92 ปีไม่เคยชนะ! “ฟาโรห์” อียิปต์พร้อมเขย่าบัลลังก์ “ปีศาจแดง” เบลเยียม ในคืนที่ซาลาห์รอมาทั้งชีวิต

ลองนึกภาพนี้ดู: ทีมชาติที่ผ่านการแข่งขันฟุตบอลโลกมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ไม่เคยชนะแม้แต่นัดเดียว ตลอดระยะเวลา 92 ปีนับตั้งแต่ปี 1934 นี่คือความเจ็บปวดที่เงียบงันที่สุดในวงการฟุตบอลโลก และในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นี้ “ฟาโรห์” แห่งแดนไอยคุปต์จะพยายามลบรอยแผลเป็นทางประวัติศาสตร์นั้นด้วยสองมือของตัวเอง บนสนามในเมืองซีแอตเทิล กับทีมที่ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งของกลุ่ม จี อย่างทีมชาติเบลเยียม

คำถามที่ทุกคนถามคือ ครั้งนี้พวกเขาพร้อมจริงหรือไม่? และคำตอบที่ โมฮาเหม็ด เอล เชนาวี ผู้รักษาประตูวัย 36 ปีของทีมชาติ ให้ไว้น่าสนใจมากที่สุด

ชาติแรกของแอฟริกาในเวิลด์คัพ แต่ไม่เคยชนะเลย

หากพูดถึงประวัติศาสตร์ฟุตบอลของทวีปแอฟริกา อียิปต์คือบทแรกสุดของมัน พวกเขาคือชาติแอฟริกาและอาหรับชาติแรกที่ได้ลงแข่งขันฟุตบอลโลก เมื่อปี 1934 ในอิตาลี สมัยที่โลกยังไม่รู้จักคำว่าโทรทัศน์ด้วยซ้ำ

แต่ตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา (1934, 1990 และ 2018) ผลลัพธ์กลับเหมือนกันหมด: แพ้ทุกนัด ออกรอบแรก ไม่มีชัยชนะติดมือกลับบ้านแม้แต่ครั้งเดียว

ช่วงว่างระหว่างการเข้ารอบสุดท้ายของพวกเขายาวนานจนน่าตกใจ ในปี 2018 ที่รัสเซีย นั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้กลับมาหลังจากห่างหายไป 28 ปีนับตั้งแต่ปี 1990 แน่นอนว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ในชุดนั้นไม่เคยสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลกมาก่อน และความขาดประสบการณ์คือใบเสร็จที่พวกเขาต้องจ่ายอย่างแพงที่สุด

ปี 2569 นี้คือครั้งที่ 4 และครั้งนี้ เอล เชนาวี บอกว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

เอล เชนาวี: มือกาวที่ไม่ยอมแพ้ให้กับประวัติศาสตร์

โมฮาเหม็ด เอล เชนาวี คือกำแพงสุดท้ายของทีมชาติอียิปต์มาหลายปี นักเตะของ อัล อาห์ลี เอฟซี คลับยักษ์ใหญ่แห่งไคโร ผ่านการแข่งขันระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชน เขาเป็นหนึ่งในสามนักเตะ ควบคู่กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ เทรเซเก้ต์ ที่เคยผ่านประสบการณ์ฟุตบอลโลก 2018 มาแล้ว และยังอยู่ในทีมชุดนี้

“นี่จะเป็นแมตช์สำคัญมากสำหรับเรา เราเคยเล่นกับเบลเยียมมาก่อน แต่บริบทแวดล้อมในตอนนี้แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน” เขากล่าวผ่านเว็บไซต์ฟีฟ่า

สิ่งที่น่าสนใจในคำพูดของ เอล เชนาวี ไม่ใช่แค่ความมั่นใจ แต่คือการยอมรับอดีตอย่างตรงไปตรงมา เขาบอกว่าความล้มเหลวในอดีตนั้น “เป็นเรื่องปกติ” เพราะทีมขาดประสบการณ์จริงๆ แต่นับตั้งแต่นั้นมา อียิปต์ได้สะสมประสบการณ์จากการเผชิญหน้ากับทีมชาติชั้นนำมากมาย และวันนี้ภาพรวมของทีมชัดเจนขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

บทบาทของเขาและผองเพื่อนที่ผ่านบอลโลกมาแล้วคือการถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับรุ่นน้องที่ยังไม่เคยสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเวทีนี้ เพราะในชุดนี้มีผู้เล่นหน้าใหม่หลายรายที่กำลังก้าวเข้าสู่ฟุตบอลโลกครั้งแรกของชีวิต

ซาลาห์กับภาระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ถ้าจะพูดถึงอียิปต์โดยไม่พูดถึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็คงไม่ต่างกับการพูดถึงพีระมิดโดยไม่พูดถึงทะเลทราย

ซาลาห์คือหัวใจและจิตวิญญาณของทีมชาติ เขาผ่านบอลโลก 2018 ที่รัสเซียมาแล้ว แต่นั่นจบลงด้วยการแพ้ทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ซ้ำร้าย เขายังบาดเจ็บก่อนทัวร์นาเมนต์ด้วย ทำให้ไม่ได้แสดงฝีมือเต็มที่

ครั้งนี้แตกต่าง เขาอายุ 33 ปีแล้ว และนี่น่าจะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายในชีวิต ไม่มีนักเตะคนไหนอยากปิดฉากอาชีพในเวทีนี้ด้วยมือเปล่า ความหิวโหยของซาลาห์ต่อชัยชนะครั้งแรกในฟุตบอลโลกของอียิปต์นั้นจึงถ่ายทอดออกมาในทุกการซ้อมและทุกการให้สัมภาษณ์

ทีมนี้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์โดยเก็บตัวฝึกซ้อมที่เมือง สโปแคน รัฐวอชิงตัน ซึ่งกระแสตอบรับจากแฟนบอลท้องถิ่นดีเกินคาด สะท้อนให้เห็นถึงฐานแฟนบอลอาหรับที่แข็งแกร่งในสหรัฐอเมริกา

เบลเยียม: ปีศาจแดงที่ไม่ใช่คู่แข่งธรรมดา

การเปิดสนามกับเบลเยียมในวันที่ 16 มิถุนายน เวลา 02.00 น. ตามเวลาไทย ที่สนามในซีแอตเทิล ไม่ใช่เรื่องง่าย เบลเยียมถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งของกลุ่ม จี จากอันดับโลกและคุณภาพนักเตะที่ยังอัดแน่นไปด้วยแข้งระดับท็อปลีกยุโรป

ทั้งสองทีมเคยพบกันมาก่อน และอียิปต์รู้ดีว่าพวกเขาไม่ใช่ฝ่ายที่เหนือกว่าบนกระดาษ แต่ เอล เชนาวี เน้นย้ำชัดเจนว่าบริบทในปัจจุบันต่างจากอดีต ทีมที่เดินทางมาซีแอตเทิลครั้งนี้มีความพร้อมและความมั่นใจมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

กลุ่ม จี ยังประกอบด้วย อิหร่าน และ นิวซีแลนด์ หากอียิปต์สามารถคว้าชัยนัดเปิดสนามได้ มันจะเปิดประตูสู่รอบน็อคเอาต์อย่างกว้างขวาง และนั่นคือเป้าหมายหลักที่ เอล เชนาวี ประกาศไว้ชัดเจน

ความฝันที่ใหญ่กว่าแค่การชนะนัดเดียว

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของอียิปต์ในฟุตบอลโลก 2026 น่าติดตามกว่าแค่ผลการแข่งขัน คือมิติทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใต้สนามหญ้า

อียิปต์เป็นชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 7,000 ปี อารยธรรมที่สร้างพีระมิดและสฟิงซ์ ชาติที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในยุคโบราณ แต่บนสนามฟุตบอลโลก พวกเขายังไม่เคยได้รับชัยชนะแม้แต่ครั้งเดียว ความย้อนแย้งนี้คือสิ่งที่ทำให้แฟนบอลอาหรับและแอฟริกันทั่วโลกต่างเฝ้ารอ

ฟุตบอลโลก 2026 ยังถือเป็นการแข่งขันที่ขยายตัวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม นั่นหมายความว่าโอกาสของทีมที่เคยถูกมองข้ามนั้นมีมากขึ้น และหากอียิปต์ผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้เป็นครั้งแรก มันจะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลของชาติ

เอล เชนาวี สรุปความฝันของทั้งทีมไว้ในประโยคเดียวว่า “หากพระเจ้าทรงประสงค์ เราจะสามารถคว้าชัยชนะกลับมาได้”

อินชาอัลลอฮ์ นั่นเป็นคำที่ชาวอาหรับใช้บอกว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระเจ้า แต่ที่แน่ๆ คือคืนวันที่ 16 มิถุนายน บนสนามในซีแอตเทิล อียิปต์จะออกไปเล่นด้วยความมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความหิวโหยที่สะสมมา 92 ปี


ฟุตบอลโลกสอนเราว่า ประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นใหม่ได้เสมอ แล้วคุณล่ะ คิดว่า “ฟาโรห์” จะปลุกคำสาปได้ในคืนนี้ไหม?