รวบทันควัน! 2 คนร้ายบุกชิงทองร้านแม่กิมเตียง พ่อเลี้ยง-ลูกเลี้ยงร่วมมือก่อเหตุหนีหนี้พนัน

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.50 น. เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เมื่อมีชายสองคนบุกเข้าไปพยายามชิงทองภายในร้านทอง “แม่กิมเตียง” สาขาหนองคล้า ซึ่งเป็นร้านทองที่มีชื่อเสียงและเปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดไม่ถึง ทำให้บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความวุ่นวายและน่าหวาดเสียวเป็นอย่างยิ่ง เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อสีน้ำเงินเดินเข้ามาภายในร้านทองอย่างสงบเสงี่ยม โดยทำทีเป็นลูกค้าทั่วไปที่ต้องการเข้ามาดูทองและเลือกซื้อสินค้า เขาเดินเข้ามาพร้อมกับแสดงท่าทีที่ดูเหมือนจะเป็นผู้มีรายได้ดีและมีความสนใจในการเลือกซื้อเครื่องประดับทองคำอย่างจริงจัง พนักงานขายจึงให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเองและเริ่มนำเครื่องประดับทองคำออกมาให้ชมตามปกติของการให้บริการลูกค้า ชั่วพริบตาที่สถานการณ์เปลี่ยนไป แต่แล้วสถานการณ์ก็ได้พลิกผันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พนักงานกำลังแสดงสินค้าทองคำให้ชายเสื้อสีน้ำเงินชม ทันใดนั้นก็มีชายอีกคนหนึ่งซึ่งสวมหมวกไหมพรมสีดำและถือฆ้อนไว้ในมือวิ่งบุกเข้ามาภายในร้านอย่างฉับพลัน ชายคนนี้ไม่ได้มาเพื่อเลือกซื้อสินค้าแต่อย่างใด เขาเข้ามาพร้อมกับความรุนแรงและเจตนาชัดเจนในการก่อเหตุปล้นทรัพย์สิน โดยได้ใช้ฆ้อนที่ถืออยู่ในมือทุบกระจกตู้โชว์ทองคำอย่างแรงและต่อเนื่อง เสียงกระจกแตกก้องกังวานไปทั่วร้าน บรรยากาศภายในร้านที่เคยสงบเงียบกลายเป็นความโกลาหลในพริบตา การโจมตีของคนร้ายทั้งสองคนมีลักษณะที่ดูเหมือนได้รับการวางแผนมาอย่างดี โดยชายเสื้อสีน้ำเงินทำหน้าที่เป็นผู้สอดแนมและเบี่ยงเบนความสนใจของพนักงาน ขณะที่อีกคนหนึ่งเป็นผู้ลงมือทำลายทรัพย์สินและพยายามชิงทองคำ แผนการของพวกเขาดูเหมือนจะราบรื่นและน่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ หากไม่ติดอุปสรรคสำคัญที่พวกเขาไม่ได้คาดคิดมาก่อน เจ้าของร้านแสดงความกล้าหาญปกป้องทรัพย์สิน ท่ามกลางความโกลาหลและความตื่นตระหนก เจ้าของร้านทองซึ่งอยู่ภายในร้านขณะนั้นได้แสดงความกล้าหาญและความฉับไวในการตัดสินใจอย่างน่าชื่นชม แม้จะต้องเผชิญหน้ากับคนร้ายที่ถือฆ้อนและกำลังทำลายทรัพย์สินอย่างดุเดือด แต่เจ้าของร้านก็สามารถตั้งสติได้ทันเวลา เขาได้รีบวิ่งไปหยิบอาวุธปืนที่เก็บไว้สำหรับป้องกันตัวในกรณีฉุกเฉิน และนำมันออกมาชี้ไปยังคนร้ายทั้งสองเพื่อข่มขู่และขัดขวางการก่อเหตุ การกระทำที่กล้าหาญและทันท่วงทีของเจ้าของร้านได้ส่งผลให้สถานการณ์เปลี่ยนไปในทันที เมื่อคนร้ายทั้งสองเห็นอาวุธปืนที่ถูกชี้มาทางพวกเขา ความตื่นตระหนกและความกลัวก็เข้าครอบงำจิตใจของพวกเขาในทันที แผนการที่ดูเหมือนจะราบรื่นกลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตัดสินใจทิ้งแผนการชิงทองและรีบวิ่งหนีออกจากร้านทองอย่างเร่งรีบ โดยไม่ได้ทรัพย์สินไปแม้แต่ชิ้นเดียว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่เป็นนาทีที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอันตรายอย่างยิ่ง การติดตามและจับกุมอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น มีการแจ้งเหตุไปยังสถานีตำรวจภูธรทุ่งเบญจา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เคลื่อนพลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มต้นจากการตรวจสอบภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดภายในร้านทอง ซึ่งได้บันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้อย่างชัดเจน … Read more

จับ 2 สาวขนเฮโรอีน 20 กิโลกรัมจากลาว ซุกกระเป๋าเดินทางลักลอบเข้าไทย ถูกจับคาด่านหนองคาย

กองทัพภาคที่ 2 ในฐานะหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ได้ประสบความสำเร็จในการจับกุมผู้ลักลอบนำยาเสพติดประเภทเฮโรอีนเข้าสู่ประเทศไทยจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยยึดของกลางยาเสพติดให้โทษได้เป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้กับขบวนการค้ายาเสพติดข้าชาติอย่างมีนัยสำคัญ การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นยาเสพติดบริเวณจุดผ่านแดนที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนหลักที่เชื่อมระหว่างประเทศไทยและลาว มีผู้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้เป็นเส้นทางที่ขบวนการค้ายาเสพติดพยายามใช้ประโยชน์ในการลักลอบขนส่งยาเสพติดเข้ามา รายละเอียดการจับกุมผู้ต้องหาคนแรก กองทัพภาคที่ 2 ได้อำนวยการให้กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/สกัดกั้น ฯ ตอนบน/บัญชาการควบคุมที่ 2 (ร.13) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรหนองคาย ดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาคนแรก ซึ่งทราบชื่อในภายหลังว่าคือ นางสาวเรืองรอง (สงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ซึ่งอยู่ห่างไกลจากจุดจับกุมหลายร้อยกิโลเมตร ผู้ต้องหาได้เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยรถโดยสารแท็กซี่ส่วนบุคคล ทะเบียนรถจังหวัดหนองคาย เข้ามาทางด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 บริเวณตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องหา พบว่ามีการซ่อนซ่อนยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ชนิดเฮโรอีนไว้อย่างแนบเนียน จากการตรวจยึดของกลาง พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวนประมาณ 10 กิโลกรัม ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางจำนวน … Read more

ฝันเป็นจริง! เด็กหญิง 10 ขวบฝันรถพุ่งชนบ้าน ตื่นขึ้นพบกระบะหลุดโค้งทะลุผนังห้องนอนจริง

เหตุการณ์สุดประหลาดและน่าตกใจเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อเด็กหญิงวัย 10 ขวบฝันว่ามีรถยนต์พุ่งชนเข้าบ้าน แล้วตื่นขึ้นมาพบว่าเหตุการณ์ในฝันกลายเป็นความจริง เมื่อรถกระบะหลุดโค้งพุ่งทะลุผนังห้องนอนที่เธอกำลังนอนหลับอยู่ สร้างความตกใจให้กับทุกคนในครอบครัว เหตุการณ์เกิดขึ้นในยามวิกาล ขณะทุกคนนอนหลับสนิท เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 03.00 น. ในยามที่ทุกคนกำลังหลับใหลไปกับความฝัน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูจุดประจันตคาม ได้รับแจ้งเหตุที่ทำให้ต้องรีบออกปฏิบัติการทันทีว่า มีรถยนต์กระบะพุ่งชนเข้าไปในห้องนอนของบ้านพักอาศัยชาวบ้านเลขที่ 16 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านหอย อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน 2 ชั้น ที่มีผู้พักอาศัยอยู่หลายคน ในเวลาที่เกิดเหตุทุกคนในบ้านต่างนอนหลับสนิทไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าจะเกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กหญิงฐิตา อายุเพียง 10 ขวบ ที่กำลังนอนอยู่ในห้องนอนชั้นล่างของบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่รถกระบะจะพุ่งชนเข้ามาในเวลาต่อมา การได้รับแจ้งเหตุในยามวิกาลเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยครั้งสำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับมีความพิเศษและน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก เพราะรถยนต์ไม่ได้แค่ชนกับส่วนอื่นของบ้าน แต่พุ่งทะลุเข้าไปในห้องนอนที่มีคนกำลังนอนหลับอยู่โดยตรง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้หากไม่โชคดีพอ ภาพที่พบเจอ รถกระบะทะลุผนังบ้านเข้ามาในห้องนอน เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบภาพที่น่าตกใจและแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการชนครั้งนี้อย่างชัดเจน รถยนต์กระบะ 4 ประตูสีขาว ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน หมายเลขทะเบียน 3 ขอ 5669 กรุงเทพมหานคร … Read more

รถกู้ภัยพุ่งชนช้างป่ากลางดึก ขณะเร่งส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน รถพังยับ-ช้างบาดเจ็บหนัก

ในคืนวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 23.30 น. เกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุสุดระทึกบนถนนสายบ้านนายาว-คลองเตย ในพื้นที่ป่าห้าร้อยไร่ หมู่ที่ 15 ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อรถตู้พยาบาลของหน่วยกู้ภัยพนมจุดทุ่งพระยา ซึ่งกำลังเดินทางนำผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล ได้พุ่งชนกับช้างป่าตัวใหญ่ที่เดินออกมาตัดหน้าอย่างกะทันหัน ท่ามกลางความมืดของค่ำคืน จากการสอบถามพนักงานขับรถและอาสาสมัครกู้ภัยที่อยู่ในรถในขณะเกิดเหตุ ทราบว่า ขณะนั้นรถพยาบาลกำลังเดินทางด้วยความระมัดระวังตามปกติ เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ผ่านพื้นที่ป่าและมีความมืด ภายในรถมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจำนวน 3 ราย ที่กำลังรออารมณ์ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีช้างป่าตัวใหญ่เดินออกมาจากข้างทางตัดหน้ารถพยาบาลอย่างกะทันหัน ด้วยระยะทางที่ใกล้มากและความมืดของกลางคืนที่จำกัดทัศนวิสัย แม้คนขับจะพยายามเหยียบเบรกอย่างเต็มที่เพื่อหยุดรถ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทัน รถพยาบาลจึงพุ่งชนเข้ากับลำตัวของช้างป่าด้วยความเร็วและแรงกระแทกอย่างแรง ก่อนที่จะมีเสียงการชนกันดังสนั่นกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ทำให้บรรยากาศในป่าที่เงียบสงบกลายเป็นความโกลาหลในทันที ความเสียหายจากการชนกันครั้งนี้ จากการตรวจสอบความเสียหายหลังเกิดเหตุ พบว่ารถตู้พยาบาลของหน่วยกู้ภัยพนมจุดทุ่งพระยา ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าของรถที่พังยับเยินจากแรงกระแทก ส่วนประกอบสำคัญหลายชิ้นได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะหม้อน้ำที่แตกและมีน้ำไหลออกมา ทำให้รถไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ต้องจอดค้างอยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สำหรับอาสาสมัครกู้ภัยที่นั่งอยู่ในรถตู้พยาบาลในขณะเกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงกระแทก แม้ว่าจะไม่ใช่การบาดเจ็บที่รุนแรง แต่ก็ยังต้องได้รับการตรวจสอบอาการและรักษาพยาบาลตามสมควร ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย ที่กำลังถูกนำส่งไปโรงพยาบาล โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ครั้งนี้ … Read more

เตือนรัฐบาล MOU ไทย-สหรัฐฯ ด้านแร่ธาตุจำเป็น มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง เรียกร้องความโปร่งใสและรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับจีน

นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว “อาร์ท วีระพงษ์ ประภา – Art Werapong” วิเคราะห์ถึงผลกระทบและความท้าทายจากการประกาศบันทึกความเข้าใจร่วม (Memorandum of Understanding: MOU) ระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแร่ธาตุจำเป็น (Critical Minerals) โดยระบุว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ และสิ่งแวดล้อมของไทย ทำเนียบขาวประกาศ MOU ไทย-สหรัฐฯ ด้านแร่ธาตุจำเป็น นายวีระพงษ์ ประภา เปิดเผยว่า เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำเนียบขาว (The White House) ได้ประกาศบันทึกความเข้าใจร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแร่ธาตุจำเป็น ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อหลายมิติของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงของชาติ รวมถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ท่านนี้ชี้ให้เห็นว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่จะมองข้ามไปได้ แต่เป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายที่มีนัยสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างมหาอำนาจโลกกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและมีการเตรียมการที่ดีเพื่อรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น ทำความเข้าใจแร่ธาตุจำเป็นและความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก นายวีระพงษ์ อธิบายว่า ก่อนที่จะวิเคราะห์ถึงผลกระทบของ MOU … Read more

ชาวตราด-ท้องถิ่น-เอกชน-ทหารนาวิกโยธิน ร่วมสร้างถนนยุทธศาสตร์ชายแดนยาว 4 กม. เชื่อมบ้าน 3 หลังหนองรี พร้อมแสกนหาระเบิด

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 จังหวัดตราดได้เห็นภาพความร่วมมือที่น่าประทับใจระหว่างภาคประชาชน ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยทหารนาวิกโยธิน ในการร่วมกันสร้างเส้นทางคมนาคมที่มีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ โดยโครงการนี้เป็นการขยายถนนเดิมที่ทหารช่างได้เปิดขึ้นสู่บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ซึ่งมีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อเข้าถึงพื้นที่บ้าน 3 หลัง ที่เคยถูกกองกำลังทหารนาวิกโยธินตราดยึดครองไว้ได้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา โครงการสร้างถนนเส้นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความมั่นคงชายแดน เนื่องจากจะทำหน้าที่เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และเสบียงอาหารไปยังจุดยุทธศาสตร์ที่ทหารตั้งฐานเผชิญหน้ากับฝ่ายกัมพูชา นอกจากนี้ยังจะช่วยในการป้องกันไฟป่า และในอนาคตอาจพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมระหว่าง 2 ตำบลได้อีกด้วย ภาคเอกชนนำรถจักรกลขนาดใหญ่เข้าสนับสนุน ว่าที่เรือโทมณฑล อุดมโชค ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างในจังหวัดตราด ได้แสดงความรับผิดชอบต่อชาติโดยนำรถแมคโครขนาดใหญ่จำนวน 3 คัน เข้ามาสนับสนุนการก่อสร้างถนนในครั้งนี้ โดยรวมกับรถแมคโครของทหารช่างอีก 1 คัน รวมเป็น 4 คันทำงานควบคู่กันไป การมีเครื่องจักรกลจำนวนมากขึ้นจะช่วยเร่งความเร็วในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ว่าที่เรือโทมณฑลให้สัมภาษณ์ว่า การนำรถแมคโครขนาดใหญ่มาถึง 3 คัน มีเป้าหมายเพื่อให้การก่อสร้างทางทำได้รวดเร็วและมีความกว้างตามมาตรฐานถึง 12 เมตร เนื่องจากทหารมีรถแมคโครขนาดใหญ่เพียง 1 คัน … Read more

medical-deductions-what-you-need-to-know-before-filing-your-taxes

หวยลาวพัฒนา หวยหุ้น เลขเด็ด  หวยฮานอย รีวิวสุดยอดเว็บแทงหวยออนไลน์  มวยพักยก วันนี้มีนัดหมายอะไร ข่าวเกมส์ Roblox ซีรีส์ อนิเมะ เลขพารวย  ผลบอลสด 

how-to-choose-the-right-salon-furniture-for-your-business

หวยลาวพัฒนา หวยหุ้น เลขเด็ด  หวยฮานอย รีวิวสุดยอดเว็บแทงหวยออนไลน์  มวยพักยก วันนี้มีนัดหมายอะไร ข่าวเกมส์ Roblox ซีรีส์ อนิเมะ เลขพารวย  ผลบอลสด 

หึงโหด! ชายวัย 57 ยิงอดีตภรรยาสาหัสหลังขอคืนดีไม่สำเร็จ ก่อนยิงตัวเองดับคาบ้านพัก จ.แพร่

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอร้องกวาง ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีเสียงปืนดังขึ้นในบ้านพักแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 11 ตำบลร้องกวาง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืน จึงได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ได้แก่ สายตรวจตำบลร้องกวาง หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลร้องกวาง และมูลนิธิกู้ภัยเพชรเกษมแพร่ เพื่อเข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุโดยเร็วที่สุด ทีมเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานได้เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาไม่กี่นาที พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น พบผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตคาบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านพัก พบว่ามีผู้เสียหาย คือ นางชาลิสา (สงวนนามสกุลเพื่อความเป็นส่วนตัว) อายุ 51 ปี อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ถูกกระสุนปืนยิงโดนบริเวณหน้าอกและมือ มีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก ผู้เสียหายยังมีสติอยู่แต่อยู่ในสภาพอ่อนแรงมาก เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลร้องกวางเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์ได้เข้าดูแลรักษาทันที เนื่องจากบาดแผลอยู่ในบริเวณที่สำคัญ ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายธนกฤต (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ชาวจังหวัดแพร่ พบว่านอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านแล้ว มีบาดแผลจากกระสุนปืนบริเวณศีรษะ เลือดไหลนองพื้นรอบๆ ตัว บริเวณใกล้กับผู้เสียชีวิตพบอาวุธปืนลูกซองสั้นตกอยู่ข้างๆ ตัว ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนได้ประสานไปยังพิสูจน์หลักฐานจังหวัดแพร่เพื่อเข้ามาร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ … Read more

ระทึก! จระเข้ยาว 2.5 เมตร หลุดจากรถขนส่งกลางเมืองศรีราชา ชาวบ้านตื่นตระหนก เจ้าหน้าที่ระดมกำลังล้อมจับสำเร็จ

เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2568 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับการแจ้งเหตุจากชาวบ้านในพื้นที่ถึงเหตุการณ์ที่น่าตกใจ โดยมีรายงานว่าพบจระเข้ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งกำลังอยู่ในคลองสาธารณะบริเวณใกล้เคียงกับโรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 12 บ้านเขาน้อย ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ทีมเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจึงได้รีบเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการจับสัตว์ป่า ทั้งเชือก อวน เครื่องมือพิเศษต่างๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ ก่อนเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ขยายวงกว้างและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของประชาชนในพื้นที่ สถานที่เกิดเหตุและลักษณะของจระเข้ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นคลองสาธารณะที่มีขนาดกว้างพอสมควร มีน้ำไหลอยู่ตลอดเวลา และอยู่ใกล้กับโรงฆ่าสัตว์ที่รับซื้อและแปรรูปจระเข้เพื่อนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งเนื้อ หนัง และส่วนประกอบอื่นๆ ในบริเวณนั้น จระเข้ตัวที่หลุดออกมานั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ วัดความยาวได้ประมาณ 2.5 เมตร หรือราว 8 ฟุต มีรูปร่างแข็งแรง สมบูรณ์ ผิวหนังสีเขียวปนเทาคล้ำ ซึ่งเป็นจระเข้น้ำจืดที่เลี้ยงในฟาร์มเพื่อการค้า ในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่เข้าไปถึง จระเข้ตัวดังกล่าวกำลังลอยตัวอยู่ในคลอง โดยมีท่าทางที่แสดงถึงความตื่นตระหนกและระมัดระวังต่อการเข้าใกล้ของมนุษย์ บางครั้งก็ดำดิ่งลงไปในน้ำ บางครั้งก็โผล่ขึ้นมาลอยคอสำรวจสถานการณ์รอบข้าง การวางแผนและปฏิบัติการจับจระเข้ ด้วยความที่จระเข้ตัวดังกล่าวมีขนาดใหญ่และอาจเป็นอันตรายได้หากมีการเข้าใกล้โดยไม่ระมัดระวัง ทีมเจ้าหน้าที่จึงได้ประชุมปรึกษาและวางแผนการปฏิบัติการอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ พร้อมทั้งไม่ให้จระเข้ได้รับบาดเจ็บหรือหลุดออกไปนอกเขตพื้นที่ควบคุม เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังแบ่งออกเป็นหลายจุดเพื่อล้อมปิดเส้นทางหนีของจระเข้ … Read more