วงการมวยสากลโลกกำลังจับตามองการตัดสินใจครั้งสำคัญของ ออสการ์ คอลญาโซ หรือฉายา “เอล ปูปิโล” นักชกซ้ายจัดชาวเปอร์โตริโกวัย 29 ปี เจ้าของสถิติไร้พ่าย 15 ชัยชนะ (น็อก 12 ครั้ง) และเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก 3 สถาบันในรุ่นมินิมัมเวต 105 ปอนด์ ทั้ง WBA, WBO และ เดอะริง หลังล่าสุดเขาประกาศชัดเจนว่าต้องการเดินหน้าสู่พิกัดฟลายเวต 112 ปอนด์อย่างถาวร พร้อมวางเป้าหมายใหญ่ไว้ที่การท้าชิงกับ ริคาร์โด ซานโดวัล แชมป์โลกฟลายเวตชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกัน โดยมีกำหนดการคร่าวๆ ว่าจะได้เห็นศึกนี้ในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้
จากนักชกตัวเล็กสู่แชมป์ 3 สถาบัน เส้นทางที่ไม่ธรรมดาของ “เอล ปูปิโล”
คอลญาโซ เกิดที่เมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา แต่เติบโตและใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองบิยัลบา ประเทศเปอร์โตริโก เขาผันตัวเป็นนักมวยอาชีพตั้งแต่ปี 2020 และไต่เต้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในนักชกที่มีฝีมือโดดเด่นที่สุดของวงการปอนด์ต่อปอนด์ในยุคนี้ ด้วยสไตล์การชกซ้ายจัดที่ผสมผสานความแม่นยำของหมัดตรงซ้าย ฟุตเวิร์กที่คล่องแคล่ว และไอคิวในสังเวียนที่เฉียบคม
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2023 เมื่อเขาเอาชนะทีเคโอยก 7 เมลวิน เจรูซาเลม คว้าแชมป์โลก WBO มินิมัมเวตมาครองได้สำเร็จ กลายเป็นนักมวยเปอร์โตริโกที่คว้าแชมป์โลกได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยการชกเพียง 11 ไฟต์ แซงหน้าสถิติเดิมของ อเล็กซ์ ซานเชซ ตำนานนักชกร่วมชาติ จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน 2024 เขายังผนวกแชมป์ WBA Super และแชมป์เดอะริงเข้ามาอีกด้วยการน็อกยก 7 ธรรมนูญ เนียมตรอง ในศึก “Latino Night” ที่ริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทำให้เขากลายเป็นแชมป์ 3 สถาบันเต็มตัวในรุ่น 105 ปอนด์
ตลอดปี 2025 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 คอลญาโซยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะทีเคโอยก 7 เหนือ เจย์สัน เวย์สัน ที่แฟนตาซี สปริงส์ คาสิโน หรือการป้องกันแชมป์เหนือ เฆซุส ฮาโร ด้วยทีเคโอยก 6 ที่ฮอนด้า เซ็นเตอร์ เมืองอนาไฮม์ ก่อนที่จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในอาชีพจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ก้าวกระโดดสองรุ่นน้ำหนัก บทพิสูจน์ที่ไม่มีใครคาดคิด
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2026 ที่ฟรอนต์เวฟ อารีนา เมืองโอเชียนไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย คอลญาโซต้องเผชิญสถานการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อคู่ชกเดิมอย่าง โจอี้ คาโนย์ ถอนตัวกะทันหัน ทำให้โปรโมเตอร์ต้องดึงตัว เนเดอร์ วัลเดซ นักชกชาวเม็กซิกันขึ้นมาแทนที่แบบฉุกเฉิน แต่ที่น่าทึ่งคือไฟต์นี้ไม่ได้จัดในรุ่น 105 ปอนด์ตามปกติ ทว่าคอลญาโซตัดสินใจกระโดดขึ้นไปชกในรุ่นฟลายเวต 112 ปอนด์ทันที ซึ่งเป็นการก้าวข้ามน้ำหนักตัวถึงสองรุ่นในการชกเพียงไฟต์เดียว
ผลปรากฏว่าคอลญาโซในฐานะต่อรอง 80 ต่อ 1 กลับเป็นฝ่ายครองเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ เขาน็อกวัลเดซลงไปนอนกับพื้นถึง 3 ครั้งในยกที่ 2 ก่อนกรรมการจะยุติการชกและมอบชัยชนะให้ พร้อมคว้าแชมป์ WBO อินเตอร์เนชั่นแนล ฟลายเวต มาครองเป็นของแถม การแสดงฟอร์มในค่ำคืนนั้นไม่เพียงพิสูจน์ว่าคอลญาโซสามารถแบกพลังหมัดขึ้นไปสู้ในรุ่นที่ใหญ่กว่าได้อย่างสบายๆ แต่ยังจุดประกายความมั่นใจให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนแผนอาชีพครั้งใหญ่
หลังจบไฟต์ คอลญาโซให้สัมภาษณ์กับ คริส แมนนิกซ์ ผู้สื่อข่าวของ DAZN ทันทีว่า เขาต้องการอยู่ในรุ่น 112 ปอนด์ต่อไป “ผมรู้สึกดีมาก ผมรักรุ่นน้ำหนักนี้ อันที่จริงผมอยากอยู่ในรุ่นนี้ไปอีกนาน มาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร” และเมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่จะพบกับซานโดวัล เขาตอบทันทีโดยไม่ลังเลว่า “ผมอยากได้ไฟต์นี้จริงๆ มันน่าสนใจมาก ผมพร้อมแล้วสำหรับไฟต์ใหญ่ ผมพร้อมสร้างประวัติศาสตร์ ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ผมคือแชมป์ระดับปอนด์ต่อปอนด์และผมพร้อมสำหรับไฟต์ใหญ่”
ริคาร์โด ซานโดวัล เป้าหมายที่จะปลุกศึกเม็กซิโก-เปอร์โตริโกให้กลับมาอีกครั้ง
ฝั่งของ ริคาร์โด ซานโดวัล นักชกชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกันจากเมืองริอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย วัย 27 ปี เจ้าของสถิติ 27 ชนะ 2 แพ้ (น็อก 18 ครั้ง) ปัจจุบันครองแชมป์โลกฟลายเวตทั้ง WBA และ WBC พร้อมกัน โดยเขาได้เข็มขัดทั้งสองเส้นมาจากการอัปเซตเอาชนะคะแนนแบบสปลิตดีซิชั่นเหนือ เคนชิโร เทราจิ นักชกชื่อดังชาวญี่ปุ่น ที่เมืองโยโกฮาม่า เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานเด่นที่สุดของเขาในอาชีพ ทว่านับตั้งแต่ไฟต์นั้นเป็นต้นมา ซานโดวัลยังไม่ได้ขึ้นชกอีกเลย ทำให้เขาอยู่ในช่วงพักยาวเกือบหนึ่งปีเต็ม
จุดที่ทำให้ไฟต์นี้มีความเป็นไปได้สูงคือทั้งคอลญาโซและซานโดวัลอยู่ภายใต้สังกัดโปรโมชั่นเดียวกันคือ โกลเด้น บอย โปรโมชั่นส์ ของ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า ตำนานนักชกผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการเจรจาต่อรองสัญญาระหว่างค่ายลงไปมาก ระหว่างงานแถลงข่าวหลังไฟต์กับวัลเดซ คอลญาโซกล่าวถึงซานโดวัลว่า “เราอยู่โปรโมเตอร์เดียวกัน เขาเพิ่งพักยาวมา เดี๋ยวมาดูกัน เปอร์โตริโกกับเม็กซิโก มันจะเป็นหนึ่งในไฟต์ที่ดีที่สุดของโลก”
มุมมองธุรกิจ เมื่อโปรโมเตอร์มองเห็นขุมทองแห่งการฟื้นคืนศึกคู่ปรับประวัติศาสตร์
เดอ ลา โฮย่า เองก็ออกมาสนับสนุนแมตช์นี้อย่างเต็มที่ โดยระบุว่า “ผมอยากให้ออสการ์ คอลญาโซ ขยับขึ้นไปสองรุ่นน้ำหนัก แล้วมาจัดไฟต์นี้กัน ไม่ว่าจะถ่ายทอดสดจากเปอร์โตริโกหรือลอสแอนเจลิส” พร้อมยืนยันว่านี่คือการรื้อฟื้นศึกคู่ปรับตลอดกาลระหว่างเม็กซิโกกับเปอร์โตริโก ซึ่งเคยสร้างประวัติศาสตร์วงการมวยผ่านคู่ชกในตำนานอย่าง เดอ ลา โฮย่า-เฟลิกซ์ ตรินิแดด และ ฆูลิโอ ซีซาร์ ชาเวซ-เอ็คเตอร์ กามาโช มาแล้ว ขณะที่ เอริก โกเมซ ประธานโกลเด้น บอย โปรโมชั่นส์ ก็ยืนยันเช่นกันว่าไฟต์นี้ถูกพูดคุยกันแล้วจริง โดยระบุว่า “หนึ่งในเรื่องที่เราคุยกันคือการให้เขาขยับขึ้นไปชกกับริคาร์โด ซานโดวัลที่ 112 ปอนด์”
จากมุมมองธุรกิจ ไฟต์นี้ถือเป็นโอกาสทองสำหรับโกลเด้น บอย เพราะเป็นการรวมสองแชมป์โลกที่กำลังมาแรงของสองชาติที่มีฐานแฟนมวยเหนียวแน่นที่สุดในวงการ ทั้งยังตอบโจทย์กระแสความนิยมของรุ่นน้ำหนักเบาที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง หลังจากที่รุ่นใหญ่อย่างเฮฟวี่เวตครองพื้นที่สื่อมานาน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันวันที่และสถานที่จัดการชกอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา แม้คอลญาโซจะแสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าดีลจะสำเร็จลุล่วงก็ตาม
วิเคราะห์ทางเทคนิค ความท้าทายของการแบกน้ำหนักและพลังในรุ่นที่ใหญ่ขึ้น
ในทางเทคนิค การขยับขึ้นสองรุ่นน้ำหนักถือเป็นความเสี่ยงที่นักมวยส่วนใหญ่มักหลีกเลี่ยง เนื่องจากพละกำลังและความแข็งแกร่งทางร่างกายของคู่ต่อสู้ในรุ่นที่สูงกว่ามักแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่สิ่งที่คอลญาโซแสดงให้เห็นในไฟต์กับวัลเดซคือหมัดซ้ายของเขายังคงทรงพลังเพียงพอที่จะน็อกคู่ต่อสู้ในรุ่นที่ใหญ่กว่าได้ไม่ต่างจากตอนชกในรุ่น 105 ปอนด์ ขณะเดียวกันฟุตเวิร์กและจังหวะการเข้าออกที่เป็นจุดแข็งของเขาก็ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่า
สำหรับซานโดวัล จุดแข็งของเขาคือพลังหมัดที่มีอัตราการน็อกสูงถึง 18 ครั้งจาก 29 ไฟต์ รวมถึงประสบการณ์การเอาชนะนักชกระดับหัวแถวอย่างเทราจิมาแล้ว แต่จุดที่น่ากังวลคือการพักยาวเกือบหนึ่งปีอาจส่งผลต่อความคมและจังหวะการชกเมื่อกลับมาสังเวียนอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่คอลญาโซเองก็หยิบยกขึ้นมาพูดถึงในบทสัมภาษณ์ ด้านจิตวิทยา คอลญาโซดูเหมือนจะมีความมั่นใจสูงมากในช่วงนี้ หลังจากพิสูจน์ตัวเองสำเร็จในไฟต์ที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงการทดสอบชั่วคราว เขากลับมองเห็นโอกาสใหม่ในการต่อยอดความยิ่งใหญ่ และดูเหมือนจะพร้อมทิ้งแผนการรวมเข็มขัดในรุ่น 105 ปอนด์กับคู่แข่งอย่าง เปโดร ทาดูรัน (แชมป์ IBF) ที่เคยพูดถึงไว้ก่อนหน้านี้ไปเลย
ก้าวต่อไปที่ต้องจับตา
ขณะนี้คอลญาโซอยู่ระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและกล้ามเนื้อให้เข้ากับพิกัดน้ำหนักใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะกลับขึ้นสังเวียนอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคมนี้ แม้ดีลกับซานโดวัลจะยังไม่ปิดอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากทั้งตัวนักชกเอง โปรโมเตอร์ และกระแสความต้องการของแฟนมวยที่อยากเห็นศึกเม็กซิโก-เปอร์โตริโกกลับมาอีกครั้ง ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าไฟต์นี้มีโอกาสเกิดขึ้นจริงสูง
คำถามที่น่าสนใจคือ หากคอลญาโซสามารถเอาชนะซานโดวัลได้สำเร็จ เขาจะกลายเป็นนักมวยเปอร์โตริโกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ในทันทีหรือไม่ และจะเปิดทางให้เขาก้าวขึ้นไปท้าทายรุ่นน้ำหนักที่สูงกว่านี้อีกในอนาคตหรือเปล่า
สรุปประเด็นสำคัญ
- ออสการ์ คอลญาโซ แชมป์โลก 3 สถาบันรุ่น 105 ปอนด์ (WBA, WBO, เดอะริง) เตรียมขยับขึ้นไปชกถาวรที่รุ่นฟลายเวต 112 ปอนด์
- จุดเปลี่ยนมาจากชัยชนะน็อกยก 2 เหนือ เนเดอร์ วัลเดซ เมื่อ 20 มิ.ย. 2026 ซึ่งเป็นการก้าวข้ามสองรุ่นน้ำหนักในไฟต์เดียว
- เป้าหมายคือการท้าชิงกับ ริคาร์โด ซานโดวัล แชมป์โลก WBA-WBC ฟลายเวต ชาวเม็กซิกัน-อเมริกัน ผู้เคยอัปเซตเอาชนะเคนชิโร เทราจิ
- ทั้งคู่อยู่สังกัดโกลเด้น บอย โปรโมชั่นส์ของออสการ์ เดอ ลา โฮย่า ซึ่งหนุนหลังไฟต์นี้เต็มที่ในฐานะการรื้อฟื้นศึกคู่ปรับเม็กซิโก-เปอร์โตริโก
- ปัจจุบันคอลญาโซกำลังซ้อมหนักเล็งเป้าหมายกลับสังเวียนตุลาคมนี้ แม้ดีลอย่างเป็นทางการยังไม่ปิด
คำถามที่พบบ่อย
ออสการ์ คอลญาโซ เป็นแชมป์โลกรุ่นไหน A: เขาครองแชมป์โลก 3 สถาบันในรุ่นมินิมัมเวต 105 ปอนด์ ได้แก่ WBA (Super), WBO และเดอะริง แมกกาซีน
ทำไมคอลญาโซถึงต้องการขยับไปชกที่ 112 ปอนด์ A: หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการก้าวข้ามสองรุ่นน้ำหนักไปน็อกเนเดอร์ วัลเดซ เขาพบว่าตัวเองแข็งแกร่งพอสำหรับรุ่นที่ใหญ่กว่า และมองเห็นโอกาสสร้างไฟต์ใหญ่กับริคาร์โด ซานโดวัล
ริคาร์โด ซานโดวัล คือใคร A: นักมวยชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกันจากเมืองริอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย เจ้าของแชมป์โลก WBA และ WBC รุ่นฟลายเวต ซึ่งได้มาจากการอัปเซตเอาชนะเคนชิโร เทราจิที่ญี่ปุ่น
ไฟต์คอลญาโซปะทะซานโดวัลจะจัดขึ้นเมื่อไหร่ A: ยังไม่มีการยืนยันวันที่และสถานที่อย่างเป็นทางการ แต่คอลญาโซตั้งเป้าหมายกลับขึ้นสังเวียนในช่วงเดือนตุลาคม 2026
คอลญาโซกับซานโดวัลอยู่สังกัดค่ายเดียวกันหรือไม่ A: ใช่ ทั้งคู่อยู่ภายใต้สังกัดโกลเด้น บอย โปรโมชั่นส์ ของออสการ์ เดอ ลา โฮย่า ซึ่งช่วยให้การเจรจาจัดไฟต์ทำได้ง่ายขึ้น
สถิติของคอลญาโซและซานโดวัลเป็นอย่างไร A: คอลญาโซมีสถิติไร้พ่าย 15 ชนะ น็อก 12 ครั้ง ส่วนซานโดวัลมีสถิติ 27 ชนะ 2 แพ้ น็อก 18 ครั้ง
ทำไมไฟต์นี้ถึงถูกเรียกว่าศึกเม็กซิโก-เปอร์โตริโก A: เพราะเป็นการเผชิญหน้าระหว่างแชมป์โลกชาวเปอร์โตริโกกับแชมป์โลกเชื้อสายเม็กซิกัน ซึ่งชวนให้นึกถึงคู่ปรับในตำนานอย่างเดอ ลา โฮย่า-ตรินิแดด และชาเวซ-กามาโช
ซานโดวัลไม่ได้ชกมานานแค่ไหนแล้ว A: เขาไม่ได้ขึ้นชกมาตั้งแต่เอาชนะเคนชิโร เทราจิเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 รวมเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม