ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน ยอดมวยปี 2567 ขยับรุ่นชนกำปั้นอิหร่าน เพย์มาน โซลฟาการี ศึก RWS เสาร์นี้ หลังพักยาว 11 เดือนเจ็บซ้อนเจ็บ

สิบเอ็ดเดือน คือระยะเวลาที่มากพอจะทำให้นักกีฬาระดับแถวหน้าคนหนึ่งต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งร่างกายและจิตใจ และนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ “ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน” เจ้าของรางวัลนักมวยไทยอาชีพยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 กำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า เมื่อเขาตัดสินใจกลับมาลงสังเวียนอีกครั้งหลังต้องหยุดพักยาวนานเกือบหนึ่งปีเต็มจากอาการบาดเจ็บซ้อนอาการบาดเจ็บ และยิ่งไปกว่านั้น เขาเลือกที่จะไม่กลับมาแบบง่ายๆ ด้วยการขยับพิกัดรุ่นขึ้นชกเป็นครั้งแรกในชีวิตนักมวยของตัวเอง คำถามที่แฟนมวยทั่วประเทศอยากรู้คำตอบมีเพียงข้อเดียว นั่นคือ ยอดมวยพรสวรรค์สูงจากอีสานคนนี้ ยังเหลือความอันตรายแบบเดิมอยู่หรือไม่ และคู่ปรับที่รอเขาอยู่อย่าง “เพย์มาน โซลฟาการี” นักชกจากแดนเปอร์เซียจะกลายเป็นบททดสอบที่โหดร้ายเกินไปหรือเปล่า ทุกคำตอบกำลังจะถูกเปิดเผยในศึก RWS วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคมนี้ ณ เวทีมวยราชดำเนิน

แฝดนักชกจากขอนแก่น เส้นทางสู่บัลลังก์ราชดำเนิน

ก่อนจะมาถึงจุดนี้ ชื่อของ “ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน” ไม่ใช่ชื่อที่แฟนมวยไทยเพิ่งรู้จัก เขาคือหนึ่งในนักชกฝาแฝดจากค่ายมวยบูมเด็กเซียนที่สร้างปรากฏการณ์ให้วงการมวยไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยมี “ขุนศึกน้อย บูมเด็กเซียน” เป็นน้องชายฝาแฝดที่เติบโตมาในสังเวียนเดียวกัน ทั้งคู่เริ่มฝึกมวยไทยมาตั้งแต่วัยเด็กในหมู่บ้าน ก่อนจะเข้าสู่ค่ายบูมเด็กเซียนอย่างจริงจังและตระเวนชกทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือจนก้าวขึ้นเป็นแชมป์ภาคอีสาน

ในฐานะพี่ชาย ขุนศึกเล็กคือผู้บุกเบิกเส้นทางสู่เวทีระดับประเทศก่อน เขาเคยครองตำแหน่งแชมป์แบนตัมเวทราชดำเนิน รุ่น 118 ปอนด์ และสร้างผลงานโดดเด่นบนสังเวียนราชดำเนินมาแล้วหลายครั้งจนได้รับการยอมรับว่าเป็นยอดมวยพรสวรรค์สูงของยุค ก่อนที่ปัญหาการทำน้ำหนักจะบีบให้เขาต้องตัดสินใจสละตำแหน่งแชมป์ในเวลาต่อมา เพราะไม่สามารถควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ 118 ปอนด์ได้อีกต่อไป ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกที่นักมวยไทยระดับแนวหน้าหลายคนต้องเผชิญเมื่อร่างกายเติบโตเข้าสู่วัยที่โครงสร้างเปลี่ยนแปลง

ระหว่างที่พี่ชายต้องพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บในช่วงปลายปีที่ผ่านมา น้องชายอย่างขุนศึกน้อยก็ก้าวขึ้นมารับช่วงต่อความหวังของครอบครัวได้อย่างสมศักดิ์ศรี ทั้งการขึ้นชิงและครองแชมป์รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวทราชดำเนิน จนกลายเป็นเรื่องราวที่แฟนมวยเรียกขานว่าตระกูลนักชกแฝดที่หายากที่สุดของวงการ และยิ่งตอกย้ำว่าค่ายบูมเด็กเซียนคือแหล่งผลิตนักมวยฝีมือดีที่แฟนมวยต้องจับตาต่อเนื่องไปอีกหลายปี

มรสุมซ้อนมรสุม เข่าบาดเจ็บและไส้ติ่งแตกเฉียบพลัน

เส้นทางก่อนจะกลับมาชกในครั้งนี้ของขุนศึกเล็กเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว จุดเริ่มต้นของมรสุมมาจากอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าที่เกิดจากอุบัติเหตุระหว่างเล่นฟุตบอล ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักกีฬาหลายคนใช้เป็นการออกกำลังกายเสริมนอกเหนือจากการซ้อมมวย แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ยากลำบาก อาการบาดเจ็บที่หัวเข่าถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับนักมวยไทย เพราะข้อเข่าเป็นจุดรับแรงกระแทกสำคัญทั้งในการทรงตัว การเคลื่อนที่ และการออกอาวุธเข่าซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธหลักของศิลปะมวยไทย

และในขณะที่ร่างกายกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บเข่า มรสุมลูกที่สองก็ซัดเข้ามาซ้ำ เมื่อเขาเกิดภาวะไส้ติ่งแตกและต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เขาต้องถอนตัวจากโปรแกรมการชกที่วางแผนไว้กับ “ชายโทน ว.อุรชา” และต้องเลื่อนแผนการคืนสังเวียนออกไปอีกครั้งตามคำแนะนำของแพทย์ที่ให้พักฟื้นอย่างน้อยหนึ่งเดือนหลังการผ่าตัด สถานการณ์ที่ซ้ำเติมไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ทำให้แฟนมวยจำนวนไม่น้อยเป็นห่วงอนาคตในสังเวียนของยอดมวยคนนี้ กระทั่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลเกี่ยวกับโชคชะตาของนักกีฬาที่เพิ่งได้รับรางวัลใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการกีฬาที่มักมีความเชื่อทำนองนี้อยู่เสมอเมื่อนักกีฬาระดับท็อปฟอร์มต้องเผชิญเคราะห์กรรมต่อเนื่อง

กว่าจะเดินทางมาถึงจุดที่ร่างกายฟื้นตัวพร้อมกลับมาลงสังเวียนได้อีกครั้ง ขุนศึกเล็กต้องผ่านกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพที่ต้องอาศัยทั้งความอดทนและวินัยอย่างสูง การกลับมาครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการชกธรรมดา แต่เป็นบทพิสูจน์ว่าเขาสามารถเอาชนะทั้งความเจ็บปวดทางร่างกายและความท้อแท้ทางจิตใจได้อย่างแท้จริง

ขยับพิกัดรุ่น บททดสอบทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่มองข้ามไม่ได้

หนึ่งในประเด็นที่แฟนมวยให้ความสนใจมากที่สุดสำหรับไฟต์นี้คือการที่ขุนศึกเล็กตัดสินใจขยับพิกัดรุ่นขึ้นชกเป็นครั้งแรกในอาชีพ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์การกีฬาถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายในหลายมิติพร้อมกัน ทั้งเรื่องความเร็วในการเคลื่อนไหว ความคล่องตัวในการหลบหลีก และปริมาณแรงปะทะที่ต้องรับจากคู่ต่อสู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อและโครงสร้างร่างกายใหญ่กว่าที่เคยเจอ

สำหรับนักมวยที่เว้นวรรคการแข่งขันมานานเกือบหนึ่งปี การกลับมาโดยทั่วไปก็ต้องใช้เวลาปรับตัวเรียกจังหวะ สายตา และความแม่นยำในการอ่านเกมกลับคืนมาอยู่แล้ว แต่การผสมโจทย์การขยับรุ่นเข้าไปพร้อมกันยิ่งเพิ่มความซับซ้อนขึ้นไปอีกขั้น เพราะร่างกายที่คุ้นชินกับน้ำหนักตัวและระยะการต่อสู้แบบเดิมจะต้องปรับสมดุลใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่จังหวะการก้าวเท้า มุมการป้องกัน ไปจนถึงการคำนวณระยะอาวุธที่เปลี่ยนไปเมื่อเจอคู่ชกตัวใหญ่ขึ้น ความผิดพลาดเพียงจังหวะเดียวในช่วงต้นไฟต์อาจเปลี่ยนรูปเกมได้ทันที โดยเฉพาะกับคู่ชกที่ขึ้นชื่อเรื่องการเดินเข้าแลกอาวุธอย่างเพย์มาน

อย่างไรก็ตาม การขยับรุ่นก็มีข้อดีในมุมของความปลอดภัยและความยั่งยืนในอาชีพเช่นกัน เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการทำน้ำหนักที่หนักหน่วง ซึ่งเป็นสาเหตุที่เคยบีบให้เขาต้องสละตำแหน่งแชมป์มาแล้วครั้งหนึ่ง การตัดสินใจครั้งนี้จึงสะท้อนแนวคิดของทีมงานที่มองการณ์ไกลไปถึงอายุการใช้งานในสังเวียนระยะยาว มากกว่าการยึดติดกับรุ่นน้ำหนักเดิมเพียงเพื่อรักษาสถิติ

รู้จัก เพย์มาน โซลฟาการี นักชกอิหร่านจากค่ายวีนั่มมวยไทย

คู่ต่อกรของขุนศึกเล็กในไฟต์คัมแบ็กครั้งนี้คือ เพย์มาน โซลฟาการี นักชกชาวอิหร่านวัย 29 ปี ส่วนสูง 176 เซนติเมตร ซึ่งฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายวีนั่มมวยไทย ภายใต้การดูแลของ “เมห์ดี ซาทูต” อดีตตำนานนักมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งชาวแอลจีเรีย-ฝรั่งเศส เจ้าของประสบการณ์ระดับแชมป์โลกที่ผันตัวมาเป็นหัวหน้าคณะฝึกสอนและเจ้าของแบรนด์ธุรกิจอุปกรณ์กีฬาในประเทศไทย การได้เรียนรู้เชิงมวยจากอดีตแชมป์โลกระดับตำนานเช่นนี้ทำให้เพย์มานมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งไม่แพ้นักชกไทยหลายคน

ด้านสถิติการชก เพย์มานผ่านสังเวียนมาแล้วอย่างน้อย 12 ครั้ง ด้วยผลงานชนะ 6 แพ้ 5 เสมอ 1 คิดเป็นอัตราการชนะราวครึ่งหนึ่ง โดยเป็นการชนะน็อก 1 ครั้งและชนะคะแนน 5 ครั้ง สะท้อนสไตล์การชกที่เน้นความอึดและการเดินเข้าปะทะมากกว่าการจบเกมด้วยพลังหมัด เขาเคยผ่านสังเวียนสำคัญอย่างศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินีและ RWS มาแล้วหลายครั้ง และเคยขึ้นชกในรุ่นน้ำหนักที่หลากหลายตั้งแต่ 118 ถึง 126 ปอนด์ แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นด้านสรีระที่ปรับตัวได้ในหลายพิกัด

ประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ เพย์มานเคยมีประวัติเผชิญหน้ากับนักชกจากตระกูลบูมเด็กเซียนมาก่อนแล้ว โดยเมื่อปลายปี 2567 เขาเคยขึ้นชกกับ “ขุนศึกน้อย บูมเด็กเซียน” น้องชายฝาแฝดของขุนศึกเล็กที่รุ่น 121 ปอนด์ และเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป แม้จะเป็นคนละคู่ชกกับไฟต์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็ถือเป็นข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจว่าเพย์มานคุ้นเคยกับสไตล์การชกของตระกูลนี้อยู่บ้าง ซึ่งอาจกลายเป็นทั้งข้อได้เปรียบและความกดดันในเวลาเดียวกันสำหรับไฟต์ที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้ ซึ่งจะเป็นการเผชิญหน้าครั้งแรกระหว่างเขากับขุนศึกเล็กตัวจริง

เพย์มานไม่ได้เดินทางมาไกลจากอิหร่านเพียงเพื่อเป็นบันไดให้ยอดมวยไทยเหยียบผ่าน เป้าหมายของเขาคือการใช้ไฟต์นี้เป็นเวทีดับกระแสการคัมแบ็กของขุนศึกเล็ก พร้อมสร้างชื่อบนสังเวียนราชดำเนินให้แฟนมวยทั่วโลกจดจำ การเผชิญหน้าครั้งนี้จึงมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นเกมแลกอาวุธที่ดุเดือดตั้งแต่ยกแรกจนถึงระฆังสุดท้าย

มิติจิตใจ ทำไมแฟนมวยถึงรอคอยไฟต์นี้

ในมุมของจิตวิทยาการกีฬา การกลับมาลงสังเวียนหลังบาดเจ็บยาวนานเกือบหนึ่งปีไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักกีฬาคนใดก็ตาม ความมั่นใจที่เคยเต็มเปี่ยมอาจถูกกัดกร่อนไปตามกาลเวลาที่ห่างหายจากการแข่งขัน ความกลัวการบาดเจ็บซ้ำมักเป็นอุปสรรคทางจิตใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนักกีฬาที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดหรือการพักฟื้นระยะยาว แม้ร่างกายจะฟื้นตัวเต็มร้อยแล้วก็ตาม

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของขุนศึกเล็กโดนใจแฟนมวยกลุ่มคนวัยทำงานและวัยรุ่นเป็นพิเศษ คือแง่มุมของการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา การที่เขาเลือกกลับมาแบบไม่ประนีประนอมด้วยการขยับรุ่นทันทีในไฟต์แรก สะท้อนถึงทัศนคติแบบนักสู้ที่ไม่ยอมอยู่ในโซนปลอดภัย ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อมโยงกับเรื่องวินัยและการพัฒนาตัวเองที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการสร้างเนื้อสร้างตัว เรื่องราวของนักกีฬาที่ล้มแล้วลุกจึงมักกลายเป็นแรงบันดาลใจที่จับต้องได้มากกว่าคำพูดสวยหรูทั่วไป

นอกจากนี้ เรื่องราวความผูกพันของฝาแฝดนักชกอย่างขุนศึกเล็กและขุนศึกน้อยยังเป็นอีกหนึ่งมิติที่สร้างความประทับใจให้แฟนมวย เพราะตลอดช่วงเวลาที่พี่ชายบาดเจ็บ น้องชายก็รับหน้าที่แบกความหวังของครอบครัวไว้อย่างเต็มที่ และเมื่อพี่ชายฟื้นตัวพร้อมกลับมา ความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่ผลัดกันเป็นเสาหลักให้ค่ายมวยจึงเป็นเรื่องราวที่มีมิติทางอารมณ์มากกว่าการแข่งขันกีฬาทั่วไป

มวยไทยยุคดิจิทัล ธุรกิจและอนาคตของศึก RWS

ในมุมมองธุรกิจ ศึก RWS หรือ Rajadamnern World Series ถือเป็นหนึ่งในรายการที่ประสบความสำเร็จในการยกระดับมวยไทยให้เข้าถึงผู้ชมทั้งในและต่างประเทศผ่านการถ่ายทอดสดและแพลตฟอร์มดิจิทัล การดึงนักชกต่างชาติอย่างเพย์มานเข้ามาสร้างสีสันในสังเวียนราชดำเนินสะท้อนทิศทางของวงการมวยไทยที่กำลังก้าวสู่ความเป็นสากลมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต่างจากที่วงการกีฬาต่อสู้ระดับโลกอื่นๆ เคยเดินผ่านมาแล้ว

การที่นักชกต่างชาติเลือกมาฝึกซ้อมและใช้ชีวิตในค่ายมวยไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีของเพย์มานที่อยู่ภายใต้การดูแลของเมห์ดี ซาทูต ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมมวยไทยในภาพรวม ทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ธุรกิจค่ายมวยสำหรับนักเรียนต่างชาติ ไปจนถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสู้ไทย ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ขยายตัวต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับขุนศึกเล็กเอง หากสามารถผ่านคู่ชกอิหร่านรายนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่ง เส้นทางสู่ไฟต์ใหญ่และการกลับไปยืนแถวหน้าของวงการมวยไทยจะเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง ทั้งโอกาสในการท้าชิงตำแหน่งแชมป์ในรุ่นน้ำหนักใหม่ และโอกาสทางธุรกิจส่วนตัวที่มักตามมาจากความนิยมของแฟนคลับ แต่หากร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน การขยับพิกัดครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นกำแพงสูงที่ฉุดรั้งเส้นทางอาชีพของเขาได้เช่นกัน

บทสรุป

ศึกวันที่ 15 สิงหาคมนี้จึงมีความหมายมากกว่าผลแพ้ชนะธรรมดา มันคือบทพิสูจน์ของนักกีฬาที่ผ่านมรสุมชีวิตทั้งอาการบาดเจ็บเข่าและการผ่าตัดฉุกเฉิน กลับมายืนบนสังเวียนอีกครั้งพร้อมกับความท้าทายใหม่ที่ไม่เคยเผชิญมาก่อนอย่างการขยับพิกัดรุ่น แฟนมวยต้องจับตาดูว่าเชิงมวยอันละเอียด ความเร็ว และจังหวะออกอาวุธของขุนศึกเล็กจะรับมือกับแรงบุกของเพย์มานได้ดีเพียงใด นี่คือไฟต์ที่รวมทั้งศักดิ์ศรี อนาคต และคำตอบสำคัญว่าเจ้าของฉายายอดมวยพรสวรรค์สูงคนนี้ยังพร้อมทวงพื้นที่ของตัวเองบนสังเวียนราชดำเนินหรือไม่ แล้วคุณล่ะ คิดว่าการกลับมาครั้งนี้จะจบลงด้วยชัยชนะที่สมศักดิ์ศรี หรือบทเรียนราคาแพงจากการขยับรุ่นเร็วเกินไป

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน ยอดมวยปี 2567 กลับมาชกครั้งแรกในรอบ 11 เดือน หลังบาดเจ็บเข่าและผ่าตัดไส้ติ่งฉุกเฉิน
  • ไฟต์คัมแบ็กพบ เพย์มาน โซลฟาการี นักชกอิหร่านจากค่ายวีนั่มมวยไทย ศึก RWS เสาร์ 15 สิงหาคม เวทีราชดำเนิน
  • ขุนศึกเล็กขยับพิกัดรุ่นขึ้นชกเป็นครั้งแรกในอาชีพ เพิ่มความท้าทายทั้งความเร็วและการรับแรงปะทะ
  • เพย์มานเคยแพ้คะแนนขุนศึกน้อย น้องชายฝาแฝดของขุนศึกเล็ก เมื่อปลายปี 2567 แต่ไม่เคยเจอขุนศึกเล็กตัวจริง
  • ผลไฟต์นี้จะกำหนดทิศทางเส้นทางอาชีพช่วงต่อไปของขุนศึกเล็กในรุ่นน้ำหนักใหม่

คำถามที่พบบ่อย

Q: ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน หายไปจากสังเวียนนานแค่ไหนก่อนไฟต์นี้ A: เขาห่างหายจากสังเวียนมาประมาณ 11 เดือนเต็ม เนื่องจากอาการบาดเจ็บเข่าและการผ่าตัดไส้ติ่งฉุกเฉินในช่วงเดือนมีนาคม 2569

Q: ขุนศึกเล็กจะชกกับใครในไฟต์คัมแบ็กนี้ A: คู่ชกคือเพย์มาน โซลฟาการี นักชกชาวอิหร่านจากค่ายวีนั่มมวยไทย ในศึก RWS วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่เวทีราชดำเนิน

Q: ขุนศึกเล็กและขุนศึกน้อยเป็นนักมวยคนเดียวกันหรือไม่ A: ไม่ใช่คนเดียวกัน ทั้งคู่เป็นพี่น้องฝาแฝดจากค่ายมวยบูมเด็กเซียน โดยขุนศึกเล็กเป็นพี่ชาย ส่วนขุนศึกน้อยเป็นน้องชาย

Q: เพย์มาน โซลฟาการี มีสถิติการชกเป็นอย่างไร A: เขาผ่านสังเวียนมาแล้วอย่างน้อย 12 ครั้ง ด้วยผลงานชนะ 6 แพ้ 5 เสมอ 1 ฝึกซ้อมภายใต้การดูแลของเมห์ดี ซาทูต ที่ค่ายวีนั่มมวยไทย

Q: ทำไมไฟต์นี้ถึงถือเป็นการขยับพิกัดของขุนศึกเล็ก A: เพราะเป็นครั้งแรกในอาชีพที่เขาต้องขึ้นชกในรุ่นน้ำหนักที่สูงกว่าที่เคยชกมาตลอด หลังจากเคยมีปัญหาการทำน้ำหนักในรุ่นเดิมจนต้องสละแชมป์มาก่อน

Q: เพย์มานเคยเจอกับนักมวยจากตระกูลบูมเด็กเซียนมาก่อนหรือไม่ A: เคย โดยปลายปี 2567 เขาเคยชกกับขุนศึกน้อยที่รุ่น 121 ปอนด์และแพ้คะแนนไป แต่ยังไม่เคยเผชิญหน้ากับขุนศึกเล็กมาก่อน

Q: ขุนศึกเล็กเคยเป็นแชมป์เวทีราชดำเนินหรือไม่ A: เคย เขาเคยครองตำแหน่งแชมป์แบนตัมเวทราชดำเนินรุ่น 118 ปอนด์ ก่อนสละตำแหน่งเนื่องจากปัญหาการทำน้ำหนัก

Q: ดูศึก RWS วันที่ 15 สิงหาคมนี้ได้ที่ไหน A: การถ่ายทอดสดจะมีขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนินตามผังรายการปกติของศึก RWS ควรติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของรายการเพื่อรายละเอียดเวลาถ่ายทอดสด