ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงฤดูร้อนปี 2569 มีศึกชิงตัวนักเตะที่กำลังร้อนแรงที่สุดศึกหนึ่งในพรีเมียร์ลีก นั่นคือการแย่งชิงลายเซ็นของ อับเด เอซซาลซูลี่ ปีกทีมชาติโมร็อกโกวัย 24 ปีจากเรอัล เบติส ที่เพิ่งผ่านฤดูกาลที่ดีที่สุดในชีวิตของเขามาหมาดๆ และตอนนี้ทั้ง สเปอร์ส และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ต่างก็วิ่งเข้าหาเขาพร้อมกัน
คำถามคือ ใครจะเป็นฝ่ายได้ตัวปีกอัจฉริยะรายนี้ไปครอง และทำไมดีลนี้จึงสำคัญมากกว่าที่คิด?
จากเด็กบาร์เซโลน่า สู่ซุปตาร์แห่งลาลีกา
เรื่องราวของ อับเด เอซซาลซูลี่ ไม่ได้เริ่มต้นที่เซบิยา แต่มันเริ่มต้นมาตั้งแต่ห้องฝึกซ้อมอันโด่งดังของบาร์เซโลน่า เขาเป็นผลผลิตของ “ลา มาเซีย” สถาบันเยาวชนระดับโลกที่เคยผลิตนักเตะระดับตำนานอย่าง ลิโอเนล เมสซี และ ซาบี เอร์นันเดซ มาแล้ว
เอซซาลซูลี่ฝึกฝนอยู่กับบาร์เซโลน่าและได้รับโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ระหว่างปี 2564 ถึง 2566 แต่การแสดงออกมาไม่ได้เรื่องราวอะไรที่น่าประทับใจนัก เพราะเขาทำได้เพียง 1 ประตูจาก 14 นัดในเสื้อสีน้ำเงินแดง บางทีโอกาสที่ไม่เหมาะสมก็ทำลายนักเตะที่มีพรสวรรค์ได้ ดังนั้นในปี 2566 บาร์เซโลน่าจึงปล่อยตัวเขาให้ย้ายถาวรไปเรอัล เบติสในราคาเพียง 7.5 ล้านยูโร แต่ฝ่ายคัมป์ นูยังคงสงวนสิทธิ์ส่วนแบ่งจากการขายต่อไว้ถึง 20%
การตัดสินใจที่ดูเหมือนธรรมดาของบาร์เซโลน่าในวันนั้น กำลังจะกลายเป็น “สมบัติซ่อนเร้น” มูลค่าหลายล้านปอนด์ในไม่ช้า
ฤดูกาล 2025-26: เมื่อดาวยังไม่ดับ แต่กลับสว่างยิ่งกว่าเดิม
ถ้าจะพูดว่าเอซซาลซูลี่ระเบิดฟอร์มในฤดูกาล 2568-69 ก็ยังดูเบาเกินไป เพราะสิ่งที่เขาทำได้นั้นน่าทึ่งอย่างแท้จริง
ตลอดทั้งฤดูกาลในทุกรายการ เขายิงได้ 15 ประตู และแอสซิสต์อีก 13 ครั้ง จาก 43 นัด นั่นหมายความว่าเฉลี่ยแล้วเขามีส่วนร่วมในการทำประตูทุกๆ 113 นาทีที่ลงสนาม ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขของนักเตะชั้นยอดที่สโมสรใหญ่ทั่วยุโรปต้องการตัว
สิ่งที่น่าสังเกตยิ่งกว่านั้นคือในลาลีกา เขามีส่วนร่วมในการทำประตูถึง 19 ครั้งจาก 29 นัดในลีก ช่วยให้เรอัล เบติสจบอันดับที่ 5 ในลาลีกาและได้สิทธิ์ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร
นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่สวยงาม นี่คือประวัติศาสตร์ที่เขาช่วยเขียนขึ้นมา
ศึกชิงตัว: สเปอร์สกับนิวคาสเซิ่ล ใครได้เปรียบ?
เมื่อฟอร์มการเล่นของเอซซาลซูลี่เริ่มดังไปทั่วยุโรป สโมสรพรีเมียร์ลีกหลายทีมก็เริ่มส่งสัญญาณความสนใจ และตอนนี้ศึกชิงตัวที่ดุเดือดที่สุดอยู่ระหว่างสองทีมจากอังกฤษ
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เข้าแถวก่อนใคร หลังจากที่ แอนโธนี่ กอร์ดอน ปีกดาวรุ่งของพวกเขาย้ายไปบาร์เซโลน่าด้วยมูลค่าประมาณ 70 ล้านปอนด์ ทำให้สาลิกาดงเกิดช่องว่างในแนวรุกที่ต้องการนักเตะคุณภาพมาอุด รายงานระบุว่านิวคาสเซิ่ลพร้อมทุ่มถึง 43.3 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวเอซซาลซูลี่ และพวกเขาต้องการปิดดีลให้เร็วก่อนที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้น
แต่แล้ว สเปอร์ส ก็เดินเกมแทรกกลาง ตามรายงานของสื่อสเปน Sport ระบุว่าไก่เดือยทองได้ยื่นความสนใจอย่างเป็นทางการไปยังเรอัล เบติสแล้ว การเข้ามาของสเปอร์สทำให้ดีลนี้ซับซ้อนขึ้นทันที เพราะพวกเขาก็ต้องการตัวเสริมแนวรุกเช่นกัน หลังจากที่สัญญายืมตัว แรนดาล โคโล่ มูอานี่ จากปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะไม่ถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาถาวร
ไม่เพียงแค่นั้น ยังมี แอสตัน วิลล่า อีกหนึ่งทีมที่แสดงความสนใจในตัวเอซซาลซูลี่ ทำให้ศึกชิงตัวครั้งนี้กลายเป็นสามเส้าที่ดุเดือดยิ่งขึ้น
ไพ่ในมือของแต่ละทีม
ถ้าจะวิเคราะห์จุดแข็งของแต่ละทีมในการแย่งตัวเอซซาลซูลี่ สามารถมองได้ดังนี้
นิวคาสเซิ่ล มีเงินก้อนใหญ่จากการขาย กอร์ดอน และมีความตั้งใจที่ชัดเจนในการเสริมทัพแนวรุก พวกเขาเข้าสู่ตลาดก่อนและอยู่ในสถานะที่ดีในการต่อรอง แต่ข้อเสียคือฤดูกาลที่แล้วพวกเขาจบแค่อันดับ 12 ในพรีเมียร์ลีกและไม่ได้ฟุตบอลยุโรป ซึ่งอาจเป็นจุดที่ทำให้นักเตะลังเล
สเปอร์ส มีโครงการที่กำลังสร้างใหม่ภายใต้กุนซือรายใหม่ และมี ไมค์กี้ มัวร์ ดาวรุ่งที่เพิ่งพิสูจน์ตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมกับเรนเจอร์ส พวกเขาอาจสร้างพื้นที่ในแนวรุกได้โดยการปล่อย มานอร์ โซโลมอน ออกไป ซึ่งจะทำให้เอซซาลซูลี่ได้บทบาทที่ชัดเจนในทีม
แอสตัน วิลล่า อาจมีไพ่ใบสำคัญในมือ เพราะพวกเขาเล่นฟุตบอลยุโรป ภายใต้ อูนาอี เอเมรี่ กุนซือที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ การเล่นในสนามยุโรปจะเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับนักเตะอย่างเอซซาลซูลี่ที่ต้องการโชว์ฝีเท้าในระดับสูงสุด
ปริศนาของเบติส: ขายหรือไม่ขาย?
ฝั่งเรอัล เบติสเองก็อยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน มานูเอล เปเยกรินี่ ผู้จัดการทีมไม่ต้องการปล่อยตัวเอซซาลซูลี่ เพราะเขาคือกุญแจสำคัญของทีมที่กำลังจะก้าวสู่แชมเปี้ยนส์ ลีก สัญญาของนักเตะยังเหลือจนถึงปี 2572 จึงไม่มีแรงกดดันจากมุมนั้น
แต่ปัญหาคือด้านการเงินของสโมสร สื่อรายงานว่าเบติสต้องการระดมทุนก่อนวันที่ 30 มิถุนายน และดีลขายเอซซาลซูลี่ก็จะเป็นทางออกที่ดี โดยที่ค่าไถ่ตัวของเขาอยู่ที่ประมาณ 60 ล้านยูโร หรือราว 52 ล้านปอนด์
ยิ่งกว่านั้น บาร์เซโลน่ายังถือส่วนแบ่งการขายต่อ 20% อยู่ ซึ่งหมายความว่าหากเอซซาลซูลี่ถูกขายในราคา 52 ล้านปอนด์ บาร์เซโลน่าจะได้รับเงินประมาณ 8.7 ล้านปอนด์จากดีลนี้ทันที ความจริงข้อนี้ทำให้เบติสอยู่ภายใต้แรงกดดันเพิ่มขึ้น เพราะนักเตะของพวกเขาถูกมองว่า “ไม่ได้อยู่คนเดียว” ในสัญญา
ข่าวที่น่าสนใจอีกชิ้นคือ เบติสอาจหาตัวแทนราคาถูกอย่าง แยน แฟร์จิลี จากมายอร์ก้า ในราคาเพียง 10.4 ล้านปอนด์ ซึ่งจะช่วยให้การขายเอซซาลซูลี่เป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติมากยิ่งขึ้น
ฟุตบอลโลก 2026: ตัวแปรที่เปลี่ยนทุกอย่าง
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ดีลนี้ต้องเร่งรีบมากกว่าปกติคือ ฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึง เอซซาลซูลี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของทีมชาติโมร็อกโก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทีมที่น่าจับตามองที่สุดในโลกอาหรับและแอฟริกา
ถ้าเขาโชว์ฟอร์มได้ดีในมหกรรมฟุตบอลระดับโลก มูลค่าของเขาก็อาจพุ่งสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว นิวคาสเซิ่ลรู้ดีถึงความจริงข้อนี้ และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาต้องการปิดดีลให้เสร็จก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้น
สำหรับนักลงทุนในวงการฟุตบอล นี่คือบทเรียนที่ชัดเจนว่าการซื้อนักเตะก่อนทัวร์นาเมนต์ใหญ่อาจหมายถึงการประหยัดเงินได้หลายสิบล้านปอนด์
สิ่งที่เอซซาลซูลี่เติมเต็มให้ทีมได้
เหนือกว่าตัวเลขสถิติ สิ่งที่ทำให้เอซซาลซูลี่น่าสนใจคือสไตล์การเล่นที่ผสมผสานหลายทักษะเข้าด้วยกัน เขาเป็นปีกที่สามารถเล่นได้ทั้งสองข้างและมีความคิดสร้างสรรค์สูง ทั้งในแง่การทำประตูและการสร้างโอกาส
เขามีทักษะการครองบอลที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจากสถาบันบาร์เซโลน่า ผสมกับความเร็วและความแข็งแกร่งทางร่างกายที่พัฒนาขึ้นมาจากการเล่นในลีกสูงสุดของสเปน ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ “สมบูรณ์แบบ” มากขึ้นในแต่ละฤดูกาล
ในแง่ของอายุ เขาเพิ่งจะอายุ 24 ปีในเดือนธันวาคม ซึ่งหมายความว่าเขายังอยู่ในช่วงต้นของช่วงพีคในอาชีพนักฟุตบอล ทีมที่ได้ตัวเขาไปไม่ใช่แค่ได้นักเตะที่กำลังร้อนแรง แต่ยังได้นักเตะที่จะพัฒนาต่อไปได้อีกหลายปี
มุมมองระยะยาว: ทำไมดีลนี้จึงสำคัญมากกว่าแค่การซื้อนักเตะ
ถ้ามองในภาพใหญ่ ดีลชิงตัวเอซซาลซูลี่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญในตลาดนักเตะยุคใหม่ นั่นคือการแย่งชิงปีกที่มีคุณภาพสูงทั้งในแง่การทำประตูและการสร้างโอกาส
ยุคที่ทีมฟุตบอลต้องการแค่ “สตรายเกอร์” หน้าเดียวที่ยิงประตูอย่างเดียวได้จบลงแล้ว สโมสรชั้นนำในยุคปัจจุบันต้องการนักเตะแนวรุกที่ยืดหยุ่น เล่นได้หลายตำแหน่ง ทำประตูได้ และสร้างโอกาสให้เพื่อนได้ด้วย เอซซาลซูลี่คือตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของนักเตะประเภทนี้
สำหรับสเปอร์สและนิวคาสเซิ่ล การได้ตัวเขาไม่ใช่แค่การเติมเต็มช่องว่างในทีม แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตของแนวรุกทั้งสาย
บทสรุป: ใครจะได้ปีกแห่งอนาคต?
ณ ขณะนี้ การแย่งชิงตัวเอซซาลซูลี่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่มีปัจจัยหลักที่จะเป็นตัวชี้ขาดคือ ความเร็วในการตัดสินใจ เงื่อนไขทางการเงิน และที่สำคัญที่สุดคือความต้องการของตัวนักเตะเอง ซึ่งบางรายงานระบุว่าเขายังลังเลที่จะย้ายออกจากลาลีกาที่เขาชอบ
เบติสมีเส้นตาย 30 มิถุนายน สโมสรที่เข้าแถวต้องยิ่งเร่งมือ และสำหรับแฟนบอลไทยที่ติดตามพรีเมียร์ลีกอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจครั้งนี้อาจกำหนดทิศทางของทั้งสเปอร์สและนิวคาสเซิ่ลในอีกหลายปีข้างหน้า
อับเด เอซซาลซูลี่ไม่ใช่แค่นักเตะ เขาคือปริศนาของตลาดซื้อขายฤดูร้อนนี้ที่ทุกคนกำลังรอคำตอบ
คุณคิดว่าทีมไหนควรได้ตัวเขาไป และทำไม? ร่วมแสดงความคิดเห็นด้านล่างได้เลย