คืนวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ราชมังคลากีฬาสถานจะกลายเป็นสมรภูมิฟุตบอลที่ร้อนแรงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง เมื่อทีมชาติไทยในชุด “ช้างศึก” ของกุนซือ แอนโธนี ฮัดสัน เตรียมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติเมียนมา ในศึกอาเซียน แชมเปียนชิพ ฮุนได คัพ 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดสุดท้าย
แต่คืนนี้ไม่ใช่แค่เกมปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มธรรมดา — มันคือบทพิสูจน์ว่าช้างศึกยุคฮัดสันเป็นแชมป์แห่งชาติอาเซียนสายพันธุ์ใหม่ที่น่าเกรงขามจริงหรือเปล่า และในอีกมุมหนึ่ง เมียนมาที่มาพร้อมกับแรงส่งสุดระห่ำหลังถล่ม สปป.ลาว 7-2 ก็จะไม่ยอมทำหน้าที่เป็นแค่แขกรับเชิญให้ลองของเป็นอันขาด
พรีวิว: ช้างศึก 9 แต้มเต็ม กับ “เสือเหลือง” ที่มาพร้อมเนื้อไฟ
ก่อนเข้าสู่นัดตัดสินนี้ ตารางคะแนนของกลุ่มบีพูดได้ชัดเจน ทีมชาติเมียนมาสามารถเก็บคะแนนได้ 6 แต้มจาก 3 นัด หลังจากระเบิดฟอร์มถล่ม สปป.ลาว 7-2 ในนัดที่สาม ขณะที่ฝั่งช้างศึกนั้น ทีมชาติไทยมี 9 คะแนนเต็มจากสามนัดแรก หลังจากบุกไปชนะฟิลิปปินส์ 1-0 จากประตูชัยของ วาริส ชูทอง
ความหมายของนัดนี้จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในสองแคมป์ ฝ่ายไทยแม้จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ไปแล้วอย่างสบายใจ แต่ทุกนัดของฮัดสันคือการแสดงให้เห็นว่าทีมนี้มีเพดานอยู่ที่ไหน ส่วนเมียนมามาพร้อมความเดิมพันสูงสุด — ชนะ = รอดไปต่อ, แพ้ = จบทัวร์นาเมนต์
ตัวเลขอันดับโลกฟีฟ่ายังบอกเรื่องราวได้ดี เมียนมามีอันดับโลก ณ ปัจจุบันที่ 158 ขณะที่ ทีมชาติไทยอยู่ที่อันดับ 94 ของโลก ช่องว่าง 64 อันดับคือภาพสะท้อนของระยะห่างทางคุณภาพของสองทีมในแบบที่ไม่ต้องตีความมาก
ติวเข้มครั้งสุดท้าย: ฮัดสันสั่งลุยรายละเอียดก่อนหมดเวลา
หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยได้สั่งปล่อยลูกทีมพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายเต็มที่ 1 วัน ก่อนเรียกนักเตะกลับมาลงสนามฝึกซ้อมอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเกมนัดสุดท้ายของรอบแรก
การตัดสินใจให้นักเตะพักหนึ่งวันก่อนกลับมาซ้อมนั้นไม่ใช่ความบังเอิญ ฮัดสันกล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างแรก ณ ตอนนี้ คือการให้นักกีฬาพักฟื้นร่างกาย เพราะว่าการเดินทางไปฟิลิปปินส์ถือเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก เราเดินทางไปถึงที่นั่นก็ตี 4 แล้ว ได้ซ้อมแค่วันเดียว สภาพสนามก็ยากเหมือนกัน อย่างที่เราได้เห็นกัน”
กุนซือชาวอังกฤษรู้ดีว่าในโลกของฟุตบอลสมัยใหม่ การจัดการสภาพร่างกายในช่วงเวลาที่แข่งขันถี่คือองค์ประกอบที่ชี้แพ้ชนะได้ไม่แพ้กลยุทธ์ในสนาม การที่ทีมชาติไทยบินกลับจากฟิลิปปินส์ถึงตี 4 แล้วยังต้องลงสนามอีกครั้งในอีกไม่กี่วัน คือโจทย์ที่เรียกร้องความชาญฉลาดจากสตาฟฟ์โค้ชอย่างเต็มที่
การซ้อมครั้งสุดท้ายที่ BGTC 3 จังหวัดปทุมธานีใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยเน้นการขัดเกลารายละเอียดทั้งเกมรุก เกมรับ และลูกตั้งเตะ รูปแบบที่ชวนให้นึกถึงการซ้อมก่อนดวลมาเลเซีย ที่ ฮัดสันเน้นติวเข้มเกมรุก-รับและลูกตั้งเตะก่อนเปิดบ้านถล่มมาเลเซีย ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะ 2-0
เมียนมาไม่ใช่เหยื่อ: อ่านฟอร์มคู่ต่อสู้ที่อาจหลายคนประเมินต่ำเกินไป
ก่อนที่ใครจะรีบฟันธงว่านัดนี้ไทยชนะสบาย ต้องหยุดดูฟอร์มล่าสุดของทีมนกอินทรีทองให้ดีก่อน
ในนัดที่สามของรอบแบ่งกลุ่ม เมียนมาระเบิดฟอร์มถล่ม สปป.ลาว 7-2 โดยเปิดฉากครึ่งแรกมาเพียง 2 นาที อ่อง ลวิน โม ก็ทำประตูออกนำ และแม้ลาวจะตามตีเสมอได้สองครั้ง แต่เมียนมาก็กลับมายึดสถานการณ์ได้ในท้ายที่สุด
การถล่ม 7-2 ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยๆ — มันคือสัญญาณว่าเมียนมามีกำลังยิงประตูในโหมดที่ระเบิดพลัง ก่อนหน้านั้น เมียนมายังเคยบุกไปถล่มฟิลิปปินส์ 4-1 สองนัดรวมสองทีม เมียนมายิงรวม 11 ประตู สถิติที่ทำให้รู้ว่าแนวรุกของทีมนี้มีความสุกงอมและอันตรายอย่างแท้จริงในรายการนี้
หากดูฟอร์ม 5 นัดล่าสุดของเมียนมา พบว่าชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 3 อย่างไรก็ดี ทั้งสองชัยในรายการนี้มาในช่วงอาเซียนคัพ 2026 เอง ขณะที่สามนัดที่แพ้เป็นผลจากเกมอุ่นเครื่องและรอบคัดเลือกก่อนหน้า ซึ่งหมายความว่าฟอร์มของเมียนมากำลังอยู่ในทิศทางขาขึ้นพอดี
ตัวที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ อ่อง ลวิน โม กองหน้าที่เปิดศึกทำประตูได้ตั้งแต่นาทีที่ 2 ในเกมถล่มลาว และยังเป็นผู้นำเกมรุกในเกมที่ถล่มฟิลิปปินส์ ช้างศึกจะต้องไม่ให้นักเตะรายนี้มีพื้นที่รับบอลในเขตอันตราย
บทเรียนประวัติศาสตร์: เมื่อไทยพบเมียนมาในรายการอาเซียน
ความสัมพันธ์ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติเมียนมาในแผนที่ฟุตบอลภูมิภาคอาเซียนนั้นมีมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ และตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ไทยถือครองสถิติที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
ทีมชาติไทยไม่แพ้เมียนมาติดต่อกันมาถึง 19 เกม โดยนัดสุดท้ายที่ช้างศึกพ่ายให้กับเมียนมาต้องย้อนไปไกลถึงมิถุนายนปี 2526 ในการแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเกมนั้นเมียนมาเอาชนะไปด้วยสกอร์ 1-0
กว่า 40 ปีที่ช้างศึกไม่แพ้เมียนมา คือมรดกทางจิตวิทยาที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะในโลกฟุตบอล “ประวัติศาสตร์การพบกัน” หรือ Head to Head Record มีน้ำหนักต่อจิตใจนักเตะอย่างมีนัยสำคัญ ทีมที่รู้ว่าตัวเองชนะเสมอมา จะเดินเข้าสนามพร้อมความเชื่อมั่นอีกแบบหนึ่ง
ในรายการชิงแชมป์อาเซียน 5 นัดล่าสุดระหว่างไทยกับเมียนมา ผลลัพธ์คือไทยชนะ 5 เสมอ 0 แพ้ 0 โดยผลล่าสุดคือไทยถล่มเมียนมา 6-0 ในปี 2565 และ 4-0 ในปี 2564
ตัวเลขเหล่านี้ฉายให้เห็นว่านัดนี้ไม่ใช่เรื่องของการแพ้ชนะเท่านั้น แต่คือคำถามว่าช้างศึกจะรักษาสถิติอันน่าเกรงขามนี้ต่อไปได้หรือไม่ และในอีกฝั่ง เมียนมาจะกล้าสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในแมตช์ที่เดิมพันทุกอย่างหรือเปล่า
ช้างศึกยุคฮัดสัน: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังฟอร์มสมบูรณ์ 3 นัดรวด
ไม่มีทีมไหนชนะสามนัดรวดในรายการระดับภูมิภาคด้วยโชคล้วนๆ ช้างศึกชุดนี้มีสูตรสำเร็จที่ถูกวางรากฐานมาอย่างเป็นระบบ
ทีมชาติไทยภายใต้การคุมทัพของแอนโธนี ฮัดสัน ยึดแนว 11 ตัวจริงเดิมจากเกมสู่เกม โดยปรับเปลี่ยนตำแหน่งเดียวในนัดพบมาเลเซีย คือ อูแซมมา เทียงคาม ได้โอกาสเป็นตัวจริงแทน วันชัย จารุนงคราญ ส่วนแนวรุกยังประกอบด้วย คคนะ คำยก, เสกสรรค์ ราตรี, ยศกร บูรพา และธีรศักดิ์ เผยพิมาย
โครงสร้างที่แน่นหนาและมีความต่อเนื่องนี้ต่างจากทีมชาติไทยในหลายยุคที่ผ่านมา ซึ่งมักเปลี่ยนตัวจริงบ่อยจนแนวทางการเล่นขาดความสม่ำเสมอ
ในเกมพบมาเลเซีย ยศกร บูรพา ยิงจุดโทษก่อนหมดครึ่งแรก 7 นาที และธีรศักดิ์ เผยพิมาย เติมประตูที่สองในนาทีที่ 56 พาทีมของแอนโธนี ฮัดสัน เอาชนะมาเลเซีย 2-0 นั่นคือตัวอย่างของการเล่นบอลอย่างมีวินัย — ยิงเมื่อมีโอกาส ไม่บ้าบิ่น ไม่ตั้งรับนิ่งเกินไป
ระบบการกดดันสูงและการสร้างเกมผ่านพื้นที่ว่างด้านข้างคือสองเครื่องมือหลักที่ฮัดสันใช้ตลอดทัวร์นาเมนต์นี้ โดยเฉพาะความสามารถในการแปลงลูกตั้งเตะเป็นประตูได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสอดคล้องกับโปรแกรมซ้อมที่เน้นลูกตั้งเตะเป็นพิเศษในทุกครั้งก่อนเกม
มิติจิตวิทยา: เมื่อ “เหย้า” กลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด
สิ่งที่ทำให้คืนนี้พิเศษไม่แพ้สถิติหรือตัวเลขทางเทคนิค คือบรรยากาศของราชมังคลากีฬาสถานที่จะคลาคล่ำไปด้วยกองเชียร์ช้างศึก
ในโลกฟุตบอลที่การศึกษาพฤติกรรมแฟนบอลมีมาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ นักวิจัยพิสูจน์มาแล้วว่า “สนามเหย้า” สร้างผลต่างประสิทธิภาพของนักเตะจริง ทั้งในแง่ระดับฮอร์โมนอะดรีนาลีนที่สูงขึ้น การตัดสินใจที่คมชัดขึ้น และแม้แต่อัตราการยิงประตูที่สูงกว่าเกมเยือนโดยเฉลี่ย
ช้างศึกเล่นเกมเหย้าในทัวร์นาเมนต์นี้มาสองครั้ง ทั้งสองครั้งชนะและไม่เสียประตูเลยสักลูก ขณะที่เกมเยือนฟิลิปปินส์แม้จะชนะ แต่ก็ต้องฝ่ากำแพงความยากลำบากหลายด้าน ทั้งสนามที่แตกต่าง การเดินทางที่ยากเข็ญ และสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เต็มที่
หลังเกมกับฟิลิปปินส์ ฮัดสันกล่าวถึงเป้าหมายในเกมกับเมียนมาว่า “วางแผนจะเก็บชัยชนะให้ได้ ความโชคดีของเราก็คือเราได้โอกาสพักนักกีฬา บางคนที่ตะคริวขึ้น มีอาการบาดเจ็บ ตึง หรือล้า คนที่ลงมาก็ทำออกมาได้ดี เป้าหมายก็พยายามย้ำเรื่องการฟื้นฟูร่างกายให้พร้อมที่สุดก่อน”
ถ้อยคำของกุนซือสะท้อนให้เห็นการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ — ไม่ดูถูกคู่แข่ง ไม่ประมาทจนเกินไป แต่ก็ไม่ปล่อยให้ความกังวลมาครอบงำ
ความหมายของนัดนี้ต่ออนาคตกลุ่ม บี: ใครผ่าน ใครร่วง
นอกจากประเด็นของทีมชาติไทยแล้ว นัดนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อภาพรวมของกลุ่มบีทั้งหมด เพราะตั๋วที่สองของกลุ่มยังไม่ถูกกำหนดอย่างแน่นอน
รูปแบบการแข่งขันในรอบแรกจะคัดทีมอันดับ 1 และ 2 ที่ดีที่สุดผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศแบบเหย้า-เยือน ในวันที่ 15-16 สิงหาคม และ 18-19 สิงหาคม 2569
ผลของนัดไทย-เมียนมาจึงมีผลทางตรงต่อชะตากรรมของทั้งสองทีม ถ้าเมียนมาชนะ พวกเขามีโอกาสขยับแซงมาเลเซียในอันดับสองได้ขึ้นอยู่กับผลต่างประตู ถ้าแพ้ก็แทบจะหมดโอกาส
สำหรับทีมชาติไทย แม้จะผ่านเข้ารอบไปแล้ว แต่อันดับจ่าฝูงกลุ่มยังมีความสำคัญ เพราะมันกำหนดว่าใครจะพบกับใครในรอบรองชนะเลิศ การปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยชัยชนะและประตูที่ดีนั้นคือการตอกย้ำความโดดเด่นของทีม และยังส่งสัญญาณให้คู่ต่อสู้ในรอบต่อไปได้รับรู้ถึงความน่าเกรงขาม
ฟุตบอลกับชาติ: มากกว่าแค่ “เกมกีฬา”
ไม่มีอะไรที่ทำให้คนไทยทั่วประเทศลุกขึ้นมานั่งดูหน้าจอพร้อมกันในเวลาเดียวได้ดีไปกว่าเกมทีมชาติ โดยเฉพาะในรายการอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความผูกพันกับคนดูมาอย่างยาวนาน
ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2539 หรือเกือบ 30 ปีมาแล้ว ในนามรายการ AFF Championship ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น ASEAN Championship และใช้สปอนเซอร์ชิปของฮุนได ความต่อเนื่องยาวนานของรายการนี้สร้างรากฐานความผูกพันของแฟนบอลอาเซียนกับทัวร์นาเมนต์ได้อย่างเหนียวแน่น
ทีมชาติไทยเองก็มีสถิติสวยงามในรายการนี้ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ในฐานะหนึ่งในทีมชั้นนำของภูมิภาค การที่ช้างศึกเดินเข้าสู่นัดนี้ด้วย 9 แต้มเต็มจึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางเทคนิค แต่มันคือการยืนยันว่าฟุตบอลไทยยังคงยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของภูมิภาค
ทิศทางการเล่นที่คาดหวัง: ช้างศึกจะเลือก “กดดัน” หรือ “รอโอกาส”
โจทย์สำคัญในเชิงแท็กติกคืนนี้คือฮัดสันจะเลือกเล่นแบบไหนในบ้าน
ฝ่ายรุก — ทีมชาติไทยมีแนวหน้าที่ทำงานได้สมดุลทั้งการกดดันสูงและการรอใช้พื้นที่ว่างด้านหลัง คคนะ คำยก เป็นกองหน้าที่มีความสมบูรณ์แบบสูงในการเชื่อมเกม ขณะที่ธีรศักดิ์ เผยพิมาย คือ “มือปืน” ที่พิสูจน์แล้วว่าหาโอกาสยิงประตูได้เมื่อมีพื้นที่
ฝ่ายรับ — ประตูที่เมียนมายิงได้ในทัวร์นาเมนต์นี้ส่วนใหญ่มาจากเกมที่เปิดพื้นที่ ลาวและฟิลิปปินส์ต่างเล่นเปิดมากกว่าปกติ ทำให้เมียนมาได้ผลประโยชน์มาก แต่ทีมชาติไทยจะไม่เล่นในลักษณะเดียวกันนั้น เส้นแนวรับที่แน่นหนาและมีวินัยจะบีบให้เมียนมาต้องสร้างสรรค์เกมมากกว่าที่ผ่านมา
ลูกตั้งเตะ — นี่คือมิติที่น่าสนใจที่สุด ทั้งสองทีมฝึกลูกตั้งเตะอย่างหนัก และในรายการนี้ประตูจากลูกเตะมุมและลูกฟรีคิกมีบทบาทอย่างมากในหลายเกม หากช้างศึกสามารถสร้างจังหวะลูกตั้งเตะในแดนเมียนมาได้บ่อยครั้ง ความได้เปรียบด้านความสูงและพลังกระโดดน่าจะเข้ามามีบทบาท
บทสรุป: คืนนี้ราชมังฯ คือเวทีพิสูจน์
ฟุตบอลสอนอะไรเราหลายอย่างเสมอ หนึ่งในนั้นคือ “ไม่มีเกมไหนที่ง่าย” โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งมีแรงจูงใจสูงสุดและมาพร้อมฟอร์มร้อนแรง
แต่ถ้ามองข้อเท็จจริงทั้งหมด — สถิติการพบกัน 40 ปีที่ไม่แพ้, ฟอร์มสมบูรณ์ 9 แต้มเต็มของช้างศึก, กุนซือที่มีประสบการณ์ระดับสากล, และบรรยากาศสนามเหย้าที่จะเชียร์สนั่นราชมังฯ — ทุกองค์ประกอบล้วนเอียงไปในทิศทางเดียวกัน
คืนนี้วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน คือเวลาที่ทีมชาติไทยจะพิสูจน์อีกครั้งว่าพวกเขาไม่ได้แค่ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม — แต่กำลังมุ่งหน้าไปคว้าบัลลังก์แชมป์อาเซียนในฐานะเต็งหนึ่งที่น่าเกรงขามที่สุด
สรุปประเด็นสำคัญ
- ทีมชาติไทยมี 9 คะแนนเต็มจาก 3 นัดแรก ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์แล้ว และพร้อมปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยชัยชนะครั้งที่ 4
- เมียนมามาพร้อมฟอร์มร้อนแรง 6 คะแนนจาก 3 นัด และต้องชนะเพื่อมีสิทธิ์เข้ารอบต่อไป
- ไทยไม่แพ้เมียนมามากกว่า 40 ปี โดยในรายการอาเซียนชนะ 5 นัดรวดโดยไม่เสียแต้มเลย
- แอนโธนี ฮัดสัน ใช้เวลาพักฟื้นร่างกายและซ้อมเน้นรายละเอียดเกมรุก-รับ-ลูกตั้งเตะ
- ผลของนัดนี้จะกำหนดภาพรวมตารางคะแนนกลุ่มบีและอันดับของทีมก่อนเข้ารอบรองชนะเลิศ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ไทย พบ เมียนมา อาเซียนคัพ 2026 แข่งวันไหน เวลาเท่าไหร่ ที่ไหน? A: วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน TrueVisions Now
Q: ทีมชาติไทยมีกี่คะแนนก่อนพบเมียนมา? A: ทีมชาติไทยมี 9 คะแนนเต็มจาก 3 นัดแรก คือชนะลาว 5-0, มาเลเซีย 2-0 และฟิลิปปินส์ 1-0
Q: เมียนมามีกี่คะแนนและผ่านเข้ารอบหรือยัง? A: เมียนมามี 6 คะแนนจาก 3 นัด และยังต้องการชัยชนะในนัดนี้เพื่อลุ้นเข้ารอบรองชนะเลิศ
Q: ไทยแพ้เมียนมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่? A: ครั้งล่าสุดที่ทีมชาติไทยพ่ายให้กับเมียนมาคือมิถุนายน พ.ศ. 2526 ในการแข่งขันซีเกมส์ที่สิงคโปร์ สกอร์ 0-1 ซึ่งห่างมากกว่า 40 ปีแล้ว
Q: แอนโธนี ฮัดสัน เตรียมทีมอย่างไรก่อนเกมนี้? A: ฮัดสันให้นักเตะพักฟื้นร่างกาย 1 วันหลังกลับจากฟิลิปปินส์ ก่อนเรียกกลับมาซ้อม 2 วัน โดยซ้อมครั้งสุดท้ายเน้นเกมรุก-รับและลูกตั้งเตะ
Q: เมียนมาฟอร์มเป็นอย่างไรในทัวร์นาเมนต์นี้? A: เมียนมาโชว์ฟอร์มน่าเกรงขาม ถล่มฟิลิปปินส์ 4-1 และลาว 7-2 แม้จะแพ้มาเลเซียในนัดเปิดสนาม แต่แนวรุกของพวกเขายิงรวมไปแล้ว 12 ประตูใน 3 นัด
Q: ใครคือนักเตะสำคัญที่ต้องจับตาดูในเกมนี้? A: ฝ่ายไทยต้องดู ธีรศักดิ์ เผยพิมาย และ ยศกร บูรพา ในแนวรุก ส่วนฝ่ายเมียนมาต้องระวัง อ่อง ลวิน โม กองหน้าที่ทำประตูเปิดเกมกับลาวตั้งแต่นาทีที่ 2
Q: ผลนัดนี้สำคัญต่อตารางคะแนนกลุ่มบีอย่างไร? A: ถ้าไทยชนะจะปิดท้ายจ่าฝูงกลุ่มบีด้วย 12 คะแนน ส่วนถ้าเมียนมาชนะจะมี 9 คะแนนและยังลุ้นแซงมาเลเซียชิงตั๋วใบที่สองขึ้นอยู่กับผลต่างประตู