เปิดสนามด้วยคำถามที่แฟนฟุตบอลอเมริกันทั่วโลกอยากรู้คำตอบ ถ้าคุณเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของทีมแชมป์โลก แต่ยังไม่มีสัญญาฉบับใหม่การันตีอนาคต คุณจะเลือก “หยุดซ้อมเพื่อกดดันต่อรอง” หรือ “ลงสนามเต็มที่แล้วปล่อยให้ผลงานพูดแทน”
ดีวอน วิเธอร์สพูน คอร์เนอร์แบ็กวัย 25 ปี ของ ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ เลือกทางที่สอง และคำตอบของเขาในค่ายฝึกซ้อมปี 2026 กำลังกลายเป็นบทเรียนเรื่องวินัยที่ทรงพลังยิ่งกว่าตัวเลขในสัญญาเสียอีก
ทีมแชมป์ ซูเปอร์โบวล์ สมัยล่าสุดอย่าง ซีฮอว์กส์ กำลังเข้าสู่ฤดูกาล 2026 ในฐานะแชมป์เก่าที่ต้องป้องกันบัลลังก์ ขณะเดียวกันก็มีดราม่าธุรกิจซ้อนอยู่เบื้องหลังนั่นคือสถานะสัญญาของ วิเธอร์สพูน ที่ยังไม่มีข้อสรุป แม้ทีมจะทำการต่อสัญญาให้ แจ็กสัน สมิธ-เอ็นจิกบา และ เดอริก ฮอลล์ ไปเรียบร้อยแล้วในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันคือเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า “มูลค่าที่แท้จริง” ของนักกีฬาระดับท็อปในยุคที่ตัวเลขสัญญาพุ่งทะยานแบบไม่มีเพดาน
หลายคนอาจมองว่าการไม่มีสัญญาระยะยาวคือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดในอาชีพนักกีฬาอาชีพ เพราะอาการบาดเจ็บเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนชะตาชีวิตได้ตลอดกาล แต่สิ่งที่วิเธอร์สพูนกำลังทำอยู่คือการพิสูจน์ปรัชญาที่ว่า “ผลงานคือภาษาสากลที่ตลาดไม่มีวันปฏิเสธ” มาเจาะลึกเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ตัวเลขที่พิสูจน์ฝีมือ จิตวิทยาเบื้องหลังความสงบนิ่ง ไปจนถึงทิศทางธุรกิจกีฬาที่กำลังจะเปลี่ยนตลาดคอร์เนอร์แบ็กทั้งวงการ
เส้นทางจากมือใหม่จอมดื้อ สู่คอร์เนอร์แบ็กระดับตำนานสามสมัย
ย้อนกลับไปในคืนดราฟท์ปี 2023 ชื่อของ ดีวอน วิเธอร์สพูน ถูกเรียกเป็นอันดับที่ 5 โดยทีม ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ แต่เรื่องราวก่อนที่เขาจะได้สวมเสื้อทีมจริงจังนั้นไม่ได้ราบรื่นเลย เพราะวิเธอร์สพูนกลายเป็นนักเตะคนสุดท้ายในบรรดา 259 คนที่ถูกดราฟท์ในปีนั้นที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญารุกกี้ และไม่ได้ลงสนามตอนที่ทีมเปิดค่ายฝึกซ้อมช่วงต้น ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ขนาดของโบนัส แต่อยู่ที่จังหวะเวลาการจ่ายเงิน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของทีมที่มักอยากเลื่อนการจ่ายเงินก้อนใหญ่ออกไป สุดท้ายดีลจบลงด้วยสัญญา 4 ปี มูลค่ารวม31.86 ล้านเหรียญสหรัฐ การันตีเต็มจำนวน พร้อมโบนัสเซ็นสัญญา 20.2 ล้านเหรียญ
นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เส้นทางของเขาคือกราฟขาขึ้นแบบไม่มีสะดุด สามฤดูกาลที่ผ่านมาวิเธอร์สพูนติดทีม โพร โบวล์ ทุกปีตลอดสามฤดูกาลแรกในลีก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากมากสำหรับนักเตะตำแหน่งคอร์เนอร์แบ็กที่ต้องรับมือกับความกดดันสูงสุดในสนาม เพราะทุกครั้งที่เขาพลาด มันหมายถึงทัชดาวน์ของฝ่ายตรงข้ามทันที
จุดพีคที่แท้จริงเกิดขึ้นในฤดูกาล 2025 เมื่อเขาคว้าทั้งตำแหน่ง โพร โบวล์ และรางวัล ออล-โปร ทีมสอง จากผลงานที่ยอดเยี่ยม โดยลงเล่น 12 เกม เก็บแท็กเกิล 72 ครั้ง ป้องกันการส่งบอลได้ 7 ครั้ง กดดันควอเตอร์แบ็ก 4 ครั้ง และสกัดบอลได้ 1 ครั้ง และในเส้นทางสู่แชมป์โลกเขายังคงทรงพลังต่อเนื่องในรอบเพลย์ออฟ ด้วยการเก็บแท็กเกิล 17 ครั้ง และป้องกันการส่งบอลอีก 4 ครั้ง ในสามเกมหลังฤดูกาลปกติ ก่อนที่ทีมจะปิดท้ายด้วยแชมป์ ซูเปอร์โบวล์ นี่คือเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นด้วยดราม่าเรื่องเงิน แต่จบด้วยแหวนแชมป์โลกและสถานะซูเปอร์สตาร์ระดับลีก
เจาะตัวเลข วิทยาศาสตร์เบื้องหลังเกมรับสุดเฉียบของวิเธอร์สพูน
ความยอดเยี่ยมของนักกีฬาระดับโลกไม่ได้วัดกันแค่ด้วยสายตา แต่วงการอเมริกันฟุตบอลยุคใหม่ใช้ข้อมูลเชิงลึกจากองค์กรวิเคราะห์เกมอย่าง PFF (Pro Football Focus) เป็นมาตรฐานในการชี้วัดคุณภาพผู้เล่นแบบละเอียดทุกจังหวะการเล่น และตัวเลขของวิเธอร์สพูนก็พูดแทนตัวเองได้อย่างชัดเจน
ในฤดูกาลที่ผ่านมา วิเธอร์สพูนลงเล่นรวม 720 สแนป และได้เกรดเกมรับโดยรวมจาก PFF สูงถึง 89.9 คะแนน ซึ่งจัดอยู่ในระดับเอลีทของตำแหน่งนี้ นอกจากนี้เขายังสกัดบอลได้ 1 ครั้ง ป้องกันการส่งบอลสำเร็จ 4 ครั้ง แต่ก็ยอมให้คู่แข่งทำคะแนนพาสเซอร์เรตติ้งเฉลี่ย 99.8 เมื่อถูกโยนบอลเข้าใส่ และเสียการรับบอลไป 46 ครั้ง ตัวเลขหลังนี้อาจดูเหมือนจุดอ่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว คอร์เนอร์แบ็กระดับท็อปมักถูกคู่แข่งเลือกโยนบอลเข้าใส่บ่อยที่สุด เพราะทีมตรงข้ามรู้ดีว่าเขาคือจุดที่ต้องหลีกเลี่ยง การที่วิเธอร์สพูนยังคงรักษามาตรฐานสูงได้แม้จะเจอบอลบ่อย สะท้อนถึงความสม่ำเสมอที่หาตัวจับยาก
หากมองภาพรวมทั้งอาชีพตลอดสี่ปีในลีก วิเธอร์สพูนเก็บแท็กเกิลเดี่ยวไปแล้ว 170 ครั้ง แท็กเกิลร่วม 79 ครั้ง แซ็ก 4.5 ครั้ง ฟัมเบิลรีคัฟเวอรี่ 1 ครั้ง และสกัดบอล 2 ครั้ง จากการลงสนามทั้งหมด 43 เกม ตัวเลขแซ็ก 4.5 ครั้งอาจดูน้อยเมื่อเทียบกับตำแหน่งอื่น แต่สำหรับคอร์เนอร์แบ็กแล้ว นี่คือสัญญาณของนักเตะที่มีสัญชาตญาณการอ่านเกมเหนือชั้น กล้าเข้าบอลในจังหวะบลิทซ์ (Blitz) และไม่ได้ยืนรอเพียงอย่างเดียวในเกมรับ
สิ่งที่ทำให้วิเธอร์สพูนแตกต่างจากคอร์เนอร์แบ็กทั่วไปคือความสามารถในการเล่นได้หลากหลายรูปแบบการประกบ ทั้งการประกบตัวต่อตัวแบบประชิด (Man Coverage) ที่ต้องใช้ความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนองระดับเสี้ยววินาที ไปจนถึงการเล่นโซน (Zone Coverage) ที่ต้องใช้สมองในการอ่านเกมและคาดการณ์เส้นทางบอลล่วงหน้า นี่คือชุดทักษะที่ทีมในลีกยุคใหม่ต้องการมากที่สุด เพราะระบบรุกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ บังคับให้เกมรับต้องปรับตัวได้ทุกสถานการณ์แบบเรียลไทม์
วินัยและจิตใจนักสู้ เบื้องหลังคำพูดที่ว่า “ไม่กังวล”
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขในสนามคือสิ่งที่เกิดขึ้นนอกสนาม เพราะในขณะที่หลายฝ่ายมองว่าวิเธอร์สพูนและ คริสเตียน กอนซาเลซ คอร์เนอร์แบ็กของ นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ กำลังรอดูท่าทีของกันและกันว่าใครจะเป็นคนรีเซ็ตราคาตลาดตำแหน่งนี้ก่อน วิเธอร์สพูนกลับเลือกเข้าร่วมซ้อมในค่ายฝึกซ้อมตามปกติ แทนที่จะทำสิ่งที่เรียกว่า “โฮลด์-อิน” (Hold-in) หรือการมาซ้อมแต่ปฏิเสธลงเล่นเพื่อกดดันทีม
นี่คือจุดที่เรื่องราวของวิเธอร์สพูนกลายเป็นมากกว่าข่าวกีฬาธรรมดา แต่เป็นบทเรียนเรื่องวินัยที่คนวัยทำงานทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งเร้าให้เราหยุดพัฒนาตัวเองเพื่อรอ “ผลตอบแทนที่คุ้มค่า” ก่อน วิเธอร์สพูนกลับเลือกทำในสิ่งตรงกันข้าม เขามองว่าฤดูกาลใหม่ไม่รอใคร และคู่แข่งในลีกทุกคนก็กำลังพัฒนาตัวเองอยู่ทุกวันไม่ว่าเขาจะมีสัญญาใหม่หรือไม่
ปรัชญานี้สะท้อนหลักการทางจิตวิทยาการกีฬาที่เรียกว่า Locus of Control หรือ “จุดโฟกัสของการควบคุม” นักกีฬาระดับสูงมักแบ่งแยกสิ่งที่ควบคุมได้กับควบคุมไม่ได้อย่างชัดเจน การเจรจาสัญญาคือสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยตรงของนักเตะ เพราะขึ้นอยู่กับทั้งฝ่ายบริหารทีม เอเยนต์ และสภาพตลาด แต่การซ้อม การเตรียมร่างกาย และผลงานในสนาม คือสิ่งที่เขาควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ การเลือกทุ่มพลังงานให้กับสิ่งที่ควบคุมได้ แทนที่จะเครียดกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ คือกุญแจสำคัญที่แยกนักกีฬาระดับตำนานออกจากนักกีฬาทั่วไป
แม้กระทั่งหัวหน้าโค้ชของทีมอย่าง ไมค์ แม็คโดนัลด์ ก็ยังออกมาชื่นชมทัศนคติของวิเธอร์สพูนที่มีต่อค่ายฝึกซ้อม แม้ว่าการเจรจาสัญญาจะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นี่คือสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมและเพื่อนร่วมทีม เพราะมันแสดงให้เห็นว่าความเป็นมืออาชีพของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขในสัญญา แต่ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบต่อทีมและความฝันในการป้องกันแชมป์
สำหรับคนวัยทำงานที่กำลังเผชิญหน้ากับการรอผลตอบแทนที่ยังมาไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นการรอโปรโมท รอขึ้นเงินเดือน หรือรอผลตอบรับจากโปรเจกต์ที่ทุ่มเทไป เรื่องราวของวิเธอร์สพูนคือกระจกสะท้อนที่ชัดเจนว่า การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องโดยไม่รอให้สถานการณ์ภายนอกสมบูรณ์แบบก่อน คือกลยุทธ์ที่ยั่งยืนที่สุดในระยะยาว เพราะสุดท้ายแล้วคุณค่าที่แท้จริงของคนคนหนึ่งจะถูกพิสูจน์ผ่านผลงานสะสม ไม่ใช่ผ่านช่วงเวลาที่รอคอย
เกมธุรกิจในสนามฟุตบอล ตลาดคอร์เนอร์แบ็กกำลังจะถูกเขียนใหม่
ในมุมธุรกิจ เรื่องราวของวิเธอร์สพูนคือกรณีศึกษาชั้นดีของพลวัตตลาดนักกีฬาอาชีพยุคใหม่ ที่ทุกดีลใหญ่ล้วนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วทั้งวงการ
ซีฮอว์กส์ ได้ใช้สิทธิ์ออปชั่นปีที่ห้าในสัญญารุกกี้ของวิเธอร์สพูนไปตั้งแต่ช่วงต้นปี และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาต่อรองสัญญาฉบับใหม่อย่างเข้มข้น โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้เขากลายเป็นคอร์เนอร์แบ็กที่ได้รับค่าตอบแทนสูงที่สุดในลีก ตัวเลขที่หลุดออกมาก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะตามรายงานของ เอียน ราโปพอร์ท ผู้สื่อข่าวสายในของ NFL Network ทาง ซีฮอว์กส์ ได้ยื่นข้อเสนอมูลค่า “มากกว่า” 30 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งจะทำให้เขาติดกลุ่มคอร์เนอร์แบ็กที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในลีกทันที โดยปัจจุบัน เทรนต์ แม็คดัฟฟี ของ แอลเอ แรมส์ คือผู้ครองสถิติค่าเหนื่อยสูงสุดของตำแหน่งนี้อยู่ที่ 31 ล้านเหรียญต่อปี
แต่ตัวเลขที่สวยหรูไม่ได้แปลว่าดีลจะจบง่ายๆ เพราะรายงานก่อนหน้านี้ระบุชัดว่าแม้ ซีฮอว์กส์ จะยื่นข้อเสนอแรกไปตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อน แต่ทั้งสองฝ่ายยังห่างไกลจากการบรรลุข้อตกลง และมีการตั้งข้อสังเกตว่าเนื่องจากวิเธอร์สพูนใช้เอเยนต์คนเดียวกับ คริสเตียน กอนซาเลซ คอร์เนอร์แบ็กดราฟท์รอบแรกปี 2023 เช่นกันของทีม นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ที่เพิ่งถูกใช้สิทธิ์ออปชั่นปีที่ห้าเหมือนกัน จึงอาจมีความเชื่อมโยงในแง่ของจังหวะเวลาการเจรจา
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนกลไกตลาดแรงงานนักกีฬาอาชีพที่น่าทึ่ง นั่นคือ “การรอจังหวะรีเซ็ตราคาตลาด” เมื่อนักเตะระดับท็อปสองคนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันอยู่ในช่วงเจรจาสัญญาพร้อมกัน ทั้งสองฝ่ายและเอเยนต์ต่างรู้ดีว่าใครก็ตามที่เซ็นสัญญาก่อนจะกลายเป็น “มาตรฐานอ้างอิง” ให้อีกฝ่ายใช้ต่อรอง นี่คือเกมหมากรุกทางธุรกิจที่ซับซ้อนไม่แพ้เกมในสนามจริง
อีกปัจจัยที่น่าจับตาคือเรื่องช่วงเวลาการเงิน เพราะโครงสร้างค่าตอบแทนของวิเธอร์สพูนในปี 2026 ประกอบด้วยเงินเดือนพื้นฐาน โบนัสเซ็นสัญญาแบบเฉลี่ยรายปี และโบนัสประจำการที่กำลังจะครบกำหนด ซึ่งหากทีมสามารถปิดดีลต่อสัญญาได้ก่อนที่โบนัสก้อนนี้จะถึงกำหนดจ่าย จะช่วยลดภาระด้านเพดานค่าเหนื่อย (Salary Cap) ของทีมได้อย่างมีนัยสำคัญ นี่คือเหตุผลที่ฝ่ายบริหารมีแรงจูงใจสูงที่จะเร่งปิดดีลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
สำหรับอนาคตของตลาดนี้ ไม่ว่าดีลจะจบลงในรูปแบบไหน สิ่งที่แน่นอนคือมาตรฐานค่าตอบแทนคอร์เนอร์แบ็กระดับเอลีทกำลังถูกเขียนใหม่ในทุกๆ ปี สะท้อนให้เห็นว่าเกมรับในอเมริกันฟุตบอลยุคใหม่มีมูลค่าทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามการวิวัฒนาการของระบบรุกที่เน้นการขว้างบอลมากขึ้นทุกฤดูกาล ทีมที่ไม่มีคอร์เนอร์แบ็กระดับท็อปคอยปิดเกมรับ ก็เปรียบเสมือนบริษัทที่ไม่มีระบบป้องกันความเสี่ยงที่ดีพอ ต่อให้ฝ่ายรุกแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม
บทสรุป
เรื่องราวของ ดีวอน วิเธอร์สพูน ในวันนี้ไม่ใช่แค่ข่าวสัญญานักกีฬาธรรมดา แต่คือบทเรียนเรื่องการบริหารความไม่แน่นอนในชีวิตที่ทรงพลัง เขาเลือกที่จะไม่ปล่อยให้ความไม่ชัดเจนเรื่องอนาคตทางการเงินมาเป็นข้ออ้างในการหยุดพัฒนาตัวเอง และยังคงมุ่งมั่นเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจป้องกันแชมป์ ซูเปอร์โบวล์ ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเลขในสัญญาใดๆ
ไม่ว่าสุดท้ายดีลนี้จะจบลงที่ตัวเลขเท่าไหร่ หรือใครจะเป็นคนรีเซ็ตตลาดคอร์เนอร์แบ็กก่อนกัน สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือวิเธอร์สพูนได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขาคือนักเตะที่ทีมไว้ใจได้ทั้งในสนามและนอกสนาม คำถามที่น่าคิดต่อคือ ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คุณจะเลือกรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบก่อนลงมือทำ หรือจะเลือกทุ่มเทเต็มที่กับสิ่งที่ควบคุมได้เหมือนที่วิเธอร์สพูนทำอยู่ตอนนี้
สรุปประเด็นสำคัญ
- วิเธอร์สพูนยืนยันไม่กังวลเรื่องสัญญาใหม่ ยังคงซ้อมเต็มที่แม้เจรจากับซีฮอว์กส์ยังไม่จบ
- ฤดูกาล 2025 เขาคว้าทั้งโพรโบวล์และออล-โปรทีมสอง พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์
- ทีมยื่นข้อเสนอมากกว่า 30 ล้านเหรียญต่อปี หวังดันเขาขึ้นเป็นคอร์เนอร์แบ็กค่าเหนื่อยสูงสุดในลีก
- แม้เจรจาไม่ใกล้จบ แต่เขาเลือกซ้อมในค่ายแทนการโฮลด์-อินเพื่อกดดันทีม
- สัญญาปัจจุบันการันตีเงิน 21.2 ล้านเหรียญในปี 2027 ไม่ว่าดีลใหม่จะจบหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
Q: ดีวอน วิเธอร์สพูน เล่นตำแหน่งอะไรให้ทีมซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ A: เขาเล่นตำแหน่งคอร์เนอร์แบ็ก ทำหน้าที่ประกบตัวรับของฝ่ายตรงข้ามในเกมรับ
Q: วิเธอร์สพูนถูกดราฟท์เข้าลีกตั้งแต่ปีไหน A: เขาถูกดราฟท์เป็นอันดับ 5 โดยซีฮอว์กส์ในปี 2023
Q: ตอนนี้วิเธอร์สพูนมีสัญญากับซีฮอว์กส์ถึงเมื่อไหร่ A: สัญญารุกกี้ของเขาพร้อมออปชั่นปีที่ห้าครอบคลุมถึงฤดูกาล 2027
Q: ทีมยื่นข้อเสนอสัญญาใหม่ให้วิเธอร์สพูนเท่าไหร่ A: มีรายงานว่าทีมยื่นข้อเสนอมูลค่ามากกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
Q: ใครคือคอร์เนอร์แบ็กที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในลีกตอนนี้ A: เทรนต์ แม็คดัฟฟี ของแอลเอ แรมส์ ครองสถิติอยู่ที่ 31 ล้านเหรียญต่อปี
Q: ทำไมวิเธอร์สพูนถึงไม่หยุดซ้อมเพื่อกดดันเรื่องสัญญา A: เขามองว่าฤดูกาลไม่รอใคร และการไม่ซ้อมจะทำให้ตามหลังคู่แข่งในลีกที่พัฒนาตัวเองอยู่ตลอด
Q: ผลงานของวิเธอร์สพูนในฤดูกาล 2025 เป็นอย่างไร A: เขาติดโพรโบวล์และออล-โปรทีมสอง พร้อมเก็บแท็กเกิล 72 ครั้งและสกัดบอล 1 ครั้งในฤดูกาลปกติ
Q: ซีฮอว์กส์เพิ่งต่อสัญญาให้ใครไปบ้างก่อนหน้านี้ A: ทีมต่อสัญญาให้แจ็กสัน สมิธ-เอ็นจิกบา และเดอริก ฮอลล์ ไปแล้วในช่วงปิดฤดูกาล
Q: ซีฮอว์กส์เป็นแชมป์ซูเปอร์โบวล์สมัยล่าสุดหรือไม่ A: ใช่ ทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์และกำลังเข้าสู่ฤดูกาล 2026 ในฐานะแชมป์เก่า
Q: เกรด PFF ของวิเธอร์สพูนในฤดูกาลที่ผ่านมาอยู่ที่เท่าไหร่ A: เขาได้เกรดเกมรับโดยรวม 89.9 คะแนนจาก 720 สแนปที่ลงเล่น
Q: มีนักเตะคนอื่นที่กำลังเจรจาสัญญาในสถานการณ์คล้ายกันหรือไม่ A: คริสเตียน กอนซาเลซ คอร์เนอร์แบ็กของนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ก็อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาใหม่เช่นกัน และใช้เอเยนต์คนเดียวกับวิเธอร์สพูน
Q: วิเธอร์สพูนเคยมีปัญหาเรื่องสัญญาตอนเข้าลีกใหม่ๆ หรือไม่ A: มี เขาเคยเป็นนักเตะคนสุดท้ายในดราฟท์ปี 2023 ที่เซ็นสัญญารุกกี้ หลังมีปัญหาเรื่องจังหวะการจ่ายโบนัส