การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการเฝ้าติดตามและสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเข้าจับกุมนางสาวเอ (นามสมมติ) ดาวติ๊กต็อกที่มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก พร้อมทั้งแฟนหนุ่ม ณ ห้องพักในอาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง บริเวณถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมพร้อมของกลางที่เป็นยาเสพติดหลายชนิดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
ยึดของกลางยาเสพติดหลายชนิดมูลค่าหลายแสนบาท
จากการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย หัวพอตซอมบี้ หรือที่เรียกกันว่า “พอตเอโท” จำนวน 116 หัว ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเอโทมิเดท (Etomidate) ที่ถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภทที่ 2 ตามกฎหมาย
นอกจากนี้ยังพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 คือ ยาอี หรือเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) จำนวน 47 เม็ด, แฮปปี้วอเตอร์ หรือยาเค จำนวน 6 ซอง มีน้ำหนักรวมซอง 44 กรัม และคีตามีน (Ketamine) ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 1 ถุง น้ำหนักรวมถุง 1.19 กรัม รวมมูลค่าของกลางทั้งหมดคาดว่าอยู่ที่หลายแสนบาท
เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพถ่ายและจัดทำบัญชีรายการของกลางที่ยึดได้อย่างละเอียด เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และเพื่อนำมาใช้ในการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายรายอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีนี้
เปิดประวัติการสืบสวนและการวางแผนจับกุม
พันตำรวจตรี ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สารวัตรกองบังคับการสืบสวนกลาง เปิดเผยรายละเอียดการจับกุมว่า สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ตำรวจกองบังคับการสืบสวนกลาง ได้วางแผนปฏิบัติการเพื่อจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยเฉพาะ “พอตซอมบี้” หรือ “พอตเอโท” ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเอโทมิเดท ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภทที่ 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
สารเอโทมิเดทนี้ในทางการแพทย์ปกติจะใช้เป็นยาสลบชนิดหนึ่งที่ใช้ในการระงับความรู้สึกระหว่างการผ่าตัด แต่เมื่อถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดและผสมในบุหรี่ไฟฟ้า จะทำให้ผู้สูบมีอาการคล้ายซอมบี้ เดินโซเซ เซื่องซึม ควบคุมร่างกายไม่ได้ และอาจทำให้หมดสติได้ ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ใช้
จากการปฏิบัติการที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาเสพติดของกลางและตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงได้ข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายการจำหน่ายยาเสพติดในรูปแบบใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางในการติดต่อและส่งมอบสินค้า
ติดตามพฤติกรรมผ่านโซเชียลมีเดีย
ในการสืบสวนขยายผลจากคดีก่อนหน้า เจ้าหน้าที่ได้ทราบข้อมูลว่า นางสาวเอ ซึ่งเป็นดาวติ๊กต็อกที่มีชื่อเสียงและมีผู้ติดตามจำนวนมากในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย นอกจากจะมีกิจกรรมปกติในการสร้างคอนเทนต์และรับรีวิวสินค้าทั่วไปแล้ว ยังมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยในการลักลอบจำหน่าย “พอตซอมบี้” ให้กับลูกค้าจำนวนมากอีกด้วย
โดยใช้ความเป็นอินฟลูเอนเซอร์และมีฐานผู้ติดตามจำนวนมากเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และใช้ระบบการสั่งซื้อผ่านข้อความส่วนตัว (Direct Message) ทำให้ยากต่อการตรวจจับ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการส่งมอบสินค้าไปยังสถานบันเทิงต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนติดตามและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด จนสามารถระบุสถานที่พำนัก รูปแบบการดำเนินการ และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าจับกุม ซึ่งในวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมทั้งแฟนหนุ่มที่อาศัยอยู่ร่วมกันในห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งดังกล่าว
ราคาขาย 1,600 บาทต่อหัว ส่งตามสถานบันเทิง
จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น ทราบว่าได้ลักลอบจำหน่ายพอตซอมบี้และยาเสพติดชนิดต่างๆ มาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยขายหัวพอตซอมบี้ในราคาหัวละ 1,600 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงกว่าบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปมาก สะท้อนให้เห็นถึงอัตรากำไรที่สูงของการค้ายาเสพติดประเภทนี้
รูปแบบการจำหน่ายเป็นการรับออเดอร์ผ่านทางโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันส่งข้อความ จากนั้นจะมีการนัดหมายส่งของหรือใช้บริการขนส่งเพื่อส่งสินค้าไปยังลูกค้า โดยกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้ที่ทำงานในสถานบันเทิง ผับ บาร์ และคลับต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร รวมถึงลูกค้าทั่วไปที่ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์
การจำหน่ายในลักษณะนี้ทำให้ยาเสพติดแพร่กระจายไปสู่กลุ่มผู้ใช้ได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่มักจะเข้าไปใช้บริการในสถานบันเทิงต่างๆ และอาจถูกชักจูงให้ทดลองใช้ยาเสพติดเหล่านี้ ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพและสังคมที่ร้ายแรงในระยะยาว
พอตซอมบี้ อันตรายร้ายแรงที่แพร่ระบาดในสังคม
พอตซอมบี้ หรือบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเอโทมิเดท กำลังเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างยิ่งในสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวที่อาจยังไม่รู้ถึงอันตรายของสารเสพติดชนิดนี้
เอโทมิเดทเป็นยาสลบที่ใช้ในทางการแพทย์ แต่เมื่อนำมาใช้เป็นสารเสพติด จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบประสาท ทำให้ผู้ใช้มีอาการเหมือนซอมบี้ เดินโซเซ ไม่รู้สึกตัว ควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ได้ อาจหกล้ม หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้หากได้รับสารในปริมาณมาก นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการติดยาเสพติดและต้องพึ่งพาสารเสพติดในระยะยาว
ปัญหาของพอตซอมบี้คือมักจะถูกปลอมปนหรือแอบแฝงมากับบุหรี่ไฟฟ้าธรรมดา ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่รู้เท่าทันอาจสูบเข้าไปโดยไม่ทันได้ระวัง และเมื่อเกิดอาการก็มักจะรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ยากต่อการช่วยเหลือทันท่วงที
แฮปปี้วอเตอร์ และยาเค ภัยเงียบที่คร่าชีวิต
แฮปปี้วอเตอร์ หรือที่เรียกกันว่า “ยาเค” เป็นอีกหนึ่งยาเสพติดที่อันตรายที่ถูกจับได้ในครั้งนี้ ยานี้มีชื่อที่ดูไม่น่าอันตราย จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงยาชูกำลังหรือยาที่ทำให้รู้สึกสนุกสนานเท่านั้น แต่ความจริงแล้วยาชนิดนี้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ที่มีอันตรายร้ายแรง
ยาเค หรือ เคตามีน (Ketamine) เป็นยาระงับความรู้สึกชนิดหนึ่งที่ใช้ในทางการแพทย์ แต่เมื่อถูกนำมาใช้เป็นยาเสพติด จะทำให้ผู้ใช้เกิดอาการแยกตัวออกจากความเป็นจริง (Dissociation) รู้สึกเหมือนจิตใจแยกออกจากร่างกาย มีอาการประสาทหลอน มองเห็นภาพหรือได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริง
การใช้ยาเคในระยะยาวจะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดการอักเสบ กระเพาะปัสสาวะหดตัว และอาจถึงขั้นต้องผ่าตัดตัดกระเพาะปัสสาวะออก นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสมอง ความจำ และการเรียนรู้ในระยะยาว
ยาอี อันตรายที่คุ้นเคย แต่ไม่ลดความรุนแรง
ยาอี หรือเมทแอมเฟตามีน เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี แต่ความคุ้นเคยไม่ได้หมายความว่ายานี้มีอันตรายน้อยลง ตรงกันข้าม ยาอียังคงเป็นยาเสพติดที่ทำลายชีวิตและครอบครัวของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ยาอีจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกตื่นตัว มีแรง กระปรี้กระเปร่า ไม่รู้สึกเหนื่อย และมีความสุขในระดับสูง แต่เมื่อฤทธิ์ยาหมดจะเกิดอาการอ่อนเพลีย ซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย และต้องการใช้ยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การใช้ยาอีในระยะยาวจะทำลายสมอง ทำให้สมองเสื่อม ความจำเสื่อม อารมณ์แปรปรวน มีพฤติกรรมก้าวร้าว และอาจเป็นโรคจิตได้ นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อหัวใจ ฟัน และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ข้อกล่าวหาหลายข้อหา เผชิญโทษจำคุกหนัก
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้งสองคนหลายข้อหา อันได้แก่
ข้อหาที่หนึ่ง “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี และแฮปปี้วอเตอร์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท
ข้อหาที่สอง “ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อหาที่สาม “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเอาเสียรับจำนำหรือรับไว้ประการใดซึ่งของที่ตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560” ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการรับของที่ได้มาจากการกระทำความผิด มีโทษจำคุกและปรับตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นความผิดที่มีโทษหนัก โดยเฉพาะการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ที่อาจมีโทษจำคุกตลอดชีวิตได้ หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ามีการกระทำที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก
เตรียมขยายผลจับกุมเครือข่าย
พันตำรวจตรี ยศชนินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนผู้ต้องหาและตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้อย่างละเอียด พบว่ามีเบาะแสที่สำคัญเกี่ยวกับเครือข่ายการจำหน่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ส่งของ แหล่งที่มาของยาเสพติด และลูกค้ารายอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องในคดีนี้
เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเครือข่าย โดยจะตรวจสอบย้อนหลังถึงแหล่งที่มาของยาเสพติด ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายรายอื่นๆ เพื่อปราบปรามอย่างจริงจังและทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดให้สิ้นซาก
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจะตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหา เพื่อดูว่ามีทรัพย์สินใดที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดหรือไม่ หากพบว่ามีการใช้เงินจากการค้ายาเสพติดไปซื้อทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย
ส่งสำนวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลังจากการสอบสวนเบื้องต้นเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมของกลางที่ยึดได้ไปยังกองบังคับการสืบสวนกลาง เพื่อบันทึกประจำวันและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ถูกควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม และจะถูกส่งฟ้องต่อศาลเพื่อพิจารณาคดีในขั้นตอนต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งของกลาง คำให้การของผู้ต้องหา บันทึกการสนทนาทางออนไลน์ และหลักฐานการโอนเงิน เพื่อใช้ในการฟ้องคดี
คดีนี้จะถูกดำเนินการอย่างรวดเร็วและเข้มงวด เพื่อเป็นบทเรียนและเป็นการเตือนสติกับผู้ที่คิดจะกระทำความผิดในทำนองเดียวกัน โดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดียและช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือในการค้ายาเสพติด
ผลกระทบต่อสังคมและเยาวชน
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่น่ากังวลของการแพร่ระบาดของยาเสพติดในรูปแบบใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียและช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือในการจำหน่าย โดยเฉพาะการใช้ดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงเป็นผู้จำหน่าย ซึ่งจะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นแฟนคลับหรือผู้ติดตาม
การที่บุคคลที่มีชื่อเสียงในโซเชียลมีเดียหันไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคมอย่างมาก เพราะจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนและผู้ติดตาม อาจทำให้เกิดการทำตามหรือคิดว่าการใช้ยาเสพติดเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาที่ร้ายแรงในอนาคต
มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการหลายมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหา อาทิ
การเฝ้าระวังและติดตามในโซเชียลมีเดีย โดยมีการจัดตั้งทีมงานเฉพาะเพื่อเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมที่น่าสงสัยในโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพื่อสกัดกั้นการจำหน่ายยาเสพติดผ่านช่องทางเหล่านี้
การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เกี่ยวกับอันตรายของยาเสพติดชนิดใหม่ๆ เช่น พอตซอมบี้ แฮปปี้วอเตอร์ และยาเสพติดอื่นๆ ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนได้รับทราบและระวังตัว
การบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างบูรณาการ
การเพิ่มโทษและมาตรการทางกฎหมาย เพื่อสร้างความเข้มงวดและเป็นการเตือนผู้ที่คิดจะกระทำความผิด โดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดียหรือสถานะความเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นเครื่องมือในการค้ายาเสพติด
คำเตือนสำหรับประชาชนและเยาวชน
เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเตือนประชาชนและเยาวชนให้ระวังและหลีกเลี่ยงการใช้ยาเสพติดทุกชนิด โดยเฉพาะยาเสพติดในรูปแบบใหม่ที่อาจมีชื่อเรียกที่ฟังดูไม่น่าอันตราย เช่น แฮปปี้วอเตอร์ หรือมาในรูปแบบที่ดูคล้ายของใช้ทั่วไปเช่นบุหรี่ไฟฟ้า
ยาเสพติดทุกชนิดมีอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต ไม่มียาเสพติดใดที่ปลอดภัย แม้จะมีการโฆษณาหรือบอกเล่าว่าไม่เป็นอันตราย นั่นคือการหลอกลวงเพื่อให้เกิดการทดลองใช้ และเมื่อเริ่มใช้แล้วจะติดและหยุดยากมาก
หากพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัยหรือพบการจำหน่ายยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1386 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน ป.ป.ส. ทุกเบาะแสจะถูกเก็บเป็นความลับและอาจได้รับเงินรางวัลหากข้อมูลนำไปสู่การจับกุมได้
สำหรับผู้ที่ติดยาเสพติดและต้องการเลิก สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่โรงพยาบาลหรือศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดทั่วประเทศ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี เพราะรัฐมีนโยบายให้โอกาสผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดที่ต้องการกลับมาเป็นคนดีของสังคม
คดีนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนและจะมีการขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองคนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นบทเรียนและสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดที่ยังคงเป็นภัยร้ายแรงต่อประเทศชาติ