รู้หรือไม่ว่าดีลการย้ายทีมมูลค่า 17 ล้านยูโรที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันจันทร์นี้ ไม่ได้เป็นแค่การเสริมทัพธรรมดา แต่ยังแฝงไปด้วยดราม่าภายในครอบครัวเดียวกัน เพราะสโมสรที่แพ้ดีลนี้ไปคือ เอฟเวอร์ตัน ทีมที่มีเจ้าของเดียวกันกับ โรม่า นั่นคือตระกูล ฟรีดกิ้น (Friedkin Group) นี่คือเรื่องราวของ นาอวล โมลีน่า แบ็กขวาทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 28 ปี ที่เพิ่งประสบความผิดหวังครั้งใหญ่ในชีวิตค้าแข้งจากการพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 แต่กลับพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ก้าวขึ้นเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่จะมาอุดช่องโหว่แผงหลังให้กับทีมหมาป่ากรุงโรมภายใต้การคุมทัพของ จาน ปิเอโร กาสเปรินี่
จุดเริ่มต้นและเส้นทางกลับสู่กัลโช่ที่เขาเคยจากไป
เรื่องราวของโมลีน่ากับฟุตบอลอิตาลีไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะนักเตะรายนี้เคยสวมเสื้อ อูดิเนเซ่ มาแล้วในช่วงปี 2020-2022 ก่อนจะสร้างผลงานโดดเด่นจนดึงดูดสายตาทีมยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกาอย่าง แอตเลติโก มาดริด ที่ทุ่มเงินราว 20 ล้านยูโรคว้าตัวไปร่วมทีมภายใต้การคุมทัพของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ และนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ โมลีน่าใช้เวลากว่า 4 ปีเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลกฟุตบอล เขาคว้าแชมป์ลาลีกากับแอตเลติโกได้สำเร็จ และที่สำคัญที่สุดคือการเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอาร์เจนตินาชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์
การกลับมาสู่เซเรีย อา ครั้งนี้จึงไม่ใช่การย้ายทีมแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการหวนคืนสู่ลีกที่เขาคุ้นเคย โดยครั้งนี้เขาจะสวมเสื้อ โรม่า ทีมระดับหัวตารางที่เพิ่งได้สิทธิ์เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกกลับมาเป็นครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ ซึ่งจากรายงานของ กอล.คอม ระบุว่าโรม่าเตรียมมอบสัญญาระยะยาวถึง 4 ปี ผูกพันโมลีน่าไว้กับสโมสรจนถึงปี 2030 สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายบริหารของทีมหมาป่ากรุงโรมมองเขาเป็นตัวหลักระยะยาว ไม่ใช่แค่ตัวเสริมชั่วคราว
ทำไมกัสเปรินี่ถึงต้องการแบ็กขวาคนนี้อย่างเร่งด่วน
หากมองในมิติเทคนิคและยุทธศาสตร์การเล่น การเซ็นสัญญากับโมลีน่าคือการแก้โจทย์ที่โรม่าเผชิญอยู่อย่างตรงจุดที่สุด เพราะหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา เซกี เซลิก แบ็กขวาตัวหลักของทีมได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ยูเวนตุส แบบไร้ค่าตัวหลังหมดสัญญา ทิ้งช่องว่างขนาดใหญ่ในตำแหน่งฝั่งขวาของแผงหลังที่กาสเปรินี่ต้องรีบหาตัวมาทดแทนให้ทัน
ระบบการเล่นของกาสเปรินี่นั้นขึ้นชื่อเรื่องการใช้วิงแบ็กเป็นอาวุธหลักในการโจมตี ไม่ใช่แค่ผู้เล่นแนวรับที่คอยประกบคู่ต่อสู้เท่านั้น แต่ต้องเป็นนักเตะที่มีวินัยในการวิ่งขึ้นลงตลอด 90 นาที มีความสามารถในการครอสบอลแม่นยำ และพร้อมจะเป็นตัวเลือกในการทำประตูเมื่อมีโอกาส ซึ่งสไตล์การเล่นของโมลีน่าที่แอตเลติโก มาดริด ตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี เขาเป็นนักเตะที่มีความเร็ว ทรงพลัง และมีสัญชาตญาณการรุกที่ยอดเยี่ยม จุดแข็งเหล่านี้เองที่ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของทีมงานสรรหานักเตะโรม่า
ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้าจะหันมาเจรจากับแอตเลติโก มาดริด โรม่าเคยพยายามดึงตัว กิไวโร่ รีด แบ็กขวาดาวรุ่งจาก เฟเยนูร์ด มาก่อน แต่ด้วยราคาค่าตัวที่พุ่งสูงเข้าใกล้หลัก 30 ล้านยูโร ทำให้ฝ่ายบริหารตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายมาที่โมลีน่าซึ่งมีประสบการณ์สูงกว่าและราคาที่จับต้องได้มากกว่า เพราะสัญญาของเขากับแอตเลติโกเหลืออีกเพียงปีเศษ (หมดสัญญามิถุนายน 2027) ทำให้ทั้งสองสโมสรสามารถตกลงราคากันได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องยืดเยื้อ
ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาแนวรับของโรม่าในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมาก็ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนของดีลนี้ หลังจากทีมพ่ายให้กับ เรอัล เบติส 1-3 และล่าสุดพ่ายให้กับ ไบรท์ตัน ถึง 0-3 กาสเปรินี่เองก็ยอมรับตรงๆ ว่าทีมมีปัญหาในการรับมือสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะในแนวรับช่วงครึ่งแรกที่เสียประตูจากลูกกระดอนที่ไม่ควรเสีย ซึ่งการได้ตัวโมลีน่ามาเสริมความมั่นคงในตำแหน่งฝั่งขวาจึงเป็นเหมือนยาแก้ปวดที่มาถูกจังหวะพอดี
จากน้ำตาที่อเมริกาเหนือ สู่บทใหม่ในนครนิรันดร์
หากมองในมิติของจิตใจและแรงบันดาลใจ เรื่องราวของโมลีน่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาคือบทเรียนของความเป็นมืออาชีพที่น่ายกย่อง เพราะเขาเป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินาที่ต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งใหญ่ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่จัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ หลังจากที่เคยลิ้มรสความสำเร็จสูงสุดมาแล้วเมื่อปี 2022 ที่กาตาร์ การพ่ายแพ้ในนัดชิงครั้งนี้จึงเป็นความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงสำหรับนักเตะที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการมาแล้ว
แม้จะเพิ่งผ่านความผิดหวังมาหมาดๆ แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือทัศนคติที่โมลีน่าแสดงออกในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ฝ่ายบริหารโรม่าตัดสินใจไม่รบกวนช่วงเวลาพักผ่อนของเขาที่เกาะอีบีซ่า ประเทศสเปน เพื่อให้เขาได้ฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่หลังฤดูกาลอันยาวนานและหนักหน่วง ก่อนจะเริ่มต้นการผจญภัยบทใหม่ในกรุงโรม แต่ทันทีที่ดีลเสร็จสิ้น โมลีน่าก็แสดงความพร้อมทันที โดยตัดวันพักผ่อนให้สั้นลงเพื่อบินตรงมาอิตาลีในวันจันทร์นี้ทันที สะท้อนถึงความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นที่จะเริ่มต้นบทใหม่โดยเร็วที่สุด
การที่นักเตะระดับรองแชมป์โลกตัดสินใจเลือกมาเล่นให้กับทีมที่ไม่ได้อยู่ในระดับท็อปของยุโรปอย่างโรม่า แทนที่จะเลือกทีมใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากกว่า ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นในโปรเจกต์ของกาสเปรินี่ที่กำลังพาโรม่ากลับไปสู่เวทียุโรปอีกครั้ง หลังจากที่ทีมพาโรม่าจบอันดับ 3 ในเซเรีย อา ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการคว้าสิทธิ์เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2017-18 นี่คือแรงบันดาลใจที่แสดงให้เห็นว่า บางครั้งจุดเปลี่ยนที่ดีที่สุดในอาชีพนักเตะ ไม่ได้มาจากทีมที่ใหญ่ที่สุด แต่มาจากทีมที่มีทิศทางชัดเจนและให้ความไว้วางใจมากที่สุด
มองมิติธุรกิจ ดราม่าภายในเครือฟรีดกิ้น และอนาคตตลาดซื้อขายโรม่า
ในมุมของธุรกิจฟุตบอล ดีลนี้มีความน่าสนใจมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมีรายงานจากสื่ออังกฤษเปิดเผยว่า เอฟเวอร์ตัน สโมสรในพรีเมียร์ลีกที่มีเจ้าของเดียวกันกับโรม่าคือกลุ่มทุน Friedkin Group เคยให้คำมั่นสัญญาบางอย่างเกี่ยวกับตัวโมลีน่ามาก่อน แต่สุดท้ายกลุ่มทุนก็ตัดสินใจปล่อยให้โรม่าเป็นฝ่ายได้ตัวไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงลำดับความสำคัญของฝ่ายบริหารที่มองว่าโรม่าซึ่งได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่าในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม
ในแง่ตัวเลข ราคาค่าตัวของดีลนี้มีความหลากหลายเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแหล่งข่าว โดยสำนักข่าว สกาย สปอร์ต อิตาเลีย และ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดซื้อขายนักเตะระบุตรงกันว่าโครงสร้างค่าตัวอยู่ที่ 13 ล้านยูโรบวกโบนัสอีก 4 ล้านยูโร ขณะที่บางแหล่งข่าวอย่าง สปอร์ต มีเดียเซ็ต ประเมินมูลค่ารวมทั้งแพ็กเกจไว้สูงถึง 18 ล้านยูโร ซึ่งไม่ว่าตัวเลขสุดท้ายจะปิดที่เท่าไหร่ นี่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพและประสบการณ์ระดับทีมชาติที่โมลีน่านำมาเสริมทัพ อีกทั้งค่าเหนื่อยของเขาที่โรม่าจะจ่ายให้อยู่ที่ราว 2.7 ล้านยูโรต่อฤดูกาลก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลสำหรับนักเตะระดับนี้
อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจในมิติธุรกิจคือเรื่องโควตานักเตะนอกสหภาพยุโรป เนื่องจากโมลีน่าได้ดำเนินการขอถือหนังสือเดินทางสเปนสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้เมื่อย้ายมาร่วมทีม เขาจะถูกนับเป็นนักเตะสัญชาติยุโรปในระบบทะเบียนของสโมสร ซึ่งช่วยให้โรม่ายังคงมีโควตาว่างสำหรับการเซ็นสัญญานักเตะนอกสหภาพยุโรปคนอื่นๆ ต่อไปได้ในอนาคต
หากมองภาพรวมของหน้าต่างตลาดซื้อขายฤดูร้อนนี้ โรม่าถือว่าเคลื่อนไหวค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับความคาดหวังของกาสเปรินี่ ก่อนหน้าโมลีน่า สโมสรเพิ่งปิดดีลเพียงไม่กี่รายการ อาทิการดึงตัว ซานติอาโก้ คาสโตร กองหน้าจากโบโลญญ่าด้วยราคา 35 ล้านยูโร และการซื้อขาดตัว ดานิเอเล่ กิลาร์ดี้ กับ โดนีล มาเลน หลังยืมตัวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งกาสเปรินี่เองก็เคยออกมาแสดงความไม่พอใจต่อสาธารณะ โดยระบุว่าต้องการนักเตะใหม่อย่างน้อย 4 คนก่อนที่ตลาดจะปิด และถึงขั้นยกเลิกสัมภาษณ์กับสื่อบางสำนักเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อความล่าช้าในการเสริมทัพ การได้ตัวโมลีน่ามาในจังหวะนี้จึงเป็นเหมือนการเริ่มต้นคลายความกดดันให้กับกุนซือชาวอิตาเลียนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังต้องจับตาดูต่อไปว่าโรม่าจะสามารถปิดดีลปีกตัวรุกที่กาสเปรินี่เรียกร้องมาตลอดทั้งปีได้ทันก่อนตลาดปิดในวันที่ 1 กันยายนนี้หรือไม่ ก่อนที่ฤดูกาลใหม่ของเซเรีย อาจะเปิดฉากขึ้นในสุดสัปดาห์ของวันที่ 22-23 สิงหาคมนี้
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด ดีลนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อขายนักเตะธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนของหลายมิติที่ซ้อนทับกัน ทั้งความเปลี่ยนแปลงในชีวิตนักเตะระดับโลกที่ต้องเรียนรู้จะลุกขึ้นใหม่หลังความผิดหวัง ยุทธศาสตร์การสร้างทีมของโค้ชที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด และเกมธุรกิจภายในเครือสโมสรเดียวกันที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ โมลีน่าจะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเพรสซิ่งสุดโหดของกาสเปรินี่ได้เร็วแค่ไหน และจะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่พาโรม่าไปได้ไกลกว่าอันดับ 3 ในฤดูกาลนี้หรือไม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- นาอวล โมลีน่า แบ็กขวาทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 28 ปี เตรียมเดินทางถึงอิตาลีวันจันทร์นี้เพื่อตรวจร่างกายและเซ็นสัญญากับโรม่า
- ดีลมีมูลค่ารวมประมาณ 17-18 ล้านยูโร (ค่าตัวเบื้องต้น 13 ล้านยูโร บวกโบนัส 4 ล้านยูโร) จากแอตเลติโก มาดริด สัญญายาวถึงปี 2030
- การเซ็นสัญญาครั้งนี้มาทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงหลัง เซกี เซลิก ย้ายไปยูเวนตุสแบบไร้ค่าตัว และตอบโจทย์ระบบวิงแบ็กเชิงรุกของกาสเปรินี่
- โมลีน่าเพิ่งผ่านความผิดหวังจากการแพ้นัดชิงฟุตบอลโลก 2026 แต่ตัดวันพักร้อนที่อีบีซ่าเพื่อรีบมาเริ่มงานใหม่ทันที
- มีรายงานว่าเอฟเวอร์ตัน สโมสรในเครือเจ้าของเดียวกับโรม่า เคยสนใจตัวโมลีน่าเช่นกัน ก่อนกลุ่มทุนตัดสินใจให้สิทธิ์กับโรม่า
คำถามที่พบบ่อย
นาอวล โมลีน่า ย้ายจากทีมไหนมาโรม่า และค่าตัวเท่าไหร่ A: เขาย้ายมาจากแอตเลติโก มาดริด ด้วยมูลค่ารวมประมาณ 17-18 ล้านยูโร แบ่งเป็นค่าตัวเบื้องต้น 13 ล้านยูโร และโบนัสเพิ่มเติมอีก 4 ล้านยูโร
โมลีน่าจะได้ลงเล่นให้โรม่านัดแรกเมื่อไหร่ A: เขาจะเริ่มฝึกซ้อมร่วมทีมตั้งแต่วันอังคารนี้ และคาดว่าจะพร้อมลงสนามอย่างเป็นทางการเมื่อเซเรีย อา ฤดูกาล 2026-27 เปิดฉากในสุดสัปดาห์ของวันที่ 22-23 สิงหาคม
ทำไมโรม่าถึงต้องการแบ็กขวาคนใหม่อย่างเร่งด่วน A: เพราะเซกี เซลิก แบ็กขวาตัวหลักของทีมย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุสแบบไร้ค่าตัวหลังหมดสัญญา ทำให้ตำแหน่งนี้ว่างลงและต้องหาตัวแทนก่อนเปิดฤดูกาล
โมลีน่าเคยเล่นให้ทีมไหนในเซเรีย อา มาก่อน A: เขาเคยค้าแข้งกับอูดิเนเซ่ในช่วงปี 2020-2022 ก่อนย้ายไปแอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านยูโร
สัญญาฉบับใหม่ของโมลีน่ากับโรม่ายาวแค่ไหน A: มีรายงานว่าโรม่าเตรียมมอบสัญญาระยะยาว 4 ปี ผูกพันเขาไว้กับสโมสรจนถึงปี 2030
เรื่องราวดราม่าระหว่างโรม่ากับเอฟเวอร์ตันในดีลนี้คืออะไร A: ทั้งสองสโมสรมีเจ้าของเดียวกันคือกลุ่มทุน Friedkin Group ซึ่งมีรายงานว่าเอฟเวอร์ตันเคยสนใจตัวโมลีน่ามาก่อน แต่กลุ่มทุนเลือกให้สิทธิ์การเซ็นสัญญาตกเป็นของโรม่าแทน
โมลีน่ามีผลงานอะไรกับทีมชาติอาร์เจนตินาบ้าง A: เขาเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ และเพิ่งผ่านประสบการณ์รองแชมป์โลก 2026 หลังพ่ายในนัดชิงชนะเลิศที่จัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ
การย้ายทีมของโมลีน่าจะกระทบโควตานักเตะนอกอียูของโรม่าหรือไม่ A: ไม่กระทบ เนื่องจากโมลีน่าถือหนังสือเดินทางสเปน ทำให้เขาถูกนับเป็นนักเตะสัญชาติยุโรปในระบบทะเบียนของสโมสร