายในทีมบริหารเอง คำพูดแบบกั๊ก ๆ ของสปัลเล็ตติอาจฟังดูไม่ชัดเจน แต่ในโลกของฟุตบอลยุคใหม่ ความไม่ชัดเจนแบบนี้เองที่มักเป็นสัญญาณว่าดีลกำลังใกล้ถึงจุดตัดสินใจสำคัญ คำถามที่เหลือคือ ยูเวนตุสจะยอมจ่ายเพื่อคว้าตัวนายทวารเทพจากอาร์เจนตินา หรือจะเลือกเดิมพันกับอนาคตของนายทวารดาวรุ่งจากญี่ปุ่นแทน