ดาวยิงเซอร์เบียกลับมาอยู่ในทีมแล้ว แต่จะได้ลงสนามหรือเปล่า?
ฤดูกาล 2025-26 ของ ดูซาน วลาโฮวิช อาจเรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายที่ยาวนานที่สุดในอาชีพนักฟุตบอล ศูนย์หน้าพันธุ์ดุทีมชาติเซอร์เบียต้องนอนซมกับอาการบาดเจ็บหนักนานเกือบสี่เดือน พักยาวตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงมีนาคม แล้วพอหวังจะกลับมายืนในสนามอีกครั้ง ก็ยังโดนปัญหาใหม่ที่น่องกระทืบซ้ำเติม ทำให้พลาดสองเกมล่าสุดไปอีก
แต่คืนนี้มีข่าวดีจากตูริน วลาโฮวิช กลับมามีชื่อในรายชื่อแมตช์เดย์ 23 ผู้เล่นเรียบร้อยแล้ว สำหรับเกมที่แฟนบอลเซเรียอาจับตามองมากที่สุดในรอบนี้ เมื่อ ยูเวนตุส จะบุกเยือน เอซี มิลาน ที่สนามในตำนาน ซาน ซีโร่ วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้
อาการบาดเจ็บที่ทำลายฤดูกาลของเจ้าหนู
เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมการกลับมาของวลาโฮวิชจึงเป็นเรื่องใหญ่โต ต้องย้อนกลับไปดูเส้นทางที่ขรุขระของเขาตลอดฤดูกาลนี้ก่อน
ช่วงต้นฤดูกาล วลาโฮวิชเริ่มต้นได้อย่างมีความหวัง แต่ในช่วงเดือนธันวาคม เขาต้องถอนตัวออกจากสนามพร้อมกับอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรง ทีมแพทย์ยูเวนตุสประกาศว่าต้องพักยาวอย่างน้อยหลายเดือน ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายครั้งใหญ่สำหรับทีมที่ต้องพึ่งพาเขาในแนวรุก
จากนั้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา แฟนบอลชาวตูรินเพิ่งจะได้เห็นดาวยิงคนโปรดกลับมายืนบนสนามอีกครั้งในเกมพบกับ ซาสซูโอโล่ ซึ่งทุกคนหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูฟอร์ม แต่โชคยังไม่เข้าข้าง เพราะอาการบาดเจ็บที่น่องกลับมาตีหัวซ้ำ ทำให้เขาต้องพลาดสองนัดล่าสุดไปอีก
นี่คือเหตุผลที่ข่าวการกลับมามีชื่อในทีมในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่แฟนบอลยูเวนตุสรอคอยมานาน
สปัลเล็ตติยังต้องคิดหนัก ส่งวลาโฮวิชตั้งแต่ต้นหรือเปล่า?
แม้ข่าวการฟิตคืนทัพของวลาโฮวิชจะทำให้บรรยากาศในค่ายยูเวนตุสคึกคักขึ้นมาก แต่กุนซือ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ยังคงต้องชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวัง
เกมพบมิลานที่ซาน ซีโร่นั้นไม่ใช่เกมที่จะเสี่ยงได้ง่ายๆ ทั้งในแง่ผลงานของทีมและสุขภาพของผู้เล่น การส่งนักเตะที่เพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บลงในเกมใหญ่ตั้งแต่นาทีแรก อาจทำให้เขาต้องพักยาวอีกรอบหากโชคไม่ดี
แนวโน้มที่น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดคือ สปัลเล็ตติจะเลือกใช้ โจนาธาน เดวิด, เคนาน ยิลดิซ และ ฟรานซิสโก้ คอนไซเซา เป็นสามประสานแนวรุกหลักสำหรับเกมนี้ ส่วนวลาโฮวิชมีแนวโน้มสูงที่จะได้นั่งเก้าอี้สำรองและรอโอกาสออกมาเปลี่ยนเกมในช่วงท้าย
ยิลดิซ เองก็มีปัญหาเป็นๆ หายๆ ที่หัวเข่าเช่นกัน แต่ทีมแพทย์ยืนยันว่าเขาจะพร้อมสำหรับเกมวันอาทิตย์ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งข่าวดีที่มาพร้อมกัน
ผู้ที่ยืนยันว่าไม่สามารถช่วยทีมได้ในเกมนี้มีเพียง ฮวน กาบาล และ อาร์คาดิอุส มีลิค ที่บาดเจ็บออกไปอย่างชัดเจน
ดาร์บี้แห่งอิตาลีเหนือ ความสำคัญที่เกินกว่าแค่สามแต้ม
การดวลกันระหว่างยูเวนตุสกับเอซี มิลานนั้น ไม่ใช่แค่เกมฟุตบอลธรรมดา แต่คือประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของเซเรียอา
สองสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลีเหนือนี้มีจำนวนแชมป์ลีกรวมกันมากกว่า 40 ครั้ง ยูเวนตุสครองสถิติแชมป์สูงสุดในประวัติศาสตร์เซเรียอาถึง 36 สมัย ขณะที่มิลานก็ไม่ใช่ทีมที่ใครกล้าประมาทด้วยถ้วยรางวัลระดับโลกที่เรียงรายในตู้ กระทั่งทุกวันนี้เมื่อสองทีมนี้เจอกัน บรรยากาศในซาน ซีโร่ก็ยังลุกโชนราวกับว่าชีวิตและความตายขึ้นอยู่กับผลของเกม
ในบริบทปัจจุบันของฤดูกาล 2025-26 เกมนี้มีน้ำหนักทางยุทธศาสตร์สูงมาก ทั้งสองทีมต่างต้องการสะสมคะแนนเพื่อรักษาตำแหน่งในตารางและต่อสู้เพื่อเป้าหมายของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการแชมป์ลีก การเข้ารอบยูฟ่า หรือแม้แต่การรักษาหน้าของสโมสรอันทรงเกียรติ
ยิลดิซ ดาวรุ่งที่ต้องแบกรับทุกอย่าง
หนึ่งในบทบาทที่น่าจับตามองที่สุดในเกมนี้คือ เคนาน ยิลดิซ กองหน้าทีมชาติตุรกีวัยหนุ่มที่กำลังเติบโตจนกลายมาเป็นตัวชี้ชะตาของยูเวนตุส
ในฤดูกาลที่วลาโฮวิชต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ยิลดิซได้รับภาระหน้าที่ที่หนักเกินวัย ต้องลุกขึ้นมาเป็นทั้งตัวสร้างและตัวทำประตู ในขณะที่ตัวเองก็ยังต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าอยู่เป็นระยะ
นักเตะที่เพิ่งอายุยี่กว่าปีอย่างยิลดิซคนนี้คือหน้าใหม่ที่โลกฟุตบอลกำลังจับตา และเกมที่ซาน ซีโร่ในคืนวันอาทิตย์นี้คือเวทีที่สมบูรณ์แบบสำหรับให้เขาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
โจนาธาน เดวิด ตัวแปรที่อาจพลิกเกม
อีกหนึ่งชื่อที่ต้องพูดถึงในเกมนี้คือ โจนาธาน เดวิด กองหน้าทีมชาติแคนาดาที่เดินทางมายังตูรินพร้อมกับชื่อเสียงในฐานะนักยิงประตูตัวฉกาจ
เดวิดเป็นประเภทกองหน้าที่น่ากลัวในแง่ที่เขาทำงานได้ทั้งในและนอกกรอบเขตโทษ มีความเร็ว มีไหวพริบ และที่สำคัญที่สุดคือมีความเย็นใจในจังหวะตัดสินใจยิงที่ทำให้ผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามต้องปวดหัว หากการจัดทัพสามประสานในรูปแบบที่วางไว้ทำงานได้ตามแผน เกมนี้มิลานจะต้องเหนื่อยอย่างแน่นอน
ซาน ซีโร่ สนามที่ยูเวนตุสต้องชนะให้ได้
การเดินทางไปเล่นที่ซาน ซีโร่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทีมเยือนทุกทีม สนามที่จุคนได้กว่า 75,000 ที่นั่งแห่งนี้มีบรรยากาศที่กดดันและหนักหน่วงในแบบที่สนามสมัยใหม่หลายแห่งทำไม่ได้
แฟนบอลมิลานซีก้าขึ้นชื่อในเรื่องการสนับสนุนทีมอย่างเข้มข้นตลอด 90 นาที และสิ่งนั้นจะเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมที่ยูเวนตุสต้องฝ่าฟัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่มีผู้เล่นหลายคนไม่อยู่ในฟอร์มที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์บอกว่า ยูเวนตุสไม่เคยเป็นทีมที่ล้มง่ายในเกมใหญ่ และสปัลเล็ตติเองก็คือกุนซือที่มีประสบการณ์พิชิตสนามใหญ่มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
บทสรุป: คืนนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน
การกลับมามีชื่อในทีมของ ดูซาน วลาโฮวิช คือสัญญาณที่ยูเวนตุสรอคอยมาตลอดครึ่งฤดูกาลหลัง แม้เขาอาจยังไม่ได้ลงสนามตั้งแต่ต้น แต่การมีชื่ออยู่ในรายชื่อย่อมสร้างความมั่นใจให้กับทั้งทีมและแฟนบอลได้ไม่น้อย
เกมระหว่าง เอซี มิลาน vs ยูเวนตุส ที่ซาน ซีโร่ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ คือหนึ่งในเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุดของรอบสัปดาห์ในวงการฟุตบอลยุโรป ด้วยเดิมพันด้านคะแนน ด้านศักดิ์ศรี และด้านการพิสูจน์ตัวของผู้เล่นหลายคนพร้อมกัน
คุณคิดว่าสปัลเล็ตติควรส่งวลาโฮวิชลงตั้งแต่ต้นเกม หรือควรรอให้เขาออกมาเปลี่ยนเกมในช่วงหลัง? และยูเวนตุสจะสามารถเอาชนะมิลานในถ้ำของเจ้าบ้านได้หรือเปล่า?