ระทึกทุกกลุ่ม! “อบจ.ชัยนาท” ทวงบัลลังก์จ่าฝูงกลุ่ม C เชือด “คริสเตียน” 1-0 ฟาก “สวนกุหลาบ” นำโด่งกลุ่ม D ถล่ม “ขอนแก่น” คัมภีร์ลูกหนัง 16 ปี “เดลินิวส์คัพ 2026”

ฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ไม่เคยเป็นแค่ “เกมของเด็ก” สำหรับวงการลูกหนังไทย เพราะนี่คือสนามทดสอบจริงของนักเตะที่อีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจกลายเป็นดาวเด่นทีมชาติชุดใหญ่ และศึก “กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026” ชิงถ้วยพระราชทานพลตรีหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภท ก คือหนึ่งในเวทีที่ทรงคุณค่าที่สุด เพราะรวม 16 โรงเรียนชื่อดังของประเทศไว้ในรายการเดียว

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา คือวันแห่งการวัดใจของกลุ่ม C และกลุ่ม D เพราะเป็นนัดที่สองจากทั้งหมดสามนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ทุกทีมรู้ดีว่าแพ้ไม่ได้ ผลที่ออกมาจึงเต็มไปด้วยดราม่า ทั้งทีมเต็งที่สะดุด ทีมรองบ่อนที่ทวงคืนตำแหน่งจ่าฝูง และเกมเสมอสุดมันที่ทำให้ตารางคะแนนยังไม่นิ่งจนถึงนัดสุดท้าย

สรุปผลการแข่งขันวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569

กลุ่ม C สนาม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์: อบจ.ชัยนาท 1-0 กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

ครึ่งแรกเป็น “ชงโคม่วงทอง” กรุงเทพคริสเตียนที่บุกได้น้ำได้เนื้อกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่จังหวะจบสกอร์ที่ขาดความคมชัดทำให้ต้องเดินเข้าห้องพักด้วยสกอร์ 0-0 พลิกมาเป็นครึ่งหลังที่ “นกใหญ่พิฆาตจูเนียร์” อบจ.ชัยนาท แม้จะมีโอกาสน้อยกว่าฝ่ายตรงข้าม แต่กลับเป็นทีมที่ทำประตูได้ก่อนในนาทีที่ 52 จากจังหวะของ ธนกร อดทน ที่แย่งบอลจากแนวรับคู่แข่งก่อนพาบอลทะลุเข้าไปยิงด้วยเท้าขวาเสียบมุมอย่างเฉียบขาด หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่มอีก อบจ.ชัยนาท ปิดเกมด้วยชัยชนะประตูเดียว ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงกลุ่มด้วย 4 คะแนน ส่วนกรุงเทพคริสเตียนมีเพียง 1 คะแนน ต้องลุ้นหนักในนัดสุดท้าย

กลุ่ม C สนามศูนย์กีฬาโรงเรียนอัสสัมชัญ (พระราม 2): อัสสัมชัญ 2-2 มัธยมตากสินระยอง

แชมป์เก่าอย่างอัสสัมชัญออกสตาร์ตได้ดุดัน นำก่อน 2-0 ในครึ่งแรกจากประตูของ วิภูสิทธิ์ ศรีจันทร์ ที่ซัดด้วยเท้าขวาในนาทีที่ 17 และ กาลเวลา ทวีรัตน์ ที่ซ้ำจากลูกหลุดเดี่ยวในนาทีที่ 24 แต่มัธยมตากสินระยองไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ได้ประตูไล่ตีไข่แตกจากฟรีคิกสุดสวยของ ภัทรพล ชนะราวี ในนาทีที่ 31 ก่อนที่ครึ่งหลังทัพ “ลูกพระเจ้าตาก” จะบุกทวงคืนความเสมอภาคได้สำเร็จผ่านการฮาล์ฟวอลเลย์หน้ากรอบเขตโทษของ ธนวัฒน์ รสจันทร์ ในนาทีที่ 67 เกมจบลงด้วยสกอร์ 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน ส่งผลให้อัสสัมชัญขยับขึ้นอันดับ 2 ของกลุ่มด้วย 2 คะแนน เท่ากับมัธยมตากสินระยองที่อยู่อันดับ 3

กลุ่ม D สนาม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์: ราชวินิตบางแก้ว 2-2 สวนป่าเขาชะอางค์

เกมที่ดุเดือดไม่แพ้กัน “สิงห์ปากน้ำ” ราชวินิตบางแก้วยิงก่อนจาก บาซิล โส๊ะสันสะ ในนาทีที่ 5 แต่สวนป่าเขาชะอางค์ตีเสมอได้ทันทีจากจุดโทษของ อชิรวัฒน์ วัฒนลิมานนท์ ในนาทีที่ 9 ก่อนที่ ธรรณธร นันทะเสนา กองหลังราชวินิตบางแก้ว จะพลาดทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 25 ทำให้สวนป่าเขาชะอางค์ขึ้นนำ 2-1 ราชวินิตบางแก้วไม่ยอมแพ้ ไล่ตีเสมอได้อีกครั้งจาก วรภพ ไพจิตร ในนาทีที่ 61 จบเกมด้วยสกอร์ 2-2 ทั้งสองทีมแบ่งกันไปฝ่ายละ 1 คะแนน โดยราชวินิตบางแก้วขยับขึ้นอันดับ 3 ด้วยผลต่างประตูที่ดีกว่าสวนป่าเขาชะอางค์ซึ่งรั้งท้ายกลุ่ม

กลุ่ม D สนามศูนย์กีฬาโรงเรียนอัสสัมชัญ (พระราม 2): กีฬาจังหวัดขอนแก่น 0-2 สวนกุหลาบวิทยาลัย

ทัพ “ชมพู-ฟ้า” สวนกุหลาบวิทยาลัยโชว์ฟอร์มเข้าขั้นเผด็จศึก ยิงสองประตูรวดในช่วงต้นครึ่งหลังจาก สุรชัย เซมา ในนาทีที่ 46 และ อนุเดชณ์ ดีน้อย ในนาทีที่ 50 ทั้งคู่จบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายอย่างเฉียบคม เกมจบลงด้วยชัยชนะ 2-0 ส่งผลให้สวนกุหลาบวิทยาลัยผงาดขึ้นเป็นจ่าฝูงกลุ่ม D ด้วยคะแนนเต็ม 6 คะแนนจาก 2 นัด มีโอกาสสูงที่จะผ่านเข้ารอบ ส่วนกีฬาจังหวัดขอนแก่นแม้จะแพ้แต่ยังมี 3 คะแนน อยู่อันดับ 2 ของกลุ่ม ต้องลุ้นในนัดสุดท้าย

มิติประวัติศาสตร์: ทำไม “เดลินิวส์คัพ” ถึงเป็นมากกว่าฟุตบอลนักเรียน

รายการนี้จัดโดยกรมพลศึกษาร่วมกับสำนักข่าวเดลินิวส์ ภายใต้ชื่อการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียน ซึ่งมีสถานะเป็นถ้วยพระราชทานที่ทรงเกียรติ นั่นทำให้ทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมต่างทุ่มสุดตัว เพราะไม่ใช่แค่ศักดิ์ศรีของทีม แต่คือชื่อเสียงของสถาบัน รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภท ก ปีนี้มีทั้งหมด 16 โรงเรียน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมดกลุ่มละ 1 นัด เพื่อคัดเอา 2 อันดับแรกของแต่ละกลุ่มเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้าย โดยแต่ละนัดใช้เวลาแข่งขันเพียง 80 นาที ซึ่งสั้นกว่ามาตรฐานฟุตบอลผู้ใหญ่ สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่คำนึงถึงความสมบูรณ์ของร่างกายเด็กวัยเจริญเติบโต

สิ่งที่ทำให้รายการนี้พิเศษคือการรวมโรงเรียนดังระดับตำนานของวงการลูกหนังไทยไว้ในเวทีเดียว ทั้งอัสสัมชัญและกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซึ่งเป็นสองในสี่โรงเรียนสายสัมพันธ์ “จตุรมิตรสามัคคี” การแข่งขันฟุตบอลประเพณีที่มีอายุยาวนานนับร้อยปี รวมถึงสวนกุหลาบวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่องปรัชญาเกมรับตั้งรับแล้วสวนกลับ นี่คือมรดกทางฟุตบอลที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกนัดถึงมีบรรยากาศดุเดือดราวกับนัดชิงแชมป์

มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา: อ่านเกมจากผลลัพธ์ 4 คู่

สิ่งที่น่าสนใจในเชิงแทคติกคือทั้งสี่คู่ในวันจันทร์ล้วนมีจุดร่วมคือ “ประตูมาจากรายละเอียดเล็ก ๆ ไม่ใช่แผนใหญ่” ประตูของอบจ.ชัยนาทเกิดจากการเพรสซิ่งแย่งบอลกลางแดนแล้วเปลี่ยนเป็นสปีดในการเข้าทำ สะท้อนหลักการฟุตบอลยุคใหม่ที่เน้นการฟื้นคืนบอล (ball recovery) เป็นอาวุธหลักมากกว่าการครองบอลอย่างเดียว ขณะที่อัสสัมชัญนำ 2-0 ได้จากความเร็วช่วงต้นเกม แต่กลับพลาดจังหวะบริหารเกมรับในช่วงท้ายครึ่งแรกและครึ่งหลัง ทำให้เห็นว่าที่ระดับอายุ 16 ปี ความอึด (endurance) และสมาธิยังเป็นตัวแปรสำคัญไม่แพ้เทคนิค เพราะร่างกายเด็กวัยนี้ยังอยู่ในช่วง growth spurt ที่กล้ามเนื้อกับโครงกระดูกพัฒนาไม่สมดุลกัน ทำให้ประสิทธิภาพร่างกายแกว่งได้ง่ายในนาทีท้าย ๆ ของเกม

ฝั่งกลุ่ม D เกมของราชวินิตบางแก้วกับสวนป่าเขาชะอางค์เป็นตัวอย่างชัดของ “เกมที่แพ้เพราะรายละเอียดตัวเอง” มากกว่าฝีมือคู่แข่ง เพราะประตูที่ 2 ของสวนป่าเขาชะอางค์มาจากลูกเข้าประตูตัวเองของฝ่ายรับ ซึ่งเป็นสิ่งที่โค้ชระดับเยาวชนต้องเน้นย้ำเรื่องการสื่อสารในกรอบเขตโทษ ส่วนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่ถล่มขอนแก่น 2-0 ด้วยสองประตูในช่วง 4 นาทีแรกของครึ่งหลัง แสดงให้เห็นถึงการอ่านจังหวะเปลี่ยนแผนหลังพักครึ่งได้ดี ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ทีมนี้ครองสถิติสมบูรณ์แบบ 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัด และการยิงด้วยเท้าซ้ายทั้งสองประตูยังสะท้อนว่าโค้ชสวนกุหลาบเน้นฝึกความหลากหลายของการจบสกอร์ในทีมมาอย่างเป็นระบบ

มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ: ทำไมเด็ก 16 ปีถึงเล่นเหมือนมืออาชีพ

แรงกดดันของทัวร์นาเมนต์แบบแบ่งกลุ่มพบกันหมดเพียงกลุ่มละ 1 นัดคือดาบสองคม เพราะทุกนัดมีค่าเท่ากับนัดตัดสิน ไม่มีโอกาสแก้ตัวมากนัก นักเตะวัย 16 ปีต้องเรียนรู้การจัดการความกดดันแบบเดียวกับนักเตะอาชีพ ทั้งการเก็บสมาธิหลังเสียประตู อย่างที่ราชวินิตบางแก้วทำได้สำเร็จเมื่อไล่ตีเสมอกลับมา 2-2 ได้หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง หรือความมั่นใจของ ธนกร อดทน ที่แม้ทีมจะเป็นรองในเกมรุกตลอดครึ่งแรก แต่ยังกล้าตัดสินใจแย่งบอลและซัดเข้าประตูในจังหวะเดียวที่มี

สำหรับเด็กวัยนี้ การได้เล่นในสนามระดับมาตรฐาน อย่างสนามศุภชลาศัยหรือสนาม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ภายใต้สายตาของแมวมองจากสโมสรอาชีพและทีมชาติเยาวชน คือแรงบันดาลใจที่จับต้องได้ เพราะเวทีนี้เคยเป็นจุดเริ่มต้นของนักเตะไทยหลายคนที่ก้าวไปสู่ไทยลีกและทีมชาติชุดใหญ่ในเวลาต่อมา การได้สวมเสื้อโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านฟุตบอลอย่างอัสสัมชัญหรือสวนกุหลาบ ก็เป็นแรงผลักดันทางจิตใจที่ทำให้เด็กเหล่านี้ทุ่มเทฝึกซ้อมหนักกว่าปกติ เพราะรู้ว่าเสื้อตัวนี้แบกรับความคาดหวังจากรุ่นพี่มาหลายชั่วรุ่น

มิติธุรกิจและอนาคต: เวทีนี้จะไปทางไหนต่อ

ในยุคที่สื่อดิจิทัลเข้าถึงทุกครัวเรือน การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนดูข้างสนามอีกต่อไป ทุกนัดถูกรายงานผลแบบเรียลไทม์ผ่านสื่อออนไลน์ สร้างฐานแฟนคลับให้นักเตะเยาวชนตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับทั้งโรงเรียนและตัวนักเตะเอง ทั้งในแง่ทุนการศึกษา สปอนเซอร์อุปกรณ์กีฬา และเส้นทางสู่อคาเดมีสโมสรอาชีพที่ปัจจุบันแข่งกันดึงตัวนักเตะเยาวชนฝีเท้าดีตั้งแต่อายุยังน้อย

สำหรับกรมพลศึกษาและเดลินิวส์ การจัดรายการนี้ต่อเนื่องคือการลงทุนระยะยาวในระบบพัฒนาฟุตบอลไทยตั้งแต่รากฐาน สอดคล้องกับทิศทางของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่ต้องการสร้างพีระมิดนักเตะเยาวชนให้แข็งแรงมากขึ้น เพื่อป้อนนักเตะคุณภาพขึ้นสู่ระดับไทยลีกและทีมชาติในอนาคต การที่ทัวร์นาเมนต์นี้ยังคงดึงดูดโรงเรียนระดับหัวแถวของประเทศเข้าร่วมได้ทุกปี คือเครื่องยืนยันว่าคุณค่าของถ้วยพระราชทานและชื่อเสียงของรายการยังคงแข็งแกร่งไม่เสื่อมคลาย

บทสรุป: นัดตัดสินชะตากรรมรอน็อกเอาต์รอวันพฤหัสฯ

จากผลการแข่งขันวันจันทร์ที่ผ่านมา ตารางคะแนนทั้งกลุ่ม C และกลุ่ม D ยังไม่นิ่ง กลุ่ม C อบจ.ชัยนาทนำโด่งด้วย 4 คะแนน ตามด้วยอัสสัมชัญและมัธยมตากสินระยองที่ 2 คะแนนเท่ากัน ส่วนกรุงเทพคริสเตียนรั้งท้ายด้วย 1 คะแนน ต้องชนะเท่านั้นถึงจะมีลุ้น ฟากกลุ่ม D สวนกุหลาบวิทยาลัยครองความได้เปรียบสูงสุดด้วยคะแนนเต็ม 6 คะแนน ตามด้วยกีฬาจังหวัดขอนแก่นที่ 3 คะแนน ส่วนราชวินิตบางแก้วกับสวนป่าเขาชะอางค์มี 1 คะแนนเท่ากันแต่ยังมีสิทธิ์ลุ้นเข้ารอบ

นัดตัดสินของทั้ง 4 กลุ่มจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคมนี้ โดยกลุ่ม C อัสสัมชัญจะพบกับอบจ.ชัยนาทที่สนาม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ส่วนกรุงเทพคริสเตียนจะพบกับมัธยมตากสินระยองที่สนามฝึกซ้อม ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทั้งคู่เตะช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. ขณะที่กลุ่ม D สวนกุหลาบวิทยาลัยจะพบกับสวนป่าเขาชะอางค์ที่สนาม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ และราชวินิตบางแก้วจะพบกับกีฬาจังหวัดขอนแก่นที่สนามฝึกซ้อมธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เตะพร้อมกันช่วงเช้าเวลา 10.00 น. คำถามที่น่าติดตามคือ ทีมที่ตามหลังอย่างกรุงเทพคริสเตียนและสวนป่าเขาชะอางค์จะพลิกสถานการณ์ได้หรือไม่ หรือทีมนำจ่าฝูงจะปิดเกมล็อกตั๋วรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างราบรื่น

สรุปประเด็นสำคัญ

  • อบจ.ชัยนาทเฉือนชนะกรุงเทพคริสเตียน 1-0 ขึ้นจ่าฝูงกลุ่ม C ด้วย 4 คะแนน
  • อัสสัมชัญพลาดท่าเสมอมัธยมตากสินระยอง 2-2 ทั้งที่นำ 2-0 ในครึ่งแรก
  • ราชวินิตบางแก้วไล่ตีเสมอสวนป่าเขาชะอางค์ 2-2 หลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง
  • สวนกุหลาบวิทยาลัยถล่มกีฬาจังหวัดขอนแก่น 2-0 คว้าคะแนนเต็ม 6 แต้ม นำจ่าฝูงกลุ่ม D
  • นัดตัดสินทั้ง 4 กลุ่มจะแข่งขันพร้อมกันวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ถ้วยพระราชทานของศึกเดลินิวส์คัพ 2026 รุ่น 16 ปี คือถ้วยของใคร A: เป็นถ้วยพระราชทานพลตรีหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภท ก มีกี่ทีมและแบ่งกลุ่มอย่างไร A: มีทั้งหมด 16 โรงเรียน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมดกลุ่มละ 1 นัด

ทีมไหนนำจ่าฝูงกลุ่ม C หลังจบนัดที่สอง A: โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาทนำจ่าฝูงด้วย 4 คะแนน จากการเอาชนะกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย 1-0

ทำไมอัสสัมชัญที่นำ 2-0 ถึงเสมอมัธยมตากสินระยองได้ A: มัธยมตากสินระยองไล่ตีเสมอได้จากฟรีคิกในครึ่งแรกและฮาล์ฟวอลเลย์ในครึ่งหลัง ทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 2-2

ใครเป็นจ่าฝูงกลุ่ม D และมีคะแนนเท่าไร A: สวนกุหลาบวิทยาลัยเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนนเต็ม 6 คะแนนจาก 2 นัด หลังเอาชนะกีฬาจังหวัดขอนแก่น 2-0

ราชวินิตบางแก้วกับสวนป่าเขาชะอางค์ทีมไหนได้อันดับดีกว่าในกลุ่ม D A: ทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากันที่ 1 คะแนน แต่ราชวินิตบางแก้วได้อันดับ 3 เพราะผลต่างประตูดีกว่าสวนป่าเขาชะอางค์ที่รั้งอันดับ 4

นัดตัดสินรอบแบ่งกลุ่มของกลุ่ม C และ D จะแข่งวันไหน A: แข่งขันพร้อมกันในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569

ทีมกี่อันดับแรกของแต่ละกลุ่มที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ A: 2 อันดับแรกของแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย