เชลซี จ่ายค่าเอเยนต์ทิ้งห่างลีก — ราคาของความทะเยอทะยานที่กำลังสั่นคลอนรากฐานการเงิน

65 ล้านปอนด์ ภายใน 12 เดือน ยังไม่นับความสูญเสีย 262 ล้านปอนด์ในฤดูกาลเดียว นี่คือโมเดลที่กำลังพาฟุตบอลอังกฤษสู่เหวลึก หรือแค่กลยุทธ์ที่คนนอกยังไม่เข้าใจ? เมื่อตัวเลขพูดแทนทุกสิ่ง มีตัวเลขหนึ่งที่ถูกเปิดเผยออกมาในรายงานล่าสุดของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ และมันทำให้วงการฟุตบอลทั้งใบต้องหยุดคิด 65.1 ล้านปอนด์ นั่นคือจำนวนเงินที่ เชลซี ทุ่มให้เอเยนต์ผู้เล่นภายในระยะเวลาเพียง 12 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 จนถึงกุมภาพันธ์ปี 2026 ตัวเลขนี้ไม่ใช่ค่าซื้อนักเตะ ไม่ใช่เงินเดือนผู้เล่น แต่เป็นค่าธรรมเนียมที่ไหลตรงไปยังบรรดาเอเยนต์และนายหน้าที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางในตลาดซื้อขาย เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สโมสรที่จ่ายให้เอเยนต์มากเป็นอันดับสองในพรีเมียร์ลีกช่วงเวลาเดียวกัน คือ แอสตัน วิลล่า ซึ่งใช้เงินไป 38.4 ล้านปอนด์ ห่างจาก เชลซี อยู่เกือบ 27 ล้านปอนด์ หรือพูดให้ตรงกว่านั้น เชลซี จ่ายเงินให้เอเยนต์มากกว่าทีมอันดับสองในลีกเกือบเท่าตัว ตัวเลขทั้งหมดในพรีเมียร์ลีก รวมกันแตะ 460.3 ล้านปอนด์ ภายในปีเดียว แต่ราว 14% ของเม็ดเงินทั้งหมดนั้น ไหลออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ เพียงสโมสรเดียว ใครได้อะไรจากเม็ดเงิน … Read more

มักซองซ์ ลาครัวซ์: กองหลังที่เร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีก กับศึกแย่งตัวครั้งใหญ่ที่ยุโรปจับตา

เมื่อนักเตะแนวรับคนหนึ่งวิ่งได้เร็วกว่านักเตะรุกชั้นนำหลายคน และเพิ่งเปิดตัวทีมชาติฝรั่งเศสด้วยการช่วยหยุดบราซิลได้ — คุณคิดว่าสโมสรระดับโลกจะมองข้ามเขาได้อย่างไร? วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นอีกหนึ่งวันที่ชื่อของ มักซองซ์ ลาครัวซ์ ถูกพูดถึงในวงการฟุตบอลยุโรปอย่างกว้างขวาง เมื่อรายงานจาก TeamTalk ยืนยันว่า ลิเวอร์พูล, เชลซี, แอสตัน วิลล่า และบาเยิร์น มิวนิค ต่างกำลังจับตามองกองหลังชาวฝรั่งเศสวัย 25 ปีของคริสตัล พาเลซ อย่างใกล้ชิด นี่ไม่ใช่แค่ข่าวการย้ายทีม แต่คือสัญญาณที่บอกว่านักเตะที่เคยอยู่ใต้เงาของทีมกลางตาราง กำลังจะก้าวขึ้นสู่เวทีที่ใหญ่กว่าที่เคย จากโวล์ฟสบวร์กสู่เซลเฮิร์สท์ พาร์ค: เส้นทางที่ไม่ธรรมดา มักซองซ์ ลาครัวซ์ ไม่ใช่นักเตะที่โตมาในระบบสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างปารีส แซงต์-แฌร์กแมง หรือลียง เขาฝึกฝีมือและสร้างชื่อในบุนเดสลีกาของเยอรมนีกับ โวล์ฟสบวร์ก ก่อนที่คริสตัล พาเลซ จะตัดสินใจพาเขามาสู่พรีเมียร์ลีก การตัดสินใจครั้งนั้นในตอนแรกอาจดูเหมือนเป็นการย้ายที่ไม่โดดเด่นนัก เพราะพาเลซไม่ใช่สโมสรที่อยู่ในการต่อสู้เพื่อแชมป์ แต่สำหรับลาครัวซ์ การมาเล่นในลีกที่เข้มข้นที่สุดในโลกคือโรงเรียนที่ดีที่สุดที่เขาเลือกได้ พรีเมียร์ลีกสอนอะไรให้กองหลังคนหนึ่งบ้าง? คำตอบคือทุกอย่าง — ทั้งความเร็วในการตัดสินใจ, การรับมือกับนักเตะรุกระดับโลกในทุกสัปดาห์, และที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ที่จะทำงานหนักในระดับที่ไม่มีลีกอื่นในโลกเทียบได้ ลาครัวซ์ดูดซับบทเรียนเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว และในฤดูกาลปัจจุบัน เขากลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของลีก … Read more

คอนเนอร์ กัลลาเกอร์: ฟันเฟืองที่ท็อตแน่มต้องการตอนนี้ หรือแค่ทางเลือกชั่วคราว?

เมื่อท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ประกาศคว้าตัว คอนเนอร์ กัลลาเกอร์ จากแอตเลติโก้ มาดริดมาร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายมกราคม หลายคนอาจยกคิ้วและตั้งคำถามว่านี่คือดีลที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะชื่อของกัลลาเกอร์ไม่ได้โดดเด่นเหมือนซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ไม่ใช่นักเตะที่จะทำให้แฟนบอลต้องลุกจากเก้าอี้ด้วยความตื่นเต้น แต่หากเจาะลึกลงไปในบริบทของสถานการณ์ที่ท็อตแน่มกำลังเผชิญอยู่ การมาของกัลลาเกอร์กลับกลายเป็นดีลที่**”เหมาะกับเวลา”และ“ตอบโจทย์ความจำเป็นเร่งด่วน”**อย่างที่สุด วิกฤตแดนกลาง: จุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหว ปัญหาใหญ่ของสเปอร์สเริ่มต้นขึ้นเมื่อ โรดริโก้ เบนตันกูร์ กองกลางตัวเก่งของทีมได้รับบาดเจ็บแฮมสตริงอย่างหนักจนต้องเข้ารับการผ่าตัด และคาดว่าจะต้องพักการลงเล่นยาวนานหลายเดือน การสูญเสียเบนตันกูร์ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาเชิงแท็กติกเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบทางจิตวิทยาต่อทั้งทีมและแฟนบอลด้วย เพราะเขาคือหนึ่งในเฟืองสำคัญที่ช่วยควบคุมจังหวะเกมและสร้างความมั่นคงให้แดนกลางของสเปอร์ส ในสถานการณ์เช่นนี้ สโมสรต้องการมากกว่าแค่การซื้อนักเตะใหม่มาเติมเต็มตำแหน่งว่าง พวกเขาต้องการสัญญาณที่ชัดเจนเพื่อบอกกับทุกคนว่าฤดูกาลนี้ยังไม่ถูกปล่อยให้ล่องลอยไปโดยไร้ทิศทาง และพวกเขายังมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อทุกแต้มคะแนน ตรงจุดนี้เองที่กัลลาเกอร์เข้ามามีบทบาท เขาคือตัวเลือกที่สามารถเข้ามาเติมเต็มช่องว่างได้ทันที ทั้งในแง่ความพร้อมทางร่างกาย ประสบการณ์ และภาพลักษณ์ที่มาพร้อมกับสถานะนักเตะทีมชาติอังกฤษ โธมัส แฟรงค์: การตัดสินใจท่ามกลางแรงกดดัน สำหรับ โธมัส แฟรงค์ ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับงานกุมบังเหียนสเปอร์สท่ามกลางแรงกดดันและความคาดหวังสูงลิ่ว การคว้าตัวกัลลาเกอร์มาร่วมทีมคือการเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในสถานการณ์อย่างชัดเจน แฟรงค์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถรอนักเตะดาวรุ่งให้เติบโตหรือใช้เวลาเป็นเดือนเพื่อปรับตัว เขาต้องการผู้เล่นที่พร้อมใช้งานทันที รู้จักพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างดี และไม่ต้องใช้เวลานานในการปรับตัวเข้ากับความเข้มข้นของฟุตบอลอังกฤษ กัลลาเกอร์ตรงตามเกณฑ์ทุกข้อ เขามีประสบการณ์ 136 นัดในพรีเมียร์ลีก ผ่านการเล่นให้กับเชลซี คริสตัล พาเลซ และเวสต์แฮม รู้จักวัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษอย่างถ่องแท้ และที่สำคัญคือเขากำลังมองหาโอกาสในการกลับมาพิสูจน์ตัวเองในบ้านเกิด หลังจากย้ายไปเล่นที่ลาลีกากับแอตเลติโก้ มาดริดได้เพียงครึ่งฤดูกาล ก่อนจะตัดสินใจกลับมายังพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง … Read more

ชะตากรรมแขวนลอย! โรซีเนียร์เตรียมพิจารณาคดี “สเตอร์ลิ่ง-ดิซาซี่” หลังถูกขับไสนอกแผนการเชลซี

เลียม โรซีเนียร์ ผู้จัดการทีมคนใหม่ล่าสุดของเชลซี เตรียมเปิดโต๊ะเจรจากับราฮีม สเตอร์ลิ่งและอักเซล ดิซาซี่ เพื่อตัดสินใจครั้งสำคัญว่าดาวเตะทั้งสองคนจะมีทางกลับมาสวมเสื้อสีน้ำเงินลงสนามอีกครั้งหรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั้งคู่ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นแม้แต่นาทีเดียวในฤดูกาลนี้ หลังจากถูกจัดเข้าบัญชีขายตั้งแต่ช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา สถานการณ์ที่น่าสนใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปรับโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ของ “สิงห์บลูส์” ที่พยายามลดภาระค่าจ้างและสร้างทีมให้เหมาะสมกับวิสัยทัศน์ใหม่ แต่ด้วยมูลค่าตลาดและเงินเดือนสูงลิ่วของทั้งสองคน โดยเฉพาะสเตอร์ลิ่งที่รับค่าเหนื่อยถึง 325,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือราว 13.8 ล้านบาท ทำให้การหาทีมใหม่เป็นไปอย่างยากลำบาก บทบาทที่หายไปของสองดาวรุ่ง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง วัย 30 ปี ผู้เคยเป็นดาวซัลโวของแมนเชสตเตอร์ซิตี้ และทีมชาติอังกฤษ มาร่วมทีมเชลซีด้วยค่าตัว 47.5 ล้านปอนด์เมื่อปี 2022 ภายใต้การคุมทีมของโธมัส ทูเคิล แต่กลับไม่สามารถสร้างผลงานได้ตามที่คาดหวัง ด้วยสถิติ 19 ประตูจาก 81 นัดในช่วงสองฤดูกาลแรก ทำให้เขาค่อยๆ เสื่อมความสำคัญลงเรื่อยๆ ส่วนอักเซล ดิซาซี่ กองหลังชาวฝรั่งเศส วัย 25 ปี ที่เชลซีดึงตัวมาจากโมนาโกด้วยค่าตัวสูงถึง 38.5 ล้านปอนด์ในปี 2023 ก็เผชิญชะตากรรมคล้ายคลึงกัน แม้จะมีร่างกายสูงใหญ่และทักษะการครองบอลที่ดี แต่ฟอร์มการเล่นที่ขึ้นๆ … Read more

เอฟเอ คัพรอบ 4: “เรือใบสีฟ้า” ยิ้มรับโชคล่วงหน้า ขณะ “สิงห์ผงาด” ชนบิ๊กแมตช์นิวคาสเซิล

เมื่อลูกบอลเด้งออกจากถ้วยแก้วในพิธีจับสลากฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 4 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สนามรบแห่งถ้วยแชมป์เก่าแก่ที่สุดของโลกฟุตบอลก็เริ่มมีแบบแผนที่ชัดเจนขึ้น ด้วยคู่ชิงชัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางทีมได้รับโชคล่วงหน้าด้วยคู่ปรปักษ์ที่ดูเบากว่า ในขณะที่อีกหลายสโมสรต้องเตรียมตัวสำหรับศึกที่ดูหนักหนาสาหัสตั้งแต่ต้นปี แมนเชสเตอร์ ซิตี: โชคชะตาเข้าข้าง “เรือใบสีฟ้า” หากจะพูดถึงทีมที่ได้เปรียบจากผลการจับสลากครั้งนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี ต้องนับเป็นหนึ่งในรายชื่อแรก ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย รองแชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาลที่แล้วได้สิทธิ์เปิดบ้านเอตีฮัด สเตเดียม เพื่อรอต้อนรับผู้ชนะระหว่างซัลฟอร์ด ซิตี หรือ สวินดอน ทาวน์ ซึ่งทั้งสองทีมต่างก็เป็นทีมจากลีกทู หรืออันดับสี่ของระบบลีกฟุตบอลอังกฤษ การได้เจอคู่แข่งขันจากลีกทูในรอบนี้ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา และลูกทีม เพราะในขณะที่ซิตี้ต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือดในสนามพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างต่อเนื่อง การได้เจอคู่ที่มีระดับต่างกันชัดเจนในเอฟเอ คัพจะช่วยให้พวกเขามีโอกาสหมุนเวียนผู้เล่นได้อย่างเต็มที่ ซัลฟอร์ด ซิตี ทีมที่มีชื่อเสียงจากการเป็นสโมสรที่มี “คลาส 92” อย่างเดวิด เบคแคม, แกรี่ เนวิลล์, พอล สโคลส์ และเพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในอดีตเข้ามาเป็นเจ้าของ กำลังสร้างชื่อให้กับตัวเองในฐานะทีมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามระยะห่างทางคลาสระหว่างพวกเขากับแชมป์พรีเมียร์ลีกหลายสมัยอย่างซิตี้นั้นยังคงกว้างขวางมากเกินไป ในทางกลับกัน สวินดอน ทาวน์ … Read more

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Opta เผย! “อาร์เซน่อล” โด่งเดี่ยวเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก 85% หลัง “แมนซิตี้” สะดุดเจ็บ

เมื่อซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับโลกออกมาพูด ทั้งวงการต้องหันมาฟัง—และตอนนี้ข้อมูลจาก Opta Analyst กำลังส่งสัญญาณชัดเจน: อาร์เซน่อล กำลังก้าวสู่แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 ด้วยโอกาสสูงถึง 85.22% หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งตัวฉกาจสะดุดเสมอกับ เชลซี 1-1 ในแมตช์เดย์ที่ 20 นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข—นี่คือการประกาศชัยชนะล่วงหน้าที่ได้รับการรับรองจากเทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์สถิติอันซับซ้อน ที่บอกว่า “ปืนใหญ่” กำลังเดินทางสู่แชมป์ด้วยความมั่นคงที่ไม่เคยมีมาก่อนในยุคของ มิเกล อาร์เตต้า จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ: เมื่อ “เรือใบสีฟ้า” พลาดโอกาสทอง การเสมอของแมนซิตี้กับเชลซีในเกมบิ๊กแมตช์ล่าสุดไม่ได้เป็นแค่การหล่นคะแนน 2 แต้ม—มันคือ Turning Point ที่เปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขันทั้งหมด ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่เคยครองบัลลังก์อังกฤษมาอย่างยาวนาน ตอนนี้ต้องมองดูอาร์เซน่อลแซงหน้าไปอยู่ห่าง 6 แต้ม พร้อมกับโอกาสคว้าแชมป์ที่ร่วงลงเหลือเพียง 10.49% ผลการแข่งขัน ณ แมตช์เดย์ที่ 20: อาร์เซน่อล (จ่าฝูง): 15 ชนะ, 3 เสมอ, … Read more

เอ็นโซ่ฮีโร่นาทีทอง! ยิงประตูช่วยเชลซีไล่เจ้าถิ่นแมนซิตี้เสมอ 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก

วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568 กลายเป็นอีกหนึ่งคืนที่แฟนบอลทั่วโลกจะจดจำไว้ในใจ เมื่อการเผชิญหน้าระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สิ้นสุดลงด้วยผลเสมอ 1-1 อย่างน่าติดตาม ณ สนามเอติฮัด สเตเดียม ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นตลอด 90 นาทีเต็ม การแข่งขันครั้งนี้มีความพิเศษอย่างยิ่งสำหรับทีมเชลซี ที่ต้องลงสนามโดยไม่มีผู้จัดการทีมคอยกุมบังเหียน หลังจากที่เพิ่งประกาศปลดเอ็นโซ่ มาเรสก้า ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมไปเมื่อไม่นานนี้ ด้วยเหตุผลจากปัญหาความขัดแย้งภายในทีมและผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายในช่วงหลายนัดหลังมานี้ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนมองว่าเชลซีอาจจะอยู่ในสภาวะที่เสียเปรียบอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องไปเยือนทีมอันดับต้นๆ ของลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จุดเริ่มต้นของเกมที่ตึงเครียด ตั้งแต่นัดแรกที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเป็นทีมเจ้าบ้านก็แสดงความพร้อมที่จะคว้าชัยชนะไว้ครอบครอง โดยพยายามควบคุมลูกบอลและสร้างเกมรุกอย่างต่อเนื่อง ทว่าเชลซีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แม้จะไม่มีผู้จัดการทีมคอยวางแผนการเล่นอย่างชัดเจน แต่นักเตะทุกคนก็พยายามต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ ครึ่งแรกของเกมเป็นไปอย่างสูสี ทั้งสองทีมต่างสร้างโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง แต่ทั้งผู้รักษาประตูและแนวรับของทั้งสองฝ่ายต่างก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ประตูยังคงปิดสนิทอยู่จนกระทั่งเกือบจะหมดครึ่งแรก ทิจานี ไรน์เดอร์ส ทำให้เจ้าบ้านขึ้นนำ นาทีที่ 42 ของการแข่งขัน เหตุการณ์ที่แฟนบอลเจ้าบ้านรอคอยก็เกิดขึ้น เมื่อ ทิจานี ไรน์เดอร์ส ดาวเตะของแมนเชสเตอร์ … Read more

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เผยใจหลังซิตี้เจ๊าเชลซี โอกาสทำประตูล้นหลาม แต่ปิดเกมไม่ลง วิกฤตนักเตะบาดเจ็บหนัก แชมป์สมัยคั้นสั่นคลอน

เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568 กลายเป็นอีกหนึ่งวันที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องกลืนความผิดหวังอีกครั้ง หลังจากที่ทีมเรือใบสีฟ้าเปิดถิ่นเอติฮัด สเตเดียม ต้อนรับเชลซี ผู้มาเยือน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา แต่กลับทำได้เพียงเสมอกัน 1-1 เท่านั้น ทั้งที่มีโอกาสทำประตูมากกว่าคู่แข่งหลายเท่าตัว สำหรับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชื่อดังของแมนซิตี้ ได้ออกมาเปิดใจหลังเกม โดยยอมรับว่าทีมของเขามีโอกาสทำประตูมากกว่าทีมไหนในศึกพรีเมียร์ลีก แต่ปัญหาสำคัญคือการเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นประตูจริงๆ ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้แชมป์เก่าต้องเสียแต้มสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย แมนซิตี้เล่นดีกว่าอย่างชัดเจน แต่ขาดความคมคายในการยิงประตู เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนวัย 53 ปี กล่าวอย่างมั่นใจว่าในฐานะผู้จัดการทีม เขาเห็นว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล่นได้ดีกว่าเชลซีอย่างชัดเจนในเกมนี้ โดยเฉพาะในด้านการสร้างโอกาสทำประตู ซึ่งทีมเรือใบสีฟ้าสามารถสร้างจังหวะการโจมตีที่น่าจับตามากกว่าคู่แข่งหลายช่วง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่และทำให้ทีมไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ก็คือความไม่สามารถในการปิดเกม นักเตะแมนซิตี้มีโอกาสยิงประตูมากกว่าทีมอื่นๆ ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แต่กลับไม่สามารถทำให้ลูกบอลเข้าประตูได้ตามที่ควรจะเป็น จากสถิติการแข่งขันในเกมดังกล่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีการครองบอลมากกว่า สร้างโอกาสทำประตูได้มากกว่า และมีจังหวะการยิงที่น่าสนใจหลายครั้ง แต่กลับไม่สามารถแปรผลเป็นประตูได้มากพอที่จะคว้าชัยชนะกลับบ้าน ปัญหานี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะกับเกมที่เจอเชลซีเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาตลอดช่วงหลายนัดที่ผ่านมา … Read more