โรดรี้ กับดีลระเบิดศึก 70 ล้านยูโร: เปิดเบื้องลึกทำไม “สมองกลกลางสนาม” ของแชมป์โลก ถึงกำลังจะทิ้งบัลลังก์แมนเชสเตอร์ ไปปักหลักที่กัมป์นู

ตัวเลข 70 ล้านยูโร อาจฟังดูเป็นแค่ราคาค่าตัวนักฟุตบอลอีกคนหนึ่งในตลาดซื้อขายฤดูร้อน แต่เบื้องหลังตัวเลขนี้ คือเรื่องราวของกัปตันทีมชาติสเปนที่เพิ่งชูถ้วยแชมป์โลกหมาดๆ กำลังตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพค้าแข้ง และอาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจของวงการลูกหนังยุโรปไปอีกหลายปี

หากพูดถึงนักเตะที่ทีมอยากได้ตัวมากที่สุดคนหนึ่งของซัมเมอร์นี้ ชื่อของ โรดรี้ เอร์นันเดซ กองกลางตัวรับกัปตันทีมชาติสเปน ย่อมติดอันดับต้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนี่คือผู้เล่นที่แทบไม่เคยแพ้ในเกมที่เขาลงสนามครบ 90 นาที คือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสี่สมัยติดต่อกัน และเป็นหัวใจของทัพกระทิงดุที่เพิ่งประกาศศักดาคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ

คำถามที่ทุกคนอยากรู้ตอนนี้คือ เหตุใดนักเตะระดับหัวแถวของโลกคนหนึ่ง ถึงยอมทิ้งบัลลังก์ที่แมนเชสเตอร์ เพื่อกลับบ้านไปเริ่มบทใหม่ในสเปน ทั้งที่ยังอยู่ในวัยที่ฟอร์มการเล่นกำลังโชกโชนด้วยประสบการณ์ และทำไมสโมสรอย่างบาร์เซโลน่า ถึงยอมทุ่มเงินก้อนโตขนาดนี้ ทั้งที่สถานะทางการเงินของสโมสรยังคงเป็นที่จับตามองมาตลอดหลายปี

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของดีลนี้ ตั้งแต่เส้นทางการเจรจา ไปจนถึงเหตุผลเชิงเทคนิคที่ทำให้โรดรี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองกลางที่ทรงคุณค่าที่สุดของยุคนี้ และมองไปข้างหน้าว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อวงการฟุตบอลอย่างไรในระยะยาว

เส้นทางการเจรจา: จากข้อเสนอที่ถูกปัดตก สู่การยื่นหมูยื่นแมวครั้งที่สาม

เรื่องราวของดีลนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นบทเจรจาต่อรองที่ยืดเยื้อมาตลอดทั้งซัมเมอร์ บาร์เซโลน่าเปิดเกมด้วยข้อเสนอแรกที่ราว 45-50 ล้านยูโร ซึ่งถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปฏิเสธแทบจะในทันที เพราะสโมสรจากอังกฤษยืนกรานราคาที่สูงกว่านั้นมาก โดยมีรายงานว่าตัวเลขที่ซิตี้ต้องการในช่วงแรกอาจสูงถึง 80-100 ล้านยูโรเลยทีเดียว

เมื่อข้อเสนอแรกไม่เป็นผล บาร์เซโลน่าจึงขยับตัวเลขขึ้นเป็นราว 60-65 ล้านยูโร แต่ผู้บริหารของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ยังคงมองว่าตัวเลขนี้ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของนักเตะระดับกัปตันทีมชาติแชมป์โลก และปฏิเสธข้อเสนออีกครั้ง สถานการณ์นี้สร้างความกดดันให้ทั้งสองฝ่าย เพราะในขณะเดียวกัน ตัวโรดรี้เองก็ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสโมสรต้นสังกัดว่า เขาต้องการย้ายไปเล่นให้กับทีมจากคาตาลุนญ่าเท่านั้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ชื่อของเขาเคยถูกโยงไปกับเรอัล มาดริดด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายใจของเขากลับเลือกกัมป์นูมากกว่าซานติอาโก้ เบร์นาเบว

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบาร์เซโลน่าตัดสินใจยื่นข้อเสนอครั้งที่สาม ด้วยมูลค่ารวมที่ทะลุ 70 ล้านยูโร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับราคาขั้นต่ำที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ทั้งสองสโมสรเข้าสู่ช่วงเจรจาขั้นตอนสุดท้าย โดยฝ่ายบาร์เซโลน่ามีความเชื่อมั่นว่า ผู้บริหารระดับสูงของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง เฟร์ราน โซเรียโน่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ อูโก้ วีอาน่า ผู้อำนวยการฟุตบอล จะพึงพอใจกับตัวเลขล่าสุดนี้ และปิดดีลได้ในเร็ววัน

ส่วนเรื่องข้อตกลงส่วนตัวระหว่างโรดรี้กับบาร์เซโลน่านั้น แทบไม่มีอุปสรรคใดๆ เลย เพราะทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในสัญญาฉบับใหม่ระยะเวลา 4 ปีไปเรียบร้อยแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าอุปสรรคเดียวที่เหลืออยู่คือเรื่องตัวเลขค่าตัวระหว่างสองสโมสรเท่านั้น

ย้อนอดีต: จากเด็กหนุ่มบียาร์เรอัล สู่จักรพรรดิกลางสนามแห่งแมนเชสเตอร์

หากจะเข้าใจว่าทำไมโรดรี้ถึงมีมูลค่าสูงขนาดนี้ จำเป็นต้องย้อนกลับไปดูเส้นทางการเติบโตของเขา โรดรี้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับทีมเยาวชนของบียาร์เรอัล ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่และค่อยๆ พัฒนาฝีเท้าจนเป็นที่จับตามอง กระทั่งได้ย้ายไปร่วมทีมแอตเลติโก มาดริด สโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบเกมรับที่แข็งแกร่งและมีระเบียบวินัยสูง ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นกองกลางตัวรับที่ทั้งฉลาดและมีวินัยในการเล่นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของอาชีพเกิดขึ้นเมื่อราวเจ็ดปีก่อน เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจทุ่มเงินดึงตัวเขาจากแอตเลติโก มาดริด มาร่วมทีมภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องปรัชญาฟุตบอลครองบอลและการวางระบบเกมที่ซับซ้อน นับตั้งแต่วันนั้น โรดรี้ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นฟันเฟืองที่ขาดไม่ได้ของทีม เขาช่วยพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างต่อเนื่องหลายสมัย รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในความสำเร็จระดับทวีปด้วยเช่นกัน

ความสำเร็จในระดับสโมสรยังส่งผลบวกต่อเส้นทางในทีมชาติของเขาด้วย โรดรี้ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาเป็นตัวหลักและกัปตันทีมชาติสเปน นำทัพกระทิงดุคว้าแชมป์รายการใหญ่ระดับทวีปได้สำเร็จ ก่อนจะปิดท้ายด้วยความสำเร็จสูงสุดในเกมลูกหนัง นั่นคือการพาสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ปัจจุบันเขาคือหนึ่งในไม่กี่นักเตะของโลกที่ครองทั้งแชมป์ลีกในประเทศ แชมป์ทวีป และแชมป์โลกในเวลาไล่เลี่ยกัน

เรื่องราวเส้นทางชีวิตแบบนี้เองที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกรู้สึกผูกพันกับโรดรี้ในฐานะตัวอย่างของนักเตะที่ไต่เต้าขึ้นมาด้วยฝีเท้าและความมุ่งมั่น ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดเพียงอย่างเดียว

ทำไมทีมระดับโลกถึงแย่งกันซื้อ: ถอดรหัสวิทยาศาสตร์การเล่นของกองกลางที่หายากที่สุดในยุคนี้

ในทางเทคนิค ตำแหน่งที่โรดรี้เล่นเรียกว่า กองกลางตัวรับหลัก หรือบางครั้งถูกเรียกว่า “สมองกลกลางสนาม” เพราะบทบาทของเขาไม่ได้มีแค่การแย่งบอลหรือสกัดกั้นคู่แข่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นในการขึ้นเกมรุกของทีมด้วย นักวิเคราะห์เกมกีฬาหลายคนมองว่า ตำแหน่งนี้คือหนึ่งในตำแหน่งที่หายากที่สุดในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน เพราะต้องอาศัยทักษะหลายด้านผสมผสานกันอย่างลงตัว

จุดเด่นที่ทำให้โรดรี้แตกต่างจากกองกลางตัวรับทั่วไปคือ ความสามารถในการอ่านเกม เขาสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าบอลจะถูกส่งไปทางไหน และเข้าไปยืนสกัดกั้นเส้นทางลูกบอลได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่บอลตลอดเวลาแบบที่นักเตะทั่วไปทำกัน ทักษะนี้ในทางวิทยาศาสตร์การกีฬาเรียกว่า การอ่านสถานการณ์เชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ยากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากในเสี้ยววินาที ทั้งตำแหน่งเพื่อนร่วมทีม คู่แข่ง และทิศทางของลูกบอล

อีกจุดหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ ความสามารถในการต้านทานแรงกดดัน หรือที่ในวงการเรียกว่าทักษะการครองบอลภายใต้แรงบีบ โรดรี้สามารถรับบอลในพื้นที่แคบและถูกล้อมกรอบโดยคู่แข่งหลายคน แต่ยังคงสามารถหมุนตัว หลบหลีก และจ่ายบอลออกไปได้อย่างปลอดภัย ทักษะนี้เองที่ทำให้ระบบเกมครองบอลของทีมที่เขาสังกัดเดินหน้าได้อย่างราบรื่น เพราะเขาทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางที่คอยกระจายบอลไปยังทุกทิศทางของสนาม

นอกจากนี้ ด้านสถิติการเล่นยังชี้ให้เห็นอีกว่า เขามีอัตราการเสียบอลที่ต่ำอย่างน่าทึ่งเมื่อเทียบกับปริมาณการสัมผัสบอลต่อเกม สะท้อนถึงความมั่นคงทางจิตใจและสมาธิที่คงเส้นคงวาตลอดทั้ง 90 นาที ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โค้ชระดับโลกทุกคนต้องการจากผู้เล่นในตำแหน่งนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด ถึงยอมแข่งกันเสนอราคาสูงเพื่อให้ได้ตัวเขามาครอบครอง

มิติจิตใจ: ทำไมแฟนบอลถึงคลั่งไคล้เรื่องราวการ “กลับบ้าน” ของนักเตะระดับตำนาน

หากมองในมุมของจิตวิทยาการกีฬาและพฤติกรรมแฟนบอล เรื่องราวการย้ายทีมของโรดรี้ครั้งนี้มีองค์ประกอบที่ทรงพลังมากกว่าแค่ตัวเลขค่าตัว เพราะมันคือเรื่องราวของ “การกลับบ้าน” นักเตะที่เกิดและเติบโตในสเปน ประสบความสำเร็จสูงสุดในต่างแดน แล้วตัดสินใจกลับมาปิดฉากช่วงเวลาสำคัญของอาชีพในลีกบ้านเกิด เป็นธีมเรื่องราวที่แฟนกีฬาทั่วโลกให้ความสนใจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวงการกีฬาประเภทใดก็ตาม

สำหรับคนวัยทำงานและวัยเริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัว เรื่องราวแบบนี้มักถูกตีความเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง การพัฒนาตัวเอง และ การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต การที่นักเตะระดับโลกคนหนึ่งยอมทิ้งความสำเร็จและความมั่นคงที่ตัวเองสร้างมาตลอดเจ็ดปี เพื่อออกไปเผชิญความท้าทายใหม่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย สะท้อนถึงความกล้าหาญและวิสัยทัศน์ที่มองไปไกลกว่าความสบายในปัจจุบัน ไม่ต่างจากการที่คนทำงานตัดสินใจเปลี่ยนสายอาชีพหรือเปลี่ยนองค์กร เพื่อไปแสวงหาโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ให้กับชีวิต

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องของ วินัยและความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้โรดรี้ประสบความสำเร็จมาตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นวินัยในการฝึกซ้อม การดูแลร่างกาย หรือการควบคุมอารมณ์ในสนามแข่งขัน คุณสมบัติเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตการทำงานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายระยะยาว การอดทนต่ออุปสรรค หรือการรักษามาตรฐานผลงานให้คงที่แม้ในสถานการณ์กดดัน

นอกจากนี้ ในแง่ของแรงบันดาลใจ ภาพของกัปตันทีมชาติที่เพิ่งชูถ้วยแชมป์โลกหมาดๆ แล้วเดินทางกลับมารายงานตัวกับสโมสรต้นสังกัดอย่างมืออาชีพ โดยไม่มีปัญหาเรื่องทัศนคติหรือพฤติกรรมใดๆ แม้จะรู้ตัวว่ากำลังจะย้ายทีม ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพระดับสูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนกีฬาให้ความเคารพและชื่นชมอย่างมาก

ธุรกิจลูกหนังยุคดิจิทัล: ทำไมบาร์เซโลน่าถึงยอมเสี่ยงทุ่มเงินก้อนใหญ่ในภาวะที่การเงินยังตึงตัว

หากมองข้ามเรื่องในสนามไป ดีลนี้ยังสะท้อนภาพรวมของธุรกิจฟุตบอลยุคปัจจุบันได้อย่างชัดเจน บาร์เซโลน่าเป็นสโมสรที่เผชิญปัญหาด้านการเงินและกฎการควบคุมค่าใช้จ่ายของลีกสเปนมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่การที่สโมสรยังคงเดินหน้าทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อดึงตัวนักเตะระดับโลกเข้ามาเสริมทัพ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการที่เปลี่ยนไปจากเดิม

หนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้บาร์เซโลน่าสามารถขยับตัวเลขข้อเสนอได้ต่อเนื่องคือการบริหารจัดการรายรับจากการขายนักเตะควบคู่ไปด้วย ก่อนหน้านี้สโมสรเพิ่งปล่อยตัวนักเตะบางรายออกไปยังสโมสรในลีกอื่น ซึ่งช่วยสร้างสภาพคล่องทางการเงินให้สามารถนำมาใช้ในการเจรจาซื้อตัวนักเตะเป้าหมายได้ นี่คือตัวอย่างของโมเดลธุรกิจฟุตบอลยุคใหม่ที่ต้องบริหารทั้งฝั่งรายรับและรายจ่ายไปพร้อมกันอย่างละเอียด ไม่ต่างจากการบริหารกระแสเงินสดของธุรกิจทั่วไป

ในอีกด้านหนึ่ง สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ การปล่อยตัวผู้เล่นระดับกัปตันทีมชาติแชมป์โลกออกจากทีมย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สโมสรก็ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างมูลค่าตัวนักเตะที่เหลือสัญญาไม่มากนัก กับความเสี่ยงที่อาจต้องปล่อยเขาออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัวในอนาคตหากไม่สามารถต่อสัญญาฉบับใหม่ได้ทัน สถานการณ์เช่นนี้เป็นตัวอย่างคลาสสิกของการบริหารความเสี่ยงในตลาดนักเตะยุคปัจจุบัน ที่สโมสรต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบระหว่างการรักษานักเตะฝีเท้าดีไว้กับตัว หรือการแปลงมูลค่าของนักเตะให้เป็นเงินทุนเพื่อนำไปเสริมทัพในตำแหน่งอื่น

มองไปข้างหน้า เทรนด์การย้ายทีมของนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ปัจจัยเรื่องความปรารถนาส่วนตัวของนักเตะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกลับบ้านเกิด ความต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ หรือการแสวงหาความท้าทายใหม่ในช่วงปลายอาชีพ กำลังมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เทียบเท่ากับปัจจัยด้านค่าเหนื่อยหรือมูลค่าตลาด นอกจากนี้ การที่ข่าวสารการเจรจาแทบทุกขั้นตอนถูกรายงานแบบเรียลไทม์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และเครือข่ายนักข่าวสายกีฬาเฉพาะทาง ยังทำให้แฟนบอลกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจรจาไปโดยปริยาย สร้างมูลค่าทางการตลาดมหาศาลให้กับทั้งสองสโมสรตลอดช่วงที่ดีลยังไม่จบสิ้น ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม

บทสรุป: จุดเปลี่ยนที่มากกว่าตัวเลขค่าตัว

ดีลของโรดรี้ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อขายนักเตะทั่วไปในตลาดซัมเมอร์ แต่เป็นภาพสะท้อนของหลายมิติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งเรื่องราวความสำเร็จส่วนตัวของนักเตะที่ไต่เต้าจากเด็กหนุ่มบียาร์เรอัลสู่กัปตันทีมชาติแชมป์โลก ทักษะเชิงเทคนิคระดับหายากที่ทำให้ทีมยักษ์ใหญ่ยอมแข่งขันกันเสนอราคา แรงบันดาลใจเรื่องความกล้าตัดสินใจและวินัยที่นำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้ ไปจนถึงกลไกธุรกิจฟุตบอลยุคใหม่ที่ซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น

หากดีลนี้ปิดจบลงได้จริง มันจะกลายเป็นหนึ่งในการย้ายทีมที่ถูกจดจำมากที่สุดครั้งหนึ่งของวงการฟุตบอลยุคนี้ และคำถามที่น่าติดตามต่อไปคือ เมื่อกัปตันทัพแชมป์โลกย้ายไปอยู่ในระบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง เขาจะยังคงรักษามาตรฐานความยอดเยี่ยมแบบเดิมได้หรือไม่ และการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่รุ่งโรจน์ยิ่งกว่าเดิม หรือจะกลายเป็นความท้าทายที่ยากที่สุดในอาชีพของเขากันแน่

สรุปประเด็นสำคัญ

  • บาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอซื้อโรดรี้ครั้งที่สามที่ราว 70 ล้านยูโร หลังสองข้อเสนอแรกถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปฏิเสธ
  • โรดรี้ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับบาร์เซโลน่าในสัญญาระยะเวลา 4 ปีเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงตัวเลขค่าตัวระหว่างสองสโมสร
  • เขาย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อราวเจ็ดปีก่อนจากแอตเลติโก มาดริด และคว้าแชมป์มาแล้วหลายรายการรวมถึงแชมป์โลกล่าสุด
  • จุดแข็งของโรดรี้คือการอ่านเกมและการครองบอลภายใต้แรงกดดัน ซึ่งเป็นทักษะที่หาตัวจับยากในตำแหน่งกองกลางตัวรับ
  • ดีลนี้สะท้อนภาพรวมธุรกิจฟุตบอลยุคใหม่ ทั้งการบริหารกระแสเงินสดของสโมสรและความเสี่ยงเรื่องสัญญานักเตะ

คำถามที่พบบ่อย

โรดรี้ ค่าตัวล่าสุดเท่าไหร่ บาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอครั้งที่สามที่มูลค่ารวมราว 70 ล้านยูโร หลังจากข้อเสนอสองครั้งก่อนหน้าที่ 45 ล้านยูโร และ 60 ล้านยูโร ถูกปฏิเสธ

โรดรี้ ย้ายไปบาร์เซโลน่าหรือยัง ณ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาระหว่างสองสโมสร โดยเงื่อนไขส่วนตัวกับตัวนักเตะตกลงกันได้แล้ว เหลือเพียงตัวเลขค่าตัวที่ต้องหาจุดร่วมกัน

ทำไมโรดรี้ถึงอยากออกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีรายงานว่าเขาต้องการกลับไปเล่นในลีกบ้านเกิดอย่างสเปน และมีความปรารถนาที่จะย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลน่าโดยเฉพาะ

โรดรี้ อายุเท่าไหร่ในตอนนี้ โรดรี้อยู่ในวัย 30 ปี ซึ่งยังถือว่าอยู่ในช่วงพีคของอาชีพสำหรับตำแหน่งกองกลางตัวรับที่เน้นประสบการณ์และการอ่านเกม

สัญญาโรดรี้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือกี่ปี มีรายงานว่าสัญญาปัจจุบันของเขาเหลือเพียงปีสุดท้าย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องพิจารณาข้อเสนอขายอย่างจริงจัง

เรอัล มาดริด เคยสนใจโรดรี้ด้วยหรือไม่ ใช่ ก่อนหน้านี้เรอัล มาดริดเคยเข้ามาสนใจและเจรจากับโรดรี้เช่นกัน แต่สุดท้ายตัวนักเตะเลือกที่จะไปร่วมทีมบาร์เซโลน่ามากกว่า

โรดรี้เล่นตำแหน่งอะไร เขาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ หรือที่มักถูกเรียกว่ากองกลางตัวคุมเกม ทำหน้าที่ทั้งเก็บบอลป้องกันและเป็นจุดเริ่มต้นขึ้นเกมรุกของทีม

โรดรี้เคยเล่นให้ทีมไหนมาก่อนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาเริ่มต้นอาชีพกับบียาร์เรอัล ก่อนย้ายไปเล่นให้แอตเลติโก มาดริด แล้วจึงย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวลาต่อมา

ใครเป็นผู้เจรจาดีลนี้ในฝั่งสโมสร ฝั่งบาร์เซโลน่ามี เดโก้ ผู้อำนวยการฟุตบอล เป็นผู้เจรจากับ อูโก้ วีอาน่า คู่เจรจาจากฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยมี เฟร์ราน โซเรียโน่ ซีอีโอ ร่วมพิจารณาข้อเสนอด้วย

โรดรี้เคยคว้าแชมป์อะไรมาบ้าง เขาเคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหลายสมัยติดต่อกัน แชมป์ระดับทวีปกับทีมชาติ และล่าสุดคือแชมป์ฟุตบอลโลกในฐานะกัปตันทีมชาติสเปน

บาร์เซโลน่ามีเงินพอซื้อโรดรี้จริงหรือ สโมสรมีการบริหารรายรับจากการขายนักเตะบางรายออกไปควบคู่กัน เพื่อสร้างสภาพคล่องทางการเงินสำหรับการเจรจาซื้อตัวโรดรี้ในครั้งนี้

ทำไมกองกลางตัวรับถึงมีค่าตัวสูงในยุคนี้ เพราะตำแหน่งนี้ต้องอาศัยทักษะการอ่านเกมและการครองบอลภายใต้แรงกดดันสูง ซึ่งเป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ยากและหาผู้เล่นระดับพรีเมียมได้ยากกว่าตำแหน่งอื่น