ในโลกของกีฬาต่อสู้ มีสถิติหนึ่งที่นักกีฬาทุกคนไม่อยากให้ตัวเองไปแตะ นั่นคือ “อัตราการฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้า” หรือ ACL ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บที่สามารถพรากนักกีฬาออกจากสังเวียนได้นานเป็นปี และล่าสุด นักชกที่คนไทยทั้งประเทศรักและเอาใจช่วยอย่าง “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” ก็ต้องเผชิญกับฝันร้ายนี้แบบเต็มๆ กลางเวทีที่เขาเคยเป็นเจ้าบัลลังก์
คำถามที่แฟนมวยทั่วประเทศต่างค้างคาใจตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ อาการบาดเจ็บครั้งนี้จะทำให้นักชกวัย 30 ปีจากบุรีรัมย์ต้องหลุดจากเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ไปตลอดกาลหรือไม่ แต่คำตอบล่าสุดที่ออกมากลับพลิกความรู้สึกของทุกคนจากความกังวลสู่ความหวัง เมื่อการผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี และเจ้าตัวได้ออกมาลั่นวาจาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าที่ใครจะคาดคิด
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของเหตุการณ์ครั้งนี้ ตั้งแต่เส้นทางที่ทำให้เขากลายเป็นตำนาน ไปจนถึงวิทยาศาสตร์เบื้องหลังอาการบาดเจ็บ และอนาคตของวงการกีฬาต่อสู้ระดับโลกที่มีเดิมพันสูงกว่าที่หลายคนคิด
ย้อนรอยเส้นทาง จากเด็กบุรีรัมย์สู่เบอร์หนึ่งของโลก
ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมค่ำคืนแห่งความเจ็บปวดครั้งนี้ถึงสั่นสะเทือนวงการมวยไทยทั้งวงการ เราต้องย้อนกลับไปทำความรู้จักตัวตนที่แท้จริงของนักชกคนนี้เสียก่อน
“ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” มีชื่อจริงว่า มนัสชัย เอี่ยมศิริ เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 เป็นนักมวยไทยและคิกบ็อกซิงชาวไทย จากจังหวัดบุรีรัมย์ เติบโตมาในค่ายเกียรติหมู่ 9 และไต่เต้าจนกลายเป็นหนึ่งในนักสู้ที่ทรงคุณค่าที่สุดของวงการ ปัจจุบันเป็นแชมป์โลกคิกบอกซิงของ ONE Championship รุ่นฟลายเวต เคยเป็นแชมป์สนามมวยลุมพินี 2 รุ่น และอดีตแชมป์โลกมวยไทยสภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต
จุดพีคที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ คือค่ำคืนวันที่ 28 มกราคม 2567 ที่เขาป้องกันแชมป์คิกบ็อกซิงรุ่นฟลายเวตเป็นครั้งที่ 2 ในรายการ ONE 165 ที่อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว เจอกับ ทาเครุ เซกาวา ซูเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักคิกบ็อกซิงที่ดีที่สุดในโลก และซุปเปอร์เล็กเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ไปได้อย่างสวยงาม จนกระทั่ง ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอของ ONE Championship ต้องออกมายืนยันด้วยตัวเองว่านี่คือนักคิกบ็อกซิงที่เก่งที่สุดในโลกเมื่อเทียบแบบปอนด์ต่อปอนด์
หลังจากไฟต์ประวัติศาสตร์นั้น เขาเลือกขยับขึ้นไปโฟกัสกับรุ่นแบนตัมเวตเป็นหลัก ทำให้ไม่ได้ป้องกันแชมป์โลกคิกบ็อกซิงรุ่นฟลายเวตมานานกว่า 2 ปีเต็ม แต่นั่นไม่ได้แปลว่าชื่อของเขาจางหายไปจากความสนใจของแฟนมวย ตรงกันข้าม ทุกไฟต์ของเขายังคงเป็นไฮไลต์ที่คนทั้งประเทศรอดู และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ค่ำคืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา กลายเป็นค่ำคืนที่แฟนมวยไทยไม่มีวันลืม
วินาทีที่โลกหยุดหมุน เมื่อเข่าขวาพลิกกลางเวทีลุมพินี
ค่ำคืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ONE Championship จัดการแข่งขันคู่ขนานสองรายการคือ The Inner Circle 25 และ ONE ลุมพินี 165 ถ่ายทอดสดไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ซึ่งหนึ่งในคู่ชกที่แฟนมวยรอดูมากที่สุดคือศึกล้างตาระหว่างซุปเปอร์เล็กกับ อับดุลลา ดายาคาเอฟ นักชกหมัดหนักชาวรัสเซีย ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต
ความพิเศษของไฟต์นี้คือมันคือแมตช์รีแมตช์ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยเจอกันมาแล้วหนึ่งครั้ง และดายาคาเอฟเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนแบบไม่เอกฉันท์ไปได้ ทำให้การพบกันครั้งนี้กลายเป็นศึกที่แฟนมวยตั้งความหวังไว้สูงว่าซุปเปอร์เล็กจะได้ทวงคืนความพ่ายแพ้
แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเข้าสู่ยกที่ 2 เพียง 39 วินาที ระหว่างจังหวะแลกอาวุธ ซุปเปอร์เล็กเกิดอาการบาดเจ็บหัวเข่าพลิกอย่างรุนแรง จนพลาดท่าแพ้น็อกให้กับอับดุลลา ดายาคาเอฟ โดยก่อนที่กรรมการจะยุติการชก เจ้าตัวได้ยกมือขึ้นพร้อมชี้ไปที่ขา ซึ่งแฟนมวยและทีมงานสนามต่างคาดว่าอาจเป็นอาการเอ็นเข่าฉีกหรือเอ็นเข่าบิด ผลการชกจบลงด้วยชัยชนะทีเคโอของดายาคาเอฟ ซึ่งทำให้ สถิติของนักชกชาวรัสเซียขยับเป็น 17 ชนะ 3 แพ้ และเป็นการเอาชนะซุปเปอร์เล็กได้สำเร็จเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน
ภาพที่สร้างความสะเทือนใจให้แฟนมวยทั่วประเทศคือช่วงหลังจบไฟต์ เมื่อซุปเปอร์เล็กถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการอย่างละเอียด และภาพต่อมาที่ปรากฏออกมาคือภาพเขานั่งวีลแชร์โดยมีขาขวาใส่เฝือก สร้างความหวั่นใจให้ทั้งวงการว่านี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของอาชีพนักชกคนนี้
เจาะลึกวิทยาศาสตร์การกีฬา ทำไม “เอ็นไขว้หน้า” ถึงเป็นฝันร้ายของนักสู้
หลังการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ผลที่ออกมายืนยันสิ่งที่แฟนมวยกังวลตั้งแต่แรกเห็น นั่นคือ เอ็นไขว้หน้าฉีกขาด หรือที่วงการแพทย์เรียกว่า ACL (Anterior Cruciate Ligament) ซึ่งเป็นเอ็นสำคัญที่อยู่กลางข้อเข่า ทำหน้าที่ยึดกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งให้มั่นคง ควบคุมการบิดหมุนของข้อเข่าในทุกจังหวะการเคลื่อนไหว
สำหรับนักมวยไทยและนักคิกบ็อกซิงแล้ว หัวเข่าคือจุดที่ต้องรับภาระหนักที่สุดในร่างกาย เพราะทุกการเตะ ทุกการหมุนตัว ทุกการทรงตัวหลังจากปล่อยหมัดหรือศอก ล้วนใช้แรงบิดที่ข้อเข่าเป็นแกนหลักทั้งสิ้น ยิ่งนักชกระดับโลกที่ต้องเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงและเปลี่ยนทิศทางกะทันหันตลอดเวลา ยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่เอ็นจะรับแรงเกินขีดจำกัดจนฉีกขาด โดยเฉพาะในจังหวะที่เท้าติดพื้นแต่ลำตัวยังคงหมุนต่อ ซึ่งตรงกับลักษณะการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับซุปเปอร์เล็กในค่ำคืนนั้น
สำหรับขั้นตอนการรักษา ปัจจุบันการผ่าตัดสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ด้วยวิธีส่องกล้องถือเป็นมาตรฐานสากล โดยแพทย์จะนำเนื้อเยื่อเอ็นจากส่วนอื่นของร่างกายผู้ป่วยมาสร้างเอ็นไขว้หน้าทดแทนของเดิมที่ฉีกขาด ซึ่งมีอัตราความสำเร็จหลังการผ่าตัดสูงถึง 80-97 เปอร์เซ็นต์ และผู้เข้ารับการผ่าตัดราว 90-95 เปอร์เซ็นต์สามารถกลับไปเล่นกีฬาที่เคยเล่นได้ในระดับฟอร์มเดิม แต่กระบวนการฟื้นฟูนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เวลาไล่เรียงตั้งแต่การลดอาการบวมและปวด การฟื้นฟูองศาการงอเหยียดเข่า การสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าขึ้นมาใหม่ ไปจนถึงการฝึกความมั่นคงของข้อต่อก่อนกลับไปฝึกซ้อมแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งโดยทั่วไปนักกีฬาอาชีพมักต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 9-12 เดือนก่อนจะกลับไปแข่งขันในระดับสูงสุดได้อีกครั้ง
ข่าวดีที่ทำให้แฟนมวยทั้งประเทศโล่งใจคือ การผ่าตัดรักษาเอ็นไขว้หน้าของซุปเปอร์เล็กผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและประสบความสำเร็จ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของเส้นทางการกลับมาผงาดอีกครั้ง แต่สิ่งที่ต้องยอมรับตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาคือ อาการบาดเจ็บลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้นยาวนาน และผลกระทบที่ตามมาในทันทีคือ อาการบาดเจ็บทำให้เขาต้องถอนตัวจากคิวป้องกันแชมป์โลกในเดือนตุลาคมที่กำหนดไว้กับโจนาธาน ดิ เบลลา ซึ่งเป็นไฟต์ใหญ่ที่แฟนมวยรอคอยมานาน
มิติหัวใจนักสู้ บทเรียนวินัยและการลุกขึ้นใหม่ที่คนรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวกีฬาธรรมดา แต่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ คือปฏิกิริยาของซุปเปอร์เล็กและคนรอบตัวเขาหลังเผชิญกับความผิดหวังครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพ
สวิกรม ลิมานนท์ หรือ “โค้ชฮุก” นักวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทรนเนอร์คู่ใจที่อยู่เคียงข้างซุปเปอร์เล็กมาตลอด ได้โพสต์อัพเดตอาการผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังพาเข้าตรวจอาการที่โรงพยาบาล โดยยืนยันว่าจะขอเวลาพักดูแลรักษาอาการบาดเจ็บครั้งนี้ เพื่อให้กลับมาในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม ข้อความสั้นๆ นี้สะท้อนถึงปรัชญาการต่อสู้แบบนักกีฬาอาชีพระดับโลก นั่นคือการมองความพ่ายแพ้และการบาดเจ็บไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตัวเองในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ไม่เพียงแค่ทีมงานใกล้ตัว แม้แต่เพื่อนนักมวยระดับตำนานอย่าง ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทยรุ่นเฟเธอร์เวต ก็ยังอดไม่ได้ที่จะออกมาโพสต์แสดงความรู้สึกเสียใจอย่างสะเทือนใจ เพราะในค่ำคืนเดียวกันนั้น น้องรักอีกคนในค่ายคือ นาบิล อานาน ก็พ่ายแพ้ให้กับ “เสือคิม ป๋องสุพรรณ พีเค.” เช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าวงการมวยไทยแม้จะเป็นกีฬาที่ดุเดือดและมีการแข่งขันสูง แต่ก็เต็มไปด้วยความผูกพันแบบพี่น้องที่หาไม่ได้ในวงการกีฬาอื่น
สำหรับคนรุ่นใหม่อายุ 18-40 ปีที่กำลังต่อสู้กับความท้าทายในชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การเงิน หรือเป้าหมายส่วนตัว เรื่องราวของซุปเปอร์เล็กสอนบทเรียนสำคัญเรื่อง “วินัยในการฟื้นตัว” อาการบาดเจ็บระดับนี้สามารถทำลายความมั่นใจของนักกีฬาได้ง่ายๆ แต่สิ่งที่แยกนักสู้ระดับแชมป์โลกออกจากนักกีฬาทั่วไป คือความสามารถในการยอมรับความจริง เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอย่างมีวินัย และไม่ปล่อยให้ความล้มเหลวชั่วขณะกลายเป็นข้ออ้างในการหยุดพัฒนาตัวเอง นี่คือหลักคิดที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นในสังเวียนหรือในชีวิตการทำงานจริง
มิติธุรกิจและอนาคต บัลลังก์แชมป์กับเดิมพันธุรกิจกีฬาระดับโลก
อาการบาดเจ็บของนักชกระดับซูเปอร์สตาร์อย่างซุปเปอร์เล็กไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในมิติของตัวนักกีฬาเพียงคนเดียว แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงแผนธุรกิจระดับโลกของ ONE Championship องค์กรกีฬาต่อสู้ที่มีมูลค่าธุรกิจระดับหมื่นล้านบาทซึ่งก่อตั้งโดยชาตรี ศิษย์ยอดธง
เดิมทีซุปเปอร์เล็กมีคิวสำคัญรออยู่ในเดือนตุลาคมนี้ นั่นคือการป้องกันแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิงรุ่นฟลายเวต (125-135 ปอนด์) กับโจนาธาน ดิ เบลลา แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิงรุ่นสตรอว์เวตสัญชาติอิตาลี-แคนาดา ที่ขยับรุ่นขึ้นมาล่าฝันคว้าแชมป์โลก 2 รุ่น ในศึก ONE ซามูไร 4 ที่อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นไฟต์บิ๊กแมตช์ที่จะดึงดูดแฟนมวยทั้งฝั่งเอเชียและยุโรปให้มาติดตาม แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ไฟต์นี้จึงมีแนวโน้มสูงมากที่จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามกำหนดเดิม โดยที่ทาง ONE Championship ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะปรับเปลี่ยนคู่ชกให้ดิ เบลลาหรือไม่ และทิศทางของตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นฟลายเวตคิกบ็อกซิงจะเดินหน้าต่อไปในรูปแบบใด
สิ่งที่น่าสนใจคือ ที่ผ่านมามีรายงานว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซุปเปอร์เล็กเคยฝืนสภาพร่างกายชกทั้งที่มีอาการบาดเจ็บเข่าที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้วในช่วงที่อาชีพของเขากำลังเผชิญความท้าทาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นแรงกดดันมหาศาลที่นักกีฬาระดับแนวหน้าต้องแบกรับ ในธุรกิจกีฬาต่อสู้ที่มูลค่าตัวนักกีฬาผูกติดกับผลงานและความถี่ในการขึ้นชก การตัดสินใจถอนตัวหรือพักรักษาตัวจึงเป็นเรื่องที่มีทั้งต้นทุนด้านรายได้และความเสี่ยงต่อกระแสความนิยม
แต่ในมุมกลับกัน กรณีนี้ก็สะท้อนถึงจุดแข็งของ ONE Championship ในฐานะองค์กรกีฬายุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพนักกีฬามากกว่าองค์กรมวยแบบดั้งเดิม การที่องค์กรดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ และให้เวลานักกีฬาฟื้นฟูร่างกายโดยไม่เร่งรัดให้กลับมาชกทั้งที่ยังไม่พร้อม คือกลยุทธ์ระยะยาวที่ช่วยรักษาทรัพยากรบุคคลที่มีค่าที่สุดขององค์กรไว้ได้ ในยุคที่การถ่ายทอดสดเข้าถึงผู้ชมกว่า 195 ประเทศทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงและโซเชียลมีเดีย ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของนักกีฬาแต่ละคนคือสินทรัพย์ทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง และการรักษาความไว้วางใจของนักกีฬาผ่านช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่ากว่าการเร่งผลกำไรระยะสั้น
บทสรุป เมื่อความพ่ายแพ้ในค่ำคืนหนึ่ง ไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว
หลังผ่านพ้นการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จ ซุปเปอร์เล็กได้ออกมายืนยันว่าจะตอบแทนความไว้วางใจที่ชาตรี ศิษย์ยอดธง มอบให้เขามาตลอด พร้อมย้ำว่า ONE Championship คือองค์กรที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปโดยสิ้นเชิง คำพูดนี้ไม่ใช่เพียงมารยาททางสังคม แต่สะท้อนถึงความผูกพันที่แท้จริงระหว่างนักกีฬากับองค์กรที่ให้โอกาสเขาก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกในวันนี้
แม้ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดวันกลับมาขึ้นชกที่ชัดเจน แต่สิ่งที่แฟนมวยทั่วประเทศมั่นใจได้คือ นักสู้คนนี้จะไม่มีวันยอมแพ้ให้กับโชคชะตาง่ายๆ เรื่องราวของซุปเปอร์เล็กในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวการบาดเจ็บของนักมวยคนหนึ่ง แต่เป็นบทเรียนราคาแพงที่ตอกย้ำว่า ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่วันที่เรายืนอยู่บนจุดสูงสุด แต่วัดกันที่วันที่เราล้มลงแล้วยังมีหัวใจมากพอที่จะลุกขึ้นสู้ต่อ
คำถามที่เหลืออยู่ตอนนี้คือ เมื่อซุปเปอร์เล็กกลับมาสู่สังเวียนอีกครั้งในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เขาจะเลือกทวงคืนความพ่ายแพ้จากอับดุลลา ดายาคาเอฟ หรือจะมุ่งหน้าสู่การป้องกันแชมป์โลกคิกบ็อกซิงที่ค้างคาอยู่ก่อน แฟนมวยไทยและแฟนมวยทั่วโลกคงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของยอดนักชกคนนี้กันต่อไปอย่างใกล้ชิด
สรุปประเด็นสำคัญ
- ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 บาดเจ็บเข่าขวาอย่างรุนแรงจนแพ้ทีเคโอให้ อับดุลลา ดายาคาเอฟ ในยกที่ 2 ศึก The Inner Circle 25 คืนวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ลุมพินี
- ผลตรวจยืนยันว่าเอ็นไขว้หน้า (ACL) ฉีกขาด และเข้ารับการผ่าตัดซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี
- อาการบาดเจ็บทำให้ต้องถอนตัวจากศึกป้องกันแชมป์โลกคิกบ็อกซิงรุ่นฟลายเวตกับโจนาธาน ดิ เบลลา ที่กำหนดไว้เดือนตุลาคมที่โตเกียว
- เจ้าตัวออกมาขอบคุณชาตรี ศิษย์ยอดธง และ ONE Championship พร้อมลั่นวาจาจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่เมื่อร่างกายฟื้นตัวเต็มที่
- เพื่อนนักมวยและทีมงานต่างให้กำลังใจ สะท้อนความผูกพันแน่นแฟ้นในวงการมวยไทยยุคใหม่
คำถามที่พบบ่อย
Q: ซุปเปอร์เล็กบาดเจ็บอะไรกันแน่ในไฟต์ที่แพ้อับดุลลา ดายาคาเอฟ? A: เขาได้รับบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หน้าเข่าขวาฉีกขาด (ACL) ระหว่างการชกในยกที่ 2 ของศึก The Inner Circle 25
Q: ซุปเปอร์เล็กแพ้ให้อับดุลลา ดายาคาเอฟ กี่ครั้งแล้ว? A: นี่เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันแล้ว โดยครั้งแรกดายาคาเอฟชนะคะแนนแบบไม่เอกฉันท์ ส่วนครั้งนี้ชนะทีเคโอจากอาการบาดเจ็บของซุปเปอร์เล็ก
Q: ตอนนี้ซุปเปอร์เล็กผ่าตัดเข่าแล้วหรือยัง? A: ผ่าตัดแล้วและผลออกมาประสบความสำเร็จด้วยดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการพักฟื้นร่างกาย
Q: การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน? A: โดยทั่วไปนักกีฬาอาชีพมักต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 9-12 เดือน ก่อนจะสามารถกลับไปแข่งขันในระดับสูงสุดได้อีกครั้ง
Q: ไฟต์ป้องกันแชมป์โลกกับโจนาธาน ดิ เบลลา จะยังเกิดขึ้นหรือไม่? A: มีแนวโน้มสูงว่าจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามกำหนดเดิมในเดือนตุลาคม เนื่องจากซุปเปอร์เล็กต้องพักรักษาตัว โดย ONE ยังไม่ประกาศแผนสำรองอย่างเป็นทางการ
Q: ซุปเปอร์เล็กเป็นแชมป์อะไรอยู่ในปัจจุบัน? A: เขาคือแชมป์โลก ONE Championship คิกบ็อกซิงรุ่นฟลายเวต (125-135 ปอนด์) และเคยเป็นแชมป์สนามมวยลุมพินี 2 รุ่น รวมถึงอดีตแชมป์โลกมวยไทยสภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต
Q: ซุปเปอร์เล็กชื่อจริงว่าอะไร? A: ชื่อจริงคือ มนัสชัย เอี่ยมศิริ เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2538 มีภูมิลำเนาจากจังหวัดบุรีรัมย์
Q: อาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเกิดขึ้นได้อย่างไรในมวยไทย? A: มักเกิดจากแรงบิดของข้อเข่าในจังหวะที่เท้าติดพื้นแต่ลำตัวยังคงหมุนหรือเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน ซึ่งพบได้บ่อยในกีฬาต่อสู้ที่ต้องเคลื่อนไหวเร็วและซับซ้อน
Q: ใครเป็นเทรนเนอร์คู่ใจของซุปเปอร์เล็ก? A: สวิกรม ลิมานนท์ หรือ “โค้ชฮุก” นักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดูแลเรื่องการฟื้นฟูร่างกายให้เขามาโดยตลอด
Q: อัตราความสำเร็จของการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าสูงแค่ไหน? A: การผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องมีอัตราความสำเร็จสูงถึง 80-97 เปอร์เซ็นต์ และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปเล่นกีฬาได้ในระดับฟอร์มเดิม
Q: ซุปเปอร์เล็กเคยชนะนักชกคนดังคนไหนมาก่อน? A: หนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเอาชนะทาเครุ เซกาวา ซูเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่นด้วยคะแนนเอกฉันท์ ในศึก ONE 165 เมื่อเดือนมกราคม 2567
Q: ซุปเปอร์เล็กจะกลับมาชกอีกครั้งเมื่อไหร่? A: ยังไม่มีการประกาศกำหนดวันกลับมาชกที่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการพักฟื้นร่างกายหลังผ่าตัด