ชบาแก้ว U17 เสมอเวียดนาม 2-2 ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย: บทพิสูจน์หัวใจเด็กสาวไทยบนเวทีทวีป

เปิดฉากไม่สวย แต่ยังมีลุ้น เมื่อทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี หรือ “ชบาแก้ว U17” เปิดตัวในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ด้วยผลเสมอ 2-2 กับ เวียดนาม ที่สนาม ซูโจว สปอร์ตส์ เซนเตอร์ สเตเดียม ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 คำถามก็เกิดขึ้นทันทีว่า นี่คือผลลัพธ์ที่น่าพอใจหรือคือโอกาสที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์?

เพราะเกมนัดนี้ ไทยเป็นฝ่ายนำถึง 2 ครั้ง แต่ก็เสียประตูตีเสมอถึง 2 ครั้งเช่นกัน โดยประตูสุดท้ายของเวียดนามมาในช่วงทดเจ็บ ซึ่งแทบจะเหมือนกับการถูกชิงชัยในวินาทีสุดท้ายก่อนจะกลับบ้าน


ไทยบุกก่อน สวยตั้งแต่ต้นครึ่ง

โค้ชมิ่ม ธิดารัตน์ วิวาสุขุ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย U17 เลือกส่งแนวรุกที่เน้นความเร็วและความคล่องตัว โดยมี กุลิสรา ลิ้มปวะนิช สวมปลอกแขนกัปตันและยืนหน้าเป้า ขณะที่แนวกลางใช้ พัธรมณฑ์ แสงตา คู่กับ อัญชิษฐา หอมตะโก เป็นเส้นประสาทในการจ่ายเกม

ในช่วงต้น ไทยเป็นฝ่ายครองบอลและกดดันได้ดีกว่า แต่การตัดสินใจในบริเวณหน้ากรอบเขตโทษยังขาดความแม่นยำ นาทีที่ 17 กุลิสรา ยิงไกลออกไปนอกกรอบ แต่แรงยิงอ่อนเกินไปจนผู้รักษาประตูเวียดนามรับได้สบาย และนาทีที่ 23 ก็มาใกล้มากเมื่อ กวินธิดา กิขุนทด รับหน้าที่ยิงฟรีคิกด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งไปชนคานก่อนแนวรับเวียดนามจะเคลียร์ออกไปได้

จุดเปลี่ยนแรกมาในนาทีที่ 27 เมื่อ อัญชิษฐา หอมตะโก แทงบอลทะลุช่องอย่างแม่นยำ ให้ มิริค่า ชีลาร์ เมอร์ด็อกซ์ ได้บอลหลุดฝั่งซ้ายก่อนยิงเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างงดงาม ไทยนำ 1-0


ดราม่าครึ่งแรก: นำ สูญ นำ เสมอ

แต่ความสุขอยู่ได้ไม่นาน นาทีที่ 35 เวียดนามได้ฟรีคิกและ ปาน ธิ ธู เฟือง ปั่นด้วยเท้าขวาข้ามกำแพงเข้าประตูไปตีเสมอเป็น 1-1 ได้อย่างน่าใจหาย

เพียงสองนาทีถัดมา ไทยตอบโต้ได้ทันที นาทีที่ 37 พัธรมณฑ์ แสงตา แทงทะลุช่องอีกครั้ง ให้ กุลิสรา ลิ้มปวะนิช เลี้ยงบอลก่อนส่งต่อให้ ธิดาหวัน วังชิ้น ยิงเข้าประตูไปทำให้ไทยกลับมานำ 2-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ช่วงเวลาห้านาทีระหว่างนาทีที่ 35-37 สะท้อนทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของทีม ไทยถูกเจาะได้ง่ายจากลูกเซตพีซ แต่กลับมาได้เร็วและกล้าโจมตีทันทีหลังเสียประตู นั่นคือนิสัยของทีมที่มีจิตใจนักสู้จริง


ครึ่งหลัง: ล้มเหลวในช่วงท้าย

เข้าสู่ครึ่งหลัง ไทยยังเล่นได้ดีกว่าในภาพรวม แต่ยังขาดประสิทธิภาพในการปิดเกม นาทีที่ 66 กวินธิดา กิขุนทด ได้บอลทางฝั่งซ้ายและยิงพุ่งข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย หากบอลลูกนั้นลงเป็นประตู เกมอาจจบลงอย่างสวยงามในแบบที่ต้องการ

แต่โชคกลับไม่เข้าข้าง และความตั้งใจที่จะรักษาสกอร์นำ 2-1 จนใกล้หมดเวลา ก็พังทลายลงในช่วงทดเจ็บ เมื่อ เหงียน ธิ งอค อัน หลุดไปทางซ้ายก่อนจะส่งบอลเข้ากลางให้ เหงียน ธิ ธันห์ ลัม ยิงเข้าประตูตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จ

ผลลัพธ์ที่ออกมา คือหนึ่งแต้มจากเกมที่ไทยน่าจะได้สามแต้ม


วิเคราะห์เชิงลึก: จุดแข็งและสิ่งที่ต้องแก้ไข

จุดแข็งที่เห็นได้ชัด คือการเล่นเกมรุกผ่านแนวกลาง โดยเฉพาะการแทงบอลทะลุช่องของ พัธรมณฑ์ แสงตา และ อัญชิษฐา หอมตะโก ที่สร้างประตูได้ถึงสองลูกในครึ่งแรก แสดงให้เห็นว่าระบบการเล่นของโค้ชมิ่มมีทิศทางที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนที่ต้องแก้ด่วน คือการรับมือกับลูกเซตพีซและการเสียสมาธิในช่วงท้ายเกม เพราะทั้งสองประตูของเวียดนามมาจากฟรีคิกและการตามติดในช่วงสุดท้าย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ทีมงานต้องนำไปปรับปรุงก่อนลงสนามนัดถัดไป


โปรแกรมต่อไปและความหวังของชบาแก้ว

นัดที่สองของกลุ่มเอ ไทยจะพบกับ เมียนมา ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามเดิม และสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง YouTube ช่อง AFC Asian Cup และ BG Sports

เกมนัดนี้ถือเป็นเกมที่ไทยต้องชนะเพื่อรักษาโอกาสผ่านรอบต่อไป เพราะในกลุ่มเอยังมีทีมระดับท็อปอย่าง ญี่ปุ่น และ จีน รออยู่ การได้คะแนนเต็มจากเมียนมาจะเปิดประตูสู่โอกาสที่ดีกว่ามาก


บทสรุป: หนึ่งแต้มที่ต้องนำไปต่อยอด

ผลเสมอ 2-2 กับเวียดนามในนัดเปิดตัวไม่ใช่ความล้มเหลว แต่ก็ไม่ใช่ความสำเร็จที่น่าพอใจ ชบาแก้ว U17 แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเธอมีคุณภาพและหัวใจนักสู้ แต่ความแข็งแกร่งทางจิตใจในช่วงท้ายเกมและการรับมือกับลูกเซตพีซยังเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ไข

คำถามทิ้งท้าย: เด็กสาวชบาแก้วรุ่นนี้จะฝ่าวิกฤติและพิสูจน์ตัวเองต่อทวีปได้หรือไม่ ติดตามต่อในนัดที่สองกับเมียนมา