ย้อนภาพ 28 ปีก่อน วันที่มือถ้วยแชมป์โลกสั่นสะเทือนวงการลูกหนัง
ลองจินตนาการภาพนี้ดู กลางสนามสตาดเดอฟร็องส์ คืนวันที่ 12 กรกฎาคม 1998 ชายหนุ่มผมล้านคนหนึ่งยืนกอดคอกับนายประตูหัวโล้นอีกคน ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องทั่วกรุงปารีส นั่นคือภาพของ ซีเนดีน ซีดาน และ ฟาเบียง บาร์กเตซ ในวันที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกสมัยแรกในประวัติศาสตร์ชาติ
28 ปีผ่านไป สองตำนานคนนี้กลับมายืนอยู่จุดเดิม ข้างสนามซ้อมของทีมชาติฝรั่งเศส แต่คราวนี้ไม่มีสตั๊ดคู่ใจ ไม่มีเสื้อทีมชาติเบอร์เก่า มีเพียงกระดานแท็กติกและบทบาทใหม่ในฐานะผู้กุมชะตาทัพ “ตราไก่” ยุคหลังโลกคัพ 2026
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมการดึงตัวอดีตนายประตูวัย 55 ปีเข้ามาเป็นเพียง “โค้ชผู้รักษาประตู” ถึงกลายเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการฟุตบอลทั่วโลก คำตอบไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่ยุทธศาสตร์เบื้องหลังการสร้างทีมชาติฝรั่งเศสยุคใหม่ทั้งระบบ
มิติประวัติศาสตร์: จากเพื่อนร่วมทีมสู่คู่หูข้างสนามอีกครั้ง
การเดินทางของสองตำนานคนนี้เริ่มต้นมาไกลกว่าที่หลายคนคิด ย้อนกลับไปในยุคทองของฟุตบอลฝรั่งเศส ซีดาน และ บาร์กเตซ คือสองฟันเฟืองสำคัญที่พาทีมชาติคว้าทั้งแชมป์โลกปี 1998 และแชมป์ยุโรปปี 2000 ทั้งคู่เคยพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปในปี 1998 และ 2000 มาแล้ว และตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ไม่เคยจางหาย พวกเขายังคงรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นผ่านงานรวมตัวของทีมชุดแชมป์โลกปี 1998 และแมตช์การกุศลต่างๆ มาโดยตลอด
เส้นทางสู่เก้าอี้เฮดโค้ชของซีดานเองก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การเจรจาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2025 หลังจาก ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ประกาศล่วงหน้าว่าจะอำลาตำแหน่งหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2026 และในที่สุด สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (FFF) ก็ประกาศแต่งตั้งซีดานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาคุมทีมยาวไปจนถึงศึกฟุตบอลโลก 2030 สืบทอดตำแหน่งต่อจากเดส์ชองส์ที่คุมทีมยาวนานถึง 14 ปี และปิดฉากด้วยการจบอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
ในวันเปิดตัว ซีดานเผยความรู้สึกอย่างจริงใจว่า ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าทีมชาติฝรั่งเศส การได้เป็นเฮดโค้ชทีมชาติจึงเป็นทั้งความสุข เกียรติยศ และความรับผิดชอบครั้งสำคัญของชีวิต คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตำแหน่งนี้ไม่ใช่แค่ “งาน” แต่คือความฝันที่เขารอคอยมานาน
และเมื่อถึงเวลาต้องเลือกทีมงาน คนแรกที่ซีดานนึกถึงในตำแหน่งโค้ชผู้รักษาประตูก็คือเพื่อนเก่าคนนี้นั่นเอง การแต่งตั้งบาร์กเตซเข้ามาแทนที่ ฟร็องก์ ราวิโอต์ ถือเป็นการเติมเต็มปริศนาชิ้นสุดท้ายที่ทำให้ยุค 1998 หวนคืนสู่ห้องแต่งตัวทีมชาติอีกครั้ง โดยบาร์กเตซถือเป็นสมาชิกทีมชุดแชมป์โลก 1998 เพียงคนเดียวที่ได้เข้ามาอยู่ในทีมงานชุดนี้
มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา: ทำไมต้อง “บาร์กเตซ” คนนี้เท่านั้น
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นบาร์กเตซ ทั้งที่เขาห่างหายจากบทบาทโค้ชในทีมชาติมานานหลายปี คำตอบซ่อนอยู่ในดีเอ็นเอการเล่นของเขาที่ล้ำยุคเกินใครในสมัยนั้น บาร์กเตซคือหนึ่งในนายประตูรุ่นบุกเบิกที่นิยามคำว่า “นายประตูจอมบุก” หรือที่วงการฟุตบอลสมัยใหม่เรียกว่านายประตูที่เล่นเท้าและเคลื่อนที่นอกกรอบเขตโทษเพื่อช่วยเกมรุก แนวคิดนี้เพิ่งจะกลายเป็นมาตรฐานของนายประตูยุคใหม่เมื่อสิบกว่าปีให้หลัง
ในโลกฟุตบอลปัจจุบัน บทบาทของโค้ชผู้รักษาประตูไม่ได้จำกัดอยู่แค่การฝึกทักษะการเซฟลูกยิงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมทั้งเรื่องการอ่านเกม การเลือกตำแหน่งยืน จังหวะการออกมาสกัดบอลกลางอากาศ ไปจนถึงการฝึกจิตใจให้พร้อมรับความกดดันในนัดสำคัญ ซึ่งประสบการณ์ตรงของบาร์กเตซในฐานะนายประตูที่เคยผ่านทั้งความรุ่งโรจน์และเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักตลอดอาชีพค้าแข้ง ทำให้เขาเข้าใจมิติทางจิตวิทยาของตำแหน่งนี้ได้ลึกซึ้งกว่าใคร
ที่สำคัญ บาร์กเตซไม่ใช่คนแปลกหน้าในบทบาทนี้ เขาเคยรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้ทีมชาติฝรั่งเศสมาแล้วในยุคของโค้ช เรย์มง โดเมเน็ค และ โลรองต์ บล็อง เพียงแต่ไม่เคยได้รับโอกาสในช่วง 14 ปีที่เดส์ชองส์คุมทีม ก่อนหน้านี้เขาเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้ทีมชาติฝรั่งเศสภายใต้โค้ชเรย์มง โดเมเน็คและโลรองต์ บล็อง แต่ไม่มีบทบาทใดๆ เลยตลอดยุค 14 ปีของเดส์ชองส์ และเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานโค้ชสโมสรตูลูสในช่วงสั้นๆ ระหว่างปี 2020 ถึง 2021
สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ บาร์กเตซจะไม่ได้ทำงานเดี่ยว เพราะทีมงานเบื้องหลังชุดนี้ยังมี ฟาริด ตาเบต์ ที่รับหน้าที่ผู้ช่วยโค้ชและนักวิเคราะห์ข้อมูลวิดีโอ และ เกลมองต์ อีแบร์ ในตำแหน่งผู้ช่วยนักวิเคราะห์วิดีโอ ซึ่งจะทำงานร่วมกันในการแกะข้อมูลเชิงลึกของนายประตูฝ่ายตรงข้าม วิเคราะห์แพตเทิร์นการยิงจุดโทษ และประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของนักเตะแนวรุกคู่แข่งแบบละเอียดยิบ นี่คือภาพสะท้อนของฟุตบอลยุคใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพาสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว แต่ผสมผสานข้อมูลเชิงสถิติเข้ากับประสบการณ์จริงในสนามได้อย่างลงตัว
มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ: ทำไมโลกลูกหนังถึงคลั่งไคล้การกลับมาครั้งนี้
ถ้ามองแค่ผิวเผิน นี่อาจเป็นเพียงข่าวการแต่งตั้งโค้ชธรรมดาทีมหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นกระแสไปทั่วโลก คือพลังของ “ความผูกพัน” ที่จับต้องได้จริง ในยุคที่วงการฟุตบอลเต็มไปด้วยการซื้อขายนักเตะและปลดโค้ชแบบไร้เยื่อใย เรื่องราวของเพื่อนแท้สองคนที่เคยแบกความฝันของทั้งชาติไว้บนบ่าเมื่อ 28 ปีก่อน แล้ววันนี้กลับมายืนเคียงข้างกันอีกครั้ง คือเรื่องราวที่แตะใจคนดูได้ในระดับสากล
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังค้นหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตและการทำงาน เรื่องนี้สอนบทเรียนสำคัญเรื่อง “ความอดทนรอคอยโอกาส” ได้เป็นอย่างดี บาร์กเตซเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ถูกลืมจากวงการทีมชาติมานานนับสิบปี แต่เขาไม่เคยหยุดสะสมประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทที่ปรึกษาเล็กๆ หรือการกลับไปช่วยงานที่สโมสรบ้านเกิดอย่างตูลูส จนในที่สุดโอกาสก็มาเคาะประตูเมื่อคนที่ไว้ใจได้ที่สุดกลายเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ
ในแง่วินัยและการพัฒนาตัวเอง ซีดานเองก็แสดงให้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจนไม่แพ้กัน เขาเคยกล่าวไว้ว่าตลอดหลายปีที่ว่างเว้นจากงานคุมทีม มีสโมสรใหญ่มากมายยื่นข้อเสนอเข้ามา แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธทั้งหมดเพื่อรอคอยโอกาสเดียวที่ใฝ่ฝัน เขาบอกว่านี่คือการสานต่อความฝันที่เป็นจริง เพราะตลอดสี่ห้าปีที่ผ่านมาเขาได้รับข้อเสนอมากมายให้ไปคุมทีมสโมสรต่างๆ แต่ปฏิเสธทั้งหมดเพื่อรอโอกาสได้คุมทีมชาติฝรั่งเศส นี่คือบทเรียนเรื่องการรู้จักเป้าหมายที่แท้จริงของตัวเอง และการไม่ยอมประนีประนอมกับความฝันเพียงเพราะแรงกดดันเรื่องเวลาหรือเงินทอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ใช้ได้กับทุกวงการ ไม่ใช่แค่ในสนามฟุตบอล
นอกจากนี้ การที่ โมฮาเมด ซานฮัดจี ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยต่อไป แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวความไม่แน่นอนเกี่ยวกับตำแหน่งของเขา ก็สะท้อนให้เห็นปรัชญาการทำงานของซีดานที่ให้ความสำคัญกับความไว้เนื้อเชื่อใจและความต่อเนื่องของทีมงาน มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างกระแสเพียงอย่างเดียว
มิติธุรกิจและอนาคต: ทีมชาติฝรั่งเศสในยุคดิจิทัลกำลังจะไปทางไหน
เบื้องหลังความอบอุ่นของการกลับมารวมตัวกันของตำนานทั้งสอง คือโครงสร้างองค์กรที่ถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบและทันสมัย FFF ยืนยันว่าทีมงานสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ทั้งหมดมีขนาดใหญ่ถึง 23 คน โดยทั้งหมดได้รับการแต่งตั้งจากประธานสหพันธ์ ฟิลิปป์ ดิยัลโล ตามข้อเสนอของเฮดโค้ชคนใหม่ และจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงต้นเดือนกันยายน
สิ่งที่น่าสนใจคือโครงสร้างทีมงานนี้ไม่ได้เน้นแค่แท็กติกในสนามเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้น้ำหนักกับ “วิทยาศาสตร์การกีฬา” และ “การวิเคราะห์ข้อมูล” อย่างจริงจัง ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และสมรรถภาพอย่าง เกรกอรี ดูปงต์ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เขาคือผู้ที่เคยดูแลการเตรียมความพร้อมทางร่างกายให้ทีมชาติฝรั่งเศสตอนคว้าแชมป์โลกปี 2018 ก่อนจะตามซีดานไปร่วมงานที่เรอัล มาดริด ในช่วงฤดูร้อนปี 2019 ซึ่งเป็นการย้ายทีมที่เดส์ชองส์ในตอนนั้นไม่ค่อยพอใจนัก การได้ตัวเขากลับมาจึงเปรียบเสมือนการดึงองค์ความรู้ด้านสมรรถภาพร่างกายระดับโลกกลับคืนสู่ทีมชาติอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีมอย่าง เดวิด เบ็ตโตนี ก็ไม่ใช่หน้าใหม่ในทีมงานของซีดานเลย ทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่ปี 1988 ที่สโมสรอาส์ก็อง และเบ็ตโตนีก็เคยรับหน้าที่คุมทีมเรอัล มาดริดแทนซีดานถึงสองนัดในเดือนมกราคมปี 2021 ตอนที่ซีดานติดโควิด ก่อนจะมีประสบการณ์คุมทีมด้วยตัวเองครั้งเดียวในฐานะเฮดโค้ชนาน 2 เดือนที่สโมสรซิยงเมื่อปี 2023 ความไว้เนื้อเชื่อใจที่สั่งสมมานานหลายสิบปีเช่นนี้ คือสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ และเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ทีมงานทำงานเข้าขากันได้อย่างรวดเร็ว
ในแง่ธุรกิจ การประกาศข่าวนี้สร้างกระแสความสนใจในสื่อทั่วโลกอย่างมหาศาลภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นพลังของ “การตลาดผ่านความคิดถึง” หรือที่เรียกกันในวงการธุรกิจกีฬาว่าการดึงคุณค่าของอดีตตำนานกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความนิยมให้ทีมชาติในหมู่แฟนบอลรุ่นใหม่ แต่ยังส่งผลบวกต่อมูลค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ และสินค้าที่ระลึกต่างๆ ตามมาอีกด้วย
สำหรับก้าวต่อไป ซีดานเซ็นสัญญาคุมทีมยาวไปจนถึงศึกฟุตบอลโลก 2030 ที่จะจัดขึ้นโดยสามชาติร่วมเจ้าภาพ ได้แก่ โมร็อกโก โปรตุเกส และสเปน ซึ่งถือเป็นกรอบเวลาที่ยาวนานเพียงพอให้เขาได้วางรากฐานทีมใหม่อย่างเต็มที่ โดยภารกิจแรกในสนามจริงของทีมงานชุดนี้จะเริ่มต้นขึ้นด้วยการบุกไปเยือนทีมชาติตุรกีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ในวันที่ 25 กันยายนนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรกที่จะบอกได้ว่าเคมีของทีมงานชุดใหม่ทั้งหมดนี้จะเข้าขากันได้ดีแค่ไหน
บทสรุป: เมื่อตำนานสองคนเลือกกลับมาเขียนบทใหม่ร่วมกัน
การกลับมารวมตัวกันของซีดานและบาร์กเตซ ไม่ใช่แค่เรื่องของการแต่งตั้งตำแหน่งงานในวงการฟุตบอลธรรมดา แต่คือการผสมผสานระหว่างพลังแห่งมิตรภาพเก่าแก่ ประสบการณ์ระดับตำนาน และวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยของฟุตบอลยุคข้อมูลข่าวสาร ทีมงานชุดนี้ถูกออกแบบมาให้มีทั้งความรู้สึกอบอุ่นแบบครอบครัวและความเฉียบคมเชิงวิทยาศาสตร์ในเวลาเดียวกัน
คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ เคมีของสองตำนานที่เคยเข้าขากันในสนามเมื่อ 28 ปีก่อน จะสามารถแปลงร่างมาเป็นเคมีของโค้ชและทีมงานที่เข้าขากันข้างสนามได้ดีเช่นเดิมหรือไม่ และทัพตราไก่ยุคใหม่นี้จะพาฝรั่งเศสไปได้ไกลแค่ไหนในเส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2030 คำตอบทั้งหมดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วที่สนามในตุรกี วันที่ 25 กันยายนนี้
สรุปประเด็นสำคัญ
- ซีเนดีน ซีดาน ได้รับแต่งตั้งเป็นเฮดโค้ชทีมชาติฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม สัญญายาวถึงฟุตบอลโลก 2030
- ฟาเบียง บาร์กเตซ อดีตนายประตูแชมป์โลกปี 1998 ได้รับแต่งตั้งเป็นโค้ชผู้รักษาประตูคนใหม่ แทน ฟร็องก์ ราวิโอต์
- ทีมงานสตาฟฟ์ชุดใหม่มีทั้งหมด 23 คน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านแท็กติก สมรรถภาพร่างกาย และวิเคราะห์ข้อมูลวิดีโอ
- โมฮาเมด ซานฮัดจี ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยต่อไป
- ภารกิจแรกของทีมงานชุดนี้คือการบุกเยือนตุรกีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก วันที่ 25 กันยายนนี้
คำถามที่พบบ่อย
Q: ฟาเบียง บาร์กเตซ ได้รับตำแหน่งอะไรในทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหม่ A: เขาได้รับแต่งตั้งเป็นโค้ชผู้รักษาประตูของทีมชาติฝรั่งเศส แทนที่ฟร็องก์ ราวิโอต์ ที่เคยดำรงตำแหน่งนี้มาก่อน
Q: ซีเนดีน ซีดาน เข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติฝรั่งเศสตั้งแต่วันที่เท่าไร A: ซีดานได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม โดยเซ็นสัญญาคุมทีมยาวไปจนถึงฟุตบอลโลก 2030
Q: ทำไมซีดานถึงเลือกบาร์กเตซเป็นโค้ชผู้รักษาประตู A: เพราะทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมชุดแชมป์โลกปี 1998 และแชมป์ยุโรปปี 2000 มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมายาวนาน อีกทั้งบาร์กเตซยังมีประสบการณ์ตรงในตำแหน่งที่ปรึกษาทีมชาติมาก่อน
Q: บาร์กเตซเคยทำงานในทีมชาติฝรั่งเศสมาก่อนหรือไม่ A: เคย เขาเคยเป็นที่ปรึกษาให้ทีมชาติในยุคโค้ชเรย์มง โดเมเน็คและโลรองต์ บล็อง แต่ไม่มีบทบาทใดๆ เลยตลอด 14 ปีที่เดส์ชองส์คุมทีม
Q: ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ของซีดานมีใครบ้าง A: นอกจากบาร์กเตซแล้ว ยังมีเดวิด เบ็ตโตนี เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม, ฮามิดู มซาอิดี เป็นผู้ช่วยโค้ช, เกรกอรี ดูปงต์ เป็นที่ปรึกษายุทธศาสตร์และสมรรถภาพ, สเตฟาน ปล็องก์ เป็นแมวมอง, ฟาริด ตาเบต์ และเกลมองต์ อีแบร์ เป็นผู้ช่วยนักวิเคราะห์วิดีโอ
Q: ทีมงานสตาฟฟ์ทั้งหมดของทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้มีกี่คน A: มีทั้งหมด 23 คน โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงต้นเดือนกันยายน
Q: ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ คุมทีมชาติฝรั่งเศสมานานแค่ไหนก่อนอำลาตำแหน่ง A: เขาคุมทีมชาติฝรั่งเศสมานานถึง 14 ปี ก่อนจะอำลาตำแหน่งหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2026 ด้วยผลงานอันดับ 4
Q: ภารกิจแรกของซีดานในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติฝรั่งเศสคือแมตช์ไหน A: เป็นการนำทีมบุกไปเยือนทีมชาติตุรกีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก วันที่ 25 กันยายนนี้
Q: ซีดานเซ็นสัญญาคุมทีมชาติฝรั่งเศสถึงเมื่อไร A: เขาเซ็นสัญญายาวไปจนถึงฟุตบอลโลก 2030 ที่จะจัดขึ้นโดยสามชาติร่วมเจ้าภาพ คือโมร็อกโก โปรตุเกส และสเปน
Q: เดวิด เบ็ตโตนี รู้จักกับซีดานมาตั้งแต่เมื่อไร A: ทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่ปี 1988 ที่สโมสรอาส์ก็อง และเคยทำงานร่วมกันที่เรอัล มาดริดมาก่อน
Q: โมฮาเมด ซานฮัดจี ยังคงทำหน้าที่อะไรในทีมชาติฝรั่งเศส A: เขายังคงได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของทีมชาติฝรั่งเศสต่อไป แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวความไม่แน่นอนเกี่ยวกับตำแหน่งของเขา
Q: บาร์กเตซเคยเล่นให้สโมสรอะไรบ้างในช่วงค้าแข้ง A: เขาเคยเล่นให้ตูลูส โมนาโก มาร์กเซย และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะแขวนสตั๊ดและผันตัวมาทำงานด้านโค้ชผู้รักษาประตู